- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 396 เฟิ่งหลวนก็คือเฟิ่งหลวน
ตอนที่ 396 เฟิ่งหลวนก็คือเฟิ่งหลวน
ตอนที่ 396 เฟิ่งหลวนก็คือเฟิ่งหลวน
ตอนที่ 396 เฟิ่งหลวนก็คือเฟิ่งหลวน
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงความแข็งแกร่งของตนเอง ก็มาถึงจุดสูงสุดของหยวนเสินขั้นปลายแล้ว
สิ่งสำคัญคือความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋ามีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น หาใช่เพียงการควบรวมอินหยางเท่านั้น
หลังจากยืดเส้นยืดสายแล้ว ซูอันก็เตรียมตัวกลับไปนอน
“หืม?”
ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่ามีสิ่งขวางกั้นโปร่งใสตั้งล้อมรอบเขาไว้
เมื่อพิจารณาจากปราณแล้ว คงจะเป็นฝีมือของชิงเซียนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใกล้ตัวเขา
เขาโบกมืออย่างอ่อนโยน ทำลายสิ่งกีดขวางออก
เพียงชั่วพริบตา ร่างของตี้ชิงเซียนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
“สามเดือนผ่านไปแล้ว ในที่สุดเจ้าก็บรรลุเส้นทางสู่การตระหนักรู้”
เดิมทีนางซ่อนความกังวลไว้ในดวงตา เมื่อสังเกตเห็นว่าความแข็งแกร่งของซูอันดีขึ้นอีก รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า
“สามเดือน นานขนาดนั้นเชียว” คิ้วของซูอันกระตุก
“ก็ไม่นานนักนะ” ตี้ชิงเซียนลังเล
“ข้าเห็นเจ้าเข้าสู่เส้นทางสู่การตระหนักรู้ จึงวางค่ายกลไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นรบกวนเจ้า”
ในความเป็นจริง สามเดือนเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งสำหรับผู้ฝึกตนในระดับหยวนเสิน
ทว่าผ่านไปเพียงสองปีเท่านั้นนับตั้งแต่ซูอันปลุกความทรงจำของนางขึ้นมา และชีวิตของเขาก็ยุ่งวุ่นวายมาก จู่ ๆ เวลาก็ถูกดึงไปอีกสามเดือนให้หลัง จึงไม่ทราบว่าตอนนี้โลกเจินอู่เป็นอย่างไร
“ท่านพ่อ อุ้ม!”
ทันใดนั้นก็มีร่างเล็ก ๆ กระโดดออกจากด้านข้าง และโผเข้าไปในอ้อมแขนของซูอัน
เส้นผมดำขลับและดวงตาที่เปล่งประกายราวกับดวงดาว เปี่ยมด้วยความผูกพันกับบิดา นางคือซูซู ลูกสาวของซูอัน
ด้วยเลือดและร่างกายที่แข็งแกร่ง จึงทำให้เด็กน้อยคนนี้เติบโตเร็วมาก ดูน่ารักราวกับหยกแกะสลักเลยทีเดียว
“ช่วงนี้ซูซูมาหาเจ้าทุกวันเลย” ตี้ชิงเซียนรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง
นางเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดู ทว่าเด็กหญิงตัวน้อยกลับมีความผูกพันกับพ่อที่แย่งกินนมเสียมากกว่า
นางซึ่งเป็นแม่มือใหม่ย่อมมีความรู้สึกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เฮอะเฮอะ” ซูอันหัวเราะ แล้วเอียงศีรษะเข้าไปใกล้ศีรษะเล็กๆ ของซูซู หัวใจรู้สึกอ่อนโยนขึ้น และกางแขนอีกข้างไปทางตี้ชิงเซียน
“มานี่สิ!”
ตี้ชิงเซียนผู้เป็นจักรพรรดินีชิง ดูเหมือนจะกลายเป็นคนเชื่องช้าเท่ากับมนุษย์ และล้มลงไปในอ้อมแขนของซูอันโดยไม่รู้ตัว หลังจากต่อต้านไปสองสามคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางก็มองไปที่ลูกสาวซึ่งกำลังยิ้มอย่างไร้เดียงสาอยู่ฝั่งตรงข้าม สุดท้ายก็ยิ้มจาง ๆ เช่นกัน
……
ณ ดินแดนต้องห้ามเสินหวง บรรพจารย์หงส์ลืมตาขึ้น
เสาทองแดงและโซ่เหล็กด้านหลังแตกหักจนสิ้น ปราณลึกลับและน่าสะพรึงกลัวค่อย ๆ แผ่ออกมา ราวกับมีเทพโบราณฟื้นคืนชีพ ส่งผลให้ตำหนักโลหิตหงส์โบราณที่แข็งแกร่งกว่าสมบัติวิญญาณใด ๆ สั่นไหวเล็กน้อย
โซ่ตรวนหลุดออกไปแล้ว มีเพียงความสุขในดวงตาของนาง “ถึงเวลาที่จะนำผลเต๋ากลับคืนมาแล้ว”
เมื่อโลกต้นกำเนิดเปลี่ยนไป ผู้บรรลุจำนวนมากก็ขึ้นสู่สวรรค์ ทว่านางคือผู้โชคร้ายที่สุด ต้องเผชิญกับคำสาปน่ากลัว และติดอยู่โลกต้นกำเนิดไม่รู้กี่หมื่นปี
วันนี้คำสาปถูกลบล้างจนหมดสิ้น และในอีกไม่นานนางก็จะได้ขึ้นสู่สวรรค์
“ไม่รู้ว่าตอนนี้จักรพรรดิสวรรค์และบรรพจารย์มังกรไปถึงระดับไหนแล้ว” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของนาง
“ในอดีตบรรพจารย์มังกรได้รับบทเรียนจากท่านอาจารย์...ช้าก่อน อาจารย์โผล่มาจากที่ใด!”
รอยยิ้มของบรรพจารย์หงส์ชะงักค้าง ท่าทีเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน “ข้าคงจะเลอะเลือนไปแล้ว!”
“อาจารย์...ท่านอาจารย์เป็นใคร? ไม่สิ ไม่เคยมีอาจารย์นะ!”
นางยกมือกุมศีรษะ สีหน้าไม่มั่นใจ และทันใดนั้นก็มีแววแห่งความร้อนรนปรากฏขึ้นในดวงตา
“ช่างเถอะ ต้องเอาผลเต๋าคืนมาก่อน!”
นางตั้งใจแยกผลเต๋าออกไปนานเกิน และสามารถไปถึงระดับบรรลุวิถีโดยสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อนำผลเต๋ากลับคืนมาเท่านั้น
นางหยุดคิดฟุ้งซ่าน และนึกถึงผลเต๋าอย่างจริงจัง
ในเวลาเดียวกัน บนยอดเขาเฟิ่งหมิงในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย
เฟิ่งหลวนที่กำลังฝึกตนอยู่ก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติในใจ นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางทิศตะวันตก หลังจากความเงียบยาวนาน ใบหน้าก็เริ่มแสดงถึงความตระหนักรู้
“เป็นเช่นนี้เอง”
“ข้าไม่ใช่ข้า แต่ก็ยังเป็นข้า”
ไม่แปลกที่การฝึกตนของนางดำเนินไปได้อย่างราบรื่นในช่วงนี้ นางไปถึงระดับหยวนเสินโดยไม่เผชิญกับความเสี่ยงใด ๆ ที่แท้นางก็เป็นผลเต๋าของการดำรงอยู่ต้องห้าม
วันนี้ต้องกลับไปสู่รากเหง้า กลับไปเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงอยู่ต้องห้ามอีกครั้ง
ครั้นได้เข้าใจอดีต นางก็อยากจะยิ้ม
ทว่าเมื่อนึกถึงผู้ชายสารเลวแต่อ่อนโยนคนนั้น ก็มีความคิดถึงเพิ่มขึ้นมา
“วันนี้ได้กลับเป็นตัวเอง แต่กลับรู้สึกลังเลไม่น้อยเลย” ในที่สุดนางก็ได้แต่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
ลำคอหยกหันไปมองม้วนกระดาษที่อยู่ข้างหลัง เป็นภาพวาดที่มีเพียงชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ในนั้น
ดวงตาคู่หนึ่งสงบนิ่งดุจทะเลสาบลึก หากมองใกล้ ๆ กลับดูเหมือนว่าอ่อนโยนมาก
เมื่อมองรอยยิ้มที่มุมปากของเขา คล้ายว่าจะมีเจตนาชั่วร้ายแอบแฝง
ภาพนั้นเป็นภาพของชายสารเลวที่นางวาดเอง การแขวนไว้ในห้อง บางทีทำให้รู้สึกเหมือนว่ามีตัวจริงมาอยู่ข้างกาย
นางยกมือขึ้นและสัมผัสม้วนกระดาษ “คุณชายซู ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้า หวังว่าข้าจะยังจำท่านได้”
เฟิ่งหลวนพูดเบา ๆ อย่างจนใจ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาต่อมา หงส์น้อยที่ขดตัวกลม ๆ อย่างไม่ชัดเจนก็โผล่ออกจากร่างของนาง ทว่ายังคงไว้ซึ่งสัมผัสอันสูงสุดของกระแสเสียงแห่งเต๋า เสมือนเป็นศูนย์รวมของความจริงแห่งจักรวาล
ขณะเดียวกันก็มีเสียงเย็น ๆ ดังขึ้นจากในโสตของนาง
“กำลังฟุ้งซ่านอะไร ข้าไม่ได้จะลบจิตสำนึกของเจ้าออกไปด้วยซ้ำ”
“จากนี้ไป เจ้าก็คือเจ้า!”
ไม่รู้เพราะเหตุใด เฟิ่งหลวนคล้ายจะได้ยินแววผิดหวังจากในคำพูดนั้น
คงจะเป็นภาพหลอน...
เมื่อมองผลเต๋าหายไปต่อหน้าต่อตา เฟิ่งหลวนก็รู้สึกว่าร่างกายของตนผ่อนคลายลง และความสุขโดยสัญชาตญาณก็เกิดขึ้นจากส่วนลึกของหัวใจ
เหมือนตั้งแต่นั้นมา นางเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์
นางคือเฟิ่งหลวนเท่านั้น!
“คุณชายซู ท่านคือดาวนำโชคของข้าจริงๆ”
เทพธิดาเฟิ่งจ้องมองภาพเหมือนของซูอันด้วยความหลงใหล มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้น
เมื่อสามารถเป็นตนเองได้ ใครจะอยากเป็นคนอื่น
และอีกด้านหนึ่ง บรรพชนหงส์ถอนสายตาออก และเตรียมผสานผลเต๋า
เฟิ่งหลวนเป็นเพียงจิตสำนึกที่ได้รับจากผลเต๋าของนาง ไม่เท่ากับผลเต๋าของตนเองโดยสมบูรณ์
อาจกล่าวได้ว่าเป็นอีกชาติที่นางเลือกได้ จะลบทิ้งหรือไม่ก็ทำได้เพียงใช้ความคิด
เมื่อนางเรียกคืนผลเต๋าในครั้งนี้ ได้ตัดเฟิ่งหลวนออกจากผลเต๋าและเปลี่ยนให้กลายเป็นชีวิตใหม่อีกหนึ่งชีวิต
นางไม่ได้นำพลังวิญญาณของเฟิ่งหลวนกลับคืนมาด้วย มิหนำซ้ำยังนึกดูแคลนพลังที่ด้อยกว่านั้น
เมื่อผลเต๋ากลับมา พลังของนางก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปราณที่เหนือโลกแผ่คลุมร่างกาย ราวกับกำลังจะขี่สายลมกลับบ้าน
ข้ามพ้นโลกต้นกำเนิด ข้ามพ้นสายน้ำยาวแห่งมิติเวลาในโลกนี้
ระดับบรรลุวิถี ค่อย ๆ หลุดออกจากการควบคุมของโลกต้นกำเนิดไปแล้ว
เพียงพริบตา ปราณของนางอยู่เหนือกว่าสภาวะที่เรียกว่าจุดสูงสุดของหยวนเสินขั้นปลาย
เหมือนกับปลากระโดดออกจากน้ำ และเข้าไปในประตูมังกร โลกแตกต่างไปมากนับตั้งแต่นั้น
บนท้องฟ้าเหนือดินแดนต้องห้ามเสินหวง จิตอันสูงส่งและสง่างามเหมือนจะตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่นี่ได้ และจ้องมองมาที่นี่
อย่างไรก็ตาม มีเสียงคำรามที่เย็นชาดังขึ้นในตำหนักโลหิตหงส์โบราณ ขับไล่จิตนั้นหายไปทันที
บรรพจารย์หงส์มองไปทางอื่นด้วยใบหน้าเย็นชา สำหรับนางแล้ว เดิมทีเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งในระดับบรรลุวิถี คราวนี้นางเพียงนำผลเต๋ากลับคืนมา ก็ทำให้ตนเองสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจักไม่มีอันตรายเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ภาพความทรงจำที่สมบูรณ์หวนคืนมา ทำให้ใบหน้าของนางประเดี๋ยวซีดประเดี๋ยวแดง
บางครั้งก็เขินอาย บางครั้งก็โกรธเคือง
“อาจารย์”
“ซู! อัน!”
นางกัดฟันกรอด ความทรงจำสองอย่างที่แตกต่างกัน ได้เชื่อมโยงกันอยู่ในจิตใจนาง ทำให้นางค่อย ๆ เข้าใจทุกสิ่ง
ไอ้สารเลวนั่นกล้าดีอย่างไร!
เขาใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่นางแยกจากผลเต๋า แล้วกลับไปแก้ไขอดีต ทำให้นางได้รับการเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเป็นสาวน้อย และได้รับการสั่งสอนความรู้แปลกๆ จากเขาด้วย