- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 364 เปิดศึก ณ โลกเทพเสมือน
ตอนที่ 364 เปิดศึก ณ โลกเทพเสมือน
ตอนที่ 364 เปิดศึก ณ โลกเทพเสมือน
ตอนที่ 364 เปิดศึก ณ โลกเทพเสมือน
“เจ้าคือเทพราชาแห่งชีวิตองค์ใหม่อย่างนั้นหรือ?” นางพยายามฝืนเปลือกตาที่กำลังจะปิดลงอีกครั้ง
กงเสวียนชิงไม่เข้าใจเจตนา จึงลองสัมผัสยันต์หยกที่เชื่อมโยงกับชีวิตของตนดู ทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยปากว่า “ใช่ข้าเอง”
“เช่นนั้นก็ดี เจ้า...หาว เจ้าตามข้ามา”
เทพแห่งความเกียจคร้านโบกมือเบาๆ พลังวิเศษได้ห่อหุ้มร่างของกงเสวียนชิงแล้วพาเหาะออกจากวิหารแห่งการต้อนรับ
เหล่าผู้บำเพ็ญเฝ้ายามในวิหารต่างมองหน้ากันด้วยความเสียดาย ที่พลาดโอกาสการได้รับความสนใจจากเทพราชาแห่งชีวิตองค์ใหม่
เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของจุดยึดภายในร่างกาย กงเสวียนชิงรับรู้ได้ทันทีว่าซูอันกำลังจะมาถึง จึงไม่ขัดขืนต่อพลังของเทพแห่งความเกียจคร้านผู้นี้
ในไม่ช้า ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงป่าแห่งชีวิต
หลังจากวางร่างของกงเสวียนชิงลงข้างกายเทพีเซิงมิ่ง เทพแห่งความเกียจคร้านก็รู้สึกถึงความง่วงซึม ทำการเกาะรัดหญิงสาวผู้มีผมสองสีและดวงตาสีแดงไว้
“พาคนมาให้แล้ว ข้านอนล่ะ”
พูดยังไม่ทันขาดคำ นางก็ผล็อยหลับไปเสียแล้ว
“เกียจคร้านจริงๆ!” หญิงสาวที่มีดวงตาสีแดงมองเทพแห่งความเกียจคร้านที่นอนหลับอยู่บนร่างตนด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ดวงตาของนางแสดงความไม่พอใจ แต่ก็ยังขยับตัวเบาๆ เพื่อให้เทพแห่งความเกียจคร้านนอนสบายขึ้น
“อิจฉานางที่ไม่ต้องคิดมากอันใดเลย ช่างมีความสุขเหมือนกับจอมตะกละเสียจริง”
“เหตุใดคนเช่นนี้ถึงได้เป็นถึงเทพราชา ทำไมไม่ใช่ข้ากัน!”
หญิงสาวผิวเขียวอมฟ้า สวมผ้าโพกหัวสีม่วงที่อยู่ด้านข้างมองด้วยสายตาอิจฉา
“เอ๊ กรุบ กรุบ มีอันใดหรือ?” หญิงสาวใบหน้ากลมที่กำลังเคี้ยวอาหารคำโตด้วยความเพลิดเพลิน เงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินว่ามีคนพูดถึงชื่อตน
“ไม่มีอันใดหรอกน่า กินไปเถอะ!” หญิงสาวผ้าโพกหัวสีม่วงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะยัดกล้วยเข้าไปในปากของนาง
“อื้อหืม ดีจัง”
จอมตะกละไม่ได้โกรธแต่อย่างใด กลับยิ้มอย่างมีความสุขและกินต่อไป “กรุบกรุบ...”
ท่าทางเช่นนี้ แม้แต่คนอื่นก็ยังรู้สึกเจริญอาหารตาม
ทันใดนั้นได้มีมือคู่หนึ่งยื่นมาจากด้านหลังแล้วบีบเอวของนางเบาๆ จนเกิดเป็นรอยย่น ทำให้นางชะงักการเคี้ยวและก้มมองอย่างไม่พอใจ
“อ๊า พุงป่องอีกแล้วสิ”
นางเบ้ปากแล้วตบพุงของตัวเองแรงๆ
ทันใดนั้น ท้องก็กลับมาเรียวเล็กดังเดิม
กงเสวียนชิงละสายตาจากคนกลุ่มนี้แล้วมองไปยังรอบตัวที่เต็มไปด้วยสาวงาม
สุดท้ายสายตาของนางก็มาหยุดที่หญิงสาวชุดเขียวที่กำลังแผ่พลังแห่งชีวิตตรงหน้า นางสัมผัสได้ถึงพลังแห่งเทพที่อยู่ในตัวหญิงสาวผู้นี้ เหมือนกับพลังของนางทุกประการ
“เทพีเซิงมิ่งงั้นหรือ?” นางเอ่ยถาม
“ใช่ ข้าเอง ทายาทรุ่นหลัง” เทพีเซิงมิ่งพยักหน้าเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอันอ่อนโยน
“ที่ข้าเรียกเจ้ามาในครั้งนี้ก็เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องการจะถามเจ้า”
น้ำเสียงอันอ่อนโยน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกถึงการคุกคามแม้แต่น้อย
ผิดกับเทพีกวงหมิงที่กำลังแกว่งเท้าเล่นอยู่บนเก้าอี้หิน นางมีความตรงไปตรงมายิ่งกว่า ตาโตคู่กลมกะพริบปริบๆ พร้อมกับถามออกมา “รีบบอกมาว่าเหตุใดเจ้าถึงได้ผ่านบททดสอบศักดิ์สิทธิ์เร็วเช่นนี้ หรือว่าเจ้าทุจริตกัน!”
เมื่อได้ยินคำถามพร้อมถูกจ้องด้วยดวงตาคมกริบคู่นั้น กงเสวียนชิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าขึ้นมา
นางทุจริตจริงๆ เพราะบททดสอบในช่วงหลังๆ ญาติผู้พี่ของนางเป็นผู้จัดการให้ทั้งหมด
แต่ทันใดนั้น นางก็สัมผัสได้ถึงการสั่นไหวของจุดยึดภายในร่างกาย ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
“ก็แค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ไม่มีผู้ใดบอกว่าบททดสอบศักดิ์สิทธ์ห้ามใช้วิธีอื่นนี่” นางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ดวงตาของเทพีเซิงมิ่งหรี่ลงเมื่อจับสังเกตสีหน้าของกงเสวียนชิงมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
สิ่งใดกันที่ทำให้ทายาทผู้นี้มั่นใจได้ถึงเพียงนี้
แล้วปัญหาจริง ๆ มันคืออันใดกันแน่?
“ดีล่ะ กล้าใช้กลอุบายเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ ถือเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมรับได้!” เมื่อเทพีกวงหมิงได้ยินแล้วก็ให้การสนใจทันที ก้าวขาเล็ก ๆ ของนางเดินมาด้านหน้าอย่างโกรธเคือง พร้อมดวงตาที่เปล่งประกาย
“รีบบอกข้ามา ว่าใช้กลอุบายอันใดถึงหลอกลวงศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนได้ แล้วข้าจะยกโทษให้”
“กวงหมิง...”
เทพีเซิงมิ่งยกมือขึ้นแตะหน้าผากของตนด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาๆ ออกมา
ดูเหมือนว่านางจะทนไม่ไหวแล้ว
ณ ขณะนั้นเอง ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
จู่ๆ ประตูที่คล้ายกับผิวน้ำก็ปรากฏขึ้นระหว่างกงเสวียนชิงและเทพีกวงหมิง
มือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากประตูนั้น จับเข้าที่ท้ายทอยและยกเทพีกวงหมิงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขึ้นพร้อมกับซูอันก้าวออกจากประตูเป็นคนแรก เมื่อเห็นสาวน้อยในมือ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
สาวน้อยผู้นี้มาจากที่ใดกันถึงคว้ามาเสียได้!
เมื่อเห็นใบหน้าของสาวผมขาวที่ยังงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซูอันจึงยื่นมือไปบีบแก้มที่นุ่มและเด้งเหมือนวุ้นของนางด้วยความเอ็นดู
“อะ อ๊า กล้าดีอย่างไรกัน! ข้าคือเทพีกวงหมิง เทพราชาแห่งแสง ผู้ปกครองโลกเทพเสมือน! เจ้ามนุษย์ถือดีอย่างไรมาลบหลู่เทพ!”
ในที่สุดเทพีร่างเล็กผู้นี้ก็ได้สติ นางเหวี่ยงแขนเล็กๆ ของนางไปมาอย่างเดือดดาล พยายามคว้าใบหน้าของซูอัน ดวงตากลมโตของนางลุกวาวไปด้วยเปลวโทสะ
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้โจมตีก็ถูกเหวี่ยงออกไปกลางอากาศ แล้วตกลงไปอยู่ในอ้อมกอดของเทพีเซิงมิ่งอย่างนุ่มนวล
“เดี๋ยวท่านอาจะกลับมาเล่นกับเจ้าใหม่นะ” ซูอันชักมือกลับแล้วสังเกตการณ์รอบข้างอย่างใจเย็น
สาวงามเหล่านี้ช่างยั่วยวนใจเหลือเกิน ถ้าหากว่าแววตาของพวกนางไม่ได้แสดงออกถึงความเกลียดชังอย่างชัดเจน
“ดูเหมือนเทพีจะอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว เช่นนั้นข้าฝากให้พวกเจ้าจัดการแล้วกัน”
ซูอันกล่าวกับสตรีทั้งห้าที่เดินตามออกมาทีหลัง
“เจ้าคือผู้ใดกัน!” เทพีเซิงมิ่งอดไม่ไหวอีกต่อไปและเอ่ยถามขึ้น สายตาของนางเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อเห็นหญิงสาวทั้งห้าที่อยู่ด้านหลังซูอัน หัวใจของนางก็ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งกว่าเดิม
เทพราชา!
ทุกคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งเทียบเท่าเทพราชา
แม้จะเป็นเพียงเทพราชาระดับต้น แต่ก็ถือได้ว่าเป็นเทพราชาอย่างแท้จริง!
โดยเฉพาะชายผู้เป็นผู้นำกลุ่ม นางเองก็ไม่อาจรับรู้ถึงขอบเขตพลังของเขา
หรือว่านี่จะเป็นหายนะของโลกเทพเสมือนที่นางเคยสัมผัสถึงกัน
เทพีองค์อื่นๆ ต่างก็ระวังตัวและพร้อมที่จะต่อสู้ในทันที
กระทั่งเทพแห่งความเกียจคร้านก็ถูกพี่น้องของนางตบปลุกด้วยสองฝ่ามือ จนสะลึมสะลือควักเอาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ออกมาในท่าทีพร้อมรบ
แม้ซูอันไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่มู่หนิงเจินที่อยู่ด้านหลังกลับก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมชักกระบี่ยาวชี้ไปยังเทพีเซิงมิ่ง และจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาต่อสููู้
“ตั้งแต่บรรลุหยวนเสินมา ข้ายังไม่เคยลองใช้พลังอย่างเต็มที่ หวังว่าวันนี้จะได้ลองพลังอย่างเต็มที่เสียที”
“หึ ปล่อยให้พวกข้าจัดการเถอะ” เจ้าตำหนักไท่อินที่อยู่ด้านหลังสุด มองไปยังเหล่าเทพีแล้วหันมายิ้มให้ซูอัน
ในขณะนี้ กลิ่นอายที่ไม่เข้ากับโลกเทพเสมือนได้ดึงดูดความสนใจจากเหล่าเทพองค์อื่นๆ
ที่พักของเทพราชาทั้งสอง ทั้งเหวลึกแห่งโทษทัณฑ์ และดินแดนแห่งนิรันดร์ ต่างส่งสัญญาณพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในเวลาเดียวกัน
“มีผู้บุกรุก จัดการมัน!”
เสียงดังกังวานราวกับเสียงสวรรค์ดังขึ้น
ทั้งโลกเทพเสมือนสั่นสะเทือน เหล่าเทพนับพันเมื่อได้รับคำสั่งก็ต่างพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปยังป่าแห่งชีวิต
แสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายเจิดจ้าไปทั่ว โลกทั้งใบสั่นสะเทือน ภาพนั้นยิ่งใหญ่ตระการตาเกินจะบรรยาย
แต่ในขณะนั้นเอง แสงสีดำเส้นหนึ่งได้พุ่งเข้าไปที่เหล่าเทพนับร้อยที่บินอยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยเสียงร้องครวญครางดังกึกก้อง
ดั่งภัยพิบัติครั้งสุดท้ายได้มาถึง พลังอันยิ่งใหญ่ของเหล่าเทพค่อยๆ สลายไป เนื้อหนังที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าถูกพลังมืดกัดกร่อน แม้แต่กระดูกที่แข็งแกร่งดุจทองคำก็ค่อยๆ ผุพัง
พลังมืดอันน่าสะพรึงกลัวเกาะติดตัวเทพเหล่านั้นราวกับโรคร้าย กัดกินทุกสรรพสิ่งของพวกเขาและก่อกำเนิดเป็นพลังมืดขึ้นมา
เมื่อเหล่าเทพองค์อื่นได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ต่างก็หยุดนิ่ง สีหน้าพวกเขาแสดงความหวาดกลัวสุดขีดออกมา
ในบรรดาเทพหลายร้อยองค์นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่เทพชั้นรองและเทพชั้นกลางเท่านั้น แต่ยังมีเทพสูงสุดอยู่ด้วย!