- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 434 องค์ชายสามไปที่เผ่าปีศาจ
ตอนที่ 434 องค์ชายสามไปที่เผ่าปีศาจ
ตอนที่ 434 องค์ชายสามไปที่เผ่าปีศาจ
ตอนที่ 434 องค์ชายสามไปที่เผ่าปีศาจ
ไม่นาน ลมหายใจของต้าหวงก็สงบลง และร่างกายของมันกลับเป็นปกติ
เมื่อมองความแข็งแกร่งของมันอีกครั้ง ก็ถึงขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว
สุนัขที่นึกถึงแต่เรื่องกินพลันลืมความเจ็บปวดจนสิ้น มันเห่าอย่างมีความสุขถึงสองครั้ง พร้อมส่ายหางให้องค์ชายใหญ่ด้วยท่าทางประจบประแจง
“เจ้าเป็นสุนัขที่โชคดีจริงๆ” องค์ชายใหญ่ลูบหัวต้าหวงโดยไม่รู้สึกเสียดายยาวิเศษเลย
ในตอนแรกเขาคิดที่จะขายยาวิเศษเหล่านี้เพื่อแลกเป็นเงิน
องค์ชายไม่มีเงินนั้นช่างน่าอาย เขาไม่มีหินวิญญาณมากมายจริง ๆ
โดยธรรมชาติแล้วเป็นความคิดที่ดีที่จะใช้ยาแลกเงิน และนำไปแลกเป็นทรัพยากรสำหรับการฝึกฝน
แต่หากมีการขายยาประเภทนี้ ก็จะดึงดูดความสนใจของคนกลุ่มใหญ่ได้แน่นอน
ตอนนี้สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เขา ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะซ่อนตัว หลายคนยังสงสัยด้วยซ้ำว่ามีผู้วิเศษใดอยู่เบื้องหลังเขาหรือไม่
เมื่อถึงเวลานั้น ปัญหาต่าง ๆ จะตามมาทีละอย่าง บางคนอาจคิดว่าเขาต้องการเอาชนะใจผู้คนด้วยยาวิเศษ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหามากมายตามมา
ใช้เลี้ยงสุนัขยังจะดีเสียกว่า
“เจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่ ต้าหวง?”
“โฮ่งโฮ่งโฮ่ง!”
……
“ให้อาหารสุนัข! โยนเขาออกไปให้สุนัขกิน!”
ที่แห่งหนึ่งในป่าลึก องค์ชายสามซูไท่มีใบหน้าเขียวคล้ำ ลมหายใจมืดมนอย่างยิ่ง เขาเดินออกจากบ้านไม้ พร้อมกับลากหญิงสาวสวยในเสื้อคลุมสีแดงมาด้วย
หญิงสาวมีใบหน้าที่งดงาม เมื่อถูกลากเช่นนี้ทำให้ผิวสีขาวราวกับหิมะเผยให้เห็นเป็นบริเวณกว้าง และร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยแผล ขาที่เรียวยาวแต่เดิมบิดเบี้ยว นางครวญครางอย่างเจ็บปวดออกมาเป็นระยะ
หากผู้ใดที่รักหยกถนอมบุปผาได้เห็นสิ่งนี้ คงจะรู้สึกปวดใจอย่างแน่นอน
แต่ในขณะนั้น องค์ชายสามโยนนางลงกับพื้น ใบหน้าอันงดงามปกคลุมไปด้วยฝุ่น เลือดพุ่งออกจากปาก และลมหายใจของนางแผ่วลง
“ขอรับนายท่าน!” หลู่ปู้จ้องมองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ แต่ยังเลือกที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง
และชายหน้าขาวเกลี้ยงเกลาที่อยู่ข้างเขาก็มีสีหน้าว่างเปล่า ไม่รู้สึกสะเทือนใจใดๆ
ซูไท่ไม่ได้บอกเหตุผลกับทั้งสองคน จนกระทั่งหลู่ปู้พาผู้หญิงคนนั้นออกไปพ้นจากสายตาของเขา สีหน้าของเขาจึงดีขึ้นเล็กน้อย
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหลบหนีออกจากชายแดน เขาก็ได้รับโอกาสในการจับรางวัลอีกสองครั้ง
การจับรางวัลครั้งแรก ได้อัญเชิญตัวละครชื่อ จ้าวเกา ซึ่งเหมือนจะมีภูมิหลังมาจากราชวงศ์ฉิน มีความสามารถในระดับมิ่งตาน ถึงแม้จะไม่เก่งเท่าหลู่ปู้ แต่ยังเก่งอยู่ดี
ทว่าการจับรางวัลครั้งที่สองนั้นแตกต่างออกไป เพราะเป็นสตรีที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง
นั่นคือสตรีชุดคลุมแดงเมื่อครู่ ชื่อของนางไพเราะด้วย เรียกว่าขุยฮวาเอ๋อร์
ถึงแม้จะไม่แข็งแกร่งนัก อยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดเท่านั้น แต่นางก็น่ารักและมีเสน่ห์ มีผิวขาวราวหิมะ ไม่ว่ารอยยิ้มหรือท่าทางแง่งอนของนางล้วนมีเสน่ห์น่าหลงใหล
แม้กระทั่งในสายตาขององค์ชายเช่นเขายังรู้สึกว่านางงดงาม
ความอัดอั้นที่ถูกเก็บกดไว้ในฮวงโจวนานหลายปี จำเป็นต้องได้รับการระบายออก
เขาจึงพาขุยฮวาเอ๋อร์เข้าไปในห้องทันที
เมื่อผ่านไปได้ครึ่งทาง กลับได้พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ ที่แท้ผู้หญิงคนนี้มีหยางดั้งเดิมอยู่ในร่างกาย
เมื่อถามจึงรู้ว่า ‘นาง’ เป็นขันที!
เป็นขันทีก็จบแล้ว แต่เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตนเองพูด ขุยฮวาเอ๋อร์ถึงกับหยิบภาพเหมือนของตนเองในอดีตออกมาและแสดงให้เขาเห็น
ชายแก่ร่างกายซูบซีดอ่อนแอคนหนึ่ง ผมหงอก ผิวเหี่ยวเหมือนหนังไก่ และหน้าตาเย็นชา
ทันทีที่เห็นภาพนั้น ใบหน้าของซูไท่ก็ซีดลงราวกับกินแมลงวันตายเข้าไป
เมื่อคิดว่าตนเองเพิ่งจะได้สัมผัสขันทีชราคนหนึ่งจริง ๆ เขาก็รู้สึกมืดมน
เขารู้สึกเหมือนกำลังจะอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปเมื่อคืน รู้สึกคลื่นไส้จากก้นบึ้งของหัวใจ
หัวใจที่บอบบางของเขาต้องประสบกับความสูญเสียที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เขาทุบตีขุยฮวาเอ๋อร์จนเกือบตายตรงนั้น
หลังจากทำลายบ้านไม้ขรุขระที่อยู่ข้างหลังแล้ว ซูไท่ก็รู้สึกว่าอาการคลื่นไส้ในใจได้รับการบรรเทาลงบ้าง
“ระบบ มีภารกิจใหม่บ้างหรือไม่?” เขาถามด้วยความกังวล
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากการแก้แค้นนัก
จะต้องอัญเชิญตัวละครที่แข็งแกร่งกว่าออกมา!
[ตรวจพบความจำนงของโฮสต์]
[ติ๊ง! ภารกิจเสริมเปิดแล้ว โฮสต์โปรดฆ่าสัตว์ปีศาจระดับมิ่งตานสิบตน เพื่อรับรางวัลเป็นโอกาสอัญเชิญสามครั้ง]
[ติ๊ง! ภารกิจเสริมที่สองเปิดแล้ว โฮสต์โปรดฆ่าสัตว์ปีศาจระดับมิ่งตานยี่สิบตน เพื่อรับรางวัลเป็นโอกาสอัญเชิญห้าครั้ง]
[ติ๊ง! ภารกิจเสริมที่สามเปิดแล้ว โฮสต์โปรดฆ่าสัตว์ปีศาจระดับหยางบริสุทธิ์หรือสัตว์ปีศาจสายเลือดชั้นยอด เพื่อรับรางวัลเป็นโอกาสอัญเชิญสามครั้ง]
ตามความปรารถนาของซูไท่ ระบบอัญเชิญสุดแกร่งจึงได้ออกภารกิจ
“สามภารกิจ!” ดวงตาของเขาสว่างขึ้นทันใด
แต่ละรางวัลของภารกิจทั้งสามนี้ สามารถอัญเชิญได้มากกว่าหนึ่งครั้ง รวมทั้งสิ้นสิบเอ็ดครั้ง
หากโชคดีก็จะเป็นเหมือนกับหลู่ปู้ทั้งหมด คือมีหยางบริสุทธิ์สิบเอ็ดคน!
แต่แล้วเขาก็ตระหนักถึงปัญหา
อาจไม่มีสัตว์ปีศาจระดับมิ่งตานซ่อนอยู่ในป่านี้มากนัก ไม่ต้องพูดถึงสัตว์ปีศาจที่มีสายเลือดชั้นยอดเลย
ถึงแม้จะมีอยู่จริง แต่มันอาจจะซ่อนอยู่ลึกมากจนยากจะค้นหา
หากต้องการทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่อาจอาศัยป่าแห่งนี้เพียงแห่งเดียวได้
“เกรงว่าจะต้องไปค้นหาสัตว์ปีศาจที่เผ่าปีศาจแล้ว” ขณะที่พูดเช่นนี้ แสงแห่งความกระหายเลือดก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
“บางทีข้าอาจจะแกล้งแอบอ้างซูอันได้ หยวนอันหวาง เฮอะ ช่างน่าสนุกจริงๆ”
เมื่อคิดว่าตนเองสามารถหลอกใช้ซูอันได้ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมา
หลังจากที่หลู่ปู้ป้อนขุยฮวาเอ๋อร์ให้กับปีศาจสุนัขแล้วจึงกลับมารายงาน
ซูไท่นำพวกเขาทั้งสองไปทางราชสำนักเผาปีศาจ
ระหว่างทาง พวกเขาทั้งสามไม่ได้แสดงความโอ้อวดเกินไป และค้นหาสัตว์ปีศาจระดับมิ่งตานอย่างระมัดระวัง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเผ่าปีศาจอ่อนแอเกินไป หรือเพราะเผ่าปีศาจอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม ทำให้พวกที่แข็งแกร่งอยู่กระจัดกระจายกันมาก
หลังจากเดินทางกับพวกหลู่ปู้เป็นเวลาหลายวัน และเสี่ยงภัยจนเข้าใกล้ราชสำนักของเผ่าปีศาจ เขาเพิ่งทำภารกิจแรกสำเร็จ ได้รับโอกาสในการอัญเชิญสามครั้ง ซึ่งอาจดึงดูดความสนใจจากเบื้องบนของเผ่าปีศาจได้
เมื่อมองไปที่ราชสำนักในระยะไกล เขาก็ดูลังเลและตัดสินใจที่จะอัญเชิญก่อน
“อัญเชิญทั้งสามครั้ง!”
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับข้าราชบริพารผู้มีชื่อเสียง : (พระเก้าพันปี) เว่ยจงเสียน, (ราชาปีศาจแห่งกลียุค) ต่งจั๋ว (ตั๋งโต๊ะ) และ (เจ้าแห่งการจัดระเบียบจักรวาล) ธานอส]
ขณะที่ซูไท่ภาวนาเงียบ ๆ ร่างสามร่างก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ขันทีหน้าดุร้าย และชายอ้วนดุร้ายหน้าเต็มไปด้วยเนื้อ
ยังมีปีศาจมันม่วงอีกตนหนึ่ง ที่มีรูปร่างแปลก ๆ สูงยักษ์และไม่เหมือนมนุษย์เลย
“พระเก้าพันปี ราชาปีศาจ และธานอส ชื่อพวกนี้มันบ้าไปหน่อย!” เมื่อเห็นชื่อของทั้งสามคน ดวงตาของซูไท่ก็สว่างขึ้น เพียงชื่อก็ดูไม่อ่อนแอเลย
แต่เมื่อคิดถึงบทเรียนของสิงเต้าหรง เขาไม่สามารถตัดสินอะไรง่าย ๆ ได้
“เจ้าแห่งการจัดระเบียบจักรวาลคืออะไร?”
เมื่อใช้ความคิดศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบคนทั้งสาม เขาพบว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ตนเองสามารถมองทะลุระดับการฝึกฝนได้ นั่นคือ เว่ยจงเสียน
ระดับจื่อฝู่ขั้นต้นนั้นไร้ประโยชน์มาก
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ฉายาเป็นถึง “พระเก้าร้อยปี” คนแก่ที่มีชื่อน่ากลัวเช่นนี้เป็นคนประเภทเดียวกับสิงเต้าหรง
“พ่อบุญธรรม!” ในขณะนั้น จู่ ๆ หลู่ปู้ก็ตะโกนออกมา
เมื่อดูดี ๆ จะเห็นว่าเขาเรียกชายอ้วนที่ชื่อต่งจั๋ว
“เฟิ่งเซียนลูกชายข้า เป็นเจ้า ลูกทรพี!” ต่งจั๋วตกใจในตอนแรก จากนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความโกรธ และร่างกายที่อ้วนของเขาสั่นเทิ้ม
หลู่ปู้หันหน้าออกไปด้วยความรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตากับต่งจั๋ว
“เจ้าผู้ฆ่าบิดาและทรยศต่อพวกพ้อง วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!” ต่งจั๋วพูดอย่างดุดันและโกรธจัด แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ถึงความแตกต่างของความแข็งแกร่ง และไม่ได้ต่อสู้อย่างแท้จริง
หลังจากการโต้เถียง ซูไท่ยังได้รู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของต่งจั๋ว ซึ่งอยู่ในหยางบริสุทธิ์ขั้นต้น
ถึงแม้จะไม่เก่งเท่าหลู่ปู้ แต่ยังมีประโยชน์มาก
หลังจากหยุดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างทั้งสองแล้ว ซูไท่ก็เบนสายตาไปยังปีศาจมันม่วงตัวสุดท้าย ปราณของอีกฝ่ายไม่แข็งแกร่งนัก และแทบจะเหมือนกับจ้าวเกาเลยทีเดียว