เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 352 หยวนอันหวาง

ตอนที่ 352 หยวนอันหวาง

ตอนที่ 352 หยวนอันหวาง


ตอนที่ 352 หยวนอันหวาง

แม้ว่ามือใหญ่ของซูอันจะก่อความลำบากให้เป็นครั้งคราว แต่หงเสายังสามารถอ่านพระราชโองการได้อย่างราบรื่นและทุกคำฉะฉานทรงพลัง

เมื่ออ่านจบแล้วนางจึงม้วนพระราชโองการและปัดมือของซูอันออกไปด้วยความโกรธ

“ซูหวางเยี่ย โปรดรับพระราชโองการด้วย” (หวางเยี่ย คือ ท่านอ๋องในสำเนียงฮกเกี้ยน แต่เรื่องนี้ใช้สำเนียงจีนกลางตั้งแต่ตำแหน่ง จักรพรรดิ จึงใช้หวางเยี่ย)

ซูอันถอนมือออกด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสาแล้วหยิบพระราชโองการ จากนั้นประสานมืออย่างมีมารยาท “กระหม่อมน้อมรับพระราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าบาท”

เพียงแต่นอกจากซูอันแล้วไม่มีใครกอดผู้หญิงระหว่างรับพระราชโองการแน่นอน

“ขอบคุณมากพี่หงเสา”

พูดจบ เขาก็วางพระราชโองการไว้ข้างเตียง จากนั้นจึงเกาะติดกับพี่หงเสาอย่างตะกละตะกลาม

หากคนอื่นกล้าเมินเฉยต่อพระราชโองการเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงรางวัล เพราะหงเสาจะกลับไปทูลรายงานแล้วรอรับอาญาได้เลย

แต่สำหรับซูอันแล้วนางทำอะไรไม่ได้จริงๆ

แน่นอนว่าคนธรรมดาไม่มีทางที่หงเสาจะมาประกาศพระราชโองการด้วยตัวเอง

“เจ้าน่ะหรือคือหวางเยี่ย!” หงเสาใช้นิ้วจิ้มแก้มของซูอันและรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน

นี่ไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมของต้าซางเลย

นับตั้งแต่ก่อตั้งแคว้น มีหวางเยี่ยอยู่ไม่เกินยี่สิบคนเท่านั้น

แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นพระโอรสของจักรพรรดิก็ไม่ได้สวมมงกุฎหวางเยี่ยเสมอไป หากต้องการบรรดาศักดิ์นี้ต้องสร้างผลงานให้มาก

สำหรับบรรดาศักดิ์หวาง อย่างน้อยต้องมีพลังวิญญาณและมีส่วนช่วยเหลือบ้านเมืองอย่างมาก สิ่งสำคัญคือต้องแซ่ซู

เดิมนางอยากเห็นความประหลาดใจของเสี่ยวอันจื่อ

ผลก็คือเสี่ยวอันจื่อคนนี้สงบมาก

ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ นางคงแกล้งซูอันวัยเด็กให้มากกว่านั้น ใครจะรู้ว่าเมื่อเขาเติบโตขึ้นแล้วจะไม่น่ารักเอาเสียเลย

“อืม ข้ารู้สึกขอบคุณมากจริงๆ”

ซูอันกะพริบตามองปริบๆ เขารู้สึกแปลกใจที่ได้รับบรรดาศักดิ์หวาง แต่ชื่อหยวนอันหวางก็ไม่เลวเช่นกัน

แต่ก็แค่นั้น

หลังจากครองบรรดาศักดิ์หวางแล้วก็ไม่ได้ยืนยันว่าเขาจะสามารถย้ายไปที่ตำหนักไท่หยวนได้

มันเป็นเพียงบรรดาศักดิ์ อย่างมากก็เปลี่ยนให้คนอื่นเรียกเขาว่าหวางเยี่ยแทนโหวและพลังอำนาจก็จะเพิ่มขึ้นอีก

เขาจะไม่ตายอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจเรื่องการสืบทอด

“เอาล่ะ อย่าก่อกวน” หงเสาปัดมือของซูอันออกไปอีกครั้งแล้วใช้พลังเวทเพื่อลดสีแดงของใบหน้าและลุกขึ้นยืน “ข้าต้องกลับไปรับใช้ฝ่าบาท สำหรับรางวัลที่เจ้าได้รับเหล่านั้นถูกวางไว้ที่ลานบ้านด้านหน้าแล้ว เจ้าสามารถไปตรวจสอบได้”

หงเสาไม่ใช่คนเดียวที่มาประกาศพระราชโองการ แต่คนอื่นๆ อยู่แค่ที่ลานบ้านด้านหน้าของจวนโหว

หงเสาเข้าใจว่าซูอันเพิ่งกลับจากอีกโลกหนึ่ง นางจึงมาที่ข้างเตียงของซูอันเพื่อประกาศพระราชโองการแก่เขา ใครจะรู้ว่าเสี่ยวอันจื่อกล้าหยอกล้อนางจริงๆ

เมื่อเหลือบมองสาวน้อยที่นอนมุดผ้าห่มอยู่และแสร้งไร้ตัวตนสุดๆ นางจึงยิ้มแล้วเดินออกจากห้อง แต่ทันใดนั้นนางก็จำเรื่องหนึ่งได้และหยุดเดินเพื่อเตือนว่า “จริงสิ เสี่ยวอันจื่อ อย่าลืมเดินทางเข้าวังแต่เช้า มิฉะนั้นฝ่าบาทจะกริ้วได้”

“ข้ารู้แล้ว ขอบคุณพี่หงเสา ทำให้พี่หงเสาลำบากแล้ว” ซูอันก็ยืนขึ้นและยัดขวดหยกใส่มือของหงเสาด้วยความหมายลึกซึ้งในดวงตา

ถ้าคนอื่นได้เห็นฉากนี้คงจะคิดแค่ว่าพวกนางกำลังซื้อขายของผิดกฎหมาย

หงเสาไม่ได้มองใกล้ๆ แค่เก็บขวดหยกแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้ายังมีมโนธรรม”

เมื่อพูดจบแล้วนางไม่รั้งรออยู่นานและเดินทางออกจากจวนซู

ระหว่างทาง นางเปิดขวดหยกด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงได้กลิ่นหอมสดชื่นลอยออกมาซึ่งเป็นยาอายุวัฒนะสีขาวบริสุทธิ์ที่คุ้นเคย

ทันใดนั้นนางก็รู้สึกเขินอาย “เสี่ยวอันจื่อตัวแสบ!”

เดิมนางคิดว่ามันเป็นของขวัญที่เสี่ยวอันจื่อนำมาฝากจากโลกเจินอู่ แต่กลับกลายเป็นของเช่นนี้ เขาคิดว่านางจะถูกหลอกอีกครั้งหรือ!

นางอยากทำลายขวดหยก แต่ก็จดจำกลิ่นจากขวดยาได้ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่เป็นของเสี่ยวอันจื่อ และในที่สุดนางก็เก็บมันไว้ในแหวนจัดเก็บด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

“ข้าไม่อยากได้หรอก แค่ป้องกันไม่ให้เสี่ยวอันจื่อใช้ทำร้ายคนอื่นนั่นแหละ”

หลังจากหาข้ออ้างให้ตัวเองเช่นนี้ นางก็รู้สึกสบายใจ

……

การที่ซูอันได้บรรดาศักดิ์หวางนั้นไม่ต้องเดาว่าจะทำให้เมืองหลวงวุ่นวายเพียงใด

ซูอันเพิ่งกลับไปนอนกอดพี่สะใภ้แล้วหลับไปอีกครั้ง

จากนั้นเขาก็ตื่นนอนและเก็บรางวัลที่ลานบ้านด้านหน้า หลังจากอธิบายสิ่งต่างๆ ให้พวกผู้หญิงฟังแล้ว เขาก็มาที่ตำหนักไท่หยวน

แสงในตำหนักนุ่มนวล จักรพรรดินีนั่งข้างเตียง เท้าหยกของนางวางเบาๆ บนพรมปูพื้น เล็บเท้าสีชมพูเสริมส่วนโค้งของเท้าที่สมบูรณ์แบบและดูน่ารักด้วย เสื้อคลุมของจักรพรรดิถูกสวมแบบสบายๆ เผยให้เห็นน่องสีขาวคล้ายหยกครึ่งหนึ่ง

ในเวลานี้นางถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือและกำลังตั้งใจอ่านมันอยู่ มีรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าราวกับว่านางหลงใหลมันมาก

ความงามนั้นราวกับบทกวีหรือภาพวาด สายตาของนางก็ดึงดูดจิตวิญญาณ

ซูอันอยากรู้อยากเห็นจึงเดินเข้าไปเงียบๆ จนถึงเตียงหงส์และยื่นหน้าไปดูว่าฝ่าบาทกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่

ทันใดนั้น จักรพรรดินีก็เงยหน้าขึ้นและวางหนังสือไว้ข้างหลังโดยอัตโนมัติ

“มาแล้วหรือ?” รอยยิ้มบนใบหน้างามหายไป

ซูอันแสร้งมองไปทางอื่น คุกเข่าลงและยิ้มประจบ “ฝ่าบาท กระหม่อมอยู่นี่แล้ว”

“ยังจำทางมาได้!” มุมปากของจักรพรรดินีมีแววประชดประชัน “ใต้เท้าซูเป็นคนมีงานยุ่งจริงๆ หากข้าไม่ส่งคนไปเชิญ เกรงว่าเจ้าจะยังยุ่งอยู่ในบ้านที่แสนอ่อนโยนนั้น”

“ข่าวลือทั้งนั้น ฝ่าบาท ทั้งหมดนี้เป็นข่าวลือ!” ใบหน้าของซูอันเริ่มเคร่งขรึมเมื่อได้ยินสิ่งนี้และรีบโอดครวญ “หลังจากที่กระหม่อมรีบกลับมายังเมืองหลวง กระหม่อมก็ตั้งใจฝึกรวบรวมพลังวิญญาณ กระหม่อมจะเอาเวลาที่ไหนไปเพลิดเพลินกับชนบทที่อ่อนโยน กระหม่อมไม่ใช่คนเหลวไหล แต่มีคนกำลังใส่ร้ายกระหม่อมและทำลายชื่อเสียงของกระหม่อม!”

ทันใดนั้น เขาก็ยื่นมือออกไปจับเท้าหยกที่อยู่ตรงหน้ามาไว้ในอ้อมแขนและน้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้น “เมื่อพูดถึงความอ่อนโยน พี่รั่วซีอ่อนโยนกับข้าที่สุด”

หงเสาที่ยิ้มอยู่ข้างๆ เริ่มแข็งทื่อ

เสี่ยวอันจื่อกล้ากล่าวหาว่านางใส่ร้ายเขา

จักรพรรดินีเหยียบเบาๆ บนมือของซูอันที่จับฝ่าเท้านางอยู่ สายตาที่เย็นชาของนางหายไปมาก

“จริงหรือ?”

“จริงแท้แน่นอน!” ซูอันพูดอย่างเด็ดขาดและค่อยๆ ลูบเท้าหยกที่เหยียบทับฝ่ามือไว้ด้วยมืออีกข้าง

นิ้วของเขาหยอกเย้าเล่นกับนิ้วเท้าเรียวเหล่านั้น

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง จักรพรรดินีก็ทนไม่ไหวและดึงเท้าของนางออก แต่ซูอันใช้โอกาสนี้คว้าจับเท้าหยกทั้งสองข้างไว้ในอ้อมแขนเหมือนเศรษฐีผู้ละโมบที่ต้องการเอาสมบัติมาเป็นของตนทั้งหมด

เมื่อรู้สึกถึงมือของซูอันที่เล่นระหว่างเท้าเปลือยเปล่าและน่องของนาง ร่างกายของจักรพรรดินีก็อดสั่นไหวไม่ได้

ที่ผ่านมานางไม่ได้คิดว่ามันเป็นอะไร

ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องปกติที่จะให้น้องชายนวดเท้าของพี่สาว

นางรังแกเสี่ยวอันจื่อมาตั้งแต่เด็กและไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดปกติ

แต่หลังจากอ่านบท ‘ซูเสี่ยวอันใช้เท้าของจักรพรรดินีเป็นครั้งแรก’ นางก็ไม่สามารถมองพฤติกรรมประเภทนี้ให้เป็นปกติได้และมักรู้สึกอึดอัดเสมอ

โดยเฉพาะเทคนิคการนวดที่เป็นเอกลักษณ์ของซูอัน ช่างเหมือนเทคนิคในหนังสือเกี่ยวกับการเล่นเท้าหยกมากกว่าการนวดแบบจริงจัง

เสี่ยวอันจื่อคนนี้ใจกล้าเกินไปไหม

นางพยายามดึงเท้าออก แต่น่าเสียดายที่ซูอันจับไว้แน่น ราวกับว่าโลภสมบัติและปฏิเสธที่จะปล่อย ดังนั้นนางจึงดึงเท้าออกมาไม่ได้

ด้วยความสิ้นหวัง จักรพรรดินีทำได้เพียงเปลี่ยนกลยุทธ์โดยยกมือเปล่าขึ้นเบาๆ เพื่อแสดงความสง่างาม “ตอนนี้ใต้เท้าซูเป็นหวางเยี่ยแล้ว ไม่ต้องทำเช่นนี้อีก หงเสา ยกเก้าอี้ให้ใต้เท้าซูนั่ง”

“เพคะฝ่าบาท” หงเสารับคำสั่งและเตรียมที่จะยกเก้าอี้

“ไม่เอา!” ซูอันรีบหยุดหงเสา จากนั้นปล่อยเท้าหยกในมืออย่างไม่เต็มใจแล้วพูดด้วยสายตาที่จริงใจ “ฝ่าบาท ในใจของกระหม่อมยังเป็นเสี่ยวอันจื่อของพระองค์ตลอดไป ไม่ว่าเป็นโหวหรือหวาง การสามารถรับใช้ฝ่าบาทยังเป็นความปรารถนาสูงสุดของกระหม่อมและกระหม่อมอยากจะคุกเข่าลงแบบนี้”

เสียงของเขาจริงใจและเต็มไปด้วยอารมณ์

จบบทที่ ตอนที่ 352 หยวนอันหวาง

คัดลอกลิงก์แล้ว