- หน้าแรก
- กักตุนเสบี่ยงหมื่นล้าน รับวันสิ้นโลก
- บทที่ 26 ทหารระดับพระกาฬ เลิกงานตรงเวลา
บทที่ 26 ทหารระดับพระกาฬ เลิกงานตรงเวลา
บทที่ 26 ทหารระดับพระกาฬ เลิกงานตรงเวลา
“ได้ครับ รอสักครู่!”
ในไม่ช้า มนุษย์เทียมที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มจัดของที่ชายร่างใหญ่ต้องการแลก
“เคยเป็นทหารเหรอครับ?”
“ทหารบกสิบปี เพิ่งปลดประจำการมาไม่นาน!”
ชายร่างใหญ่ยิ้ม
“ดูจากท่าทางของคุณแล้ว อย่างน้อยก็น่าจะเป็นทหารระดับพระกาฬเลยนะ!”
มนุษย์เทียมเอ่ยถาม
“ก็พอได้ครับ ในการแข่งขันทางทหารระหว่างจีนกับประเทศอินทรี ผมได้ที่หนึ่ง!”
“อืม นั่นยอดเยี่ยมมากเลยครับ!”
หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำ ของก็ถูกจัดเสร็จเรียบร้อย มนุษย์เทียมรับถุงมาแล้วยื่นให้เขา
“ถ้าสนใจ มาที่ที่หลบภัยของเราสิครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้บัญชาการของเราต้องชอบคุณแน่!”
“ได้...”
ชายร่างใหญ่ไม่ได้ตอบตกลง แต่พูดอย่างคลุมเครือ เพราะเขายังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของที่หลบภัยแห่งนี้
“แล้วก็ ระวังตัวด้วยนะครับ ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงก่อนปีใหม่แล้ว”
“ผมรู้!”
แววตาดุร้ายฉายแวบขึ้นมาในดวงตาของชายร่างใหญ่ จากนั้นเขาก็คว้าถุงแน่นแล้วเดินกลับไป
“เป็นคนมีความสามารถจริง ๆ!”
จากนั้น ท่ามกลางสายตาแปลก ๆ ของฝูงชน ชายร่างกำยำก็หันหลังเดินจากไป ในระหว่างนั้นไม่มีใครกล้าพูดอะไรสักคำ เพราะกลัวว่าชายร่างใหญ่จะระเบิดอารมณ์ขึ้นมากะทันหัน
ชายร่างใหญ่ไม่เหมือนกับที่หลบภัย พวกเขาสามารถมาหาเรื่องที่หลบภัยได้ เพราะที่นี่มีฐานที่มั่นใหญ่โต หนีไปไหนไม่ได้ แต่ชายร่างใหญ่มีแค่คนเดียว แถมตอนนี้ยังเป็นยุควันสิ้นโลก ต่อให้เขาทำอะไรลงไปจริง ๆ ก็ไม่มีใครมาสนใจ
และเมื่อชายร่างใหญ่จากไป มนุษย์เทียมก็เอ่ยถามขึ้น
“ยังมีใครจะแลกอีกไหมครับ? หรือว่าพวกคุณจะรอให้คุณป้าคนนี้แลกเสร็จก่อน?”
คำพูดของมนุษย์เทียมจุดประกายความโกรธของคนเหล่านั้นขึ้นมาทันที พวกเขาเริ่มด่าทออีกครั้ง
‘พวกแกไม่มีความเมตตาเลยหรือไง? คนแก่น่าสงสารขนาดนี้ ให้ของเธอไปหน่อยจะเป็นอะไรไป?’
“พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้ทานเป็นสุข พวกแกทำไมถึงไม่รู้จักเหตุผลเอาซะเลย?”
ในไม่ช้า เสียงตะโกนก็ดังระงมขึ้นอีกครั้ง เจียงอวี่ที่อยู่ในฐานก็ได้ยินข่าวจากจาร์วิส
เมื่อดูภาพในจอวงจรปิด
เจียงอวี่ก็แค่นเสียงหัวเราะออกมา
“นี่มันเป็นการบังคับด้วยคุณธรรมพร้อมกับบีบคั้นนี่นา! ถ้าฉันยอมครั้งนี้ การแลกเปลี่ยนครั้งต่อไปจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีก ถ้าพวกเขาแค่พาคนแก่มาก็ได้ของฟรีแล้ว จุดแลกเปลี่ยนนี้จะมีความหมายอะไรอีก? เปิดคลังให้พวกเขาเข้ามาปล้นเลยดีกว่า”
แต่เมื่อเห็นเสียงโห่ร้องข้างนอกดังขึ้นเรื่อย ๆ ก็จำเป็นต้องมีวิธีที่ดีจริง ๆ
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เจียงอวี่ก็สังเกตเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว กลางคืนไม่ปลอดภัย เขาจึงให้จาร์วิสส่งข้อความ....
"ท่านผู้บัญชาการของเราบอกว่า ในเมื่อทุกคนไม่แลกแล้ว ก็แล้วไปเถอะ! อีกอย่างวันนี้ก็ค่ำแล้ว ไม่แลกก็ไม่แลก! พวกเราต้องกลับไปกินข้าวเย็นแล้ว เอาเป็นว่าแค่นี้แหละทุกคนแยกย้ายกันไปเถอะ"
มนุษย์เทียมที่ได้ยินคำสั่งของจาร์วิสแทบจะหัวเราะออกมา เดิมทีเห็นแถวยาวขนาดนี้พวกเขาก็เตรียมใจที่จะทำงานล่วงเวลาแล้ว ไม่คิดว่าคุณป้าคนนี้จะมาช่วยให้พวกเขาได้เลิกงานเร็วขึ้น
คำพูดของมนุษย์เทียมทำให้ทุกคนในที่นั้นเงียบไปชั่วขณะ
จากนั้นก็เกิดเสียงดังกว่าเดิม
“ไม่ได้! พวกแกไปแล้วคืนนี้พวกเราจะอดตายนะ!”
“ไป? พวกเรายังไม่ได้แลกของเลยนะ? จะไปไหน? พวกเราบางคนไม่ได้กินข้าวมาสามวันแล้วนะ? พวกแกยังอยากกินข้าวอีกเหรอ?”
เมื่อได้ยินว่าจุดแลกเปลี่ยนจะปิด ผู้คนที่ต่อคิวก็มีอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
ต่อคิวมาทั้งบ่าย แกจะบอกยกเลิกก็ยกเลิกเลยเหรอ?
ล้อกันเล่นหรือไง?
“อ๋อ? ไม่ใช่ว่าพวกคุณบอกว่าถ้าไม่ให้คุณป้าฟรีพวกคุณก็จะไม่แลกเหรอ? ผมไม่ให้ฟรีนะ! งั้นพวกคุณก็ไม่ต้องแลกแล้วสิ ใครอยากแลกก็มาใหม่พรุ่งนี้ ไม่ต้องห่วง เสบียงมีพอเพียง ทุกคนมาใหม่พรุ่งนี้นะครับ ผมขออวยพรล่วงหน้าให้ทุกคนมีค่ำคืนที่น่ารื่นรมย์!”
ทันใดนั้น ทุกคนก็ตะลึงไป พวกเขาไม่คิดว่าแค่จะลองบังคับด้วยคุณธรรมดูเผื่อจะได้อะไรบ้าง แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะดื้อด้านขนาดนี้ ปิดจุดแลกเปลี่ยนไปเลย....
ถ้าวันนี้แลกของไม่ได้ พวกเขาหลายคนก็ต้องอดอีกหนึ่งคืน!
เดิมทีทันได้กินมื้อเย็นพอดี แต่ตอนนี้เพราะช่วยคุณป้าพูดไปไม่กี่คำ อะไรก็ไม่ได้แล้ว
พูดจบ เหล่ามนุษย์เทียมก็เริ่มเก็บของ
คนหนึ่งย้ายโต๊ะ คนหนึ่งย้ายเก้าอี้ คนหนึ่งเปิดประตู คนหนึ่งถือปืนคุมเชิง ภายในหนึ่งนาทีพวกเขาก็เข้าไปในที่หลบภัย
จากนั้น พวกที่อยู่นอกรั้วเหล็กก็เห็นอาหารและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับน้ำเปล่ากองเป็นภูเขาอยู่ข้างในรั้วเหล็ก ทันใดนั้นดวงตาของพวกเขาก็แดงก่ำ....
“พวกแกไปไม่ได้! จะไปก็เอาของมาให้พวกเราก่อน!!”
"ใช่ ถูกต้อง เราต้องกินข้าว!"
ในทันใดนั้น ฝูงชนที่มาแลกของก็เริ่มก่อจลาจล ความหิวโหยที่ท่วมท้นทำให้พวกเขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว พวกเขาต่างเบียดเสียดกันที่ประตูรั้วเหล็ก และเริ่มผลักเข้าไปข้างในอย่างแรง ราวกับจะพยายามเข้าไปในที่หลบภัย
“ทำอะไรกัน?! ถอยไปให้หมด ไม่งั้นพวกเราจะยิงแล้ว!”
มนุษย์เทียมสองคนถือปืนกลมือ ตะโกนอย่างดุร้าย
เมื่อเห็นปืนกลมือ ทุกคนก็หวาดกลัวไปชั่วขณะ สมองที่ถูกความหิวครอบงำก็เริ่มรู้สึกโล่งใจ แต่จากนั้นก็ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาจากข้างหลัง
“กลัวอะไร พวกเขากล้ายิงเหรอ? ถ้ากล้ายิงก็เท่ากับฆ่าคน พวกเขากล้าเหรอ?”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนนิ่งงัน
ใช่แล้ว พวกเขาจะเก่งแค่ไหนก็ช่าง? มีอาวุธเยอะแค่ไหนก็ช่าง? ยังไงก็ไม่กล้ายิงอยู่ดี ตอนนี้เป็นสังคมที่มีกฎหมาย ทำร้ายคนต้องรับผิดชอบ....
จากนั้น พวกเขาก็เริ่มเบียดเสียดและโห่ร้องอีกครั้ง
เมื่อเห็นภาพนี้ มนุษย์เทียมสองคนที่ถือปืนก็โกรธจนทนไม่ไหว
ยกปืนขึ้น เล็งไปที่ต้นขาของคนที่อยู่ข้างนอกแล้วรัวกระสุน...
พวกเขาไม่ใช่คน แต่เป็นมนุษย์เทียม คำสั่งของพวกเขามีเพียงการทำตามภารกิจทุกอย่างที่เจียงอวี่สั่ง....
ทันใดนั้น ปืนกลมือและเปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้าใส่ต้นขาของคนที่อยู่แถวหน้า
“อ๊า!! พวกเขาเอาจริง ๆ ด้วย!! หนีเร็ว!!”
“แม่มันเถอะ พวกนี้กล้ายิงจริง ๆ เหรอ? ไปหาทางการสิ ไปหาทางการมา!!”
“อ๊า! เจ็บ เจ็บมาก!! พวกแกกล้าดีียังไง!!”
‘.....’
ครู่ต่อมา นอกจากคนที่ถูกยิงที่ขาจนพิการแล้ว คนอื่น ๆ ก็วิ่งไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร
โชคดีที่มนุษย์เทียมยิงแค่ไม่กี่วินาที ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเขาตั้งใจจะกราดยิงจริง ๆ ก็คงไม่มีใครหนีรอดไปได้!
ส่วนคนที่ถูกยิงที่ขาสิบกว่าคนนั้นก็นั่งกอดขาตัวเองร้องโอดโอย
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!! ฉันไม่อยากตาย!!”
“ช่วยฉันด้วย ช่วยฉันด้วย พวกแกต้องการคริสตัลซอมบี้ไม่ใช่เหรอ? ให้พวกแกหมดเลย ให้พวกแกหมดเลย....”
“ขอโทษ ขอโทษ ช่วยฉันด้วย ฉันมีเงินเยอะ ฉันมีเงินเยอะ!!”
“อ๊า พวกแกตายไม่ดีแน่ กล้ายิงชาวบ้าน! พวกแกต้องเป็นโจรโหดแน่ ๆ!!”
ในทันใดนั้น เสียงต่าง ๆ ก็ดังเข้าหูของมนุษย์เทียม
แต่แล้วยังไงล่ะ? พวกเขาเป็นเพียงมนุษย์เทียม ไม่ใช่คนจริง ๆ ไม่ได้มีความรู้สึกของมนุษย์มากมายขนาดนั้น....
[จบบท]