- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 445 เซี่ยวเฮยกลับมาแล้ว
ตอนที่ 445 เซี่ยวเฮยกลับมาแล้ว
ตอนที่ 445 เซี่ยวเฮยกลับมาแล้ว
ตอนที่ 445 เซี่ยวเฮยกลับมาแล้ว
“เข้าใจแล้ว” ซูอันพยักหน้า
ดูเหมือน ‘สวรรค์’ จะจัดการยากสักหน่อย!
เขามิอาจปล่อยให้หวงจู่และพี่รั่วซีไปเสี่ยงชีวิตได้
ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าการ์ดประสบการณ์ตถาคตนั้นทรงพลังระดับไหน และช่องว่างระหว่างผลเต๋าก็มีมากเช่นกัน เขาจึงไม่กล้าใช้มันอย่างลวกๆ!
อาหลวนแทบจะถือได้ว่าเป็นนักรบระดับบรรลุวิถี แต่ก็อ่อนแอกว่าพี่รั่วซี และแทบจะไม่มีประโยชน์ใดเลย
ทันใดนั้น บรรพจารย์หงส์หยิบกระดาษสีทองโปร่งแสงออกมาแล้วทำลายออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยคลื่นพลังเวท
“นั่นคืออะไร?” ซูอันถามด้วยความสงสัย
ครั้นมองแวบแรก ซูอันเหมือนจะเห็นคำโบราณหลายคำเขียนอยู่บนนั้น ซึ่งมีพลังบางอย่างอยู่ข้างใน
“ก่อนหน้านี้มีผู้ฝึกตนหนุ่มมาหาข้า โดยอ้างว่าตนเป็นผู้เปี่ยมด้วยโชคชะตา และขอให้ข้าติดตามเขาไปเป็นสัตว์อสูรของเขา กล่าวว่าเขาสามารถช่วยข้าขจัดคำสาปได้”
บรรพจารย์หงส์หันศีรษะไปมองซูอัน ใบหน้าของนางยังมีประกายแห่งความสุขในขณะนั้น เส้นผมแผ่กระจายรอบตัว ตกลงบนแขนของซูอัน สร้างความจั๊กจี้ และความคันยุบยิบในหัวใจของเขา
ดูเหมือนกำลังทำตัวยั่วเย้า แต่ตามนิสัยของหวงจู่แล้ว คงไม่ได้ตั้งใจ
“แล้วหลังจากนั้น?” ซูอันถาม
“จากนั้นข้าตบเขาจนตาย สิ่งนี้คือระบบควบคุมสัตว์อสูรที่หลงเหลือจากเขา” บรรพจารย์หงส์เอ่ยอย่างใจเย็น พร้อมกับชี้ไปที่แสงสีทองที่ค่อย ๆ สลายไปหลังจากฉีกกระดาษเป็นชิ้น
“สำหรับสิ่งนั้นเป็นสัญญาสันติภาพระหว่าง ‘สวรรค์’ กับข้า โดยมีเต๋าผู้ยิ่งใหญ่เป็นพยาน ตี้เยี่ยซื่อส่งสิ่งนี้มาให้ข้าโดยผ่านมือของผู้ฝึกตนหนุ่มคนนั้น การลงนามหมายความว่าข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพวกเจ้า ส่วนเขาจะมอบครึ่งหนึ่งของต้นกำเนิดโลกที่สะสมมาหลายปีให้ข้า หากข้าเต็มใจที่จะจากโลกนี้ไปตลอดกาล เขาจะประทับส่วนหนึ่งของการตระหนักรู้ของเขาลงบนตัวของข้าด้วย”
“นี่เป็นข้อเสนอที่ใจกว้างยิ่งนัก!” ซูอันรู้สึกซาบซึ้งหลังจากได้ยินเช่นนี้
แม้ตี้เยี่ยซื่อจะถูกมองเพียงว่าเป็นเต๋าสวรรค์ปลอม ๆ เท่านั้น แต่ก็เป็นไปได้ว่าเขามีต้นกำเนิดของโลกที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานานหลายปี ถึงขั้นยอมประทับส่วนหนึ่งของการตระหนักรู้
ในระดับบรรลุวิถี ผู้คนเปรียบเทียบพลังวิเศษ พลังวิญญาณ และพลังเหนือธรรมชาติ แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ถูกเปรียบเทียบคือความเข้าใจในเต๋า
ซึมซับวิถีอันหลากหลายในการบำรุงตนเอง
ยิ่งเต๋าของตนเองแข็งแกร่งเท่าใด พลังของตนก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
“ก็แค่นั้น” น้ำเสียงของบรรพจารย์หงส์สงบมาก ไม่ได้รู้สึกเสียดายอันใด
ในความเป็นจริง นางควรเลือกที่จะลงนามในสัญญาโดยยึดหลักเหตุผลทั่วไป
ด้วยครึ่งหนึ่งของต้นกำเนิดโลกรวมกับความตระหนักรู้ในเต๋าของตี้เยี่ยซื่อ นางจะสามารถฝึกฝนเต๋าให้สมบูรณ์แบบได้เร็วขึ้น และบรรลุระดับราชาเซียน
แต่เมื่อนางคิดถึงเรื่องที่เจ้าเด็กคนนี้จะถูกทำร้าย กลับไม่อาจทนลงนามในสัญญานั้นได้
หากเจ้าเด็กคนนี้จากไป ก็จะไม่มีใครเอาชามาให้นางอีก
นางเคยชินกับการดื่มชาแห่งการตระหนักรู้ ไม่อาจชินกับการดื่มชาชนิดอื่นได้แล้ว
“หวงหวง...ข้ารู้สึกว่า ข้าเหมือนจะตกหลุมรักเจ้าเข้าแล้ว” เสียงของซูอันเนิบช้า และแฝงด้วยความจริงใจ
บรรพจารย์หงส์มองเขาและไม่พูดอะไร
แต่ซูอันเต็มไปด้วยความรัก และพร้อมที่จะตอบแทนนางด้วยร่างกายของเขา
“หยุด”
การเคลื่อนไหวของเขาถูกหยุดโดยบรรพจารย์หงส์
บรรพจารย์หงส์ลูบหน้าซูอัน เสียงเริ่มเบาลง “หยุดตรงนี้ก่อนดีกว่า วันนี้ช่องว่างระหว่างเจ้ากับข้าในการฝึกฝนยังกว้างเกินไป การสูญเสียทางจิตใจมากเกินจะไม่ดีต่อเจ้า”
การบำเพ็ญคู่ไม่ใช่แค่สิ่งที่จะทำด้วยความรักเท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานแก่นแท้ พลังงาน และจิตวิญญาณของทั้งสองฝ่าย
เป็นการใช้ความพยายามทางจิตใจเป็นพิเศษ
เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีพลังวิญญาณอ่อนแอกว่าจะไม่สามารถทนได้นาน
หากยังฝืนทำต่อ นอกจากจะล้มเหลวในการบรรลุผลการบำเพ็ญคู่แล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อตัวเองอีกด้วย
“ก็ได้” ซูอันหาได้ฝืนบังคับไม่
ทั้งสองกอดกันด้วยร่างกายเปลือยเปล่า หลังจากความหลงใหล ก็มีสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์ก่อตัวขึ้น
“หวงหวง...”
“หืม?”
“เจ้ารู้จักไท่จู่หรือไม่”
“เคยเห็น แต่ไม่คุ้นเคย”
ซูอันรู้สึกยินดี “ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าไท่จู่มีลักษณะเป็นอย่างไร?”
“ไม่รู้ เพราะลึกลับมาก ข้าเห็นหน้าของนางไม่ชัดเลย”
“มองเห็นไม่ชัด?”
“อืม บางทีนางอาจไม่ได้มีหน้าตางดงามก็ได้”
ดวงตาของบรรพจารย์หงส์มีแววเคร่งขรึม “ข้าไม่รู้จะบรรยายคนผู้นั้นว่านางหรือเขาดี และไม่สามารถยืนยันความแข็งแกร่งนางได้ เราเคยพบกันแค่ครั้งเดียว และนั่นเป็นตอนที่ข้าเห็นนางที่ตำหนักของนาง หลังจากที่นางสถาปนาต้าซาง”
ซูอันถามคำถามเพิ่มเติม แต่คำตอบทั้งหมดคือ ไม่รู้
เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ดูเหมือนไท่จู่จะลึกลับมาก แม้แต่หวงจู่ก็ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับตัวตนของไท่จู่
เขาไม่ได้ถามต่อ สิ่งสำคัญในเวลานี้คือการแก้ปัญหาเรื่อง ‘สวรรค์’
ถึงเวลาเอาหุ่นเชิดที่เกือบลืมไปแล้วกลับมา
ตอนนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวกุยช่ายแล้ว
……
เป็นราตรีที่มืดมิด ราวกับเป็นวันที่โลกเพิ่งก่อกำเนิด
ในขณะนี้ ผู้ฝึกตนคนหนึ่งสวมเสื้อชายสั้นและมีรูปร่างแข็งแรงกำลังทดสอบดินแดนต้องห้ามเสินหวง ด้วยการก้าวเดินย่อง ๆ
“ตาเฒ่า สามารถเข้าไปยังพื้นที่ต้องห้ามนี้ได้จริงหรือ”
เมื่อสัมผัสแหวนบนมือของตน เซี่ยวเฮยก็ถามด้วยความไม่มั่นใจ
เขาเคยไปเยือนสถานที่ต้องห้ามหลายแห่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ และได้รับประโยชน์มากมาย แต่ดินแดนต้องห้ามเสินหวงแห่งนี้แตกต่างออกไป กล่าวกันว่ามีบุคคลผู้ทรงพลังอาศัยอยู่ที่นี่ และมีการจัดค่ายกลพิเศษขึ้นรอบ ๆ ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา
ก่อนหน้านี้มีคนพยายามทำลายค่ายกล กลับถูกผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวนจับตัวไป
เซี่ยวเฮยไม่ได้กลัวดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวน แต่เขาระมัดระวังเจ้าของดินแดนต้องห้ามเสินหวงต่างหาก
“อย่ากลัว อาจารย์เคยโกหกเจ้าเมื่อไร ตอนนั้นข้า...” เสียงแก่ ๆ ดังออกมาจากแหวน
“เฮอะ หยุดโอ้อวดได้แล้วตาเฒ่า ข้ารู้ว่าเมื่อก่อนท่านยิ่งใหญ่นัก แต่หากท่านเล่าซ้ำอีก หูของข้าจะหนวกแน่ๆ” เซี่ยวเฮยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไอ้เด็กนี่”
มือลวงตายื่นออกจากแหวนและเขกศีรษะของเซี่ยวเฮยอย่างแรง ทำให้เกิดเสียงกระทบกัน
เซี่ยวเฮยรับมันด้วยความยินดี พร้อมกับมองอย่างจริงใจ “ตาเฒ่า เมื่อข้าบรรลุหยวนเสินได้แล้ว ข้าจะซ่อมแซมจิตวิญญาณแท้จริงของท่าน และปรับเปลี่ยนร่างกายของท่านใหม่ จากนั้นท่านก็สามารถเพลิดเพลินกับความรุ่งโรจน์ต่อไปได้”
แววตาของเขาดูจริงจังมาก
ช่วงที่ผ่านมานี้ เขามีผู้อาวุโสหมัวคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
ภายใต้การชี้แนะของผู้อาวุโสหมัว เขาต่อสู้ดิ้นรนในโลกแห่งการฝึกฝนที่ไม่คุ้นเคย และไปถึงจุดสูงสุดของหยางบริสุทธิ์ขั้นปลายโดยไม่มีอันตรายใด ๆ
จากมนุษย์ที่ไม่มีทางสู้ไปสู่จุดสูงสุดของโลกแห่งการฝึกตนของชางโจว
มีผลข้างเคียงคือยิ่งฝึกฝนมากก็ยิ่งแข็งแกร่งมาก
ความเร็วของการฝึกฝนนี้ไม่เพียงน่าอิจฉาเท่านั้น แต่ยังน่าตกใจอีกด้วย
และเขาไม่เคยลืมความช่วยเหลือของผู้อาวุโสหมัว
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้อาวุโสหมัวช่วยเขาไว้และสอน ‘ร่างหุ่นเชิดมารแท้จริง’ ให้เขา ตอนนั้นเขาอาจจะถูกปิดล้อมและฆ่าโดยตระกูลและนิกายสำคัญหลายตระกูล เขาคงไม่ได้รับเกียรติอย่างที่มีอยู่ทุกวันนี้
ทั้งสองเปรียบเสมือนเป็นทั้งอาจารย์และศิษย์ เป็นทั้งพ่อและลูก
เรื่องของการคืนชีพผู้อาวุโสหมัวก็อยู่ในหัวของเขาด้วย
“...เจ้ามีความตั้งใจเช่นนี้เป็นเรื่องดี” ผู้อาวุโสหมัวเงียบไปชั่วขณะ และมีเสียงโล่งใจดังออกมาจากแหวน
“ดินแดนต้องห้ามเสินหวงแห่งนี้มีโอกาสที่จะได้รับพลังวิญญาณ แต่ก็ค่อนข้างอันตรายเช่นกัน กลัวก็แต่เจ้าจะกล้าเข้าไปหรือไม่”
“มีอะไรต้องกลัว” เซี่ยวเฮยยิ้มอย่างโอหัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ถึงอย่างไรท่านก็เป็นอาจารย์ของข้าต่อให้อยู่ในยมโลกก็เถอะ”
“ไอ้เด็กปากเสีย อยากโดนตีนัก!” เสียงมีอายุนั้นด่าด้วยรอยยิ้ม และยกมือขึ้นราวกับจะโจมตี
“เฮ้ ตาเฒ่า ท่านก็เก่งแต่ด่า เก่งแต่ลงมือ!”
“เด็กชั่ว!”
“ตาแก่ตัวเหม็น!”
ด้วยโชคแห่งกายฮุ่ยหยวนศักดิ์สิทธิ์ และการฝึกฝน ‘ร่างหุ่นเชิดมารแท้จริง’ ของเซี่ยวเฮย ทำให้แม้แต่หยางบริสุทธิ์ธรรมดาก็ยังยากที่จะทำร้ายเขา โดยธรรมชาติแล้วผู้อาวุโสหมัวก็ไม่สามารถทำได้
นั่นเป็นเพียงการหยอกล้อประจำวันของอาจารย์และลูกศิษย์
หลังจากส่งเสียงดังแล้ว เซี่ยวเฮยก็สำรวจดินแดนต้องห้ามเสินหวงด้วยความระมัดระวัง
หนึ่งก้าว สองก้าว...
เมื่อเข้าไปในดินแดนต้องห้ามเสินหวงแล้ว เซี่ยวเฮยมองไปข้างหลังด้วยความประหลาดใจพลางชี้ “ไม่น่าเชื่อว่าเข้ามาได้จริงๆ”