- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 203 รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 203 รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 203 รอดตายหวุดหวิด
ตอนที่ 203 รอดตายหวุดหวิด
ร่องรอยของพลังเวทที่แผ่ออกไปอีกได้กลายเป็นโซ่ทองศักดิ์สิทธิ์และทำลายหยางเสินของผู้ฝึกตนหญิงคนสุดท้ายไว้
ในเวลานี้ผู้ฝึกตนหญิงคนสุดท้ายกลับมามีสติอีกครั้งและใบหน้าของนางซีดเผือด
ในพริบตาเดียวพี่สาวทั้งสองของนางเดินทางสู่แดนตะวันตกเสียแล้ว
นางกำลังฝันอยู่หรือเปล่า?
“พี่ชิงหลิงปลอดภัยหรือไม่” หลังจากเตะศพหญิงไร้หัวแล้วซูอันจึงบินไปอยู่ข้างกายชิงหลิงด้วยสายตากังวล
เมื่อเห็นผู้มาเยือน ชิงหลิงจึงเลิกคิ้วขึ้นและมีรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว ในช่วงเวลาชั่วครู่นางรู้สึกเหมือนเห็นวีรบุรุษบินอยู่ในเมฆมงคลหลากสีสันและสุดท้ายมันไม่ใช่ภาพลวงตา
ถ้าจางจวินสวินยังไม่ตายและได้เห็นการแสดงออกของชิงหลิงเช่นนี้ เขาจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ
เทพธิดาผู้เย็นชาจะแสดงรอยยิ้มสดใสให้กับผู้ชายได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้!
“ข้าไม่เป็นไร” ชิงหลิงส่ายหัว แต่แล้วมือข้างที่ว่างของนางถูกซูอันคว้าไว้
“เจ้ามีเลือดออก” ซูอันมองชิงหลิงด้วยสีหน้าจริงจังและวางมือบนบาดแผลด้วยความทุกข์ใจ
พลังเวทอ่อนโยนถูกส่งไปยังบาดแผลบนผิวหนังบอบบาง
“มันเป็นแค่รอยขีดข่วน...” เมื่อเผชิญหน้ากับการจ้องมองของซูอัน ชิงหลิงจึงอดก้มศีรษะลงเหมือนเด็กผู้หญิงที่ทำความผิดไม่ได้
บัดนี้ถูเซิ่งหนานเกือบจัดการผู้ฝึกตนหญิงคนสุดท้ายเสร็จแล้ว
“ข้า ข้าคือผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวน!”
ผู้อาวุโสของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ชางยวนไม่มีเนื้อดีๆ เหลือบนร่างกายเลย นางกรีดร้องจากความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง พวกนางคือเทพธิดาทั้งสามแห่งชางยวนที่เดินทางเข้าอาณาจักรลับและไปโผล่คนละที่ โชคดีที่สุดท้ายบังเอิญกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ดังนั้นพวกนางสามคนรวมพลังกันต้องราบรื่นตลอดทาง แต่ถูกบังคับให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้
ในไม่ช้านางถูกเซิ่งหนานทุบตีเป็นชิ้นๆ
อาการบาดเจ็บที่มือของชิงหลิงได้รับการรักษาแล้ว การรู้สึกถึงมือใหญ่ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก
เสี่ยวอันจื่อค่อยๆ เติบโตขึ้นจนถึงจุดนี้เขาไม่ใช่เด็กขี้แยอีกต่อไปแล้ว
“เสี่ยวอันจื่อ ขอบคุณ...” ทันทีที่พูดจบ ร่างของชิงหลิงก็ล้มไปทางซูอัน
เมื่อถูกไล่ล่าโดยผู้ฝึกตนหยางบริสุทธิ์สามคนพร้อมกัน นางได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ตอนนี้จิตใจของนางผ่อนคลาย ร่างกายจึงอ่อนแรงและนางไขว่คว้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
ร่างอ่อนนุ่มกระแทกเข้ากับอ้อมอกกว้างๆ
ซูอันรับพี่ชิงหลิงไว้อย่างอ่อนโยน แต่ใบหน้าของเขาดูแปลกไป
มือของพี่ชิงหลิงจับอะไร
“หืม!!!?” ชิงหลิงรีบปล่อยมือราวกับถูกไฟลวก ผิวที่ซีดแต่เดิมกลับมีสีชมพูขึ้นมา
ดูเหมือนว่านางจับโดนเสี่ยวอันจื่อน้อยเข้าแล้ว!
นี่ นี่ นี่เสี่ยวอันจื่อจะคิดว่านางเป็นพี่สาวที่คิดไม่ซื่อหรือเปล่า
โชคดีที่ซูอันไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้และใช้มือกดศีรษะของชิงหลิงให้ฝังอยู่ในอก
“พี่ชิงหลิงควรพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน”
ซูอันอุ้มชิงหลิงขึ้นมาและถ่ายพลังวิญญาณบางส่วนเข้าไปในร่างกายของนาง เขาช่วยคลายความเหนื่อยล้าให้นาง จากนั้นค่อยๆ วางนางลงที่เตียงในห้องโถงด้านข้างของตำหนักเซียนไท่ซวี
รูปร่างงดงามมีส่วนโค้งที่สมบูรณ์แบบปรากฏต่อหน้าของซูอัน
แต่ในเวลานี้พี่ชิงหลิงอ่อนแอ เขาทำสิ่งใดไม่ได้เลยจึงทำแค่นอนลงแล้วกอดชิงหลิงเอาไว้
“อาณาจักรลับโบราณซิงหลิงอันตรายเกินไป พี่ชิงหลิงควรอยู่ที่นี่ก่อนแล้วค่อยออกไปพร้อมข้าเมื่อทางออกเปิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
“อืม ตามใจเจ้า” เมื่อได้ยินคำพูดที่อ่อนโยนและไม่อาจปฏิเสธได้ของซูอัน ชิงหลิงจึงพยักหน้าเชื่อฟัง
เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของผู้ชายที่อยู่ข้างกาย ร่างกายของนางอ่อนระทวยและคอหยกของนางเปื้อนไปด้วยชั้นเมฆสีแดง
เสี่ยวอันจื่อช่วยนางไว้ ถ้าเช่นนั้นการทำหน้าที่เป็นหมอนให้เขาคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ นางคิดด้วยความเขินอายและขยับเข้าหาซูอัน
นางจดจำคำพูดของหงเสาในตอนนั้นได้ ที่บอกกับนางประมาณว่าไม่ต้องเป็นพี่สาวที่เข้มแข็งเสมอไปก็ได้ บางครั้งการเป็นพี่สาวที่อ่อนแอให้น้องชายปกป้องก็ดีเหมือนกัน
ดีจริงด้วย!
……
ในไม่ช้าก็ถึงเวลาสิ้นสุดของอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง
กฎมีเช่นเดียวกับตอนที่เปิดคือสามารถออกไปได้ภายในเจ็ดวัน
หากไม่ออกภายในเจ็ดวันก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะเจ้าอาจต้องอยู่ในอาณาจักรลับโบราณซิงหลิงเป็นเวลาหลายแสนปีถ้าเจ้ามีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนั้น
ซูอันไม่ได้รอนานและออกจากอาณาจักรลับโบราณซิงหลิงในวันรุ่งขึ้นทันที
ตอนที่เขาออกมาก็ยังอยู่ในวังหลวงของเผ่าปีศาจ
ตอนนี้พี่ชิงหลิงยังอยู่ในโลกใบเล็กของเขา
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่พี่ชิงหลิงมักจะไปฟังชั้นเรียนของเยี่ยหลีเอ๋อร์เสมอ
“ถึงเวลาออกจากเผ่าปีศาจแล้ว”
หลังจากมองไปยังทิศทางของเมืองหลวงต้าซางแล้ว ซูอันไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่ในเผ่าปีศาจอีกต่อไป เขาพร้อมเดินทางกลับทันทีที่บอกลาสาวใช้ส่วนตัว
……
“ฮือฮือ นายท่านจะไปแล้ว”
ในตำหนักของจักรพรรดิปีศาจ ‘จักรพรรดินีชิง’ ผู้สง่างามร้องไห้และจับมือของซูอันไม่ปล่อย
“พอแล้ว ใช่ว่าในอนาคตข้าจะไม่มาหาเจ้าเสียหน่อย!” ซูอันมองสาวใช้ส่วนตัวที่กำลังกัดปากและถูใบหน้าเปื้อนน้ำตา เขาได้แต่ถอนหายใจ
ประเด็นสำคัญคือใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่เย็นชาและการแสดงออกเช่นนี้ช่างขัดกันจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้วอันหรันต้องอยู่บนเตียงผู้ป่วยตั้งแต่เด็ก วิญญาณจริงๆ ของนางยังไม่เป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น
โดยธรรมชาติแล้วนางต้านทานอารมณ์ถวิลหาไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้นคือนางไม่มีญาติในเผ่าปีศาจเลย จึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับสาวน้อยอายุสิบแปดปีที่จะต้องแสดงความเข้มแข็งตลอดเวลา
และไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการพาอันหรันกลับไปด้วย เพียงแต่การปล่อยให้จักรพรรดิปีศาจแห่งเผ่าปีศาจอาศัยอยู่ในเมืองหลวงของต้าซางนั้นค่อนข้างยั่วยุ ในทางกลับกันตี้ชิงเซียนก็ไม่เต็มใจที่จะให้อันหรันในนามจักรพรรดิปีศาจละทิ้งเผ่าปีศาจ
อันหรันกำแขนเสื้อของซูอันและจ้องมองซูอันด้วยดวงตาที่เปียกชื้น “เฮอะ นายท่านตัวเหม็น ข้าสั่งให้ท่านอยู่ต่อ มิฉะนั้น...อื้อ!”
นางพูดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกซูอันปิดปาก
หลังจากนั้นพลังงานอินหยางก็ไหลเวียนอยู่ในตำหนักของจักรพรรดิปีศาจ
เสียงแห่งความสุขไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากสนุกกับอันหรันไปอีกคืน ซูอันจึงเดินทางออกจากเผ่าปีศาจ
เมื่อคนเดินทางจากไปแล้วพระราชวังอันเงียบสงบดูว่างเปล่าเกินไป อันหรันนอนบนเตียงพลางเหม่อมองคานสูงอยู่นานสองนาน
นางบ่นพึมพำ “มันไม่สนุกเลย ใครอยากเป็นจักรพรรดิปีศาจก็ให้เป็นไปสิ”
นางเพิ่งเอาชนะอำนาจหอมหวานนี้ได้ เพราะการเป็นจักรพรรดิปีศาจนั้นเหนื่อยมาก
“คงจะดีหากข้ากลับคืนร่างเดิมได้”
หลังจากที่นางพูดจบ วงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิดซึ่งไม่ตอบสนองต่อนางมาพักใหญ่ก็เปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด
นางหมดสติไปทันที
บนเรือเซียนในอีกด้านหนึ่ง ตี้ชิงเซียนซึ่งนอนอยู่ในอ้อมแขนของซูอันพร้อมลำคอที่เจ็บก็หมดสติเช่นกัน
ซูอันยังไม่รู้
หากรู้...เขาคงดีใจที่หนีออกจากเผ่าปีศาจได้เร็วพอ
……
ในเวลาเดียวกัน
เหนือดินแดนต้องห้ามเสินหวงซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างต้าซางและทะเลทรายตะวันตก
โลงทองแดงโบราณขนาดใหญ่ทะลุผ่านอากาศราวกับว่ามันมาจากนอกโลก ศพมังกรเก้าหัวกระเด็นออกจากโลงและตกลงที่นอกดินแดนต้องห้ามเสินหวง
หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏชายและหญิงกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดสูททับเสื้อเชิ้ตและกระโปรงสั้นหรือกางเกงขายาวก้าวออกจากโลงทองแดง มองจากเสื้อผ้าของพวกเขาแล้วแตกต่างจากเสื้อผ้าที่สวมใส่โดยเผ่าต่างๆ ในปัจจุบันนี้อย่างเห็นได้ชัด
มีความกลัวและความอยากรู้อยากเห็นบนใบหน้าของคนเหล่านี้
ก่อนพวกเขาจะปรับตัวได้เต็มที่ โลงทองแดงขนาดยักษ์และศพมังกรหล่นลงไปในหุบเขาคล้ายเหวที่อยู่ข้างๆ ทำให้ทุกคนตกตะลึง
หากพวกเขาก้าวออกมาช้าเพียงสองสามก้าว พวกเขาอาจจะร่วงหล่นลงไปพร้อมกัน
มีคนหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าและต้องการขอความช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
“ที่นี่ที่ไหน โลงทองแดงนั้นพาเรามาโผล่ที่ไหนเนี่ย!”
“Oh! Oh my god นี่มันไม่ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์เลย” ชาวต่างชาติเพียงคนเดียวในกลุ่มอุทานขณะที่มองต้นไม้โบราณสูงหลายพันเมตรในป่า
ต้นไม้จะเติบโตขนาดนี้ได้อย่างไร สิ่งนี้ละเมิดหลักการทางชีววิทยามาก!