เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 488 บททดสอบของนายท่าน

ตอนที่ 488 บททดสอบของนายท่าน

ตอนที่ 488 บททดสอบของนายท่าน


ตอนที่ 488 บททดสอบของนายท่าน

เมื่อมองขึ้นไป ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงรูปจันทร์เสี้ยวจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตัดอากาศออกเป็นเสี่ยง ๆ

มันเป็นพลังเวทโดยกำเนิดของราชาหมาป่า

เนื่องจากความล่าช้านี้ ฝูงหมาป่าจึงได้ล้อมตงเซียงอิ๋งไว้ทัน

สัตว์อสูรกระหายเลือดเผยอฟัน ดวงตาสีเขียวน่าสะพรึงกลัว

กลิ่นคาวที่รุนแรงเริ่มโชยมา กลุ่มขนสีเทาดำของพวกมันดูดุร้าย

ราชาหมาป่าที่เป็นจ่าฝูงมีแววตาแห่งความเกลียดชัง ปากหมาป่าดุร้ายบิดเป็นรอยยิ้มแบบมนุษย์ ดวงตาจดจ้องไปที่เด็กน้อยตรงหน้าอย่างเย็นชา

“อาวู้ว!”

ราชาหมาป่าส่งเสียงหอน สั่งการและโจมตีสาวน้อยทันที

“หรือต้องใช้ไพ่ตายที่พวกพี่สาวให้มาเท่านั้น”

ตงเซียงอิ๋งกัดฟันแน่น กำมือแน่น และใช้พลังเวทโอบล้อมร่าง พลังน่ากลัวรวมอยู่ในกำปั้นสีชมพูเล็ก ๆ นี้ เพียงแค่โบกมือ นางก็ปัดหมาป่าดำสามถึงห้าตัวที่พุ่งเข้าใส่ตนเองออกไปได้

แน่นอนว่านางมีไพ่เด็ดที่ช่วยชีวิตได้ เพียงแต่การใช้มันกับสัตว์อสูรพวกนี้ถือเป็นการสิ้นเปลือง

นี่คือสิ่งที่ตงเซียงอิ๋งคิด

ทว่ามีหมาป่าดำนับร้อยตัวล้อมรอบอยู่ แต่ละตัวมีความคล่องแคล่วว่องไวจนแทบจะไม่ทันได้หายใจ ราชาหมาป่าและองครักษ์อยู่ในระดับจื่อฝู่แล้ว

หมาป่าเดินตามกันไป และเริ่มโจมตีอย่างไม่เกรงกลัวภายใต้คำสั่งของจ่าฝูง

แม้ว่าตงเซียงอิ๋งจะสามารถต่อสู้กับหมาป่าดำหลายสิบตัวได้อย่างง่ายดายในคราวเดียว แต่สุดท้ายก็ถูกยับยั้งไว้ และพลังเวทถูกกินไปอย่างต่อเนื่อง

“พลังของขอบเขตก่อกำเนิดยังอ่อนเกินไป แม้แต่พลังเวทก็ไม่สามารถฝึกฝนได้ หากตอนนี้ข้าอยู่ในระดับจื่อฝู่ คงสามารถฆ่าฝูงหมาป่าบ้า ๆ ได้เพียงการโบกมือ!” สาวน้อยดูหดหู่และพยายามจะไล่หมาป่าดำที่อยู่รอบ ๆ ออกไปอีกครั้ง หลังจากจ้องมองพวกมันอย่างดุร้ายที่สุดแล้ว นางกำลังจะหยิบป้ายเทพธิดาที่พี่กวงหมิงมอบให้ออกมา

ทว่า จู่ ๆ พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และรอยแยกในมิติที่กว้างใหญ่พลันปรากฏขึ้นข้างกายนางอย่างอธิบายไม่ได้

พลังมารที่น่ากลัวแผ่ออกจากรอยแยก ฟ้าดินพลันเงียบสงัด

หมาป่าซึ่งแต่เดิมดุร้ายมาก ร้องหอนพร้อมกัน ขนแข็ง ๆ ของพวกมันตั้งขึ้น และล่าถอยแบบหางจุกตูด

ราชาหมาป่าจ้องมองไปที่รอยแยกนั้นด้วยความกลัว ภายใต้การคุ้มครองของฝูงหมาป่า ราชาหมาป่าคำรามอย่างน่ากลัวไปทางรอยแยกนั้น ดูดุร้ายแต่ที่จริงแล้วกลับอ่อนแอ

สัตว์อสูรในอาณาจักรลับนั้นไม่ได้ฉลาดนัก ในการรับรู้ของพวกมัน ไม่มีแนวคิดเรื่องรอยแยกในอากาศ

มันเพียงคิดว่ามีสัตว์อสูรที่ทรงพลังบางตัวบุกรุกอาณาเขตของตนเอง

ตงเซียงอิ๋งซึ่งกำจัดภัยคุกคามจากฝูงหมาป่าไปชั่วคราว กลับไม่ได้มีความสุขเลย แต่รู้สึกเหมือนนางกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามตัวใหม่

เมื่อมองไปที่รอยแยก นางยื่นมือเข้าไปในอ้อมแขน และจับป้ายที่ซูอันให้ไว้แน่น

“พลังมาร มันคือเผ่ามาร! จะมีรอยแยกในอากาศตรงนี้ได้อย่างไร!”

เด็กสาวกัดฟัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและขุ่นเคือง

โชคร้ายจริง ๆ ! หนีออกจากถ้ำหมาป่าแล้วเจอมารร้ายเข้า

น่าเจ็บใจนัก! ราชาเซียนที่สร้างอาณาจักรลับแห่งนี้ต้องแอบอู้นอนแน่ ๆ การทดสอบดี ๆ แบบนี้ยังปล่อยให้เผ่ามารแอบเข้ามาได้

ในที่สุด ปรากฏรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่หนึ่งก้าวออกจากรอยแยก ตามมาด้วยชุดกระโปรงสีดำ

แล้วมีใบหน้าที่สว่างไสวพอจะทำให้โลกดูซีดเซียวเมื่อเทียบกัน มีพู่ห้อยที่รวบผมสีดำข้างหนึ่งไว้ ดวงตาสดใสที่เหมือนจะมีดวงดาวนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้น คิ้วเหมือนภาพวาดจันทร์เสี้ยวล่องลอยเหมือนเมฆา ริมฝีปากสีแดงระเรื่อ เพียงแย้มมุมปากเล็กน้อยก็ชวนหลงใหล

เพียงดูจากใบหน้าก็สามารถจินตนาการได้ว่านางมีรูปร่างที่เย้ายวนและสง่างามภายใต้ชุดสีดำนั้นขนาดไหน

แม้จะเป็นเพศเดียวกัน แต่ตงเซียงอิ๋งก็อดตะลึงไม่ได้

พี่สาวงดงามมากจริง ๆ ถึงแม้รูปร่างหน้าตาจะคล้ายกับพวกพี่เฟิ่งหลวน แต่เสน่ห์เย้ายวนนั้นไม่มีใครเทียบได้

แม้แต่การขมวดคิ้วหรือแย้มยิ้มก็สามารถกระตุ้นความปรารถนาที่ลึกที่สุดในจิตใจของผู้คนได้

ไยถึงมีเสน่ห์เช่นนี้...

ไม่ ไม่ถูกต้อง นางเป็นเผ่ามาร!

สาวน้อยพลันตื่นขึ้นอย่างกะทันหัน และตบหน้าตัวเอง

นี่คือศัตรู แล้วจะคิดว่าศัตรูสวยได้อย่างไร

น่าเกลียด น่าเกลียด มารทุกตนน่าเกลียด ตงเซียงอิ๋งสะกดจิตตัวเองไว้

ถึงแม้นางจะไม่เคยสัมผัสกับมารมาก่อน แต่พ่อแม่ของนางซึ่งแทบจำหน้าตาไม่ได้นั้น ต่างถูกกล่าวขานว่าเสียชีวิตด้วยน้ำมือของเผ่ามารนอกอาณาเขต แน่นอนว่านางจึงมองมารตนนี้ที่พบกันครั้งแรกนั้นเป็นศัตรู

เมื่อเทียบกับตงเซียงอิ๋ง สีหน้าของเมี่ยวอวี้เทียนดูไม่มั่นใจนัก “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดกันที่เล่นตลกกับข้าอีกแล้ว”

ด้วยความเมตตาของนายท่าน นางจึงสามารถบรรลุระดับเจินเซียนได้

แต่ก่อนที่นางจะได้ดีใจ ก็ถูกดึงเข้ามาในอาณาจักรลับแห่งนี้

คนผู้หนึ่งต้องมีพละกำลังขนาดไหนถึงจะสามารถส่งเจินเซียนไปยังอีกมิติหนึ่งได้ อย่างน้อยที่สุดต้องแข็งแกร่งใกล้เคียงกับราชาเซียน

นางเต็มไปด้วยความกังวลและความสงสัย เมื่อได้ยินเสียงหอนของหมาป่า นางก็รู้สึกหงุดหงิด จึงยกมือเพื่อส่งดวงวิญญาณเหล่านี้ไปสู่ปรโลก

แล้วนางก็ตกตะลึง “ช้าก่อน นี่มัน...ปราณของนายท่าน!”

ทันใดนั้น เมี่ยวอวี้เทียนก็หันศีรษะและสังเกตเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ คิ้วของนางขมวดทันที

เหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงดู...ไม่ชอบหน้าเลยสักนิด เหมือนกับว่าได้เห็นศัตรูตัวจริง และอยากจะตบสาวน้อยให้ตายไปเลย

และดูเหมือนจะมีทัศนคติไม่เป็นมิตรต่อตนเองในดวงตาของสาวน้อยด้วย

ในอดีตหากใครกล้าแสดงความรู้สึกเช่นนี้กับนาง คงจะถูกนางส่งไปลงนรกโดยไม่พูดสักคำ

อย่างไรก็ตาม จิตวิญญาณของตงเซียงอิ๋งมีปราณของนายท่านอยู่ และกำลังถือป้ายที่มีปราณของนายท่านอยู่ในมือด้วย

เกรงจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายท่าน!

เมื่อมองไปที่หมาป่าซึ่งกำลังหมอบอยู่รอบ ๆ ตัว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของนาง

อาจเป็นได้ว่านายท่านจงใจใช้พลังเวทของตนเองย้ายนางมาที่นี่เพื่อช่วยเด็กสาวตัวน้อยคนนี้

เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ดวงตาของนางก็สว่างขึ้นทันที

เป็นไปได้สูงว่าด้วยพลังไร้ขอบเขตของนายท่าน จะสามารถย้ายนางมาที่นี่ได้อย่างง่ายดาย

เกิดขึ้นหลังจากที่นางบรรลุเจินเซียน ดังนั้นช่วงเวลานี้จึงเหมาะสมพอดี

ส่วนเหตุผลที่นายท่านไม่มาช่วยเองนั้น อธิบายได้ง่าย ๆ ว่าบางทีนายท่านอาจไม่อยากให้หญิงสาวรู้ หรือนายท่านอาจต้องการเห็นนางผ่านบททดสอบที่เขาให้มา

แม้แต่ความรังเกียจที่นางรู้สึกเมื่อเห็นเด็กหญิงคนนี้ ก็อาจเป็นการกระทำโดยจงใจของนายท่านเพื่อทดสอบนาง

ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวคนนี้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมและมีพลังสะท้อนราง ๆ ราวกับพลังมาร นายท่านอาจให้นางมาที่นี่เพื่อขัดเกลาเพิ่มอีกเล็กน้อยก็ได้

มันเชื่อมโยงกันทุกอย่างแล้ว!

ซูอันที่กำลังยุ่งอยู่กับการฝึกฝนเซิ่งหนาน อยู่ ๆ ก็ต้องแบกรับความผิดที่ไม่ใช่ของตนเอง

เมี่ยวอวี้เทียนระงับความรู้สึกไม่สบายใจไว้ และมองไปที่ตงเซียงอิ๋งด้วยสายตาที่ใจดี

เมื่อสังเกตเห็นความสับสนในดวงตาของอีกฝ่าย นางจึงควบคุมรัศมีของตนเองไว้ทันที

นางเพิ่งจะประสบความสำเร็จ และธรรมชาติที่เร่าร้อนของนางก็ปรากฏชัดเจน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“สวัสดีน้องสาว!” นางมารร้ายพยายามอย่างเต็มที่ที่จะฝืนยิ้มอย่างอ่อนโยน

แต่ตงเซียงอิ๋งกลับตกตะลึงอีกครั้ง มารไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายและน่ากลัวหรอกหรือ มารมักจะตะโกนและฆ่ามนุษย์เมื่อเห็นมิใช่หรือ

เหตุใดถึงยิ้มอ่อนโยนเหมือนพวกพี่สาวข้างกายพี่ชายหมาป่าเทา

“อ่า~วู้ว~วู้ว~วู้ว!” ในขณะนั้น หมาป่ารับรู้ว่าภัยคุกคามได้หายไปแล้ว จึงหอนอีกครั้งทันที

เมื่อผู้แข็งแกร่งละทิ้งพลังกดขี่ไป ราชาหมาป่าก็รู้สึกว่าตนแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง จึงเริ่มหอนเพื่อพยายามขับไล่นางมารที่ทะลุผ่านอากาศออกมา

“พวกเดรัจฉาน!” ดวงตาของเมี่ยวอวี้เทียนแสดงความไม่พอใจ และพลังมารพุ่งออกมา

ทันใดนั้น หมาป่าดำนับร้อยตัวพลันแหลกสลาย กระดูกและเนื้อของพวกมันถูกทำลายสิ้น

หมาป่าที่เห่าเสียงดังที่สุด ราชาหมาป่าผู้ทรงพลังที่ไล่ตามตงเซียงอิ๋งอย่างดุเดือดที่สุด ตอนนี้ไม่ต่างจากหมาป่าดำธรรมดาและตายไปพร้อมกัน

เสียงร้องของสรรพสัตว์ในบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบและหายไปด้วย

ฟ้าดินพลันเงียบสงัด

จบบทที่ ตอนที่ 488 บททดสอบของนายท่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว