เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 237 เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น

ตอนที่ 237 เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น

ตอนที่ 237 เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น


ตอนที่ 237 เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น

ภูเขาด้านหลังของนิกายเทียนสุ่ย

ซูอันเคยได้พบประสบการณ์ยอดเยี่ยมที่นี่

อย่างน้อยในความเห็นของเขามันก็สวยงาม

เหตุการณ์สวยงามที่เขาคิด ป่านนี้คงมีหญ้าปกคลุมเนินหลุมศพ...ไม่สิ ฉินอวิ๋นไม่เหลือแม้แต่กระดูกและไม่มีหลุมศพด้วย

เป็นเช่นนั้น

ปัจจุบันนี้ภูเขาด้านหลังของนิกายเทียนสุ่ยเกิดการเปลี่ยนแปลงและไม่มีบรรยากาศที่มืดมนรกร้างเหมือนอดีตอีกต่อไป

สมบัติวิญญาณที่เคยถูกขัดเกลาที่นี่ได้กลายเป็นอุปกรณ์สร้างความบันเทิงประจำวันของซูอันและสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นแดนสวรรค์ด้วย

ทิวทัศน์ที่สวยงาม พลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์และอากาศน่ารื่นรมย์

แม้แต่ก้นทะเลสาบยังมองเห็นได้ชัดเจนราวกับน้ำพุวิญญาณ

ตำหนักที่มีรูปแบบเรียบง่ายหลังหนึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ

นี่คือสถานที่ที่มู่หนิงเจินเจ้านิกายใช้ฝึกตน นางปล่อยวางเรื่องทั่วไปของนิกายแล้วมาสร้างตำหนักแยกต่างหากในภูเขาด้านหลัง

เช่นเดียวกับในอดีต สานุศิษย์ของนิกายเทียนสุ่ยและบุคคลภายนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่

แต่กฎมีความผ่อนคลายกว่าเดิมมาก

ศิษย์เช่นเฟิ่งหลวนสามารถมาแจ้งมู่หนิงเจินได้หากมีปัญหาเกิดขึ้น

ในเวลานี้เฟิ่งหลวนยืนอยู่นอกตำหนัก หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งจึงก้าวไปข้างหน้า

ทุกวันนี้ซูอันอยู่ในนิกายด้วยความเหิมเกริมเกินไปแล้ว เขาพาศิษย์น้องทั้งสองของนางไปเล่นสนุกในนิกายตลอดทั้งวันและบางครั้งก็ขอให้สานุศิษย์ในนิกายช่วยดันบั้นท้ายโดยปฏิเสธไม่ได้ด้วย

ภาพแบบนั้นไม่น่าดูเลย!

ซูอันเห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยเป็นอะไร!

ต้องทราบก่อนว่าสานุศิษย์ของนิกายเทียนสุ่ยล้วนแต่เป็นเทพธิดาระดับสูงเมื่ออยู่ข้างนอก แต่ตอนนี้พวกนางกำลังถูกเรียกใช้ให้ทำสิ่งนั้น

แบบนี้จะเอากฎของนิกายและชื่อเสียงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยไปไว้ที่ใด!

ประเด็นสำคัญคือพวกศิษย์น้องฉู่ก็ให้ความร่วมมือซึ่งไร้ยางอายอย่างยิ่ง

มีศิษย์น้องที่เป็นเช่นนี้ นางจะสร้างดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ดีได้อย่างไร

ดังนั้นนางจึงตั้งใจมาที่นี่เพื่อขอให้อาจารย์มู่หนิงเจินอบรมซูอันและพวกศิษย์น้องฉู่

อย่างน้อย...อย่างน้อยก็อย่ามาอยู่รบกวนจิตใจของนางอีก

ที่หน้าตำหนัก นางยกมือขึ้นและกำลังจะเคาะประตู แต่มีเสียงลอยออกมาซึ่งทำให้มือของนางแข็งค้างกลางอากาศ

“อืม เจินเจิน ทำดีมาก...ดี ดีมากอาจารย์...”

ในตำหนักมีพลังเวทที่ใช้เป็นฉนวนกันเสียงจึงได้ยินเสียงไม่ชัดเจนและมันคลุมเครือมาก

เฟิ่งหลวนรู้สึกว่ามันฟังคุ้นหู

ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงของซูอัน แต่ซูอันมาปรากฏตัวในที่ส่วนตัวของอาจารย์ได้อย่างไร

นางคงได้ยินผิดไป บางทีอาจารย์อาจกำลังทดลองพลังเวทบางชนิด

นางจึงส่ายหัวและไม่ได้คิดมากอีก

นางเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก!

“อาจารย์ ศิษย์เข้าไปได้หรือไม่?”

“อืม! ไม่~ไม่ได้ ตอนนี้ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ!” เสียงของมู่หนิงเจินดังมาจากข้างในและน้ำเสียงก็แปลก

คล้ายว่าปากของอาจารย์ไม่ว่าง

นัยน์ตาของเฟิ่งหลวนหดลง

ทำไมเสียงนี้จึงคล้ายกับเสียงของพวกศิษย์น้องฉู่

หรือว่า...

นางรีบโยนความคิดแย่ๆ นี้ทิ้งไป

อาจารย์จะเป็นเหมือนพวกศิษย์น้องฉู่ได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องตลก มันเป็นไปไม่ได้!

ตอนนี้ในนิกายมีผู้ชายเพียงคนเดียวคือซูอันและท่านอาจารย์จะไม่ทำแบบนั้นกับหนุ่มน้อยเช่นซูอัน

ท้ายที่สุดแล้วภาพลักษณ์ของมู่หนิงเจินคือสตรีผู้เย็นชาและมีเกียรติซึ่งอุทิศตนให้กับเส้นทางการฝึกตน ภาพลักษณ์นี้หยั่งรากลึกในใจของผู้คนมาช้านาน เฟิ่งหลวนจึงโยนความคิดนั้นทิ้งไป

“อาจารย์ เช่นนั้นศิษย์จะรอข้างนอกก่อน” นางยืนอยู่ที่หน้าประตูตำหนักแล้วกล่าวเช่นนั้น

“หลวนเอ๋อร์ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ อาจารย์จะกักตนสักระยะหนึ่งจึงยังไม่ออกไปช่วงนี้” เสียงของมู่หนิงเจินดังออกมาอีกครั้ง คราวนี้ดูสงบมากพร้อมกับพลังวิญญาณแห่งเซียน

เพียงแค่ฟังเสียงนั้นก็สามารถจินตนาการถึงท่านเซียนผู้ไม่มีใครเทียบได้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเมฆาพลางหลับตาฝึกตน

“เอ่อ ก็ได้เจ้าค่ะ อาจารย์ ศิษย์ค่อยกลับมาทีหลัง”

แม้ว่าเฟิ่งหลวนอยากแก้ไขกฎระเบียบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย แต่เมื่อได้ยินว่าอาจารย์กำลังกักตน นางจึงไม่รบกวนอีกต่อไป

กรณีเลวร้ายที่สุดคือตามใจพวกซูอันอีกสองสามวันและรอจนกว่าอาจารย์ออกจากการกักตนเพื่อให้อาจารย์สั่งสอนเขา

แต่นางไม่รู้ว่าสองสามคืนนี้จะได้พักผ่อนเต็มที่หรือเปล่า

เมื่อนึกถึงฉากที่ซูอันลากฉู่อินมาที่ห้องนอนของนางเพื่อทำเรื่องแบบนั้นกลางดึก เฟิ่งหลวนก็รู้สึกอับอายและโกรธ

“เฮ้อ คุณชายซูดีทุกเรื่อง ติดที่ว่าหน้าไม่อายไปหน่อย”

จนถึงขั้นนี้แล้วนางยังคิดว่าซูอันเป็นคนดี

หลังจากสัมผัสได้ว่าเฟิ่งหลวนออกจากภูเขาด้านหลังแล้ว มู่หนิงเจินในตำหนักจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นมองซูอันด้วยท่าทางดุร้าย

เดิมทีเป็นไปไม่ได้ที่เสียงในตำหนักจะเล็ดลอดออกไป แต่คนชั่วคนนี้จงใจแกล้งให้เฟิ่งหลวนได้ยินเสียง

แม้แต่ในการพูดท้ายๆ นางก็เกือบเปิดเผยความลับหมดแล้ว

ซูอันยิ้มชั่วร้ายโดยไม่กลัวสายตาของนางเลย

เขาลูบศีรษะของมู่หนิงเจินและกดนางไว้เบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของนางได้โดยง่ายดาย

“อาจารย์ รับไปเถอะ นี่คือยาวิเศษของข้า”

แน่นอนว่าของดีเช่นของเหลวหยกต้องมอบให้อาจารย์เพื่อแสดงความกตัญญู

ตอนแรกมู่หนิงเจินยังกลอกตาไม่พอใจ แต่หลังจากนั้นนางขมวดคิ้วพร้อมสีหน้าตกใจ

ดูเหมือนว่ารากฐานของนางจะแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย

แม้ว่ายาอายุวัฒนะประเภทนี้ไม่ได้ผลดีนักสำหรับมู่หนิงเจิน ถ้าสำรวจให้จริงจังถึงจะสามารถตระหนักได้ว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลง

ต้องทราบก่อนว่าตอนนี้นางคือหยวนเสิน แม้แต่ยาอายุวัฒนะล้ำค่าและคุณภาพสูงที่สุดเหล่านั้นก็อาจไม่ส่งผลกระทบต่อหยวนเสินเช่นนาง

และของเหลวหยกของซูอันสามารถปรับปรุงรากฐานของนางได้จริง ทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงด้วย

นี่มัน...

น่ากลัวมาก!

ตามการรับรู้ของนางตอนนี้มันเป็นผลที่เกิดจากของเหลวหยกของซูอันแน่นอน

แม้แต่ผู้ฝึกตนหญิงที่ไม่มีพรสวรรค์ก็อาจกลายเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ หากดื่มยาวิเศษนี้เป็นเวลานาน!

หากผู้ฝึกตนหญิงบางคนทราบเรื่องนี้ ซูอันอาจถูกรายล้อมไปด้วยแม่มดกลุ่มใหญ่ทันทีที่เขาออกไปข้างนอก

แม้แต่นางก็ยังมีชั่วขณะหนึ่งที่คิดจะเพลิดเพลินกับซูอันต่อไปช้าๆ

ตราบใดที่นางดื่มของเหลวหยกติดต่อกันเป็นเวลานาน ระดับพลังวิญญาณของนางจะสามารถบรรลุได้อีกครั้งภายในไม่กี่ปี หากสิ่งต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ ระดับบรรลุวิถีในตำนานอาจไม่ใช่ความฝัน

โชคดีที่มู่หนิงเจินมีจิตใจมั่นคงจึงระงับความคิดนี้ได้ทัน

แม้ว่านางและซูอันไม่ใช่อาจารย์ลูกศิษย์กันจริงๆ แต่นางไม่สามารถทำเรื่องเหลวไหลกับเด็กสารเลวคนนี้ได้

เมื่อเห็นการแสดงออกของมู่หนิงเจินแล้วซูอันจึงอดยิ้มไม่ได้ “เป็นอย่างไรบ้างอาจารย์ ข้าไม่ได้โกหกท่าน”

นี่คือกายหยางศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการผสมผสานระหว่างกล้ามเนื้อเซียนกระดูกหยกและปราณเซียนดั้งเดิมจากการเปิดโลกภายในครั้งแรก ร่างกายธรรมดาจึงไม่สามารถเทียบได้

ทุกส่วนของร่างกายสามารถเรียกได้ว่าเป็นยาอายุวัฒนะและไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่าเนื้อหนังเปรียบเสมือนอรหันต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเหลวหยก เขาสงสัยว่าเป็นเพราะเกิดจากกายหยางศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเหมาะสำหรับการบำเพ็ญคู่ ดังนั้นผลที่ได้จึงแข็งแกร่งกว่าเลือดของเขา

ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพสูง ยังไม่มีผลข้างเคียงอีกด้วย

เมื่อเขาถึงจุดสูงสุดแล้วการพาหญิงสาวขึ้นสวรรค์ก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป

แน่นอนว่าหลังจากดื่มของเหลวหยกแล้ว ผู้หญิงจะแยกจากเขาไม่ได้มากขึ้นและรู้สึกเหินห่างจนถึงขั้นเมินเฉยต่อเพศตรงข้ามยกเว้นเขา อย่างไรก็ตามผลลัพธ์นี้เป็นเพียงการเติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น [1] ให้ ‘คัมภีร์ปลูกฝังมาร’ ของซูอันเท่านั้น

เมื่อมู่หนิงเจินได้ยินดังนั้นจึงอดมองซูอันอีกครั้งไม่ได้ หลังจากทำความสะอาดของเหลวหยกที่เหลืออยู่ นางก็ลุกขึ้นยืน

“คนโกหก!”

ยังกล้าพูดอีกว่าไม่ได้โกหกนาง

ตอนนั้นนางกำลังฝึกตนอยู่และคนโกหกคนนี้โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้และบอกว่าอยากกอดนาง

เขายังแสร้งทำเป็นน่าสงสารโดยบอกว่าเขาไม่มีแม่ตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาคิดถึงอ้อมกอดของอาจารย์เหลือเกิน นางเห็นว่าซูอันน่าสงสารจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยเขาทำตามใจ

เชิงอรรถ

[1] เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น (锦上添花) หมายถึง ทำสิ่งที่สวยงามอยู่แล้วให้สวยงามยิ่งขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 237 เติมลายดอกไม้บนผ้าดิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว