- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 189 แผนการล้มเหลวทั้งสองฝ่าย
ตอนที่ 189 แผนการล้มเหลวทั้งสองฝ่าย
ตอนที่ 189 แผนการล้มเหลวทั้งสองฝ่าย
ตอนที่ 189 แผนการล้มเหลวทั้งสองฝ่าย
“จุดอ่อนล่ะ จุดอ่อนของฝ่าบาทอยู่ตรงไหน?”
เยี่ยหลีเอ๋อร์ทำตัวเหมือนเด็กขี้สงสัย ดวงตากลมโตวาววับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะสำรวจ
ซูอันลูบไล้ใบหน้าบอบบางของสาวน้อยพลางเอ่ยช้าๆ ว่า “อย่ามองว่าตี้ชิงเซียนฆ่าหยวนเสินด้วยฝ่ามือเดียว ความจริงแล้วนางใช้วิชาลับและร่างกายของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส ความแข็งแกร่งของนางต่ำมาก ตอนนี้นางแค่แกล้งอดทนไว้เท่านั้น ตอนที่ข้าเล่นกับนางน่ะ นางถึงขั้นกระอักเลือดออกมาเลย”
นี่คือความจริงและผ้าขาวที่มีคราบเลือดยังถูกเก็บไว้
“โอ้!” เยี่ยหลีเอ๋อร์อุทานเสียงดังและอ้าปากค้างราวกับว่านางตกตะลึงกับแตงคำใหญ่นี้
หลังจากนั้นไม่นานนางจึงฟื้นจากอาการตกตะลึง
“นั่นเท่ากับว่า...นางเต็มใจถูกท่านข่มเหงหรือ?”
ซูอันดูเหมือนเย้ยหยัน “ถ้าไม่ยอมแล้วจะทำอย่างไรล่ะ กองทัพของต้าซางรออยู่ที่ชายแดนแล้ว ตราบใดที่นางต่อต้าน เผ่าปีศาจก็จะพินาศ นางจึงมีทางเลือกเดียวเท่านั้นคือการเป็นสุนัขของข้า”
ฟ้าร้องขึ้นมาอีกครั้ง
บนท้องฟ้าไร้แสงจันทร์และเมฆดำปกคลุมทั่วเมือง
ในคืนที่ฝนตกเช่นนี้เมฆดำทะมึนปกคลุมเมืองหลวงเผ่าปีศาจทั้งหมด
“ที่แท้ชิงเซียนก็ถูกข่มขู่” จางจวินสวินกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ มีไอสังหารในดวงตาของเขา
ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะด้วยนิสัยของชิงเซียนไม่มีทางใกล้ชิดกับมนุษย์หน้าอ่อนคนนี้เด็ดขาด
“ไอ้มนุษย์คนนี้กล้าปฏิบัติต่อชิงเซียนเหมือนเป็นสุนัข บังอาจนัก!”
ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ตี้ชิงเซียนก็เป็นคู่หมั้นของเขา เป็นยอดรักที่เขาเฝ้าถนอมไว้ในมือ คอยดูแลและไม่เคยแตะต้องเลย
ตาย มันต้องตาย!
เขากำลังรวบรวมพลังเวท แม้ว่าเขาทั้งสองจะอยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์เหมือนกัน แต่จางจวินสวินมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก
แม้หลังการเกิดใหม่ความแข็งแกร่งจะยังไม่ถึงจุดสูงสุดก็ตาม
แต่ด้วยการลอบโจมตี เขาสามารถฆ่าผู้เยาว์คนนี้ได้อย่างง่ายดาย
ในเวลานี้ ซูอันแสร้งทำเป็นเพิ่งคิดเรื่องหนึ่งได้ เขาจึงยิ้มแล้วบอกอีกหนึ่งความลับว่า “ข้าจำได้ว่าบางครั้งนางตะโกนชื่อจางจวินสวิน นางพูดแต่ว่ารู้สึกผิดต่อเขา หลังจากที่โดนข้าตบสั่งสอนทุกครั้งที่นางเรียกชื่อเขา นางก็ไม่เคยเรียกชื่อนั้นอีกเลย”
นัยน์ตาของจางจวินสวินหดเกร็ง จิตใจของเขาสั่นไหวและพลังเวทที่เพิ่งรวบรวมเกือบจะพังทลายลง
หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
ชิงเซียน...ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้นหรือ?
“ใคร!” ทันใดนั้นมีเสียงที่ดูมีอายุดังมาจากด้านหลัง
ท่าไม่ดี!
จางจวินสวินซึ่งซ่อนตัวอยู่นอกตำหนักรับรองสัมผัสได้ถึงอันตราย ทันใดนั้นท่าทางซื่อสัตย์ก็ปรากฏแทนที่
และด้วยอารมณ์ที่ผันผวนมากเกินไปจึงทำให้ลมหายใจของเขารั่วไหลออกมา
เผยออกมาแล้ว!
เขากำหมัดแน่นและต่อยประตูตำหนัก จากนั้นกลายเป็นแสงสีดำและวิ่งหนีไปโดยไม่ลังเล
เมื่อมีคนมาพบตำแหน่งของเขา เขาจึงไม่มั่นใจว่าจะฆ่าซูอันได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะมาถึง
เขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ดังนั้นปล่อยให้ซูอันมีชีวิตอยู่ต่ออีกสองสามวันแล้วกัน
เมื่อสัมผัสได้ถึงการจากไปของจางจวินสวิน ซูอันจึงแอบคิดว่าน่าเสียดาย
เดิมทีเขาอยากลองใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้จางจวินสวินลงมือ จากนั้นเขาก็ฆ่าจางจวินสวินโดยตรงและให้เหตุผลว่าคนผู้นี้โจมตีท่านโหวแห่งต้าซางเพื่อหวังทำลายความสามัคคีระหว่างมนุษย์และปีศาจ
แต่มียายเฒ่าโผล่มาจากไหนไม่ทราบและทำลายแผนการของเขา
ก๊อก ก๊อก!
มีเสียงเคาะประตูด้านนอก
“ท่านโหวซู ท่านปลอดภัยหรือไม่ ข้าอยากคุยกับท่านหน่อย” มีเสียงหวานใสดังตามมา
“ตี้เมิ่งเหยา?” ซูอันขมวดคิ้ว นางมาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้? “เข้ามาสิ”
ตี้เมิ่งเหยาเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ด้านหลังของนางตามมาด้วยหญิงชราในระดับหยางบริสุทธิ์คนหนึ่งซึ่งเป็นองครักษ์ที่ตี้ชิงเซียนจัดไว้ให้นาง
ซูอันเหลือบมองหญิงชราคนนั้น นางคือคนที่ทำลายแผนการดีๆ ของเขาเมื่อครู่นี้
“เจ้ามีธุระใดกับข้า?” เขาถาม
ตี้เมิ่งเหยาไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่มองไปรอบๆ ก่อน “เมื่อครู่มีคนซ่อนตัวอยู่ในความมืดคล้ายกำลังสอดแนม ท่านโหวซูปลอดภัยดีหรือไม่?”
ซูอันสูดหายใจเข้าลึกๆ เขายิ้มและพยักหน้า “องค์รัชทายาทมีสิ่งใดจะพูดก็พูดมาตามตรงเถอะ”
เยี่ยหลีเอ๋อร์เหลือบมองตี้เมิ่งเหยาด้วยความไม่พอใจและพึมพำ “มาขัดจังหวะการแสดงของข้าเสียได้”
ตี้เมิ่งเหยามองเยี่ยหลีเอ๋อร์ด้วยสีหน้าเย็นชา “ท่านโหวซูช่วยบอกให้คนนอกออกไปก่อนได้หรือไม่?”
ไม่มีการกล่าวถึงชื่อใดๆ แต่ชัดเจนว่านางหมายถึงใคร
เยี่ยหลีเอ๋อร์โกรธขึ้นมาทันที ความโกรธปรากฏบนใบหน้าที่งดงามของนางและหมัดเล็กๆ กำแน่นจนเป็นสีชมพู “เจ้าเรียกใครว่าคนนอก?”
นางเป็นสมบัติชิ้นน้อยที่พี่อันเอาใจใส่ที่สุด เป็นคนที่แยกจากกันไม่ได้และต้องคอยอยู่เคียงข้างพี่อัน แม้ว่านางจะตายไปแล้วก็จะอยู่กับเขา ดังนั้นนางจึงไม่ใช่คนนอก
ตี้เมิ่งเหยาคนนี้ยังไม่เคยพบนางด้วยซ้ำ แต่ยังกล้าเรียกนางเช่นนี้
ถ้านางไม่ออกไปแล้วจะทำไม?
ตี้เมิ่งเหยาเพิกเฉยต่อความโกรธของเยี่ยหลีเอ๋อร์และมองด้วยความเหยียดหยามซึ่งทำให้เยี่ยหลีเอ๋อร์โกรธมากขึ้นและพยายามจะต่อสู้กับตี้เมิ่งเหยา
“เอาล่ะ” ซูอันตบสะโพกเยี่ยหลีเอ๋อร์เบาๆ จากนั้นมองไปที่ตี้เมิ่งเหยา “พูดในสิ่งที่เจ้าอยากจะพูดออกมาเถอะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของซูอันแล้วเยี่ยหลีเอ๋อร์ก็หยุดเกร็งฟันและกรงเล็บทันที นางฟื้นคืนภาพลักษณ์สาวน้อยแสนอ่อนหวานและซบอกซูอันเงียบๆ
ตี้เมิ่งเหยาไม่ยืนกรานจะไล่คนอีกต่อไป นางหันไปพูดกับหญิงชราข้างกายว่า “ผู้อาวุโสอวิ๋น เจ้าออกไปก่อน”
“คุณหนู...ก็ได้เจ้าค่ะ” หญิงชราไม่ค่อยกังวลกับทูตมนุษย์เช่นซูอันมากนัก เมื่อเผชิญกับสายตาของตี้เมิ่งเหยาที่บอกว่าไม่ต้องถามมากความ นางจึงถอยออกไป
ห้องโถงเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
ตี้เมิ่งเหยาพูดก่อน “ท่านโหวซู ข้าอยากคุยกับท่านเรื่องจักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าของข้า”
เดิมทีนางไม่คิดอะไร แต่นางบังเอิญเห็นรอยเปื้อนสีขาวที่มุมปากของตี้ชิงเซียน
บางทีอาจเพราะความเร่งรีบจึงทำให้ตี้ชิงเซียนไม่สังเกตเห็น
ในฐานะองค์รัชทายาท นางไม่สามารถเมินเฉยต่อการดูหมิ่นของซูอันที่มีต่อจักรพรรดิปีศาจได้
“นางบอกเจ้าแล้วหรือ?” ซูอันเลิกคิ้วและมองไปที่ตี้เมิ่งเหยา แม้ว่าเขาจะถามแต่น้ำเสียงของเขาเป็นมิตร
“ใช่แล้ว ฝ่าบาทถูกสลับร่างเพราะอุบัติเหตุ หวังว่าท่านโหวซูจะคืนฝ่าบาทให้เผ่าปีศาจของเรา” สิ่งที่ตี้เมิ่งเหยาพูดนั้นถูกต้อง
“เหอะ ดี!” ซูอันยิ้มเอ่ย “เจ้าก็คืนสาวใช้ส่วนตัวให้ข้าด้วยสิ”
การแลกเปลี่ยนกันตอนนี้ยังเป็นไปไม่ได้ เพราะร่างของจักรพรรดินีชิงยังคงถูกครอบครองโดยบุคคลอื่น
ถ้านางติดตามซูอันไปจริงๆ เผ่าปีศาจคงจะไร้ผู้นำ
ส่วนจักรพรรดินีชิงในระดับผันวิญญาณคนนั้นไม่คุ้มค่าเลย
ถึงอย่างไรต้องปล่อยให้นางแกล้งทำเป็นจักรพรรดินีชิงไปก่อน
ตี้เมิ่งเหยายอมถอยหนึ่งก้าว ใบหน้าของนางยังคงจริงจัง “ฝ่าบาทสามารถติดตามท่านก่อนได้ แต่ข้าหวังว่าท่านโหวซูจะให้ความเคารพแก่จักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าของเราตามที่นางสมควรจะได้รับ”
“เคารพ? ก็น่าเคารพจริงๆ” ซูอันพยักหน้าเห็นด้วย
ผู้เป็นใหญ่ที่สุดในเผ่า หากพูดตามหลักเหตุผลแล้วแม้ว่าจะเป็นนักโทษก็ควรได้รับความเคารพ
ทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปบีบคางของตี้เมิ่งเหยาแล้วดึงใบหน้าของนางเข้ามาใกล้พร้อมกับแววตาขี้เล่น
“ดังนั้นเจ้าอยากแทนที่อาหญิงแล้วมาเป็น...ลูกสุนัขของข้าหรือ?” ซูอันไม่เคยยอมขาดทุนอยู่แล้ว
“ข้า...ท่านโหวซู ข้ากำลังคุยธุระสำคัญกับท่านอยู่ โปรดให้เกียรติด้วย!” ตี้เมิ่งเหยาจ้องมองซูอันซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ดูเหมือนจะมีความสุขที่ไม่อาจตรวจพบได้ในดวงตาของนาง
หากมีใครมายืนอยู่ข้างหลังนางก็จะเห็นว่านิ้วของนางที่อยู่ข้างหลังนั้นขยับตลอดเวลาซึ่งดูประหม่ามาก
“รู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้าทำลายโอกาสดีๆ ของข้า?” ดวงตาของซูอันเย็นชาขึ้นและอยู่ๆ ก็บังเกิดแรงดูดที่ทำให้ตี้เมิ่งเหยาเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา
เยี่ยหลีเอ๋อร์ใจดีมากและยอมปล่อยแขนข้างหนึ่งของนางออก
“ท่าน ท่านจะทำอะไร อย่าบังอาจนะ รีบปล่อยเดี๋ยวนี้!” ตี้เมิ่งเหยาต่อต้านและดิ้นรนในอ้อมแขนของซูอัน ใบหน้างดงามปกคลุมไปด้วยเมฆสีแดง หมัดเล็กชกที่หน้าอกของเขา สองขาถูกันและพยายามต้านทานแต่ยังคงต้อนรับ
โครม!
“ซูอัน ปล่อยเมิ่งเหยาเดี๋ยวนี้!”
ประตูห้องถูกเตะเปิดออกและตี้ชิงเซียนรีบวิ่งเข้ามาดึงตี้เมิ่งเหยาออกมาไว้ข้างหลัง นางยืนปกป้องหลานสาวโดยจ้องมองซูอันด้วยสีหน้าไร้ความปรานี