เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 148 ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตน

ตอนที่ 148 ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตน

ตอนที่ 148 ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตน


ตอนที่ 148 ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตน

อันหรันเหลือบมองซูอันอีกครั้ง เขาทั้งหล่อ ดูอ่อนโยนและสุภาพ ใบหน้าของเขาเมื่อถูกแสงอาทิตย์ส่องกระทบกลายเป็นโครงร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากฝีมือจิตรกรเอกของโลก

ทันใดนั้นหัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกวางน้อย ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีจริงๆ

ในเมื่อระบบได้ผูกพันธะกับเขาไว้แล้ว ต่อจากนี้ไปเธอจะกลายเป็นสาวใช้ของเขาหรือ?

“เอาล่ะ พี่ชิงหลิง ข้าจะพาคนออกไปก่อนแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้านะ”

ซูอันพูดและกอดชิงหลิงไว้ในอ้อมแขนเบาๆ ทำให้ร่างกายที่อ่อนนุ่มแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นนางจึงผ่อนคลายโดยกอดตอบซูอันด้วยหลังมือ

เมื่อซูอันจากไปพร้อมกับอันหรัน ชิงหลิงยังคงจมอยู่ในความคิด

ทุกครั้งที่นางถูกซูอันสัมผัสก็มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้เสมอ

ทั้งตื่นเต้นและมีความสุข ทำให้นางควบคุมตัวเองไม่ได้

ชิงหลิงหันมองไปรอบๆ และไม่เห็นใครอีก นางจึงเดินไปที่โต๊ะหินในลานห่างไกล จากนั้นจึงแอบหยิบหนังสือล้ำค่าของนางออกจากแหวนจัดเก็บ

‘พี่สาวเทพธิดากระบี่เย็นกับน้องชายหมาเด็กของนาง (2)’

ว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้เขียนโดยคนจากวังหลวง ทว่าชิงหลิงไม่อาจตามหาตัวผู้แต่งได้ นางจึงยึดหนังสือเล่มนี้จากนางกำนัลอีกแล้ว

น้องชายผู้ชั่วร้ายในหนังสือเล่มนี้มีต้นแบบมาจากซูอันเกือบทั้งหมด ทุกครั้งที่นางอ่านก็มักจะนึกถึงใบหน้าของซูอันเสมอ

ใบหน้าของชิงหลิงค่อยๆ แดงขึ้นทุกขณะ

……

บนรถม้า อันหรันมองการตกแต่งภายในแบบโบราณ เธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและมีความแปลกใหม่ในดวงตาที่สดใส

สิ่งนี้ทำมาจากอะไร มันสามารถขับเคลื่อนได้แม้ไม่มีคนขับ

มันมีจุดใดที่คล้ายกับรถยนต์ในโลกอื่นหรือเปล่า?

และถึงแม้จะมองจากด้านนอกแล้วดูไม่ใหญ่ แต่ข้างในกว้างขวางมาก

เธอแอบยกม่านรถม้าขึ้นมองออกไปข้างนอก

มีฉากพร่ามัวอยู่นอกหน้าต่าง ราวกับว่าตอนนี้รถม้าเคลื่อนที่ไวมากจนมองเห็นสิ่งใดไม่ชัดเจน

เธออ้าปากค้าง ความเร็วนี้เร็วกว่าเครื่องบินด้วยซ้ำ แต่มันจะไม่ชนใครหรือ? แล้วเหตุใดเธอไม่รู้สึกถึงกระแสลมล่ะ?

“เจ้าชื่ออะไร?” เสียงของซูอันดังอยู่ในรถม้า

“อันรัน ฉัน...ข้าชื่ออันหรัน” นางรีบปิดม่านแล้วตอบด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างประจบประแจง

นางได้อ่านนิยายหลายเรื่องมาตั้งแต่เด็กและรู้ถึงความสำคัญของการกอดขาผู้มีอำนาจ

ในโลกที่แปลกประหลาด เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคนต่ำต้อยเสียก่อน

น่าสนใจมาก ซูอันแอบพยักหน้ากับตัวเอง

ดูเหมือนนางไม่ใช่คนประเภทที่ไม่รู้จักความเป็นจริง

นอกจากนี้ รูปร่างหน้าตาของนางยังดูสะดุดตามาก นางมีผิวขาวราวหิมะ ดวงตามีชีวิตชีวาและใบหน้าดูป่วยเล็กน้อย ซูอันจึงนึกถึงคำจำกัดความของหลินไต้อวี้ที่ว่า...หัวใจงดงามกว่าร่างกาย โรคร้ายทำให้ดูละเอียดอ่อนกว่าไซซีถึงสามแต้ม

เห็นได้ชัดว่านางเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่มีพลังเวทชำระล้างคราบสกปรกได้ ทว่านางไม่มีร่องรอยสิ่งสกปรกติดตัวเลย อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย

สามารถเก็บไว้ก่อนได้

เขายังสามารถได้รับคะแนนตัวร้ายโดยการสังหารตัวเอกหญิง เพียงแต่ซูอันไม่มีความคิดนั้นอยู่เลย

เมื่อถูกซูอันมองเช่นนี้ อันหรันจึงรู้สึกอึดอัดและเขินอาย

ในอดีตนางไม่ค่อยได้ออกจากวอร์ดและนางได้คุยกับพ่อแม่ นางพยาบาลที่ดูแลและคุณหมอเจ้าของไข้เท่านั้น การที่อยู่ๆ ถูกชายหนุ่มหน้าตาดีจ้องมองจึงทำให้นางรู้สึกอึดอัดแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

โชคดีที่ซูอันดึงสายตากลับไป

“ถึงแล้ว”

รถม้าก็หยุดลง

ม่านประตูรถถูกเปิดออก ปรากฏเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่เตรียมพร้อมมานานแล้วพุ่งเข้าหาซูอัน

“พี่อัน” นางซุกศีรษะไว้กับอกของซูอันและสูดหายใจลึกๆ เพื่อเติมพลังแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่อัน ข้าทะลวงมาถึงจื่อฝู่ขั้นปลายแล้ว”

การแสดงออกที่ภาคภูมิใจพร้อมกับดวงตาคาดหวังนั้นคือการรอรับคำชม

ซูอันดีดหน้าผากของเยี่ยหลีเอ๋อร์และอดหยอกล้อนางไม่ได้ “อ้อ เพิ่งอยู่ระดับจื่อฝู่ขั้นปลายหรือ? ข้านึกว่าเจ้าทะลวงถึงมิ่งตานเสียอีก”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเยี่ยหลีเอ๋อร์ก็ทรุดลง นางมุ่ยปากและใช้ศีรษะกระแทกหน้าอกของซูอันด้วยความไม่พอใจ “ข้ากำลังฝึกอย่างหนักและอีกไม่นานจะต้องบรรลุมิ่งตานแน่”

นางไม่ได้รับคำชมจากพี่อัน นางจึงไม่มีความสุข

เมื่อเห็นใบหน้ามุ่ยๆ ของเยี่ยหลีเอ๋อร์ ซูอันจึงก้มลงจุมพิตนาง “ฮ่าฮ่า เอาล่ะ เอาล่ะ หลีเอ๋อร์ของข้ายอดเยี่ยมมาก เอาไว้ข้าจะให้รางวัลเจ้าทีหลังนะ”

เยี่ยหลีเอ๋อร์ยิ้มได้อีกครั้งและโอบแขนของซูอันไว้ในอ้อมแขน “พี่อัน คราวนี้ข้าอยากจะลองเล่นเชือก”

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง เนื่องจากนางถูกขัดจังหวะเมื่อครั้งที่แล้วจึงยังไม่ได้ลองเล่นเชือกเลย

“ได้สิ ตามใจเจ้า” ซูอันพูดด้วยท่าทางที่มีเสน่ห์

เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเยี่ยหลีเอ๋อร์ถึงชอบเล่นวิธีแปลกๆ มากมายขนาดนี้

อืม เกรงว่าสรรพคุณของน้ำเบญจรสนั้นดีเกินไป ไม่น่าจะเกี่ยวกับเขา

“เฮ้ นี่ใครน่ะ?” จากนั้นเยี่ยหลีเอ๋อร์จึงสังเกตเห็นอันหรันที่อยู่ข้างๆ

“อ่า สวัสดี ข้าชื่ออันหรัน ข้า...” อันหรันมองไปที่เยี่ยหลีเอ๋อร์ด้วยดวงตาที่ฉายแววแห่งความลำบากใจ

นางรู้สึกว่าเห็นภาพของภรรยาน้อยที่ถูกภรรยาหลวงจับได้อย่างไรอย่างนั้น

ผู้หญิงคนนี้คือภรรยาของท่านโหวที่อยู่ตรงหน้าหรือ?

แม้ว่าอันหรันจะมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองมาโดยตลอด แต่ตอนนี้นางรู้สึกเหมือนกำลังพ่ายแพ้

“นี่คืออันหรัน นับจากนี้นางจะเป็นสาวใช้ส่วนตัวของข้า หากมีสิ่งใดที่นางไม่เข้าใจ เจ้าก็สอนนางด้วย” ซูอันแนะนำ

สุดท้ายนางยังเป็นโฮสต์ของระบบฝึกฝนสาวใช้ คงจะน่าเสียดายถ้านางไม่ได้เป็นสาวใช้

“โอ้” เยี่ยหลีเอ๋อร์มองอันหรันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยกมือทุบหน้าอกเล็กๆ ของนางซึ่งเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง “พี่อัน ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเถอะ ข้าจะช่วยฝึกฝนนางให้ดีเอง”

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่อันหรันเหมือนจะเห็นความตื่นเต้นในดวงตาของหญิงสาวคนนี้

นางอาจคิดไปเองหรือเปล่า?

นางเดินตามทั้งสองคนออกจากรถม้า เมื่อเข้ามาในจวนโหวแล้วนางก็ถูกหัวหน้าแม่บ้านแสนสวยคนหนึ่งพาไปที่ลานบ้าน

“นี่คือที่พักของเจ้า ถัดไปนั้นเป็นห้องชั้นในของท่านโหว”

เมื่อเห็นอันหรันเหนื่อยหอบ ป้าถังจึงตบหลังของนางแล้วการไหลเวียนเข้ามาของพลังวิญญาณทำให้อันหรันหายเหนื่อยทันที

“ฟู่ มันกว้างใหญ่มาก!” อันหรันไม่เคยเดินไกลขนาดนี้มาก่อน

จวนโหวแห่งนี้ทำให้นางรู้สึกว่ามันใหญ่กว่าพระราชวังต้องห้าม เฉพาะสถานที่ที่ท่านโหวและสาวใช้ส่วนตัวของเขาอาศัยอยู่ เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีอาคารนับไม่ถ้วนและแม้แต่ภูเขาวิญญาณด้วย

คนในโลกนี้ถึงขั้นยกภูเขามาไว้ที่บ้าน!

“ก่อนที่เจ้าจะไปถึงระดับผันวิญญาณ อย่าเดินไปทั่วจวนโหว” ป้าถังเตือนด้วยความกรุณา

สาวใช้ในจวนโหวที่อยู่ในระดับต่ำสุดคือระดับผันวิญญาณ พวกนางสามารถใช้พลังเวทได้ ดังนั้นเรื่องของระยะทางจึงไม่สำคัญสำหรับพวกนาง

แต่ตอนนี้อันหรันเป็นเพียงคนธรรมดา แน่นอนว่ายังคาดหวังให้นางเป็นเหมือนสาวใช้เหล่านั้นไม่ได้

“นี่คือ ‘เคล็ดวิชาหลอมวิญญาณ’ จากนี้ไปจวนโหวจะมอบทรัพยากรการฝึกตนให้เจ้าทุกเดือน” ป้าถังยื่นแผ่นหยกให้อันหรันหนึ่งแผ่น “แค่วางแผ่นหยกไว้บนหน้าผากของเจ้า”

“พวกเสื้อผ้าและของใช้ทั้งหมดจะถูกส่งมาให้เจ้าภายหลัง”

เมื่อมองไปที่อันหรันซึ่งถือแผ่นหยกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ป้าถังจึงอดทอดถอนใจไม่ได้

เมื่อใดคุณหนูของนางจะยืนหยัดเพื่อตัวเองบ้าง!

นอกเหนือจากการฝึกตนทุกวันแล้ว คุณหนูไม่เรียกร้องสิ่งใดอีกเลย นางบอกว่าต้องการปรับปรุงพลังวิญญาณเพื่อช่วยงานท่านโหว แต่ท่านโหวไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงและตอนนี้เขามีสาวใช้ส่วนตัวเพิ่มมาอีกคน เขาจะจดจำคุณหนูได้อย่างไร

***

ท่านใดชอบอ่านนิยายแนวฟีลกู๊ด Esport สร้างแรงบันดาลใจ อ่านง่ายย่อยง่ายเชิญที่

ลิขิตฟ้าท้าตี HON

https://shorturl.asia/ziCv8

จบบทที่ ตอนที่ 148 ก้าวสู่โลกแห่งการฝึกตน

คัดลอกลิงก์แล้ว