เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 278 โดนลูกน้องยื่นฎีการ้องเรียน

ตอนที่ 278 โดนลูกน้องยื่นฎีการ้องเรียน

ตอนที่ 278 โดนลูกน้องยื่นฎีการ้องเรียน


ตอนที่ 278 โดนลูกน้องยื่นฎีการ้องเรียน

“ฝ่าบาท เสี่ยวอันจื่อเด็กคนนั้น...อา ฮ่า!” ทันทีที่หงเสาเห็นภาพนักรบควบอาชาอยู่บนเตียงหงส์ นางก็อ้าปากค้างเพราะภาพนี้แตกต่างไปจากที่นางคาดไว้โดยสิ้นเชิง

ดวงตาของนางเบิกกว้างและเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น เสี่ยวอันจื่อกล้าลงมือจริงๆ ด้วย หรือว่าสมองที่แข็งทื่อเหมือนไม้ของฝ่าบาทตระหนักได้แล้วเช่นกัน

เมื่อนางสังเกตเห็นการจ้องมองที่เฉียบคมจากเตียงหงส์ นางจึงกระแอมไออีกสองครั้งและดึงร่างกายให้กลับสู่ภาวะสงบ

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เห็นอะไรเลย ทั้งสองทำต่อไปเลยเพคะ”

ประตูตำหนักปิดลงอีกครั้งด้วยเสียงดัง ‘ปัง’

ทันใดนั้นบรรยากาศในตำหนักดูเงียบลงมาก

ดวงตาทั้งสองคู่จ้องมองกันสักพักและซูอันเริ่มพูดก่อนด้วยความตกใจ “ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจ!”

ดวงตาของจักรพรรดินีเย็นชาและดูหงุดหงิด “ยังไม่รีบปล่อยมืออีก!”

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แค่จับแต่ยังกล้าที่จะบีบด้วย!

กล้าที่สุด! บังอาจที่สุด!

“โอ้ อ้อ” ซูอันรีบดึงมือออกแล้วย้ายมาวางไว้บนหน้าท้องของจักรพรรดินีด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “มะ เมื่อครู่นี้กระหม่อมตกใจเกินไปจึงเผลอทำให้พระวรกายเสื่อมเสียโดยไม่ตั้งใจ หวังว่าฝ่าบาทจะยกโทษให้กระหม่อม!”

จักรพรรดินีไม่ได้พูดสักคำ แต่มีพลังอันน่าเกรงขามในดวงตา

ในเวลานี้นางเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าซางและไม่สามารถถูกดูหมิ่นได้

แต่ในไม่ช้านางก็ตระหนักว่ากิริยานี้ไม่มีผลกับซูอัน เนื่องจากมือของซูอันยังคงวนเวียนอยู่ทั่วร่างกายส่วนบนของนาง

แววตาสิ้นหวังฉายผ่านดวงตาของนางและนางเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของซูอัน

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน”

“ฝ่าบาท!” ซูอันมองน้ำมันนวดระดับเซียนที่เหลืออีกครึ่งขวดด้วยความกระตือรือร้น

“เจิ้นเหนื่อยแล้ว ที่เหลือไว้ทำครั้งต่อไป” พลังเวทที่อ่อนโยนผลักให้ซูอันลุกขึ้นและในทันใดนั้นจักรพรรดินีสวมเสื้อคลุมจักรพรรดิลายวิหคดำอีกครั้งเพื่อปกคลุมทิวทัศน์ที่สวยงาม

“พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อเห็นว่าจักรพรรดินีตัดสินใจแล้วซูอันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลงไปสวมรองเท้า

วันนี้เขาได้ทดสอบมากพอแล้วซึ่งทำให้พี่รั่วซีขาดทุนอีกมาก

ค่อยเป็นค่อยไปและอย่ารีบร้อน

เขายกมือขึ้นและกำลังจะกล่าวคำอำลา ทว่าเสียงของจักรพรรดินีดังขึ้นอีกครั้ง

“ใต้เท้าซู รู้หรือไม่ว่ามีคนในราชสำนักกำลังฟ้องร้องเจ้า”

“หืม?” หัวข้อสนทนาที่เปลี่ยนไป ทำให้ซูอันถูกดึงออกจากความทรงจำของหิมะสีขาวของพี่รั่วซี

เขาเบิกตากว้างและโกรธมาก “ใครช่างไม่แยกแยะถูกผิดและกล้ากล่าวหาขุนนางตงฉินเช่นกระหม่อม!”

จักรพรรดินีโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงไป

ซูอันเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาและไม่ต้องสงสัยเลยว่าฎีกานี้เต็มไปด้วยอาชญากรรมของเขา

“อู่ซ่วนโหวซูอันเป็นกบฏ บุคคลนี้...ยกย่องผู้บังคับบัญชาและรังแกผู้ใต้บังคับบัญชา ทุจริตและบิดเบือนกฎหมาย ละทิ้งหน้าที่ สร้างกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ใช้อำนาจในทางมิชอบและใส่ร้ายผู้จงรักภักดี เขาเป็นจอมโจรของแผ่นดิน จิตใจของเขายากแท้หยั่งถึง หวังว่าฝ่าบาทจะมีเมตตาต่อผู้มีคุณธรรมและห่างไกลจากคนชั่ว ลงโทษกบฏผู้นี้และคืนความสงบสุขให้แก่ต้าซาง...ฝ่ายตรวจการ เว่ยหยาง”

ลายมือนั้นแข็งแกร่งและทรงพลัง เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและดูเหมือนว่าได้เตรียมพร้อมมาอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีหลักฐานด้วย

“ช่างไร้เหตุผล เหลวไหลสิ้นดี กล้าใส่ร้ายขุนนางผู้จงรักภักดี ขุนนางผู้อุทิศตนเพื่อแผ่นดินได้อย่างไร กระหม่อมถูกโจรชั่วคนนี้ใส่ร้าย!” ใบหน้าของซูอันเต็มไปด้วยความโกรธและแตกสลาย

เขาฆ่าคนไปมากมาย แต่ยังไม่มีใครกล้าใส่ร้ายเขา

ในเรือนจำของหน่วยวิหคดำยังมีคนไม่พออีกหรือ!

“เหตุใดเขาต้องใส่ร้ายเจ้า?” จักรพรรดินีเลิกคิ้วพลางมองซูอันด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้ม

ใบหน้าของซูอันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ให้เขาบอกว่าตัวเองทำอะไรบ้างหรือ

แน่นอนว่าเขาพูดออกมาไม่ได้

“ฝ่าบาท บุคคลนี้สร้างหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายขุนนางตงฉิน เขามีเจตนาชั่วร้าย!”

เขาปิดฎีกาและตำหนิเสียงดัง

จักรพรรดินีเหลือบมองซูอันเบาๆ และรอยยิ้มของนางจางหายไป “ใต้เท้าซูรู้หรือไม่ว่าบุคคลนี้คือใคร?”

ซูอันขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่าจะชื่อ...เว่ยหยาง?”

“ชายคนนี้ชื่อเว่ยหยางและเขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจการของเจ้า ใต้เท้าซูเป็นผู้ตรวจการแต่ไม่รู้จักผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองด้วยซ้ำ” จักรพรรดินีเอนกายพิงเตียงโดยเอามือประคองศีรษะ บรรยากาศอันมีเสน่ห์ได้สลายไป

“ที่แท้เขาก็มาจากฝ่ายตรวจการ แต่กระหม่อมไม่เคยเห็นเขามาก่อน เห็นได้ว่าบุคคลนี้ดูหมิ่นหัวหน้าและมีใจไม่เชื่อฟัง!” เสียงของซูอันดังก้องและทรงพลัง เป็นการเพิ่มอาชญากรรมให้กับบุคคลนั้นอีกครั้ง

ความจริงแล้วเขาเป็นเพียงผู้ตรวจการแค่ในนามเพราะเขายุ่งอยู่กับการฝึกควบรวมอินหยางเป็นกิจวัตร  ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาจัดการกับงานราชการมากมายและฝ่ายตรวจการอยู่ภายใต้การควบคุมของจงเฉิงเสมอมา

แน่นอนว่าเขาไม่รู้จักเจ้าหน้าที่ในฝ่ายตรวจการเลย

ไม่คาดคิดว่าคนที่กล่าวหาเขายังเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเอง หึ รอให้เขากลับไปก่อนเถอะ เขาจะไปหาเว่ยหยางและหักขาสุนัขทิ้งซะ

“เอาล่ะ กลับไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” จักรพรรดินีโบกมือและส่งสัญญาณให้ซูอันถอยออกไป

ซูอันเก็บฎีกาไว้ในกระเป๋าและพูดว่า “กระหม่อมทูลลา”

จักรพรรดินีพยักหน้า

เมื่อเดินไปที่ประตู ซูอันก็หันกลับไปมองอีกครั้งจึงพบว่าดวงตาของจักรพรรดินีจับจ้องอยู่ในความว่างเปล่าตรงหน้าและไม่รู้ว่านางกำลังมองอะไรอยู่

“พี่รั่วซี ข้าไปแล้วนะ”

เมื่อประตูตำหนักปิดลง ดวงตาของจักรพรรดินีขยับเล็กน้อย นางถอนหายใจแล้วนอนลงที่เตียง

เมื่อมองตำแหน่งหัวใจของตน สีแดงจางๆ จึงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางอีกครั้ง

“เสี่ยวอันจื่อเริ่มไม่ซื่อสัตย์มากขึ้นทุกที”

แอ๊ด!

ประตูตำหนักเปิดออกอีกครั้งและหงเสาเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“ฝ่าบาทของหม่อมฉันกำลังคิดถึงคนเลวคนใดหรือเพคะ?”

เมื่อเห็นรอยยิ้มของหงเสา ใบหน้าของจักรพรรดินีพลันแข็งทื่อเพราะนางไม่ลืมว่าหงเสาได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้

นางควรเงียบไว้ดีหรือเปล่า จักรพรรดินีแอบครุ่นคิดอยู่ในใจ

“เจ้าก้าวเท้าไหนเข้ามาก่อน?”

หงเสาตกตะลึงและเอ่ยด้วยความโศกเศร้าบนใบหน้า “ฝ่าบาทต้องการปิดปากหม่อมฉันหรือเพคะ”

นางตัวสั่นและเอามือปิดหน้า “เหตุใดชีวิตหม่อมฉันจึงเศร้าหมองเช่นนี้ หม่อมฉันอยู่กับฝ่าบาทมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว วันนี้บังเอิญเห็นฝ่าบาทและเสี่ยวอันจื่อทะเลาะกัน หม่อมฉันกลับต้องถูกลงโทษ โธ่ ชีวิตของหม่อมฉันอาภัพนัก!”

ใบหน้าของจักรพรรดินีเข้มขึ้น

เหตุใดสองคนนี้จึงชอบแสดงต่อหน้านาง ไม่หัดเรียนรู้จากชิงหลิงและซื่อสัตย์ให้มากขึ้นบ้าง

“เอาล่ะ เอาล่ะ ไม่ลงโทษเจ้าแล้ว” นางพูดอย่างช่วยไม่ได้ “อีกอย่างนะ ข้ากับเสี่ยวอันจื่อไม่ได้ทะเลาะกัน”

หงเสาเลิกทำหน้าเศร้าทันทีและแสดงรอยยิ้มเหมือนดอกท้อ “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ให้อภัย ฝ่าบาท หม่อมฉันย่อมเชื่อฝ่าบาทเสมอ”

จักรพรรดินีจ้องมองหงเสา “ไม่ใช่จริงๆ”

รอยยิ้มของหงเสายิ่งกว้างขึ้น “หม่อมฉันเชื่อเช่นนั้นเพคะ”

“เสี่ยวอันจื่อกำลังนวดให้ข้า”

“โอ้~นวด!” หงเสาใช้มือจับคางพลางคิดกับตัวเองแล้วพึมพำ “กลายเป็นว่าต้องเปลื้องผ้าเพื่อนวด ช่างเป็นความรู้ใหม่จริงๆ”

จักรพรรดินีหรี่ตาลงราวกับว่ามีแสงเย็นส่องผ่านและกำหมัดแน่นขึ้น “วิธีการนวดของเสี่ยวอันจื่อค่อนข้างพิเศษ”

“แล้วเหตุใดไม่ให้นางกำนัลนวดล่ะเพคะ?”

“นางกำนัลนวดไม่ถูกใจ”

ในความเป็นจริง ยกเว้นซูอันแล้วจักรพรรดินีไม่เคยสั่งให้นางกำนัลคนใดนวดให้เลยและความเข้าใจในการนวดของนางจึงจำกัดอยู่แค่สิ่งที่ซูอันพูดเท่านั้น

หงเสากลอกตาและยกมุมปากขึ้น “ฝ่าบาท ชายและหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน เนื่องจากการนวดของนางกำนัลไม่ถูกพระทัย เช่นนั้นก็ส่งนางกำนัลสองสามคนไปเรียนรู้วิธีนวดจากเสี่ยวอันจื่อแล้วกลับมานวดให้ฝ่าบาทสิเพคะ”

ดวงตาของจักรพรรดินีกระตุก เหตุใดวันนี้หงเสาพูดมากผิดปกติ

“ไม่จำเป็น นางกำนัลไม่มีความรู้มากนัก กลัวว่าจะเรียนจากเสี่ยวอันจื่อไม่เข้าหัว”

“ถ้าเช่นนั้น ชิงหลิงเป็นอย่างไรเพคะ นางก็อยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ หากให้นางไปเรียนรู้เคล็ดลับการนวดเล็กๆ น้อยๆ คงไม่เกินความสามารถ อีกทั้งนางยัง...อื้อ อื้อ!”

จบบทที่ ตอนที่ 278 โดนลูกน้องยื่นฎีการ้องเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว