เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 478 เสิ่นไคซานยังไม่ตายหรือ

ตอนที่ 478 เสิ่นไคซานยังไม่ตายหรือ

ตอนที่ 478 เสิ่นไคซานยังไม่ตายหรือ


ตอนที่ 478 เสิ่นไคซานยังไม่ตายหรือ

“เช่นนั้นหรอกหรือ” ซูอันพยักหน้ารับรู้ แล้วจู่ ๆ ก็คว้ามือของหงเสาด้วยสีหน้าชั่วร้าย “แล้วพี่หงเสาไม่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองบ้างหรือ”

หัวใจของหงเสาสั่นสะท้านอย่างแรงเมื่อได้ยินเช่นนี้

ซูอันใช้โอกาสนี้โน้มตัวไปที่หูของนาง ขบติ่งหูสีชมพูแดงเบา ๆ “ข้าสามารถเป็นแบบให้พี่หงเสาใช้อ้างอิงได้ พี่หงเสาไม่อยากสัมผัสและวาดไปพร้อมกันหรือ”

มือของเขาได้วางอยู่บนหน้าท้องของหงเสาโดยที่นางไม่ทันสังเกต นิ้วของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและเลื่อนลงมาช้า ๆ

“ข้าบอกแล้วว่า ครั้งหน้าจะมาเอามันจากพี่หงเสา”

“เสี่ยวอัน...” เสียงของหงเสาสั่นเครือ

ห้องนี้ร้อนขึ้นมาทันที

“เช่นนั้น...ลองวาดดูก่อนก็ได้” นางตอบอย่างเสียงแหบแห้ง ตอนนี้ความรู้ทางทฤษฎีทั้งหมดในหัวถูกลืมเลือนไปโดยสิ้นเชิง

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะวางมือบอบบางทั้งสองไว้ที่ไหน

ไม่ช้า เสื้อผ้ากระจัดกระจายทั่วพื้น และซูอันนั่งเปลือยกายอยู่ข้างพี่หงเสา

กระดานวาดภาพถูกวางไว้ตรงหน้า แต่ใจของหงเสาไม่ได้อยู่ที่นั่น

นางเม้มริมฝีปาก บางครั้งส่งเสียงครางเบา ๆ ออกมา ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกท้อ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยน้ำใส มีเสน่ห์เย้ายวนใจ

กระโปรงสีแดงสดถูกยกขึ้นสูงโดยซูอัน

ต้นขาที่เรียวและกลมของนางถูกเปิดเผย สามารถมองเห็นกางเกงชั้นในสีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่ข้างใต้ได้ราง ๆ ซึ่งน่าเขินอายมาก

เท้าสองข้างที่งดงามอยู่ในมือของซูอัน ถูกเล่นอย่างสบาย ๆ

“วาดสิ พี่หงเสาไยไม่วาดต่อ?” ซูอันหยอกล้อขณะลูบเนื้อนุ่มที่เท้างดงามของนาง

ซูอันกดส่วนโค้งของเท้าที่สมบูรณ์แบบ เท้าเล็ก ๆ ที่ยืดหยุ่นกลายเป็นของเล่นแห่งการเกี้ยวพาราสี

หงเสาแอบมองซูอัน หยิบพู่กันขึ้นมาด้วยความยากลำบาก

คาดไม่ถึงเลยว่าใครบางคนไม่รู้จักศีลธรรม และฉวยโอกาสสกัดจุดของนาง

“อืม~”

พู่กันสั่นจนเกือบร่วง

“เป็นอะไรไป วันนี้พี่หงเสาวาดรูปอย่างขอไปที หรืออยากจะปัด ๆ ให้จบไปกับน้องชายคนนี้?” ซูอันถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา พลางงอนิ้วและกดจุดฝังเข็ม

ใบหน้าของหงเสาแดงราวกับถูกเผา เท้างดงามของนางเตะซูอันเบา ๆ

เจ้าหนูน้อยคนนี้ รังแกพี่สาวมากเกินไปแล้ว

เมื่อเห็นดังนั้น ซูอันหยุดล้อเล่น แล้วดึงหงเสามาไว้ตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ “ดูเหมือนพี่หงเสาจะยังไม่เก่งเรื่องเรียนนะ! มิสู้ให้ข้าสอนเจ้าวาดแผนที่ดีหรือไม่?”

“วาดแผนที่?” ใบหน้าสีชมพูของหงเสาชะงัก

เหตุใดจึงต้องวาดแผนที่ในเวลานี้

คาดไม่ถึงว่าช่วงเวลาต่อมา นางก็ถูกซูอันใช้มือประคองบั้นท้ายและอุ้มขึ้น ตรงกับช่วงเอวพอดี

พู่กันในมือหล่นลงพื้นอย่างไม่คาดคิด ทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ

เสียงชั่วร้ายของเสี่ยวอันจื่อลอยเข้าหูของนาง

“ง่ายมากเลย พี่หงเสายกขามาเกี่ยวรอบเอวข้า รอจนกว่าจะทำได้คล่องแคล่วและสมบูรณ์แบบ...จากนั้นพวกเราก็สามารถใช้คนแทนพู่กันและสร้างแผนที่เฉพาะตัวบนพื้นได้”

ซูอันอธิบายอย่างละเอียด

นี่คือวิธีวาดแผนที่!

หลังจากที่หงเสาเข้าใจแล้ว แก้มก็แดงขึ้นลามไปถึงหู

แม้ในหนังสือของนางจะมีเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อมากมาย แต่นั่นเป็นเพียงจินตนาการของนางเท่านั้น!

หงเสาก้มศีรษะลง ราวกับต้องการฝังมันลงบนไหล่กว้างของเขา แต่ขาของนางกลับโอบรอบเอวของซูอันอย่างเงียบ ๆ

นางต้องการพัฒนาตัวเอง และเรียนรู้วิธีวาดแผนที่

“อืม~ไม่นะ!”

ผ้าขาวที่ซูอันเก็บสะสมไว้มีเพิ่มขึ้นอีกผืนแล้ว

วังหลวงแห่งต้าซางนี้ เกือบจะกลายเป็นวังของซูอันไปแล้ว

ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ก็ได้เปลี่ยนไปอีกครา

……

“หืม เจ้าเอ่ยถึงใครนะ?!”

ซูอันนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้สาลี่ที่มีฉากกั้นสามด้าน คิ้วขมวดเข้าหากัน

ฝั่งตรงข้ามมีหญิงวัยกลางคนนั่งคุกเข่า ก้มศีรษะจรดพื้น และเสื้อผ้าด้านหลังของนางเหมือนจะเปียกไปด้วยเหงื่อเย็น

ผ่านไปห้าวันนับแต่ซูอันดูแลพี่หงเสา และเขายังอยู่ในวังเป็นเวลาห้าวันแล้วด้วย

วันนี้แม่เล้าของหอฮ่วนเยวี่ยมาขอเข้าพบ บอกว่ามีเรื่องจะรายงาน

“หวางเยี่ย เป็นเสิ่นซือซือเจ้าค่ะ นาง นางบอกว่าไม่อยากรับแขกแล้ว ต้องการไถ่ถอนตัวเองเจ้าค่ะ” แม่เล้าลดเสียงลงและพูดอย่างระมัดระวัง

“เสิ่นซือซือ?” ทันใดนั้น ดวงตาของซูอันเย็นชาลงอย่างมาก

“เจ้ากล้าหลอกข้างั้นรึ!” เจตนาฆ่าที่เย็นเยียบปกคลุมหญิงผู้นั้นไว้ ทำให้อุณหภูมิภายในห้องโถงลดต่ำลงไปหลายส่วนอย่างไร้ที่มา

เขาไม่เข้มงวดกับผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เกลียดการถูกหลอกลวงที่สุด

ตึงตึง!

มีเสียงกระแทกดังมาจากใต้โต๊ะไม้สาลี่

“ข้าน้อยจะกล้าหลอกลวงหวางเยี่ยได้อย่างไร!” แม่เล้าตกใจกลัวจนก้มศีรษะลงโขกพื้นเสียงดัง “หวางเยี่ยสั่งว่าหากเกิดเรื่องผิดปกติกับเสิ่นซือซือ ต้องรีบแจ้งให้ท่านทราบทันที”

ดวงตาของซูอันหรี่ลง

เสิ่นไคซานตายแล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย

แต่ท่าทางของแม่เล้าไม่เสแสร้ง ผู้ฝึกตนระดับต่ำคนหนึ่ง ไม่น่าจะเสแสร้งต่อหน้าเขาได้

เพราะแม่เล้าไม่ได้โกหก

ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้บนตัวเสิ่นซือซือควรจะเป็นอะไรกันแน่?

“เอาล่ะ ออกไปก่อน และคอยเฝ้าเสิ่นซือซือไว้ ข้าจะไปดูเองทีหลัง”

ซูอันโบกมือไล่ โดยไม่ทำให้แม่เล้าลำบากใจ

แม่เล้ารู้สึกราวกับได้รับการอภัยโทษทันที ขอบคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ขอบพระคุณที่หวางเยี่ยเมตตา ข้าน้อยจะเฝ้านางอย่างใกล้ชิดเจ้าค่ะ!”

ขอบคุณที่เมตตาอะไรกัน ไม่ฆ่าก็ถือเป็นความเมตตาแล้วหรือ

หลังจากที่แม่เล้าออกไป ก็มีร่างหนึ่งโผล่ออกจากใต้โต๊ะ

นางยกมือถูหลังคอที่บอบบาง และมองซูอันด้วยความขุ่นเคือง

ร่างกายของนางไม่ได้สวมชุดใด ๆ มีเพียงสายรัดสีทองไม่กี่เส้นที่หน้าอกและหว่างขา ซึ่งเผยให้เห็นเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านหน้า ทำให้เรือนร่างที่อวบอิ่มสมบูรณ์อยู่แล้วดูเย้ายวนยิ่งขึ้นไปอีก

หน้าอกใหญ่แนบชิดกับใบหน้าของซูอัน จะเป็นใครได้อีกหากมิใช่หงเสา

“เจ้าหนู เจ้าจะทำให้พี่สาวอับอายขายหน้า เฮอะ ข้าจะทำให้เจ้าหายใจไม่ออกจนตาย!”

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของซูอันถูกปกปิดด้วยหน้าอกใหญ่ ๆ ของตนจนหมด หงเสาจึงหัวเราะคิกคัก

นางโอบศีรษะของซูอันแน่นด้วยความรู้สึกพึงพอใจ

……

หอฮ่วนเยวี่ย ห้องสวรรค์หมายเลขหนึ่ง

เหอเหม่ยลี่นั่งสงบนิ่งอยู่หน้ากระจก ชื่นชมความงามอันเลิศล้ำของตนเอง

สองมือลูบคลำตรงนั้น ลูบคลำตรงนี้ แทบจะไม่อยากปล่อยเลย

“ชีวิตนี้ฉันสวยมาก!” นางพูดกับตัวเอง

“โฮสต์ นี่เป็นครั้งที่สิบแล้วที่ท่านพูดแบบนี้” เสียงจักรกลดังขึ้นในใจ ขัดจังหวะนาง

“หึ ระบบ แกยังมีหน้ามาพูดอีก แกยังไม่มีปัญญาจัดสรรสถานะดี ๆ ให้ฉันด้วยซ้ำ” เสียงของหญิงสาว แม้จะดังจากร่างที่ถูกปรับแต่งให้เย้ายวนน่ารัก แต่ยังฟังดูเผ็ดร้อนและดุดันอย่างยิ่ง “คนอื่นที่เดินทางข้ามเวลาได้กลายเป็นองค์หญิงหรือนางสนม อย่างน้อยก็เป็นลูกสาวของอัครเสนาบดี จะเดินทางข้ามเวลาแล้วกลายเป็นนางโลมได้ยังไง!”

เหอเหม่ยลี่เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในร่างนี้หลังจากที่เสิ่นไคซานเสียชีวิต และได้รับความทรงจำจากร่างเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เช่น ชื่อของนางคือเสิ่นซือซือ เป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในหอฮ่วนเยวี่ย

ความทรงจำที่ฝังลึกที่สุดคือการถูกกลุ่มผู้ชายรุมกระทำสิ่งที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรี

นอกจากนี้ก็จำไม่ได้อีก

แต่นางไม่ได้สนใจอะไร เพราะในชาติที่แล้ว พวกผู้ชายเหล่านั้นตาบอด นางเลยต้องจำใจแต่งงานกับสามีที่ไม่ได้เรื่อง นอกจากจะหาเงินได้ไม่เท่าไหร่ตลอดทั้งปีแล้ว ยังมาโกรธนางเพียงเพราะนางซื้อกระเป๋าไม่กี่ใบอีกด้วย

แค่รูดบัตรเครดิตของเขาจนเต็มวงเงิน เขากลับไร้น้ำใจสิ้นดี ผู้ชายตัวโต ๆ อย่างนี้กลับโมโหผู้หญิง ช่างไม่เอาไหนเลย

ทายาทเศรษฐีคนไหนบ้างที่ไม่ยอมจ่ายเงินเป็นล้านสองล้านให้ภรรยาของตัวเอง

พวกผู้ชายขี้เหนียวคุณภาพต่ำแบบนี้น่าเบื่อหน่ายจริง ๆ

โชคดีที่นางฉลาด ตัดสินใจหยุดยั้งความเสียหายได้ทันท่วงที หลังจากฟ้องหย่ากับสามีที่ไม่ได้เรื่องคนนั้น บ้านก็ตกเป็นของนาง และยังกอบโกยเงินทองมาได้จำนวนมากอีกด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 478 เสิ่นไคซานยังไม่ตายหรือ

คัดลอกลิงก์แล้ว