เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 351 รับพระราชโองการ

ตอนที่ 351 รับพระราชโองการ

ตอนที่ 351 รับพระราชโองการ


ตอนที่ 351 รับพระราชโองการ

“เสื้อผ้าเหล่านั้นเป็นของพี่อันก็จริง แต่เทียบไม่ได้กับพี่อันตัวจริง!”

ร่างกายของเยี่ยหลีเอ๋อร์กอดรัดซูอันเหมือนงูน้ำ ศีรษะของนางฝังอยู่ตรงซอกคอของซูอัน

“พี่อัน หลีเอ๋อร์คิดถึงท่านมาก”

คราวนี้เยี่ยหลีเอ๋อร์ดึงดันเป็นเวลาหนึ่งเค่อ

สำหรับโลกภายในคือหกวันหกคืน

……

ในห้อง ตี้เมิ่งเหยาเอามือกุมหัวด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย

จวนโหวที่ไม่มีซูอันนั้นไม่น่าสนใจเลย

เมื่อไม่สามารถมัดเยี่ยหลีเอ๋อร์ไว้ในห้องลับเพื่อแก้แค้นได้ก็ไม่มีอะไรทำนอกจากการฝึกตน

และด้วยเหตุผลใดมิทราบ แต่ในทุกวันนี้อาหญิงดูเหมือนจะใส่ใจนางน้อยลง

นางไม่ได้คิดไปเอง

ในอดีต จดหมายที่อาหญิงส่งมาเต็มไปด้วยคำทักทายและความกังวล แต่ตอนนี้มีเพียงประโยคลวกๆ หนึ่งหรือสองประโยค จากนั้นก็บอกให้นางติดตามซูอัน

เห็นได้ชัดว่าไม่มีสถานการณ์เช่นนี้ในความทรงจำของชาติก่อน!

“ความรักหมดลงจริงหรือ?” นางพึมพำกับตัวเองด้วยความเศร้าขณะมองจดหมายสั้นๆ ในมือ

“ความรักไม่ได้หมดลง แต่ความรักเพียงถูกแบ่งปัน” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ตอบรับคำพูดของนาง

หนุ่มมากเสน่ห์กลับมาแล้ว!

ตี้เมิ่งเหยาหันไปมองพร้อมดวงตาเปี่ยมสุข ทว่าก่อนที่นางจะทันได้พูด ซูอันก็นั่งอยู่ที่ขอบเตียงด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่ง

“เมิ่งเหยา จงก้มหัวให้ข้า!”

“ก้ม ก้มหัว?” ตี้เมิ่งเหยาพึมพำสองคำนี้ จากนั้นตบโต๊ะแล้วพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว “ข้าเป็นองค์รัชทายาทเผ่าปีศาจและเป็นหน้าตาของราชสำนักเผ่าปีศาจ ซูอัน เจ้าอวดดีมาก!”

หลังจากนั้นไม่นาน ตี้เมิ่งเหยาก็คุกเข่าอยู่ข้างเตียงพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ

“หญิงสาวคนนี้มีความตั้งใจจะต่อต้านจริงๆ” ซูอันเอ่ยชมขณะที่มองตี้เมิ่งเหยาดื่มน้ำนม

ความตั้งใจที่จะต่อต้านไม่ได้หมายถึงสิ่งอื่นใด แต่เป็นความปรารถนาของตี้เมิ่งเหยาที่จะยืนหยัดและขังเขาไว้ในห้องลับ

เมื่อระดับพลังวิญญาณของเขาดีขึ้น ความลึกลับต่างๆ ของ ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ ก็ค่อยๆ ถูกเปิดเผย

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ตี้เมิ่งเหยากำลังคุกเข่าต่อหน้าเขาแต่เขารู้สึกได้ว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการทำคือการมัดเขาและลิ้มรสเขา

เกรงว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้หญิงคนนี้จะยอมแพ้โดยสมบูรณ์

“ช่วยไม่ได้ คราวหน้าจะลองพาจักรพรรดินีชิงเซียนมาไว้ต่อหน้าเจ้า...อืม อาจลองดูได้”

หลังจากคิดวิธีนี้แล้ว ซูอันก็รู้สึกว่ามันเป็นไปได้

จากนั้นเขาก็ไปเยี่ยมถังซืออวิ๋นซึ่งพลังวิญญาณได้มาถึงระดับจื่อฝู่แล้ว เขามอบยาหยกขาวให้นางสองสามขวด เขายังไปมีช่วงเวลาที่ดีกับพี่สะใภ้ด้วยและเมื่อเห็นว่าใกล้จะดึกแล้ว เขาจึงกอดร่างบอบบางของพี่สะใภ้และหลับไปอย่างสงบ

การนอนหลับถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต

……

ราชสำนักเผ่าปีศาจ ตำหนักของจักรพรรดินีชิง

เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่จักรพรรดินีชิงไม่ได้ออกจากตำหนักเลย

มีการประกาศว่านางกำลังกักตนและไม่มีข้าราชบริพารใดพบเห็น มีเพียงนางกำนัลที่รับใช้ใกล้ชิดจักรพรรดิชิงเซียนในตำหนักจักรพรรดิเท่านั้นที่รู้ว่าฝ่าบาทตั้งครรภ์!

เมื่อสัมผัสครรภ์ที่โตขึ้นของนาง ดวงตาของตี้ชิงเซียนเต็มไปด้วยความรักของแม่

“เด็กน้อยกำลังเคลื่อนไหวอีกแล้ว!”

ตอนนี้นางตั้งครรภ์ได้แปดเดือนกว่าแล้ว

นางเริ่มคุ้นเคยกับการดำรงอยู่ของชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ซึ่งเชื่อมโยงกับสายเลือดของนาง

จากความสับสนในตอนแรกสู่การยอมรับ ความรักและความคาดหวังในภายหลัง

ครั้งหนึ่งนางเป็นที่รู้จักในเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกเช่นนี้

นางสัมผัสได้ว่าเจ้าตัวน้อยคนนี้จะลืมตามาดูโลกในไม่ช้านี้แล้ว

ระยะเวลาตั้งครรภ์ของนางไม่นานเกินกว่าคนทั่วไป ไม่มีโอกาสตั้งครรภ์เป็นเวลาสามปี

แม้ว่าจะมีเรื่องราวในโลกนี้เกี่ยวกับอัจฉริยะที่อยู่ในครรภ์มารดาเป็นเวลาหลายปี แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะร่างกายของแม่คือมนุษย์หรือมีพลังวิญญาณต่ำ ส่งผลให้มีพลังงานไม่เพียงพอ ดังนั้นทารกในครรภ์จึงต้องใช้เวลาในการฟูมฟักนานขึ้น

แต่สถานการณ์เช่นนี้ไม่มีอยู่จริงสำหรับตี้ชิงเซียน

นางวางมือบนท้อง ความคิดล่องลอยไปยังชายผู้ไร้ยางอายที่สะบัดก้นหนีไป

“ผู้ชายคนนั้น เฮอะ อย่าให้ข้าจับได้นะ!”

ดวงตาของนางเย็นชาแต่ไม่มีไอสังหาร

บางทีคงเพราะหลังจากตั้งครรภ์ นางไม่รู้ว่าจะจัดการกับซูอันอย่างไร

……

วันรุ่งขึ้น เมื่อพระอาทิตย์ลอยพ้นขอบฟ้า ซูอันจึงตื่นขึ้นจากดินแดนอ่อนโยน

เขามองร่างในชุดสีแดงที่ยืนอยู่ข้างเตียงอย่างง่วงงุนแล้วยื่นมือออกจากผ้าห่ม

“พี่หงเสามาแล้วหรือ”

ไม่ต้องมองให้ละเอียดก็รู้ว่าเป็นใคร ซูอันลุกจากเตียงแล้วดึงร่างกายของนางลงมานอนบนเตียงอย่างชำนาญ ศีรษะของเขาวางไว้บนภูเขานุ่มๆ แล้วรู้สึกสบายมาก

“เดี๋ยวๆ เจ้าใส่เสื้อผ้าก่อน!” เมื่อมองซูอันซึ่งเปลือยเปล่าและเอนตัวพิงนางอยู่ ใบหน้าของหงเสาก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

คำพูดที่เดิมตั้งใจว่าจะหยอกล้อเสี่ยวอันจื่อไม่สามารถพูดได้ แต่ร่างกายของนางเกร็งขึ้นแทน

เด็กน้อยในตอนนั้นได้เติบโตขึ้นมากแล้ว!

ซูอันขยับศีรษะและความคิดเคลื่อนไหว จากนั้นเสื้อคลุมก็พันกายของเขาและหงเสาเข้าด้วยกัน

“พี่หงเสา แต่งตัวเสร็จแล้ว”

“เสี่ยวอันจื่อหน้าไม่อาย”

หงเสารู้สึกอับอายและโกรธ ส่วนใหญ่เป็นความอับอาย เหตุใดเสี่ยวอันจื่อกลับมาแล้วจึงกล้ามากขึ้น

คิดจะเอาเปรียบพี่สาวหรือไร?

“จริงสิ พี่หงเสา ท่านมาหาข้าทำไม?” ซูอันเงยหน้าขึ้นแล้วถาม ลมหายใจอุ่นๆ ของเขากระทบกับส่วนที่อ่อนไหวบนหน้าอกของหงเสาโดยตรง

โดยทั่วไปแล้วพี่หงเสาจะไม่ทิ้งฝ่าบาท

“เจ้าจะพูดกับข้าด้วยท่านี้หรือ?”

หงเสามองท่าทางของพวกตนทั้งสองในเวลานี้และหน้าแดงลามไปจนถึงลำคอหยก เสื้อคลุมหลวมๆ ที่พันตัวทั้งสองไว้ ซูอันยังคงซบหน้าอกของนางอยู่และคนที่ไม่รู้จะต้องเข้าใจผิดว่าพวกนางกำลังทำเรื่องนั้นอยู่

“อืม คุยเลย” ท่าทางนี้ไม่สง่างามจริงๆ

ซูอันจึงลุกมานั่งข้างเตียงโดยมีหงเสาอยู่ในอ้อมแขนและยังคงสวมเพียงเสื้อคลุมตัวนั้น

“เอาล่ะ พี่หงเสา พูดมาได้เลย”

“เจ้า...เฮ้อ ช่างเถอะ ตามใจเจ้า” เมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หงเสาทำได้เพียงใช้คำพูดเพื่อปกปิดความเขินอายและใช้มือบีบหน้าของเขา “เสี่ยวอันจื่อ นับวันเจ้าจะน่ารักน้อยลงเรื่อยๆ นะ”

ทันใดนั้นนางก็ดึงมือกลับราวกับถูกไฟฟ้าช็อตและสบตากับดวงตาที่ยิ้มแย้มของซูอัน นิ้วของนางยังคงมีคราบน้ำอยู่เล็กน้อย

เสี่ยวอันจื่อกัดนิ้วของนาง

“เจ้า...” หงเสากัดฟันพลางยกมือขึ้นและตีซูอันที่หน้าอก แต่เพิ่งพูดได้คำเดียว นางก็สูญเสียเรี่ยวแรงและล้มลงเบาๆ ราวกับว่านางกำลังแสดงท่าทีออดอ้อน

ซูอันโอบแขนรอบเอวของพี่หงเสาแล้วลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดูแต่ไม่ยอมปล่อย

สิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว

ย้อนกลับไปตอนนั้น พี่หงเสารังแกเขาที่เป็นเด็ก นางมักจะอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขนและปฏิบัติต่อเขาเหมือนของเล่นชิ้นเล็ก ทำให้เขาหายใจไม่ออกด้วยหน้าอกใหญ่โตของนาง ตอนนี้เขาโตขึ้นแล้วจึงจะแก้แค้นแน่นอน

นี่เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?

“เฮอะ ซูอัน จงรับพระราชโองการ!” หงเสากลอกตาใส่ซูอัน ในฐานะพี่สาว นางไม่ควรเขินอายเพราะถูกเสี่ยวอันจื่อหยอกล้อ

ดังนั้นนางจึงขยับตัวและโน้มตัวเข้าไปในอ้อมแขนของซูอันเพื่อเปลี่ยนเป็นท่านั่งที่สบาย เมื่อนางพลิกฝ่ามือ ม้วนกระดาษสีทองที่เปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์จางๆ ได้ปรากฏขึ้นในมือของนาง

จากนั้น ไม่ว่าซูอันจะคำนับหรือไม่ก็ตาม นางก็เริ่มอ่านพระราชโองการทันที

“พระราชโองการ ที่ปรึกษาองค์จักรพรรดิอู่ซ่วนโหวซูอันได้เสียสละเพื่อรับใช้สาธารณชน กำจัดวิญญาณชั่วร้าย พิชิตดินแดนต่างโลกและสร้างคุณประโยชน์มากมายให้กับบ้านเมือง บัดนี้ยังได้รับเกียรติของหยวนเสิน จึงสมเป็นเสาหลักของราชสำนักอย่างแท้จริง เจิ้นวางใจได้มากและขอมอบบรรดาศักดิ์พิเศษให้ซูอันเป็นหยวนอันหวางโดยไม่พิจารณาเรื่องสายเลือด และให้รางวัลแก่เขาด้วยอาวุธเต๋าสามชิ้น กล่องยาอันล้ำค่า หนึ่งกล่อง ผลึกวิญญาณหนึ่งพันชิ้นและไข่มุกวิญญาณชางไห่หนึ่งคู่ นอกจากนี้ยังได้รับสิทธิพิเศษให้ ‘สามารถเข้าเฝ้าโดยไม่ต้องขานนาม เข้าวังโดยไม่ต้องรีบสาวเท้าเร็วเเละไม่ต้องปลดกระบี่ถอดรองเท้าเข้าท้องพระโรง’ หวังว่าใต้เท้าซูจะปฏิบัติตามหน้าที่และจดจำความรับผิดชอบขึ้นใจ อย่าทำให้เจิ้นผิดหวัง จบราชโองการ!”

จบบทที่ ตอนที่ 351 รับพระราชโองการ

คัดลอกลิงก์แล้ว