- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 440 ไม่แน่จริง
ตอนที่ 440 ไม่แน่จริง
ตอนที่ 440 ไม่แน่จริง
ตอนที่ 440 ไม่แน่จริง
องค์ชายสามที่มั่นใจเกินเหตุนั้น คิดว่าตนเองจะไม่ถูกจับได้ แต่ทันทีที่เขาเหยียบย่างเข้าไปในลานบ้านขององค์ชายใหญ่ เขาก็กระตุ้นเครื่องหมายแห่งโชคชะตาที่ซูอันวางไว้
เดิมซูอันวางแผนที่จะโยนความผิดให้องค์ชายใหญ่สักข้อหาหนึ่ง จากนั้นจึงส่งไปเป็นเพื่อนร่วมห้องขังกับหลิน ต้าจู้
คาดไม่ถึงว่าพฤติกรรมของซูฉางคงจะเกินความคาดหมายขนาดนี้
“หรือเขาต้องการสะสางตัวเอง และแยกตัวจากซูไท่”
ซูอันเดาและตัดสินใจที่จะเพิ่มการเฝ้าติดตามองค์ชายใหญ่ หากอีกฝ่ายกระทำโดยจงใจ นั่นหมายความว่าจะต้องมีแผนที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ซ่อนอยู่
เขาจะไม่เชื่อเพียงเพราะศัตรูแสดงความปรารถนาดีหรือความอ่อนแอ
ถึงแม้ความคิดศักดิ์สิทธิ์จะแสดงให้เห็นว่าซูฉางคงไม่มีความรู้สึกเป็นศัตรูต่อเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองจะมีจุดยืนเดียวกัน และความคิดศักดิ์สิทธิ์ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน
นอกจากนี้ ซูฉางคงเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง
ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าสุนัขเฒ่า ‘สวรรค์’ กำลังทำอะไรอยู่ การปล่อยให้ซูฉางคงอยู่ใกล้ ๆ จะทำให้คอยจับตาดูได้
“ซูไท่ เจ้ามารนหาที่ตายเอง!” เขายิ้มเยาะ
เดิมชะตากรรมของซูไท่ถูกปกปิดไว้โดย ‘สวรรค์’ และซูอันไม่สามารถค้นหาที่อยู่ของเขาได้โดยตรง
แต่ตอนนี้มียันต์หยกนี้แล้ว ทุกอย่างก็แตกต่างออกไป
ขณะที่เล่นกับยันต์หยกในมือ เส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่มองไม่เห็นซึ่งยืดออกจากยันต์หยก ทะลุเข้าไปในความว่างเปล่า และเกี่ยวติดกับร่างของใครบางคน
ภาพค่อย ๆปรากฏขึ้น และบุคคลในภาพคือซูไท่ที่ปลอมตัวมา
เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของตนเองได้
ขณะนี้ ซูไท่ดูเหมือนกำลัง...แหวะ
ซูอันหรี่ตา ขมวดคิ้วและหันศีรษะไปด้านข้าง เกือบจะขัดจังหวะการถ่ายทอดสด
องค์ชายสามไปที่หอนางโลม และยังเป็นที่หอฮ่วนเยวี่ยของเขาด้วย
ไอ้นี่ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าหอฮ่วนเยวี่ยเป็นทรัพย์สินของเขา!
บุคคลที่ยังเป็นสุดยอดนางโลมคือเสิ่นไคซาน
องค์ชายไม่เลือกกินเลย
ในเวลานี้ที่หอฮ่วนเยวี่ย ซูไท่ไม่รู้ว่าตนถูกค้นพบ และกำลังโรมรันเสิ่นไคซานอย่างบ้าคลั่ง
หลังจากพายุผ่านไป เขาก็ล้มลงทับร่างของเสิ่นไคซาน และดูมีความสุขมาก
“ซือซือ นามไพเราะนัก”
เมื่อมองใบหน้าที่งดงามสูงส่งของหญิงสาวที่เหนื่อยล้า ซูไท่ก็รู้สึกพอใจมากขึ้น
เขาไม่อาจปล่อยร่างงดงามในอ้อมแขนได้
ความโกรธที่เขายังไม่ทันได้ระบายเพราะขันทีขุยฮวาเอ๋อร์ ตอนนี้กลับมุ่งเป้าไปที่สตรีคนสำคัญของหอฮ่วนเยวี่ย แทน
หลังจากเก็บซ่อนความรู้สึกมานานหลายปี ในที่สุดก็พบหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่สามารถระบายความรู้สึกนั้นออกมาได้
“ขอเพียงคุณชายพอใจเจ้าค่ะ”
เสิ่นไคซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
หลังจากที่รับเม็ดยาสร้างสวรรค์จำลองแล้ว ถึงแม้ธรรมชาติชายของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่พลังหยางในร่างกายจะถูกซ่อนไว้ ดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วซูไท่จึงไม่สามารถค้นพบมันได้
“แม่นางซือซือ ไยเจ้าไม่ติดตามข้าตั้งแต่ตอนนี้ ข้าช่วยไถ่ตัวเจ้าได้” ซูไทพูดอย่างไม่พอใจ
เมื่อคิดว่าสาวงามคนนี้จะต้องคอยรับใช้ชายคนอื่น เขาก็รู้สึกหงุดหงิด
ไม่ต้องพูดถึงว่าแม่นางซือซือคนนี้มีทักษะที่ยอดเยี่ยม และสามารถบิดเอวส่ายสะโพกได้อย่างรู้งาน
อีกทั้งรูปลักษณ์ภายนอกยังหาได้ยากอีกด้วย ไม่เคยมีนางโลมคนไหนที่จะงดงามได้ขนาดนี้มาก่อน
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ไถ่ตัว’ ร่างกายของเสิ่นไคซานก็สั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว
ใบหน้าที่งดงามใบหน้าหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจเขา
เป็นเหตุการณ์ในอดีตที่เขาไม่อาจทนนึกถึงได้ ในเวลานั้น เขาตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งอย่างแท้จริง ความรักที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน และเขาเต็มใจที่จะสละชีวิตเพื่ออีกฝ่ายด้วยซ้ำ
แต่ในท้ายที่สุด ทั้งสองก็ไม่สามารถหนีจากเงื้อมมือของซูอันได้
ตั้งแต่นั้นมา ฉู่อี้หายตัวไป และเขาถูกจับตัวมาที่หอฮ่วนเยวี่ย ที่ซึ่งเขาต้องใช้ชีวิตของการรับแขกตลอดไป
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ในภวังค์ เขาเหมือนจะเห็นใบหน้าของซูไท่ซ้อนทับกับฉู่อี้
“คุณชาย เรื่องนี้ บ่าวไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเจ้าค่ะ”
เขาแอบมองท่าทางจริงจังของแขก แล้วเอ่ยอย่างเขินอาย
“ไม่มีปัญหา ข้าจะไปคุยกับแม่เล้า!”
ซูไท่ยิ้มอย่างมั่นใจ ทุบหน้าอกรับประกัน
เขามีหยางบริสุทธิ์สองคนอยู่ภายใต้บัญชา ยังจะต้องกลัวหอฮ่วนเยวี่ยปฏิเสธอีกหรือ?
“เช่นนั้น บ่าวจะรอฟังข่าวดีจากคุณชายเจ้าค่ะ”
เสิ่นไคซานกล่าวอย่างไม่จริงจัง เพราะซูไท่ไม่ใช่คนแรกที่ต้องการไถ่ตัวเขา หลังจากฉู่อี้แล้ว ยังมีคุณชายน้อยอีกหลายคนจากตระกูลขุนนางที่ต้องการไถ่ตัวเขา
น่าเสียดาย สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหอฮ่วนเยวี่ยนั้น ไม่ง่ายเหมือนหอนางโลมแห่งอื่น
ซูอันที่อยู่ในจวนกำลังอดทนต่อความขัดเคืองลูกตา และฟังบทสนทนาของทั้งสอง
“ตัวเอกเหล่านี้ หากได้เข้าหอนางโลม ดูเหมือนจะชอบเสิ่นไคซานเสียหมด เสิ่นไคซานก็เป็นหนุ่มผู้โชคดีเช่นกัน!”
เขาลูบคาง “นี่คงจะเป็นความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างบุตรแห่งโชคชะตากระมัง เป็นโชคชะตาที่น่าสนใจจริงๆ”
เมื่อเห็นซูไท่กำลังมองหาแม่เล้า ซูอันก็ยิ้มแล้วหายตัวไปในทันที
……
ในหอฮ่วนเยวี่ย ซูไท่รู้สึกหงุดหงิดกับการปฏิเสธของแม่เล้า และมีแววโกรธในน้ำเสียงของเขา
“เจ้าไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็ให้คนที่ตัดสินใจได้ออกมาสิ!”
“คุณชาย ใต้เท้าของพวกเรามีงานรัดตัว จึงไม่สามารถแจ้งให้ทราบได้ในระยะเวลาสั้นๆ” นางโบกผ้าเช็ดหน้าที่มีกลิ่นแป้งแรงไปทั่วใบหน้าของซูไท่ และพูดด้วยความเขินอาย
หากบุคคลนี้เป็นผู้ฝึกตนธรรมดา นางคงไล่เขาออกไปนานแล้ว
แต่ชายผู้นี้มาพร้อมกับองครักษ์หยางบริสุทธิ์ ดังนั้นจึงชัดเจนว่าเขาไม่ธรรมดา
ประเด็นสำคัญคือในหอฮ่วนเยวี่ยไม่มีองครักษ์หยางบริสุทธิ์เลย
ดังนั้นนางจึงไม่สามารถขัดใจแขกผู้มีเกียรติท่านนี้โดยตรงได้
ซูไท่ส่งเสียงฟึดฟัดเบา ๆ ทันใดนั้นสายลมเย็นพัดผ่านร่างกายของเขา ปลุกให้เขาตื่นจากความใคร่
หลังจากที่ตระหนักว่าตอนนี้อยู่ในเมืองหลวงแล้ว เขาไม่ควรจะทำตัวให้โดดเด่นเกินไป จึงล้มเลิกความคิดที่จะพบกับเจ้าของหอฮ่วนเยวี่ย
แต่เขาไม่อยากเสียหน้า จึงยังพูดว่า “ใต้เท้าของพวกเจ้าช่างโอหังจริง ๆ เขาคงมิใช่...”
“ใต้เท้า!”
ก่อนที่จะพูดจบ ก็เห็นแม่เล้ามองไปทางด้านหลังของเขาด้วยความประหลาดใจและดีใจ
องครักษ์หยางบริสุทธิ์หรือขุนพลวู่ทูกู่ที่กำลังปกป้องเขาอยู่ก็ตอบสนองทันที โดยคำรามด้วยความโกรธและหันกลับมาจ้องมองซูอันอย่างระมัดระวัง
“เป็น...ซูอัน!”
เมื่อเห็นอีกฝ่าย ม่านตาของซูไท่ก็หดลงทันที
ทันใดนั้นความทรงจำที่เจ็บปวดมากมาย ณ เมืองชายแดนก็หลั่งไหลเข้ามาในใจของเขา และเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
โชคดีที่ร่องรอยของเหตุผลยังเตือนใจเขาตลอดเวลา
ซูอันในปัจจุบันไม่ใช่เด็กที่จะถูกกลั่นแกล้งได้อีกต่อไป เขาเป็นหยวนเสินผู้สูงศักดิ์ และไม่ใช่คนที่ตนเองในปัจจุบันจะต้านทานได้อย่างแน่นอน
แม้กระทั่งวู่ทูกู่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
แม่เล้าวิ่งไปหาซูอันแล้วกระซิบบอกว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น
องค์ชายสามค่อย ๆ เตรียมจิตใจ และปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติ
“โอ้ คุณชายท่านนี้อยากจะไถ่ตัวเสิ่นซือซือหรอกหรือ?”
ซูอันมององค์ชายสามด้วยความสนใจอย่างยิ่ง ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายใช้ความสามารถในการแปลงกายเช่นไร แต่เขาไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจริง ๆ
“ใช่ ใช่แล้ว” ซูไท่หัวเราะอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วรีบเอ่ย “ข้าวู่วามไปหน่อย และพูดจาเหลวไหล หากใต้เท้าไม่อนุญาต ข้าจะไปตอนนี้เลย”
ถ้าทำได้ เขาอยากจะวิ่งหนีไปเสียตอนนี้จริง ๆ
การอยู่กับศัตรูที่อาจฆ่าเขาได้ทุกเมื่อนั้น เขาจึงรู้สึกตึงเครียด เพราะกลัวว่าซูอันจะมองผ่านการปลอมตัวของเขาได้
“ไปได้สิ เพียงแต่คุณชายท่านนี้ต้องช่วยข้าไขปัญหาหนึ่งก่อน ว่าอย่างไร?”
แม้ว่าซูอันจะถาม แต่น้ำเสียงของเขาก็ทำให้ซูไท่ไม่สามารถปฏิเสธได้
“ได้สิ ข้าทำได้” มือของซูไท่หยิกเนื้อใต้แขนเสื้อ และยังยิ้มอย่างฝืน ๆ อยู่บนใบหน้า
ไม่ว่าเขาจะคิดถึงฉากแก้แค้นกี่ครั้งก็ตาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซูอันจริงๆ เขาก็รู้สึกถึงความกลัวในใจ
ซูอันตอนนี้ช่างน่ากลัวยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
เขาไม่ได้มีความกล้าหาญอย่างที่ตนเองคิด