- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 322 ความในใจของเทพสงคราม
ตอนที่ 322 ความในใจของเทพสงคราม
ตอนที่ 322 ความในใจของเทพสงคราม
ตอนที่ 322 ความในใจของเทพสงคราม
ซูอันสูดดมกลิ่นหอมของสาวงามที่อยู่ข้างกายด้วยความตะกละตะกลาม เขาเลียติ่งหูสีแดงน่ารักแล้วพูดด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า “ที่แท้เทพธรรมในตำนานก็อ่อนแอเช่นกัน!”
ใบหน้าของอวิ๋นเยียนแดงก่ำและพยายามใช้กำลังอย่างหนักเพื่อปัดมือของซูอันออกไป นางพูดด้วยความโมโห “อย่าแตะต้องข้า มิเช่นนั้น ข้าจะ...อา อ๊ะ!”
แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ ซูอันก็คว้านางไว้
แขนและขาของนางอ่อนแรงจนเป็นอัมพาตอย่างสมบูรณ์และไม่สามารถออกแรงใดๆ ได้อีก
“เจ้าจะทำอะไรข้า?” ดวงตาของซูอันเปล่งประกายแสงอันตรายซึ่งทำให้อวิ๋นเยียนรู้สึกหวาดกลัว
“ข้า...ได้โปรดอย่าทำแบบนี้!” นางหันมาขอร้อง
เดิมทีนางคิดว่าอาจถูกศัตรูสังหารและตายไปตามกาลเวลา
แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าชะตากรรมของตนจะถูกดูแคลน
นางอยากถูกฆ่ามากกว่าต้องเผชิญกับผลลัพธ์นี้
“เหอะ อย่ากลัวเลย” ซูอันจับร่างของอวิ๋นเยียนซึ่งไร้แรงต่อต้านแล้วเชยคางของนางเพื่อที่นางจะได้มองแต่เขาเท่านั้น
“เจ้าถูกเรียกว่าเทพธรรมแล้วเคยเข้าใจวิธีบำเพ็ญคู่หรือเปล่า?”
“คือ~นั่นเป็นวิธีที่ชั่วร้าย!” อวิ๋นเยียนหน้าแดงพลางกัดฟันด้วยความอดกลั้น
นี่เป็นเพราะว่ามือของซูอันเริ่มเดินทางไปรอบๆ แล้ว
“อคติ!” ซูอันขมวดคิ้ว
ความคิดนี้มีอคติเกินไป!
เขาฟาดมือแรงๆ ทำให้อวิ๋นเยียนส่งเสียงครวญครางต่ำอีกครั้ง
ตอนนี้นางกล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด
“การบำเพ็ญคู่ของชายหญิงเป็นเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ สอดคล้องกับหลักการของฟ้าดิน เป็นเส้นทางยิ่งใหญ่ที่สุดของอินหยาง” ซูอันค่อยๆ อธิบาย
อวิ๋นเยียนกัดริมฝีปากและไม่พูด แต่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
ไม่ใช่ว่านางไม่เข้าใจวิธีบำเพ็ญคู่ นางยังเข้าใจมันเมื่อนั่งสมาธิศึกษาธรรมทั้งหมด
เพียงแต่วิธีการเหล่านั้นมีข้อบกพร่องมากเกินไปหรือมีเงื่อนไขที่ต่ำ จึงเป็นเรื่องง่ายที่คนจะหลงทาง
ตลอดหลายแสนปีในโลกเจินอู่ ไม่เคยได้ยินว่ามีใครบรรลุระดับจักรพรรดิผ่านการบำเพ็ญคู่ ดังนั้นอย่าพูดว่าเป็นเส้นทางที่ยิ่งใหญ่เลย
“ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปสัมผัสเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง”
ซูอันย่อมรู้ดีว่าการบำเพ็ญคู่นำไปสู่การรู้แจ้ง
เขาต้องการใช้ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่เพื่อเปลี่ยนจิตใจดวงน้อยของหญิงสาวผู้หลงทางคนนี้
นัยน์ตาของอวิ๋นเยียนหดเกร็งและรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวสูงขึ้น นางจึงรีบพูดว่า “เชื่อสิ ข้าต้องเชื่อเจ้าอยู่แล้ว!”
“เชื่อแล้ว? ก็ยิ่งดี” ซูอันยิ้ม “วันนี้ข้าจะร่วมควบรวมอินหยางกับสหายเต๋าและฝึกฝนหลักการยิ่งใหญ่แก่กันและกัน”
อวิ๋นเยียนเบิกตากว้าง สุดท้ายไม่สำคัญว่านางจะเชื่อหรือไม่ เพราะนางจะถูกทำให้แปดเปื้อนมลทินอยู่ดี
นางไม่อยากเข้าใจเส้นทางอินหยางที่น่ากลัว!
ทันใดนั้นมีเสียงดังจากด้านนอก
“เยียนเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นข้างใน เจ้าปลอดภัยหรือไม่”
ฉนวนกันเสียงของห้องโถงหลักนั้นดีมากและไม่มีการเคลื่อนไหวภายในเลย อวิ๋นเยียนไม่เคยพูดจึงทำให้อวิ๋นเฟยหยางอดรู้สึกกังวลไม่ได้
เขาจึงใช้พลังเวทช่วยตะโกนใส่ประตูห้องโถงแบบสุดปอด
เมื่อได้ยินน้ำเสียงกังวลนี้ สีหน้าของอวิ๋นเยียนแข็งทื่อและหัวใจบีบรัด
แย่แล้ว พี่ชาย...
“เหอะเหอะ ข้าเกือบลืมแมลงตัวน้อยข้างนอกนั่นไปแล้ว” รอยยิ้มฉายแววในดวงตาของซูอัน เขาหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่และมองไปทางเซิ่งหนานที่อยู่ด้านข้างแล้วกำลังจะออกคำสั่ง
“ไม่ อย่าแตะต้องเขา!” อวิ๋นเยียนรีบเงยหน้าขึ้นและใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดปากของซูอัน
หลังจากที่พี่เฟิงฉานเสียชีวิต พี่ชายก็กลายเป็นญาติคนสุดท้ายของนางในโลกนี้แล้ว
หากพี่ชายตกอยู่ในมือของบุคคลนี้ นางก็สามารถคาดการณ์จุดจบที่น่าสลดใจได้เลย
“เยียนเอ๋อร์! เยียนเอ๋อร์?” เมื่อไม่ได้รับคำตอบเหมือนเดิม เสียงตะโกนจากด้านนอกจึงดังขึ้นอีกสองครั้ง
เมื่อรู้สึกถึงการจ้องมองที่ดุดันของซูอัน อวิ๋นเยียนอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก
“อือ~”
หลังจากนั้นไม่นาน ริมฝีปากของทั้งสองจึงแยกออกจากกัน
แต่ปากของซูอันยกขึ้นและเขาเลียริมฝีปาก สีหน้าชั่วร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าชอบเวลาที่เจ้าจูบข้า แต่ข้าไม่ชอบที่เจ้าจูบเพราะคนอื่น” ซูอันมองใบหน้าที่งดงามนี้แล้วยื่นมือออกมาบีบแก้มนางพลางพูดว่า “เจ้าไม่อยากให้อวิ๋นเฟยหยางเข้ามาตายสินะ”
เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากชายชั่วคนนี้และฟังเสียงตะโกนที่นอกประตู อวิ๋นเยียนจึงทำได้เพียงพยักหน้าด้วยความอัปยศอดสู
“ดีมาก เจ้าควรรู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรพูด”
ซูอันวางอักษรเวทบนคอของอวิ๋นเยียนเพื่อที่เสียงของนางจะถูกถ่ายทอดออกไปสู่ภายนอกแล้วรอฟังการตัดสินใจของนางด้วยความสนใจ
ใบหน้าของอวิ๋นเยียนประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวซีดสลับกันไปเช่นนั้นและในที่สุดก็ยอมพูดว่า
“พี่ชาย ข้าสบายดี แต่โจรชั่ว...ซูอันคนนี้แข็งแกร่งเกินไป ข้าต้องต่อสู้กับเขาก่อน ท่านออกไปก่อนดีกว่า!”
นางไม่สามารถให้พี่ชายรู้ความจริงได้ เพราะพี่ชายคนปัจจุบันห่างชั้นกับซูอันเกินไป นางกลัวว่าพี่ชายจะถูกฆ่าตายในพริบตา
ไม่ถูกสิ ความจริงตอนนี้ความตายยังดีเสียกว่า!
อวิ๋นเฟยหยางที่อยู่นอกประตูรู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบของเยียนเอ๋อร์
“ไม่เป็นไร ข้าจะรอเจ้าอยู่ข้างนอก” เขาตอบ
เขาไม่ตระหนักถึงสัญญาณเตือนในคำพูดนั้นเลย เขาแค่รู้สึกว่าเยียนเอ๋อร์คล้ายหอบหายใจเล็กน้อยขณะพูด
เกรงว่าการต่อสู้จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเยียนเอ๋อร์ เมื่อนึกได้เช่นนี้อวิ๋นเฟยหยางรู้สึกเป็นทุกข์พลางก่นด่าอีกครั้ง “ไอ้สารเลวซูอัน!”
โจรชั่วทำให้เยียนเอ๋อร์เหนื่อยมากขนาดนั้น
“เหอะ ข้าไม่ได้บอกให้ไล่อวิ๋นเฟยหยางไป เทพธรรม เจ้าทำผิดกติกาแล้ว” ในโลงนั้นซูอันคว้าผมของอวิ๋นเยียนแล้วยิ้ม “ผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาจะต้องกลืนกิน...ทั้งหมด”
ดวงตาของอวิ๋นเยียนเบิกกว้างยิ่งขึ้น
โลงคริสตัลอันงดงามเกิดการสั่นสะเทือน
……
อวิ๋นเฟยหยางพิงประตูห้องโถงพลางนึกถึงความทรงจำที่เขามีกับเยียนและเผลอยิ้มออกมา
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีความคิดไม่ซื่อกับน้องสาวบุญธรรม
สุดท้ายแล้วน้องสาวบุญธรรมคนนี้ทั้งเก่งทั้งมีความสามารถ นางแข็งแกร่งและมีรูปร่างหน้าตาดี ทั้งยังเป็นหนึ่งในเทพธิดาที่เปล่งประกายที่สุดในเวลานั้น
เพียงแต่เยียนเอ๋อร์ถือว่าเขาเป็นพี่ชายจริงๆ มันจึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะเอ่ยปากและยังมีพี่เฟิงฉานอยู่อีกคน เขาจึงทำได้แค่รักษาระยะห่างกับเยียนเอ๋อร์เท่านั้น ยิ่งสงครามกำลังจะเริ่มขึ้น เขาจึงไม่มีเวลาคิดเรื่องแบบนั้นอีก
ตอนนี้เมื่อเขาฟื้นคืนชีวิตและประสบกับการถูกซูอันพรากชื่อเสียงไป เขาจึงเพิ่งได้มาคิดเรื่องพวกนี้แบบจริงจัง
เขาอยากยึดมั่นในสิ่งที่ปรารถนามาโดยตลอด เขาต้องการไล่ตามเยียนเอ๋อร์!
ยิ่งไปกว่านั้นคือเยียนเอ๋อร์ไม่สุภาพกับผู้ชายคนอื่นและนางมักจะสื่อสารกับพี่เฟิงฉานมากที่สุด หากเปรียบเทียบกันแล้วเขายังคงเป็นผู้ชายที่ใกล้ชิดกับเยียนเอ๋อร์มากที่สุด อีกทั้งเขามีมิตรภาพต่อนางมานานหลายปี ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสในการใกล้ชิดกันมากขึ้น
เขาเชื่อว่าตราบใดที่แสดงความรู้สึกออกมาก็จะสามารถกระตุ้นหัวใจของเยียนเอ๋อร์ได้และกลายเป็นคู่รักเทพเซียนได้แน่นอน
อวิ๋นเฟยหยางยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คิดถึงเรื่องนี้
ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์การต่อสู้ในห้องโถงเป็นอย่างไร เยียนเอ๋อร์เอาชนะโจรชั่วซูอันได้หรือเปล่า
เวลาผ่านไปอีกสองเค่อก็ยังไม่มีเสียงใดออกมาจากห้องโถง
เขารู้สึกกังวลใจขึ้นมาอีกครั้งจึงเคาะประตูห้องแรงๆ “เยียนเอ๋อร์ เจ้าปลอดภัยหรือไม่?”
โดยปกติแล้วซูอันไม่ควรอดทนต่อระดับจักรพรรดิได้นานขนาดนี้!
“อืม~ไม่ ไม่เป็นไร! แต่ซูอันมีไพ่ตายมากเกินไป ข้าต้องค่อยๆ จัดการ ตอนนี้ข้าควบคุมเขาได้แล้วอีกไม่นานสถานการณ์จะดีขึ้น”
เสียงของอวิ๋นเยียนดังจากข้างในแต่น้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
ยังให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกลืนน้ำลายอยู่ด้วย
“เข้าใจแล้ว โจรชั่วมีความสามารถพอสมควร” อวิ๋นเฟยหยางเม้มปาก
แต่ตอนนี้เยียนเอ๋อร์ได้ควบคุมซูอันไว้แล้วจะต้องทำสำเร็จในเร็วๆ นี้
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่งโดยคิดว่าเวลานั้นใกล้หมดลงแล้ว เขาจึงรวบรวมความกล้าที่จะพูดอีกครั้ง “เยียนเอ๋อร์ ข้ามีเรื่องอยากสารภาพกับเจ้า”