- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 166 อีกเจ็ดล้านไปเอาจากตระกูลซือ
ตอนที่ 166 อีกเจ็ดล้านไปเอาจากตระกูลซือ
ตอนที่ 166 อีกเจ็ดล้านไปเอาจากตระกูลซือ
ตอนที่ 166 อีกเจ็ดล้านไปเอาจากตระกูลซือ
แปลก แปลกมาก
ร่างกายของซือเนี่ยนกูรู้สึกผิดธรรมชาติอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ซูอันมีเสื้อผ้าขวางกั้นระหว่างเขากับนาง แต่ในอ่างอาบน้ำตอนนี้ไม่มีอุปสรรคใดขวางสองร่างกายเอาไว้เลย
ซือเนี่ยนกูกำลังคิดในใจว่าความรู้สึกนี้เหมือนกับ...
ไม่ได้ นางจะคิดแบบนั้นไม่ได้ หญิงสาวส่ายหัวแรงๆ เห็นได้ชัดว่าญาติผู้น้องแค่แสดงความใกล้ชิดเพื่อช่วยให้นางดูดซับยาอายุวัฒนะเท่านั้น
ซือเนี่ยนกูเอ๋ยซือเนี่ยนกู เจ้าคงจะเหงามากจริงๆ
ถึงขั้นมีความคิดลามกเช่นนี้ได้
นางยังหน้าแดงและแอบโทษตัวเองที่ไม่ทำตัวให้เป็นปกติ
เกรงว่าตอนนี้นอกจากสารละลายที่เป็นยาแล้วเหมือนจะมีของเหลวชนิดอื่นอยู่ในอ่างอาบน้ำด้วย
……
เมื่อออกจากตระกูลลู่ ซูอันจึงมาที่หน่วยวิหคดำ
ในฐานะรองผู้บัญชาการหน่วยวิหคดำ เขามักจะมาที่นี่บ่อยๆ อยู่แล้ว
หลังจากที่จักรพรรดินีเสด็จขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นานก็ต้องการกวาดล้างกลุ่มฝ่ายค้านทั้งหมด เขาจึงทำหน้าที่บุกยึดทรัพย์ขุนนางเหล่านั้น
“คารวะท่านโหว” ลู่เฉินที่เพิ่งกลับจากการบุกค้นอีกครอบครัวหนึ่งและได้พบกับซูอันพอดี ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปทันทีและรีบวิ่งมาหาซูอันพลางโค้งคำนับทักทาย
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
ซูอันดูเหมือนจะถามแบบสบายๆ แต่ลู่เฉินไม่กล้าประมาท “เรียนท่านโหวซู การยึดทรัพย์ตระกูลในเมืองหลวงเสร็จสิ้นหมดแล้ว ทรัพย์สินของครอบครัวทั้งหมดถูกวางไว้ในคลังของหน่วยวิหคดำชั่วคราว นับรวมแล้วได้ 43 ล้านหินวิญญาณ ส่วนเหมือง ธุรกิจและทรัพย์สินอื่นๆ ไม่รวมอยู่ในหินวิญญาณเหล่านี้”
“ตอนนี้เหลือครอบครัวเดียวคือตระกูลซือแห่งหยวนโจว แต่เพราะความห่างไกลข้าน้อยจึงเก็บครอบครัวนี้ไว้จัดการเป็นลำดับสุดท้าย”
เขาพูดอย่างเป็นธรรมชาติเพราะต้องการแสดงความจริงใจว่าได้ตัดขาดความรู้สึกเก่าๆ แล้ว
“ดีมาก พาข้าไปดูที่คลังหน่อยสิ” ดวงตาของซูอันแสดงความชื่นชม
ต้องยอมรับว่าในฐานะตัวเอกชายนั้นลู่เฉินยังมีความสามารถอยู่บ้าง
ในช่วงเวลาสั้นๆ ดังกล่าว เขาสามารถบุกค้นและยึดทรัพย์สินได้โดยเหมาะสม
สมเป็นสุนัขที่ดี
“ขอรับ ท่านโหวโปรดตามข้าน้อยมา!” ลู่เฉินพาซูอันไปยังคลังสมบัติ
ไม่มีฉากภูเขาหินวิญญาณกองสูงเต็มคลัง มีแต่ถุงเก็บของหนึ่งใบเท่านั้น
ต่างจากแหวนจัดเก็บที่ต้องขัดเกลาก่อนใช้ เพราะสิ่งนี้สามารถใช้งานได้เลย
หินวิญญาณทั้งหมดถูกบรรจุไว้ภายใน
นอกจากถุงใบนี้ อาวุธเวทและสิ่งของอื่นๆ ถูกแยกออกจากกัน ยังมีกล่องหลายใบที่บรรจุสัญญาวิญญาณสำหรับกิจการต่างๆ โดยเฉพาะ
ซูอันโบกมือแล้วใส่กล่องสัญญาวิญญาณเข้าไปในแหวนจัดเก็บโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เขาส่งลูกน้องไปบุกยึดทรัพย์ด้วยความขยันขันแข็งและเขาทุ่มเทอย่างมากเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของลูกน้อง นี่จึงเป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ
จากนั้นเขากวาดตามองกองอาวุธเวท เมื่อเห็นอาวุธธรรมรูปหมวกสีเขียวและทันทีที่หัวใจของเขาสั่นไหว มันก็มาอยู่ในมือของเขา
“ลู่เฉิน ข้าได้เห็นการทำงานหนักของเจ้าในช่วงที่ผ่านมาและเพื่อทำงานให้สำเร็จเจ้าไม่สนใจจะกลับบ้านด้วยซ้ำ ดังนั้นอาวุธธรรมนี้จึงถือเป็นรางวัลของเจ้า”
เขาสวมหมวกเขียวไว้บนศีรษะของลู่เฉินและยังช่วยจัดผมทั้งสองข้างด้วย จากนั้นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
สมเป็นเต่าหัวเขียวจริงๆ
“ยังเหลืออีกเจ็ดล้าน อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ”
“ขอบคุณท่านโหวสำหรับรางวัล ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านโหวผิดหวังเด็ดขาด”
ลู่เฉินแตะหมวกเขียวบนศีรษะ เขาแสดงสีหน้าตื่นเต้นราวกับว่ามีความสุขเพราะคำชมของซูอัน
ทว่าเขารู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ เพราะครอบครัวเหล่านี้ตกที่นั่งลำบากมานานแล้ว ตอนนี้ยังถูกซูอันยึดทรัพย์สินทั้งหมดอีกครั้งและยังต้องการหินวิญญาณอีก 7 ล้านก้อน เขาไม่รู้ว่าทรัพย์สินของตระกูลซือจะเพียงพอหรือเปล่า
เดิมทีเขาคิดจะเก็บหินวิญญาณพิเศษของตนไว้เปิดเจดีย์ปราบมารปาฮวง ตอนนี้กลัวว่าเขาจะต้องควักออกมาเติมเต็มเสียแล้ว
“ตระกูลซือ...เฮ้อ ท่านลุงท่านป้าและเนี่ยนกู โปรดอย่าตำหนิข้าเลย”
ซูอันไม่สนว่าลู่เฉินกังวลมากแค่ไหนและเดินทางเข้าตำหนักไท่หยวนต่อ
เมื่อไม่กี่วันก่อนจักรพรรดินีกักตน เขาจึงไม่มารบกวนนาง
วันนี้เขาได้ยินชิงหลิงบอกว่าฝ่าบาทออกจากกักตนแล้วจึงเป็นธรรมดาที่เขาอยากมาเข้าเฝ้า
“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดถึงฝ่าบาทเหลือเกิน” ซูอันเดินเข่าเข้าไปและยกเท้าหยกมาไว้ในอ้อมแขน ทันใดนั้นหัวใจที่ว่างเปล่าก็ถูกเติมเต็มทันที
ไม่ได้ใช้เวลากับฝ่าบาทแม้เพียงหนึ่งวัน เขาก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว
เมื่อรู้สึกได้ถึงความคิดถึงนั้น มุมปากของจักรพรรดินีจึงยกยิ้มเบาๆ โดยไม่รู้ตัวและขยับเท้าหยกในอ้อมแขนของซูอัน “เสี่ยวอันจื่อ เจ้ามาทันเวลาพอดี ช่วยนวดให้เจิ้นหน่อยสิ”
อันที่จริงแล้วนางไม่สามารถพูดได้ว่าทักษะการนวดของซูอันสูงแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่ซูอันช่วยนวดเท้าให้ นางรู้สึกสบายมากและเริ่มติดใจทุกที
“กระหม่อมน้อมรับบัญชา” ซูอันแสดงฝีมือเต็มที่แล้วเริ่มนวดจากเท้าหยกขึ้นมาจนถึงน่องเรียวงาม
ทุกตารางนิ้วได้รับการนวดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษไปจนถึงหัวเข่า
มือของเขาหยุดอยู่ที่นี่ครู่หนึ่งแล้วจึงเริ่มนวดต่อไปจนถึงต้นขาที่อวบอิ่มและได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ
จักรพรรดินีหลับตาด้วยความเพลิดเพลินยิ่งนักและไม่พูดเลย
ซูอันค่อยๆ เปิดกระโปรงยาวของจักรพรรดินีที่คลุมต้นขาออกด้วยความระมัดระวัง
ในตำหนักส่วนตัว จักรพรรดินีจะไม่สวมกางเกงขายาวไว้ข้างในอยู่แล้ว มือของเขาจึงสัมผัสกับผิวหนังเนียนละเอียดดุจเส้นไหมเนื้อดีโดยตรง
สิ่งที่แน่นอนก็คือแม้แต่อาวุธวิญญาณผ้าไหมดำระดับสูงยังไม่อ่อนโยนและราบรื่นได้ขนาดนี้
ตอนที่ซูอันกำลังจะขยับมือขึ้นไปอีก ทันใดนั้นมือเรียวก็กดหลังมือของซูอันไว้
เขาเงยหน้าขึ้นและเห็นจักรพรรดินีมองเขาด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่ยิ้ม
“เสี่ยวอันจื่อ นวดถึงตรงนี้ก็พอ”
ซูอันไม่รู้สึกเขินอายเลยที่ถูกจับได้ เขายิ้มเป็นธรรมชาติและขยับมือกลับลงมาเล็กน้อย “กระหม่อมเข้าใจแล้ว”
การแสดงออกของจักรพรรดินียังไม่เปลี่ยนแปลงและเพลิดเพลินกับการนวดของซูอันต่อไป มีเพียงติ่งหูเท่านั้นที่มีสีแดงเล็กน้อย
เสี่ยวอันจื่อคงไม่ได้ตั้งใจ…กระมัง
ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นว่าซูอันหยุดมือแล้วขยับลงไปอีก “อืม เสี่ยวอันจื่อ เจ้าจะทำอะไร?”
นางเห็นเสี่ยวอันจื่อยกเท้าบอบบางของนางขึ้นมาแล้วเขาถือผ้าไหมสีดำผืนหนึ่งพร้อมค่อยๆ ดึงมันขึ้นมา
“ฝ่าบาทคงยังไม่ทราบ สิ่งนี้เรียกว่าผ้าไหมดำ เป็นอาวุธวิญญาณวิเศษที่ใช้ร่วมกับการนวดและทำให้การนวดได้ผลดีขึ้น” ซูอันอธิบายจริงจัง
“จริงหรือ?” จักรพรรดินีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วมองน้องชายคนนี้ด้วยความไม่เชื่อ
ครั้งนั้นนางได้ขัดเกลาอาวุธวิญญาณผ้าไหมดำนี้แล้วไม่เห็นว่ามันมีประโยชน์นี้ด้วย
แถมมันยังกล้ารังแกจักรพรรดินีตลอดทั้งวัน
“จริงพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตาของซูอันไม่กะพริบและเต็มไปด้วยความจริงใจ การเคลื่อนไหวในมือของเขาไม่เคยหยุดนิ่งและมีผ้าไหมดำผืนหนึ่งสวมตั้งแต่ปลายเท้าถึงต้นขาของนาง
จากนั้นซูอันวางเท้ากลับเข้าในอ้อมแขนของตนแล้วหยิบเท้าหยกอีกข้างขึ้นมา
ขาวราวหิมะ อบอุ่นราวกับถือหยกอุ่น นิ้วเท้ากลมและเรียว ดูน่ารักมากกว่าเครื่องประดับที่งดงามเหล่านั้น
จักรพรรดินีกำลังจะดึงเท้าออกจากมือของซูอันแล้วสอนบทเรียนให้น้องชายอันธพาลที่กล้าเอาเปรียบพี่สาวคนนี้ แต่ซูอันพูดขึ้นทันทีว่า “แต่กระหม่อมทำถุงน่องไหมดำคู่หนึ่งหายไปหลังจากต่อสู้กับนิกายเทียนเต๋าครานั้น ไม่รู้ว่ามันหายไปไหนจริงๆ”
ใบหน้าของเขามีความเศร้าหมอง
จักรพรรดินีวางมือบนหมอนและรู้สึกผิดในใจเพราะตอนนี้ถุงน่องไหมดำคู่นั้นถูกวางไว้ใต้หมอนของนาง
“บางทีเจ้าอาจเผลอทำหล่นหายระหว่างการต่อสู้”
นางหาข้ออ้างไปเรื่อยและความคิดที่จะสอนบทเรียนแก่ซูอันก็หายไปครู่หนึ่ง
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชาย ดังนั้นจะถูกเขาเอาเปรียบหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
“จริงหรือ?” สำหรับเหตุผลที่พี่รั่วซีพูดมานั้นทำให้ซูอันตอบรับด้วยท่าทางงุนงง
“เจิ้นบอกว่าจริงก็จริงสิ!” ดวงตาของจักรพรรดินีเฉียบคมขึ้นและเปลี่ยนเรื่องทันที “เสี่ยวอันจื่อ เจิ้นได้ยินมาว่าเจ้าสร้างความปั่นป่วนในเมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้”
ซูอันหัวเราะเสียงแห้งพลางยกขาที่งดงามใต้ถุงน่องดำทั้งสองข้างไว้ในอ้อมแขนและหยุดกังวลเรื่องถุงน่องที่หายไปทันที