- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 222 เยี่ยมชมเหมืองหินชางยวน
ตอนที่ 222 เยี่ยมชมเหมืองหินชางยวน
ตอนที่ 222 เยี่ยมชมเหมืองหินชางยวน
ตอนที่ 222 เยี่ยมชมเหมืองหินชางยวน
“ซูอัน...ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่รังแกเมิ่งเหยา” ตี้ชิงเซียนมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
หากเป็นคนอื่นกล้าจับตัวองค์รัชทายาทไป นางคงจะตามไปฆ่าทันที
แต่ซูอันเป็นคนที่จับตัวเมิ่งเหยาไป
นางจึงไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปพบกับบุคคลนั้น
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง...ค่อนข้างซับซ้อน
และที่สำคัญดูเหมือนว่าเมิ่งเหยาจะชอบผู้ชายคนนั้นด้วย
นางถอนหายใจ
อันที่จริงนางสังเกตเห็นสัญญาณตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แต่เมิ่งเหยาเป็นทายาทของเผ่าปีศาจและนางไม่อยากให้เมิ่งเหยาเข้าไปพัวพันกับซูอันมากเกินไป
แต่ตอนนี้จะให้ลึกซึ้งต่อกันได้อย่างไร
เมื่อสัมผัสหน้าท้องที่มีอีกลมหายใจอยู่ในนั้น ดวงตาของตี้ชิงเซียนแสดงความเมตตาออกมา
……
“คุณชาย ถึงแล้วเจ้าค่ะ”
หน้าเมืองโบราณหลิงยวน เรือเซียนลำหนึ่งร่อนลงช้าๆ เมื่อเห็นกำแพงเมืองสีดำสูงตระหง่านด้านหน้าช่างให้ความรู้สึกเหมือนสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่กำลังหมอบรออยู่
แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่เจริญรุ่งเรืองเท่ากับเมืองหลวงแต่ยังมีความพิเศษอยู่มาก
ซูอันนำเรือเซียนเก็บไว้ในโลกใบเล็ก
“ไปเถอะ ไปดูกันสักหน่อย”
ที่หน้าประตูเมืองมีแถวยาวเหยียดหมือนมังกรตัวยาว
ในฐานะเป็นสถานที่ตั้งของเหมืองหินยอดนิยมในต้าซางจึงมีผู้คนมากมายจากทั่วแคว้นมาเสี่ยงโชคที่นี่
ผู้อาวุโสหญิงนำทางด้วยสีหน้ากระตือรือร้นและพาทุกคนตรงไปยังประตูเล็กที่อยู่ด้านข้าง
หญิงสาวคนหนึ่งในแถวที่รอนานแล้วจึงบ่นด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นสิ่งนี้ “พวกนั้นไม่ต้องเข้าแถวเหมือนเราหรือไง”
ใบหน้าของชายที่อยู่ด้านข้างเปลี่ยนไปแบบกะทันหัน เขารีบยกมือปิดปากของนางทันที “หุบปาก เจ้าตาบอดหรือ! คนที่อยู่ข้างหน้าคือผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวนเชียวนะ”
แม้แต่ผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวนยังเดินนำทางด้วยความเคารพ จึงเห็นได้ชัดว่าตัวตนของชายที่อยู่ด้านหลังนั้นยิ่งใหญ่มากกว่า แล้วพวกเขาจะประท้วงได้อย่างไร
ปากพาซวยแท้ๆ ผู้หญิงคนนี้หุบปากไม่เป็นจริงๆ
เมื่อหญิงสาวได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวน นางจึงรู้สึกหวาดกลัว แต่เมื่อนางก้มมองมือที่ปิดปากอยู่จึงโมโหขึ้นมา “บังอาจนัก! หลี่เฟ่ย เจ้ากล้าต่อกรกับข้าหรือ ข้าคิดว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว!”
“เฮ้ นางปีศาจคนนี้ทำตัวไร้เหตุผลจริงๆ...ไอโหยว!”
ซูอันและคนอื่นๆ ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนั้น พวกเขาเดินเข้าสู่เมืองโบราณหลิงยวนภายใต้สายตาเคารพของทหารยามทุกนาย
สมควรแล้วที่เมืองโบราณหลิงยวนจะถูกเรียกว่าเมืองหิน เพราะสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดตามท้องถนนคือโรงประมูลหินและยังมีผู้คนตั้งแผงขายหินทั้งสองข้างทางอีกด้วย
แน่นอนว่าคุณภาพของหินตามแผงขายริมถนนประเภทนี้ต้องใช้คำว่านานาจิตตัง
ตี้เมิ่งเหยาค่อนข้างตื่นตาตื่นใจกับทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคยนี้
แม้ว่านางจะเคยมาเยือนชางโจวในชาติก่อน แต่เมื่อได้รับป้ายจักรพรรดิปีศาจสวรรค์แล้วนางก็จากไปทันที ไม่ได้อยู่ที่ชางโจวนานเลย นางจึงไม่ค่อยรู้เรื่องการประมูลหินมากนัก
แม้ว่านางไม่ค่อยสนใจการประมูลหิน แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูว่านางอยู่กับใคร
นางแอบเหลือบมองซูอันที่อยู่ข้างกายด้วยความสุข
แม้ว่าวันนั้นนางจะล้มเหลวในการแก้แค้นและถูกซูอันลงโทษอย่างรุนแรง แต่อันที่จริงนางได้รับชัยชนะบางส่วนแล้ว
เมื่อนางได้รับความไว้วางใจจากซูอันอย่างลึกซึ้ง ซูอันคนชั่วจะยังไม่พลาดท่าเสียทีให้นางอีกหรือ
เหอะ องค์รัชทายาทเมิ่งเหยาต้องเหนือชั้นกว่าอยู่แล้ว
ส่วนเยี่ยหลีเอ๋อร์นั้นไม่มีสิ่งใดให้นางต้องกังวล
คนกลุ่มหนึ่งเดินมาถึงหน้าเหมืองหินชางยวน
ที่นี่เหมือนถูกสร้างด้วยหินทั้งหมด เมื่อเข้าประตูไปแล้วจะเห็นหินดิบขนาดใหญ่และเล็กทั้งสองด้านของถนน
ซูอันมองหินดิบเหล่านี้ด้วยความสนใจ
หินเหล่านี้บางก้อนเป็นสีดำและบางก้อนเจิดจรัส
บางก้อนถึงกับได้กลิ่นคำสาปลอยออกมา เพราะมันถูกขุดมาจากดินแดนต้องห้าม
มีแม้กระทั่งหินดิบจากดินแดนต้องห้ามจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เหมืองหินชางยวนจะเป็นเหมืองหินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโบราณแห่งนี้
แน่นอนว่าตอนนี้มันเป็นของเขาแล้ว
“คุณชาย หินดิบชุดนี้เพิ่งถูกเปลี่ยนมาจากโกดัง” ผู้อาวุโสหญิงที่อยู่ด้านข้างอธิบาย “เซี่ยวเฮยจื่อคนนั้นขุดแต่หินดีๆ ไป พวกเราจึงเปลี่ยนหินที่พิเศษชุดใหม่จากโกดังมาแทน”
ในความเป็นจริงพวกนางรู้ว่าซูอันกำลังจะมาเยือนจึงเลือกหินชุดที่ดีที่สุดออกมาแทนที่ต่างหาก
“ไม่เลว” ซูอันเหลือบมองหินดิบล้ำค่าและพร้อมลองใช้มือสัมผัส
เมื่อมีโอกาสมาเยือนสถานที่ใดสถานที่หนึ่งย่อมต้องลองอาหารท้องถิ่นจานพิเศษเสมอ
เขาเปิดใช้ญาณทิพย์
แต่น่าเสียดายที่ญาณทิพย์เหมือนไม่มีผลกระทบต่อหินที่ไร้ชีวิตเหล่านี้
“เฮ้อ!”
ทันใดนั้นดวงตาของซูอันก็หยุดลง ปรากฏสัญลักษณ์โชคลาภสีทองต่อหน้าเขาพร้อมกับชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย มีหน้าตาธรรมดาและมีรูปร่างปานกลางคนหนึ่งขึ้นมา
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นการจ้องมองของซูอัน ชายหนุ่มจึงแสดงรอยยิ้มที่จริงใจต่อซูอันด้วย จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเลือกหินดิบต่อไป
ซูอันเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ยังพูดว่า “เซี่ยวเฮยจื่อผู้นี้ค่อนข้างกล้าหาญจริงๆ”
หลังจากปลอมตัวแล้วยังกล้าวิ่งมาที่เหมืองหินชางยวนอีกรอบ นี่พยายามหลอกคนกลางวันแสกๆ หรือ?
แต่สัญลักษณ์โชคลาภสีทองนั้นเจิดจ้าเกินไป
ในเวลานี้เซี่ยวเฮยไม่รู้ว่าตัวตนถูกค้นพบแล้วยังก้มหน้าก้มตาเลือกหินดิบเหมือนนักขุดหินตามปกติ
แต่เขายังรู้สึกแปลกใจที่สตรีเผ่าปีศาจนั้นรอดมาได้
ดูเหมือนว่าคนเหล่านี้ไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเขาเช่นกัน
เขามั่นใจมากในการปลอมตัว เพราะนี่คือหน้ากากปลอมตัวระดับอาวุธเต๋าซึ่งเขาแกะสลักจากหินล้ำค่า
หลังจากใช้หน้ากากนี้เพื่อปกปิดหน้าตาของตน แม้แต่หยางบริสุทธิ์ที่ไม่ตรวจสอบด้วยความละเอียดก็ไม่สามารถตรวจจับได้
กล่าวอีกนัยคืออาศัยหน้ากากอาวุธเต๋านี้ เขาสามารถหลบหนีการไล่ล่าจากพวกเหมืองหินต่างๆ ได้หลายครั้ง ทำให้เขากล้าปรากฏตัวตอนกลางวันแสกๆ เช่นนี้
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาต้องเสี่ยงคือเขาไม่มีทรัพยากรในการฝึกตน
ค่าใช้จ่ายในการฝึกกายฮุ่ยหยวนศักดิ์สิทธิ์นั้นสูงเกินไป
เขาเหลือบมองหินดิบรอบกายและแสงสีน้ำเงินที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้กะพริบในดวงตาของเขา
ดวงตาแห่งเทพต้นกำเนิดคือวิชาลับสุดยอดที่สูญหายไปในโลกการค้าหิน มันจะสัมผัสได้ถึง ‘ความล้ำค่า’ ดั้งเดิมของหินก้อนนั้น
ยิ่งมูลค่าในหินดิบมีมากเท่าไรก็ยิ่งร่ำรวยมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยทักษะสายตาแบบนี้เขาจึงหันหลังใส่เหมืองหินพวกนี้ไม่ได้ บัดนี้เขามีแม้กระทั่งตัวอ่อนสมบัติวิญญาณคือ...แหวนแห่งความว่างเปล่า
ไม่เพียงแต่มีพลังแห่งความว่างเปล่า มันยังมาพร้อมกับพื้นที่ขนาดใหญ่อีกด้วยจึงสามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตเพื่อแยกลมหายใจไว้ในนั้นซึ่งอาจกล่าวได้ว่าล้ำค่ายิ่งนัก
ดังนั้นยกเว้นยาพิษพิเศษบางชนิด เขาจึงใส่สิ่งของอื่นๆ ทั้งหมดไว้ในแหวนแห่งความว่างเปล่า
ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเหมืองหินเหล่านั้นคอยตามล่าเขา เกรงว่าเขาจะได้รับทรัพยากรมากพอในการบรรลุจื่อฝู่แล้ว
“วันนี้ได้หินที่คุณภาพสูงเป็นพิเศษ!” เมื่อมองสมบัติอันแวววาวรอบตัว เซี่ยวเฮยจึงเริ่มมีความคิดที่จะซื้อ ซื้อ ซื้อของดีๆ ไว้ใช้ “อันดับแรกต้องเลือกเสื้อผ้าธรรมดาสักสองสามชุดเพื่อให้ดูดีทว่าไม่ต้องสูงส่งจนเกินไป”
บทเรียนก่อนหน้านี้สอนเขาว่าโลกนี้ไม่สนใจเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน
เขากำลังจะหยิบหินดิบสองก้อนที่มี ‘พลังงานล้ำค่า’ น้อยที่สุดออกมา แต่ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สั่นไหว
เขามองตรงไปข้างหน้าและพบเข้ากับหินดิบสูงสองเมตร
‘พลังงานล้ำค่า’ ที่พุ่งทะยานนั้นเกือบจะทำให้เขาตาบอด
มีบางสิ่งซ่อนอยู่ในนี้!
เท้าของเซี่ยวเฮยเคลื่อนไปทางหินนั้นโดยไม่รู้ตัว “หินก้อนนี้...”
ทว่าก่อนที่เขาจะพูดจบก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านข้างเพื่อขัดจังหวะเขา
“ข้าเลือกหินก้อนนี้” ผู้พูดคือซูอันซึ่งให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของเซี่ยวเฮย
แม้ว่าเขาไม่ได้วางแผนแตะต้องตัวเอกชายในขณะนี้ แต่ไม่ได้ขัดขวางซูอันจากการปั่นคะแนนตัวร้าย
“ขอรับ คุณชาย” ผู้ชายที่อยู่ถัดจากซูอันได้สั่งให้ลูกน้องขนหินดิบก้อนนี้ให้ซูอันแล้วกลับไปยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความเคารพ
“คุณชายต้องการเปิดหินดิบที่นี่หรือในห้องแยกขอรับ?”