เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ล้มหมอนนอนเสื่อ

บทที่ 13: ล้มหมอนนอนเสื่อ

บทที่ 13: ล้มหมอนนอนเสื่อ


“หัวหน้าหม่า สวัสดีครับ ผมหานฮ่าวจากโรงงานหานเย่าอำเภอหู่ซาน วันนี้ที่มาพบคุณก็เพื่อเรื่องชิ้นส่วนครอบตัวถังรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ครับ เมื่อครึ่งเดือนก่อน ตัวอย่างได้ถูกส่งไปให้ทางโรงงานของคุณตรวจสอบแล้ว ผมจึงอยากมาฟังความคิดเห็นจากคุณครับ”

หม่าเซี่ยวเทียนไม่ได้เชื้อเชิญให้หานฮ่าวนั่งลงหรือรินน้ำชาให้ หลังจากปิดประตูแล้วก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของตนเองเพื่อตรวจเอกสารปล่อยให้หานฮ่าวยืนอยู่ข้างๆ

อยู่ใต้ชายคาคนอื่นก็ต้องก้มหัวด้วยความจำใจ หานฮ่าวจึงต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นแนะนำตัวเองก่อน

“การตรวจสอบตัวอย่างเป็นเรื่องของแผนกตรวจสอบคุณภาพ คุณมาหาผม ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้! ถ้าไม่มีธุระอื่นแล้ว ก็เชิญคุณออกไป อย่ามารบกวนผมทำงาน”

หม่าเซี่ยวเทียนวางปากกาลง แบมือออก และตอบกลับอย่างเย็นชา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มอย่างหานฮ่าว หม่าเซี่ยวเทียนจึงแสดงอำนาจบาตรใหญ่เพื่อข่มขู่เขา

“ครั้งก่อนที่คุณมาที่โรงงานของพวกเรา ผมยังไม่มีประสบการณ์ ต้อนรับคุณได้ไม่ดีพอ ผมต้องขอโทษท่านด้วยครับ การผลิตตัวอย่างใหม่ครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับปากท้องและอนาคตของคนงานกว่า 20 ชีวิตในโรงงานของเรา รบกวนหัวหน้าหม่าช่วยชี้แนะด้วยครับ ทั้งตัวผมและคนงานในโรงงานจะรู้สึกขอบคุณคุณเป็นอย่างยิ่ง”

สำนวน เอาหน้าไปแนบก้นเย็น หมายถึง การประจบประแจงคนที่เย็นชาใส่ เมื่อเผชิญหน้ากับการถูกเมินเฉยอย่างจงใจ หานฮ่าวก็อดกลั้นความโกรธภายในใจ เพื่อพ่อ เพื่อโรงงานของครอบครัว เขาจำต้องก้มหัวขอร้องอีกฝ่าย

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่เคยปล่อยให้เขานั่งรอเปล่าๆ มาครึ่งวัน ก้มหัวขอร้องตนเอง หม่าเซี่ยวเทียนก็รู้สึกสะใจอย่างที่สุด ในความคิดของเขา การเป็นข้าราชการก็หนีไม่พ้นเรื่องอำนาจและเงินทอง ตอนนี้ที่ได้นั่งในตำแหน่งหัวหน้าแผนกจัดซื้อ เขาก็ได้รับผลประโยชน์ทั้งสองอย่าง การที่ทำให้หานฮ่าวยอมก้มหัว ก็คือผลพวงจากอำนาจที่มี

“การจะให้ชิ้นส่วนใหม่ของโรงงานคุณเข้ามาในโครงการ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่ว่า…”

เมื่อเห็นว่าท่าไม้ตายของตนทำให้หานฮ่าวยอมสยบ หม่าเซี่ยวเทียนก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางการแสวงหาผลประโยชน์

ก่อนมา หานฮ่าวก็รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเรียกร้องผลตอบแทนอย่างแน่นอน ตอนนี้เข้าเรื่องเสียที เขาเตรียมพร้อมที่จะฟังเงื่อนไขของอีกฝ่าย แต่กลับพบว่าไม่มีคำพูดใดๆ ตามมา

“คุณมีเงื่อนไขอะไรก็บอกมาได้เลยครับ ถ้าผมรับได้ ผมตัดสินใจได้เลย”

หม่าเซี่ยวเทียนยิ้มแต่ไม่พูด เดิมทีคิดจะชูสองนิ้ว แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเป็นสามนิ้วในทันที

เมื่อมองดูนิ้วทั้งสามที่หัวหน้าหม่าชูขึ้น หานฮ่าวก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการค่าตอบแทนเท่าไหร่กันแน่

“สามพัน?”

หานฮ่าวเอ่ยปากถาม ในใจคิดว่าราคานี้พอรับได้

หัวหน้าหม่าส่ายหน้า แสดงสีหน้าผิดหวัง แต่นิ้วทั้งสามก็ยังคงชูอยู่

"สามหมื่น?"

หานฮ่าวเม้มริมฝีปาก ถามตัวเลขที่เขาคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้

ยังคงเป็นการส่ายหน้าและไม่พูดอะไร หานฮ่าวจนปัญญา ได้แต่รอให้อีกฝ่ายเฉลยคำตอบอย่างงุนงง

"สามสิบเปอร์เซ็นต์! ผมต้องการสามสิบเปอร์เซ็นต์ของกำไรจากสัญญาใหม่ครั้งนี้ของพวกคุณ!"

เมื่อเห็นว่าหานฮ่าวไม่เข้าใจ  หม่าเซี่ยวเทียนจึงพูดราคาที่อยู่ในใจออกมาตรงๆ

สามสิบเปอร์เซ็นต์!

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ หานฮ่าวรู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาดที่อ้าปากกว้างรอเขาส่งตัวเองเข้าไปถึงที่ กินคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก

"รับประกันปริมาณการส่งมอบ 3,000 ชุดต่อเดือน เซ็นสัญญาครึ่งปี จัดส่งตามราคาตลาดปัจจุบัน!"

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ากำลังลังเล หม่าเซี่ยวเทียนจึงตัดสินใจเพิ่มเหยื่อล่อ

หานฮ่าวคำนวณจากกำไรขั้นต่ำสุด ราคาจัดซื้อชุดชิ้นส่วนครอบตัวถังรถจักรยานยนต์ 5 ชิ้น คือ 160 หยวน มีกำไร 20 หยวน ถ้า 3,000 ชุดก็คือ 60,000 หยวน ตอนนี้อีกฝ่ายต้องการส่วนแบ่ง 30% ก็คือเงินใต้โต๊ะ 18,000 หยวน หานฮ่าวรู้สึกในใจว่าหัวหน้าหม่าคนนี้ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ เพียงแค่ครึ่งปีก็สามารถเอาเงินใต้โต๊ะจากโรงงานของเขาไปได้มากกว่า 100,000 หยวน ยังไม่ต้องพูดถึงเงินที่ได้จากโรงงานอื่นๆ

ต้นทุนการลงทุนล่วงหน้าของครอบครัวเขาสำหรับโครงการนี้ รวมๆ กันแล้วอย่างน้อยก็ 300,000 หยวน หากตกลงตามเงื่อนไขของอีกฝ่าย ก็เท่ากับว่าทำงานให้เปล่าๆ แทบจะแค่คืนทุนเท่านั้น ไม่ได้กำไรเพิ่มเลยสักแดงเดียว เพราะเมื่อคำนวณรายได้สุทธิของโรงงานตัวเองในช่วงครึ่งปีนี้แล้วจะได้ 252,000 หยวน แต่ต้องจ่ายค่าแรงคนงาน ภาษี ค่าบริหารจัดการ และคิดเป็นต้นทุนล่วงหน้าแล้ว แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการทำงานให้พวกปลวกอย่างหัวหน้าหม่าโดยไม่ได้อะไรตอบแทน

"เรื่องมันใหญ่เกินไป ผมต้องกลับไปคิดดูก่อน"

แน่นอนว่าหานฮ่าวจะไม่ตอบตกลงอีกฝ่ายง่ายๆ เพราะปกติแล้วเงินที่เขาได้ใช้ในโรงเรียนนั้นคิดเป็นหน่วยสิบหยวน แต่ตอนนี้เป็นเงินจำนวนมากถึงหลักหมื่น เขาจึงต้องระมัดระวังในการตัดสินใจ

"ผมให้เวลาคุณ 24 ชั่วโมงในการตัดสินใจ ตอนนี้เวลา 9:25 น. พรุ่งนี้คุณต้องให้คำตอบผมก่อนเวลานี้ ข้อเสนอของผมจึงจะมีผล ถ้าเกินไป 1 นาที เงื่อนไขของผมจะเพิ่มขึ้น 1% ถ้า 10 นาทีก็คือ 10% เข้าใจไหม?"

หม่าเซี่ยวเทียนพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่าหานฮ่าวจะต้องยอมจำนน เพราะตอนนี้การจัดซื้อของโรงงานส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับคำพูดของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เสริมอย่างชิ้นส่วนครอบตัวถังภายนอกรถซึ่งมีเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน เขาสามารถสั่งการได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ถ้าไม่ตกลงตามข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย โรงงานของครอบครัวเขาที่ลงทุนไปมหาศาลกับผลิตภัณฑ์ใหม่ก็จะขายไม่ออก โรงงานอาจจะต้องล้มละลาย หากตกลงตามข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย ครอบครัวของเขาก็จะกลายเป็นแรงงานที่ทำงานให้เปล่าๆ ให้กับพวกปลวกอย่างหัวหน้าหม่า ทำงานแทบตายสุดท้ายเงินก็ถูกอีกฝ่ายเอาไปหมด

ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางที่หัวหน้าหม่าเรียกร้องเงินอย่างหน้าไม่อายก็ทำให้หานฮ่าวดูถูกเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับว่ากินคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก เขาเอาแต่กินเนื้อไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปให้ตัวเอง (หานฮ่าว) ได้ดื่ม

เมื่อเห็นหานฮ่าวเดินออกจากห้องทำงานของหัวหน้าหม่าด้วยสีหน้าไม่พอใจ จางเฉวียนโหย่วก็รู้ทันทีว่าหัวหน้าหม่าได้สอนบทเรียนภาคปฏิบัติทางสังคมให้กับเขาแล้ว

หานฮ่าวกลับจากโรงงานเฉียนเจียงด้วยความโกรธตลอดทาง ทำให้เขามาถึงห้องสมุดช้าไปเกือบหนึ่งคาบเรียน ในช่วงนี้ เซียวเชียนอวี๋เริ่มชินกับการที่หานฮ่าวจะมาสายสักวันสองวัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาไปช่วยงานที่โรงงานของครอบครัว แต่หานฮ่าวไม่เคยบอกเธอว่าเกิดอุบัติเหตุกับพ่อของเขา ดังนั้นเซียวเชียนอวี๋จึงไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของครอบครัวหาน

วันนี้เซียวเชียนอวี๋รู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่เช้า เพราะประจำเดือนมา  เมื่อคืนนอนดึก แถมยังเผลอเตะผ้าห่มตอนกลางดึกทำให้สีหน้าของเซียวเชียนอวี๋ดูไม่ดีนัก เดิมทีคิดว่าจะลาหยุดแต่ด้วยความที่เป็นครู เธอจึงรู้สึกกระดากใจ เพราะปกติก็เข้มงวดกับหานฮ่าวเสมอ ตอนนี้ตัวเองกลับจะถอดใจก็เหมือนกับตบหน้าตัวเอง หลังจากทานอาหารเช้าและดื่มน้ำตาลทรายแดงแล้วก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง เซียวเชียนอวี๋จึงฝืนสังขารมาที่ห้องสมุด

รออยู่ตั้งนานหานฮ่าวก็ไม่มา เซียวเชียนอวี๋กำลังคิดจะกลับบ้าน แต่แล้วก็ได้ยินเสียง "ตึ้ง—ตึ้ง" ซึ่งเป็นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ของหานฮ่าว เธอจึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะกลับ

เดิมทีหานฮ่าวคิดว่าจะต้องถูกเซียวเชียนอวี๋ตำหนิอีกตามเคย แต่ผิดคาดที่อีกฝ่ายเพียงแค่บอกเบาๆ ให้เขาอ่านหนังสือทบทวนเอง ทำให้เขารู้สึกเหมือนรอดพ้นจากเคราะห์  เพราะมาสายทำให้รู้สึกผิด หานฮ่าวจึงก้มหน้าก้มตา ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าซีดเซียวของเซียวเชียนอวี๋

ปวดท้องมาก เซียวเชียนอวี๋พยายามอดทนไม่ส่งเสียงร้องกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปมา แต่แล้วก็รู้สึกเหมือนเห็นดาวเต็มไปหมดเหมือนจะหน้ามืด และทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้

"โครม—"

หานฮ่าวที่กำลังทบทวนหนังสืออยู่ได้ยินเสียงดัง จึงหันไปดู ก็พบว่าเซียวเชียนอวี๋นั่งหลับตาครางอยู่บนเก้าอี้ด้วยความเจ็บปวด

"เซียวเชียนอวี๋ คุณเป็นอะไร?"

หานฮ่าวรีบวิ่งเข้าไปหาเซียวเชียนอวี๋ด้วยความเป็นห่วงและถามไถ่อย่างร้อนรน

"ปวด—"

เซียวเชียนอวี๋จับมือหานฮ่าวไว้แน่น ตอบกลับไปพร้อมกับเอามือกุมท้อง

ความรู้สึกปวดหน่วงๆ ในท้อง ทำให้เธอลืมเรื่องความแตกต่างระหว่างชายหญิงไปหมดสิ้น คว้ามือเขาไว้แน่นราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายร้องขอความช่วยเหลือออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

"อืม...ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!"

เมื่อรู้สึกว่ามือเล็กๆ ที่เซียวเชียนอวี๋จับมือเขาไว้นั้นเย็นเฉียบ ประกอบกับเมื่อมองดูสีหน้าของเธอที่ซีดเซียว ริมฝีปากก็ไร้สีเลือด หานฮ่าวก็ร้อนใจรีบเก็บของอย่างรวดเร็วแล้วอุ้มเซียวเชียนอวี๋ขึ้น และรีบวิ่งลงบันไดไป

ในสภาพที่กึ่งหลับกึ่งตื่น เซียวเชียนอวี๋รู้สึกเหมือนได้นอนอยู่ในอ้อมอกที่แข็งแรงและอบอุ่น ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างยิ่ง เธอจึงเอนศีรษะไปทางหน้าอกของหานฮ่าวโดยไม่รู้ตัว และซบอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย

"เซียวเชียนอวี๋ อดทนไว้นะ"

เมื่อเห็นว่าเซียวเชียนอวี๋เหมือนกำลังจะหมดสติไป หานฮ่าวก็พยายามเรียกเธอให้ตื่น พร้อมกับอุ้มเธอขึ้นรถจักรยานยนต์

การที่จะพาผู้ป่วยที่กึ่งหมดสติซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยนั้น เป็นปัญหาใหญ่

หลังจากสตาร์ทรถแล้ว หานฮ่าวก็ประคองเซียวเชียนอวี๋ขึ้นนั่งเบาะหลัง จากนั้นก็เอาเสื้อกันฝนสำหรับรถจักรยานยนต์ที่อยู่ในช่องเก็บของมาคลุมตัวทั้งสองคนไว้ แล้วหาเชือกที่อยู่ในนั้นมามัดร่างของทั้งสองคนไว้ด้วยกันแน่น ด้วยวิธีนี้ เซียวเชียนอวี๋ก็จะสามารถแนบชิดกับแผ่นหลังของหานฮ่าวและยึดอยู่บนเบาะหลังได้อย่างมั่นคง

"อดทนไว้นะ ใกล้จะถึงแล้ว"

"ราชาแห่งจีน" พ่นควันดำออกมาเป็นสาย ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังทิศทางของโรงพยาบาล หานฮ่าวใช้มือประคองเซียวเชียนอวี๋ที่เอนพิงอยู่บนไหล่ของเขาเป็นระยะๆ

เซียวเชียนอวี๋เหมือนกำลังฝันไป เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าของเจ้าชายรูปงาม กอดร่างของเจ้าชายไว้อย่างมีความสุขทั้งสองควบม้าไปด้วยกันสู่ดินแดนแห่งความสุขที่อยู่ไกลออกไป

แม้ว่าสติจะไม่แจ่มชัด แต่เซียวเชียนอวี๋ก็ทำตามจินตนาการในความฝัน เอื้อมมือไปกอดเอวของหานฮ่าวไว้อย่างแน่นหนา และเอาศีรษะซบลงบนแผ่นหลังของเขา

หานฮ่าวที่กำลังขับรถอยู่รับรู้ได้ถึงการกระทำของเซียวเชียนอวี๋ และคิดว่าเธอรู้ว่าเวลานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะต้องกอดเขาไว้

"หานฮ่าว! แกบอกว่าตัวเองเป็นคนดีมีคุณธรรม  ตอนนี้กลับฉวยโอกาสตอนที่คนอื่นลำบาก มันใช้ได้ที่ไหน! ถ้าเซียวเชียนอวี๋ที่อยู่ข้างหลังแกรู้ว่าแกคิดแบบนี้ แกจะเอาหน้าไปพบเธอได้ยังไง!"

หานฮ่าวตวาดตัวเองในใจ พลางส่ายหน้าเพื่อขจัดความคิดที่ไม่บังควรออกจากจิตใจ มุ่งมั่นตั้งใจขับรถไปโรงพยาบาล

ท้องฟ้าโปร่งใส แต่กลับมีคนสวมเสื้อกันฝนขี่รถจักรยานยนต์ไปตามท้องถนนอย่างโจ่งแจ้ง กลายเป็นหัวข้อสนทนาใหญ่ของผู้คนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ในค่ำคืนนั้น หานฮ่าวไม่สนใจสายตาแปลกๆ ที่ผู้คนมองมา ตอนนี้ในใจเขามีเพียงความคิดเดียวคือรีบไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

จากห้องสมุดถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ หานฮ่าวใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที แต่เขากลับรู้สึกเหมือนว่ามันนานแสนนาน เหยียบขาตั้งข้างลง จอดรถให้มั่นคง หานฮ่าวสะบัดเสื้อกันฝนออกด้วยมือข้างหนึ่ง ตอนนี้จะเห็นได้ว่าเขาเหงื่อท่วมตัว

เขารีบแก้เชือกออก ประคองเซียวเชียนอวี๋ลงจากรถอย่างระมัดระวัง แล้วอุ้มเธอวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

"คุณพยาบาลครับ ช่วยด้วย! เธอปวดท้องกะทันหัน แล้วก็หมดสติไป!"

เมื่อเห็นพยาบาลที่อายุมากหน่อย หานฮ่าวก็ร้องเรียกอย่างร้อนรน

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ พยาบาลหญิงก็รีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา ช่วยหานฮ่าวประคองเซียวเชียนอวี๋ขึ้นไปนอนบนเตียง

"ได้โปรด ช่วยเธอด้วยนะครับ! เดี๋ยวผมไปจ่ายเงินให้"

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หานฮ่าวรู้ว่าเงินเป็นสิ่งสำคัญ จึงรีบไปลงทะเบียนและวางเงินมัดจำ

ในเวลานี้ แพทย์เวรฉุกเฉินที่ได้ยินเสียงเอะอะก็เดินออกมา เมื่อเห็นหญิงสาวหน้าซีด เหงื่อท่วมตัวนอนอยู่บนเตียงเข็น ก็รีบเข้าไปตรวจดูอาการทันที จากนั้นก็ช่วยพยาบาลเข็นเซียวเชียนอวี๋เข้าไปในห้องฉุกเฉิน

หานฮ่าวกลับมาหลังจากลงทะเบียนเสร็จ ได้ยินเสียงคุณหมอถามอาการเซียวเชียนอวี๋ในห้องฉุกเฉินแว่วๆ แสดงว่าเธอได้สติแล้ว

เขาเดินไปเดินมาในโถงทางเดินอย่างกระวนกระวาย ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หานฮ่าวต้องเผชิญกับการรอคอยคนที่เขารักเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลถึงสองครั้ง

"คุณพยาบาลครับ ข้างในเป็นยังไงบ้างแล้วครับ?"

ผ่านไป 5 นาที เมื่อเห็นประตูเปิดออก พยาบาลที่ช่วยเข็นเตียงเข้าไปก่อนหน้านี้เดินออกมา หานฮ่าวก็รีบเข้าไปสอบถาม

"ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ คนไข้แค่ความดันต่ำชั่วคราว ให้กลูโคสไปหน่อย พักผ่อนสักพักก็หายแล้ว พ่อหนุ่ม แฟนเธอเวลาเป็นประจำเดือนจะต้องดูแลเธอให้มากๆ นะ อย่าให้เธอสัมผัสของเย็น และต้องให้เธอพักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้อบอุ่น อาการปวดประจำเดือนมันเรื่องใหญ่ก็ได้ เล็กก็ได้ ตอนสาวๆ ต้องดูแลสุขภาพให้ดี อย่าให้แก่ตัวไปแล้วต้องมาโรงพยาบาลเป็นประจำ ตอนนั้นจะเสียใจก็สายไปแล้ว"

เมื่อได้เห็นกับตาว่าหานฮ่าวอุ้มเซียวเชียนอวี๋วิ่งเข้ามาและร้องขอความช่วยเหลือ พยาบาลที่อายุมากหน่อยก็รู้สึกประทับใจในการกระทำของชายหนุ่มที่ปกป้องผู้หญิงอย่างไม่คิดชีวิต  ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะแนะนำเขาเพิ่มอีกสองสามประโยค

"ผมเข้าไปดูเธอได้ไหมครับ?"

ถามเบาๆ เมื่อเห็นคุณพยาบาลพยักหน้าตอบรับ หานฮ่าวก็ขอบคุณอีกฝ่ายแล้วเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยชั่วคราวของห้องฉุกเฉิน

เซียวเชียนอวี๋รู้สึกตัวแล้ว ก่อนหน้านี้คุณหมอได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ไปแล้วรอบหนึ่ง เธอจึงพอจะเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มือของเธอกำลังให้น้ำเกลืออยู่ เซียวเชียนอวี๋รู้ดีว่าหานฮ่าวเป็นคนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล เธอรู้สึกอายเล็กน้อยที่จะต้องเจอหน้าเขา เพราะเป็นลมไปเนื่องจากปวดประจำเดือน

ขณะที่กำลังลังเลว่าจะเผชิญหน้ากับหานฮ่าวอย่างไรดี เซียวเชียนอวี๋ก็เห็นเขาเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที

"เอ่อ...คุณหิวไหม...เดี๋ยวผมไปซื้อโจ๊กหมูมาให้"

ที่จริงแล้วไม่ใช่แค่เซียวเชียนอวี๋ที่รู้สึกอึดอัด หานฮ่าวเองเมื่อเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เห็นเซียวเชียนอวี๋นอนอยู่บนเตียงนิ่งๆ มองมาที่เขา เขาก็พูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงได้แต่ถามเองตอบเองอย่างเลื่อนลอยไปสองสามประโยค แล้วก็วิ่งออกไป

เมื่อทราบว่าเซียวเชียนอวี๋ป่วยเพราะปวดประจำเดือน หานฮ่าวก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามอาการของเธอ เพราะเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนมาก ในยุคสมัยที่แค่ฉากใส่ชุดว่ายน้ำในทีวีก็ทำให้คนหน้าแดงได้ก็พอจะเข้าใจได้ถึงความคิดความเชื่อที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยมของผู้คนในเวลานั้น

หานฮ่าวขี่รถจักรยานยนต์ไปที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงพยาบาล สั่งโจ๊กหมูใส่ตับ และถือโอกาสที่กำลังรอโจ๊ก สั่งโจ๊กเปล่ามาสองชาม กินกับถั่วฝักยาวเป็นอาหารกลางวัน

ช่วงนี้ หานฮ่าวต้องดูแลพ่อจึงมักจะมาฝากท้องที่ร้านอาหารตามสั่งแห่งนี้ ให้ตัวเองหรือแม่เป็นประจำ เจ้าของร้านจึงจำเขาได้

"พ่อหนุ่ม มาส่งข้าวให้แม่อีกแล้วเหรอ?"

เมื่อได้ยินเจ้าของร้านที่กำลังเทหมูและตับลงในโจ๊กร้อนๆ ถาม หานฮ่าวก็ไม่กล้าตอบตรงๆ จึงได้แต่ยกชามขึ้นดื่มโจ๊ก แล้วส่งเสียงอืมๆ สองครั้งเพื่อกลบเกลื่อน

"พี่ครับ รบกวนช่วยเอาโจ๊กไปแช่น้ำเย็นให้หน่อยได้ไหมครับ ร้อนเกินไป กินเลยไม่ได้"

หานฮ่าวคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงสั่งให้เจ้าของร้านเอาโจ๊กที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ไปแช่น้ำให้เย็นลง

วันนี้ทำไมเรื่องมากจัง   เจ้าของร้านอาหารตามสั่งบ่นพึมพำในใจ แต่ก็ยังคงทำตามคำสั่ง เพราะไม่มีใครอยากมีปัญหากับเงิน

หานฮ่าวใส่โจ๊กในกล่องโฟม  แล้วขี่รถกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยในห้องฉุกเฉิน

หลังจากได้น้ำเกลือและพักผ่อน สีหน้าของเซียวเชียนอวี๋ก็ดูดีขึ้นกว่าตอนที่มาถึงมาก ตอนนี้เป็นเวลาอาหารพอดี ท้องของเธอจึงเริ่มร้อง

เธอเพิ่งจะลุกขึ้นนั่งเอามือกุมท้อง ก็เห็นหานฮ่าวรีบร้อนเดินเข้ามา ในมือถือกล่องข้าว

"ขอโทษที กลับมาช้าไปหน่อย"

หานฮ่าวขยับโต๊ะเล็กข้างเตียงผู้ป่วยเข้ามาอย่างคล่องแคล่ว เปิดกล่องโฟมออก กลิ่นหอมของโจ๊กหมูใส่ตับก็ลอยมาแตะจมูกเซียวเชียนอวี๋

"ขอบใจนะ"

เมื่อมองดูหานฮ่าวที่วิ่งวุ่นเข้าออกแล้วนึกถึงสิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้ การที่เขาสามารถพาเธอมาโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาฉุกเฉินได้คนเดียวคงต้องใช้ความพยายามอย่างมาก  เซียวเชียนอวี๋จึงขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้าจากใจจริง

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ คุณเป็นครูของผม ศิษย์ดูแลรับใช้อาจารย์เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว"

หานฮ่าวใช้มือลูบผม รู้สึกกระดากอายเล็กน้อย เขาคุ้นเคยกับท่าทีเย็นชาและดุของเซียวเชียนอวี๋มากกว่า ตอนนี้เมื่อได้รับคำชมก็เลยทำตัวไม่ถูก

หลังมือซ้ายยังคงให้น้ำเกลืออยู่ เซียวเชียนอวี๋จึงต้องใช้มือขวาจับช้อนตักโจ๊กหมูใส่ตับขึ้นมา เป่าเบาๆ แล้วจึงส่งเข้าปาก พบว่าอุณหภูมิกำลังพอดี จึงรีบซดเข้าไป

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวมาก หรือเพราะโจ๊กทำได้อร่อย เซียวเชียนอวี๋ก็ซดโจ๊กเข้าไปหลายคำอย่างรวดเร็ว  ภาพลักษณ์ของกุลสตรีที่รักษามาตลอดก็หายไปหมดสิ้น

กินไปได้สักพักถึงนึกขึ้นได้ว่าหานฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ยังคงจ้องมองอยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นชายหนุ่มมองมาที่เธอด้วยสีหน้าประหลาดใจ เซียวเชียนอวี๋ก็ตกใจ ถามออกไปโดยไม่ทันคิด

"คุณจะกินไหม?"

ทันทีที่พูดจบ เซียวเชียนอวี๋ก็รู้ตัวว่าตัวเองพูดผิดอย่างร้ายแรง

"ไม่ๆ... คุณกินหรือยัง?"

ประโยคแรก หานฮ่าวนึกว่าตัวเองหูฝาด เซียวเชียนอวี๋ชวนเขากินโจ๊กชามเดียวกัน ประโยคที่สอง เขาถึงเข้าใจว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ฟังผิด

"อ๋อ— ผมกินแล้ว คุณค่อยๆ กินนะ เดี๋ยวผมไปดูว่าล็อกรถจักรยานยนต์หรือยัง"

การอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวข้อสนทนาก่อนหน้านี้ช่างน่ากระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน หานฮ่าวจึงหาข้ออ้างออกมาข้างนอก ปล่อยให้เซียวเชียนอวี๋กินโจ๊กอย่างสบายใจ

รออยู่ข้างนอก 10 นาที คาดว่าเซียวเชียนอวี๋คงกินโจ๊กเสร็จแล้ว หานฮ่าวจึงเข้าไปข้างใน พบว่าเธอกินโจ๊กหมดเกลี้ยง

ตอนนี้น้ำเกลือก็ใกล้จะหมดขวดแล้ว หานฮ่าวจึงรีบไปเรียกพยาบาลมาถอดเข็ม

"โอ๊ย—"

ในวินาทีที่เข็มถูกดึงออก เซียวเชียนอวี๋ก็ขมวดคิ้วร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว

ภาพของคนที่เขาชอบขมวดคิ้วเล็กน้อย  ทำให้หานฮ่าวที่อยู่ข้างๆ มองอย่างเหม่อลอย ยิ่งได้ใกล้ชิดเซียวเชียนอวี๋มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งชอบหญิงสาวที่ฉลาดและเย็นชาคนนี้มากขึ้นเท่านั้น

"ตึ้ง—"

หานฮ่าวบอกเซียวเชียนอวี๋ว่ากระเป๋าหนังสือของเธออยู่ในช่องเก็บของใต้เบาะรถ ไม่ต้องกลับไปเอาที่ห้องสมุดแล้ว เขาตั้งใจจะพาเธอไปส่งที่บ้านเลย

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยนั่งรถ "ราชาแห่งจีน" มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่นั่นเป็นตอนที่เธอไม่รู้สึกตัว ตอนนี้เมื่อต้องก้าวขึ้นซ้อนท้ายรถ เซียวเชียนอวี๋ก็รู้สึกว่ายากลำบากอยู่บ้าง เธอคิดในใจว่าโชคดีที่วันนี้ใส่กางเกงขายาว ไม่อย่างนั้นการนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คงจะไม่เหมาะสม

เมื่อครู่ เธอจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลคืนให้ แต่หานฮ่าวกลับบอกว่าไม่เท่าไหร่ ให้หักจากค่าเรียนพิเศษทีหลังได้ ทำให้เซียวเชียนอวี๋รู้สึกดีกับชายหนุ่มผิวคล้ำตรงหน้าขึ้นมาก เดิมทีคิดว่าเขาดูเชยและคล้ำ แต่ตอนนี้เมื่อมองดูดีๆ ก็ไม่ได้ดูแย่ แม้จะซื่อๆ  แต่ก็มีความเข้มแข็ง  อาจเป็นเพราะอยู่ด้วยกันนานเลยชินกับรูปร่างหน้าตาของหานฮ่าวเลยรู้สึกแบบนี้ เซียวเชียนอวี๋ปลอบใจตัวเองในใจ

"เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม"

เซียวเชียนอวี๋นึกถึงบทกวีโบราณบทนี้ขึ้นมาในใจเพื่อเปรียบเปรยความคิดของตนเอง

"นั่งดีๆ นะ!"

หานฮ่าวพูดแล้วปล่อยเบรก "ราชาแห่งจีน" ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า

เคยชินกับความเร็วของจักรยาน ตอนนี้เมื่อได้มาขี่รถจักรยานยนต์ เซียวเชียนอวี๋ก็ใจเต้นตึกตักแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่วันนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เธอได้นั่งรถจักรยานยนต์

ด้วยความตื่นเต้น เซียวเชียนอวี๋แอบจับชายเสื้อของหานฮ่าวไว้ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย

เหมือนกับบินได้อย่างอิสระ โบยบินอย่างเสรี เซียวเชียนอวี๋หลับตาลงสัมผัสกับทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกใหม่อย่างตั้งใจ เธอพบว่าภายในเวลาอันสั้น เธอตกหลุมรักความรู้สึกของการนั่งรถจักรยานยนต์ที่ส่งเสียงดังกระหึ่มและพุ่งไปข้างหน้า

"ราชาแห่งจีนคันสีแดง" จอดลงที่หน้าอาคารที่พักของสำนักงานบริหารจัดการวัสดุ  หานฮ่าวบอกเซียวเชียนอวี๋ว่าพรุ่งนี้เขามีธุระสำคัญต้องรีบไปที่อำเภอหลงหู  ดังนั้นจึงขอยกเลิกการเรียนพิเศษ เซียวเชียนอวี๋จะได้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม คำพูดของหานฮ่าวทำให้เซียวเชียนอวี๋รู้สึกถึงความห่วงใยที่ไม่ได้สัมผัสมานาน  ทำให้ใจของเธออบอุ่นขึ้นมา

พยักหน้าเพื่อแสดงว่าเข้าใจ เซียวเชียนอวี๋รับกระเป๋าหนังสือที่หานฮ่าวยื่นให้ แล้วรีบเดินขึ้นตึกไป

ได้ยินเสียง "ปัง" เป็นเสียงปิดประตู ยืนยันว่าเซียวเชียนอวี๋ถึงบ้านแล้ว หานฮ่าวก็สตาร์ทรถมอเตอร์ไซต์แล้วขับออกไป ตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องปรึกษากับแม่ เพราะพรุ่งนี้จะต้องให้คำตอบกับอีกฝ่ายแล้ว

จบบทที่ บทที่ 13: ล้มหมอนนอนเสื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว