- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 104 ไฟสวรรค์อยู่ที่นี่
ตอนที่ 104 ไฟสวรรค์อยู่ที่นี่
ตอนที่ 104 ไฟสวรรค์อยู่ที่นี่
ตอนที่ 104 ไฟสวรรค์อยู่ที่นี่
ทุกวันนี้กงเทียนเจิ้งได้รับข่าวจากแม่บ้านโม่จึงทราบว่าซูอันกำลังเดินทางพร้อมบุตรสาวของตน
หนุ่มน้อยผู้มีพรสวรรค์ไร้เทียมทานและบรรลุระดับมิ่งตานเมื่ออายุยังน้อย
สถานะของเขายังพิเศษอีกด้วย ไม่เพียงเป็นโอรสบุญธรรมของไท่โฮ่ว แต่ยังมีบรรดาศักดิ์โหว
และกงเทียนเจิ้งยิ่งรู้สึกยินดีเมื่อรู้ว่าบุตรสาวได้เป็นลูกศิษย์ของอรหันต์มู่โดยการช่วยเหลือจากซูอัน
เขาทวีความประทับใจต่อซูอันชายหนุ่มที่โดดเด่นมากเหลือเกิน
แน่นอนว่านี่เป็นเพราะป้าโม่เล่าถึงเหตุการณ์ตอนเผชิญหน้ากันครั้งแรกเพียงสั้นๆ มิฉะนั้นก็ไม่รู้ว่ากงเทียนเจิ้งจะคิดอย่างไร
“ท่านหมายถึงเสี่ยวอันจื่อน่ะหรือ?” เมื่อพูดถึงซูอันแล้วกงเยวี่ยหรูก็ยิ้มและพูดเสริม “ข้าเลี้ยงเสี่ยวอันจื่อมาเองกับมือ เขาสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็กและเติบโตมากับรั่วซี เป็นคนกตัญญู มีคุณธรรม ประพฤติดี มีสติ นิสัยของเขาดีมาก แม้ว่าจะผ่านมาหลายปี...”
ความสามารถและความกตัญญูเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในส่วนของนิสัยนั้น พูดได้คำเดียวว่าเป็นในมุมมองของกงเยวี่ยหรูเท่านั้น
ตอนนี้กงเยวี่ยหรูทนไม่ไหวและอยากโอ้อวดความมหัศจรรย์ของลูกชายเหลือเกิน
กงเทียนเจิ้งตั้งใจฟังเงียบๆ และพยักหน้าเห็นด้วยเป็นครั้งคราว จนกระทั่งกงเยวี่ยหรูพูดจบ เขาจึงยิ้มและพูดว่า “เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์จริงๆ เยวี่ยหรู ข้ามีลูกสาวคนหนึ่งชื่อเสวียนชิง เจ้าเคยเห็นนางด้วยและปีนี้นางอายุยี่สิบ นางมีรูปลักษณ์งดงามและมีความสามารถโดดเด่น ไม่ทราบว่า...”
“พี่ชายไม่ต้องพูดแล้ว” กงเยวี่ยหรูขมวดคิ้วและขัดจังหวะคำพูดของกงเทียนเจิ้ง “ข้าจะไม่ยุ่งเรื่องคู่ครองของเสี่ยวอันจื่อเด็ดขาด ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับความชอบของเขาเอง หากเด็กสองคนถูกกำหนดให้คู่กัน พวกเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง”
หัวหน้าตระกูลกงได้ยินแล้วผงะ เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดด้วยรอยยิ้ม “ใช่ ใช่ ใช่ พี่ชายเลอะเลือนไปชั่วครู่น่ะ”
เขาประเมินตำแหน่งของซูอันในใจของกงเยวี่ยหรูต่ำไปและตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ควรประมาทซูอันคนนี้
หลังผ่านหัวข้อนี้ไปแล้วจึงมีบทสนทนาที่อบอุ่นเกิดขึ้นอีกครั้ง
……
ป่าเทียนหยวน
นี่คือป่าอสูรแห่งเดียวในชิงโจว ทั้งยังเป็นสถานที่ที่ลูกศิษย์จากนิกายต่างๆ มาฝึกฝนบ่อยครั้ง
สัตว์อสูรส่วนใหญ่ในป่านี้มีระดับไม่เกินจื่อฝู่ พวกมันจึงค่อนข้างเหมาะสำหรับการฝึกฝน
ราชาราชสีห์ปีกคริสตัลฟ้าเป็นสัตว์อสูรเพียงตัวเดียวที่อยู่ในระดับมิ่งตานจึงเป็นราชาแห่งสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้ด้วย
“ศิษย์น้องสี่ใกล้บรรลุระดับมิ่งตาน แต่ร่างกายของนางยังล้าหลังอยู่บ้าง หากได้กำเนิดคริสตัลฟ้าของราชาราชสีห์มาช่วย นางจะไม่มีปัญหาอีก” ฉู่อินมาที่ใจกลางป่าเทียนหยวนและมองไปยังถ้ำของราชาแห่งสัตว์อสูร
ขณะที่นางกำลังจะเคลื่อนไหวเพื่อเรียกราชาราชสีห์ออกมา ทันใดนั้นเสียงของนางก็ติดอยู่ในลำคอ
ตราประทับวิญญาณสีม่วงอ่อนบนร่างกายของนางกะพริบ จากนั้นเสียงของยันต์หยกดังขึ้น
“อินเอ๋อร์รีบกลับมา”
“ซูอันเรียกหาข้า” ฉู่อินเหลือบมองถ้ำของราชาราชสีห์ซึ่งอยู่ไม่ไกลและบินกลับนิกายโดยไม่หันมามอง
ถึงอย่างไรในเวลาเพียงไม่กี่วันศิษย์น้องสี่จะสามารถทะลวงผ่านได้เอง ปล่อยให้นางฝ่าฟันด้วยตัวเองแล้วกัน
ในเวลาเดียวกัน เซียวเย่าที่กำลังย่างปลาอยู่ริมลำธารก็เห็นกระแสแสงของฉู่อินกะพริบอยู่บนท้องฟ้า สายตาของนางฉายแววอิจฉาขึ้นมา เมื่อใดนางจะสามารถทะยานสู่ท้องฟ้าได้โดยอิสระเช่นนี้บ้าง
ผ่านไปไม่กี่วัน ข่าวการเกิดขึ้นของอาณาจักรลับแพร่กระจายไปทั่วชิงโจว
อาณาจักรลับอยู่ในทะเลทรายที่มีประชากรเบาบางทางตะวันออกของชิงโจว
อย่างไรก็ตาม บางตระกูลและบางนิกายที่ได้รับมรดกตกทอด พบว่ามีบันทึกเกี่ยวกับอาณาจักรลับแห่งนี้มานานแล้ว ชื่อของมันคืออาณาจักรลับตงหลิน
อาณาจักรลับนี้ถูกเปิดทุกๆ พันปี มีวัตถุจากสวรรค์และสมบัติทางโลกทุกชนิดรวมถึงสัตว์อสูรที่ดุร้ายในอาณาจักรลับ
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านความแข็งแกร่งเมื่อเข้าสู่อาณาจักรลับคือเฉพาะผู้ฝึกตนในระดับจื่อฝู่หรือต่ำกว่าเท่านั้นที่สามารถเข้าได้
ผู้ที่สนใจอาณาจักรลับแห่งนี้จะออกเดินทางก่อนพลังวิญญาณเกินเงื่อนไข
ผู้ฝึกตนมนุษย์ทั่วไปที่ต้องการลองเสี่ยงโชคก็มาเยือนหลังจากทราบข่าวเช่นกัน
เมื่อต้องเผชิญกับอาณาจักรลับนี้ เซียวเย่าจะไม่มีปัญหาแน่นอน
“อาจารย์ มีไฟสวรรค์ในอาณาจักรลับนี้จริงหรือ?” เขาสวมชุดคลุมสีดำ แบกไซเหล็กสีดำไว้บนหลังและกำลังคุยกับเหยียนเหล่าในแหวน
“อย่าพูดเหลวไหล ตอนนั้นข้าเคยมาเยือนอาณาจักรลับแห่งนี้ เพียงแต่ตอนนั้นข้ายังไม่ได้รับ ‘คัมภีร์อัคคี’ แต่มีไฟสวรรค์อยู่ในร่างกายของข้าแล้ว ข้าจึงทิ้งไฟสวรรค์ไว้ที่นี่”
[***คัมภีร์เปลวเพลิง แก้ไขเป็น คัมภีร์อัคคี]
“ขอเพียงภายในไม่กี่พันปีนี้ไฟสวรรค์ยังไม่ถูกใครเอาไป มันจะยังอยู่ที่นั่น”
“เอ่อ แล้วถ้ามันถูกเอาไปแล้วล่ะ?” เซียวเย่าอดถามไม่ได้
“ไม่ต้องห่วง มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะอาณาจักรลับมีขีดจำกัดด้านความแข็งแกร่ง และด้วยความแข็งแกร่งของผู้เยาว์ในระดับจื่อฝู่เหล่านี้ ไม่สามารถเอาไฟสวรรค์ไปได้หรอก” เหยียนเหล่ากล่าวด้วยความมั่นใจ
“แล้วอาจารย์ล่ะ?”
“ข้าหรือ? เมื่อข้าเข้ามาครั้งแรก ข้าอยู่ในระดับหยวนเสิน ดังนั้นข้อจำกัดเล็กๆ ของอาณาจักรลับนี้จะหยุดข้าได้อย่างไร” เหยียนเหล่าเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “ความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนในชิงโจวอยู่ระดับกลางๆ ของต้าซางเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้อรหันต์มู่กลายเป็นหยวนเสิน จึงคาดว่าไฟสวรรค์จะยังอยู่ที่เดิม”
เซียวเย่าได้ยินแล้วรู้สึกโล่งใจและรออาณาจักรลับเปิดด้วยความใจเย็น
ทันใดนั้นมีเสียงวุ่นวายดังจากด้านหลัง
เขาหันกลับไปมองจึงเห็นเรือเซียนลำหนึ่งจอดอยู่เหนือศีรษะของทุกคน
“นั่นคือเรือเซียนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย!” มีคนเห็นตราสัญลักษณ์บนเรือเซียนแล้วอุทานออกมา
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเปิดทางให้ด้วยสายตาหวาดกลัว
ชิงโจวในปัจจุบันนี้ นิกายเทียนสุ่ยเปรียบดังสวรรค์และไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้
ในอีกสักครู่มีผู้หญิงสองคนและผู้ชายหนึ่งคนลงจากเรือเซียน
หลายคนรู้จักฉู่อิน เพราะนางเป็นลูกศิษย์คนรองของอรหันต์มู่จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ย สำหรับผู้ชายและผู้หญิงที่เหลือนั้นพวกเขาไม่รู้จัก
“เป็นพวกมัน!” สีหน้าของเซียวเย่าดุร้ายทันที ภาพแห่งความอัปยศอดสูก่อนหน้านี้ทั้งหมดผุดขึ้นมาอีกครั้งและหมัดที่อยู่ใต้ชุดคลุมสีดำกำแน่น
“เสี่ยวเย่าจื่อ ใจเย็นก่อน!” เสียงของเหยียนเหล่าเหมือนเสียงระฆังดังก้องอยู่ในใจของเซียวเย่า “ตอนนี้เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกนั้น อย่าเปิดเผยตัวตน”
คำเตือนของเขาทำให้การแสดงออกของเซียวเย่าค่อยๆ ดีขึ้นและเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “อาจารย์พูดถูก ตอนนี้ข้าไม่มีความสามารถจะแก้แค้น แต่สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำ สามสิบปีอยู่ทางตะวันตก ข้าจะหุนหันพลันแล่นไม่ได้”
พูดแบบนี้ แต่หมัดยังคงกำแน่นและเห็นได้ชัดว่าเขายังคับแค้นใจมาก
ซูอันสัมผัสได้ถึงทิศทางของตราประทับวิญญาณสีม่วงอ่อน เขายกมุมปากขึ้นและบอกกงเสวียนชิงที่อยู่ด้านข้างว่า “เสวียนชิง เมื่อเข้าสู่อาณาจักรลับแล้วอย่าเดินไปเรื่อย ให้อยู่ใกล้ข้าเท่านั้น”
เขามอบตราประทับวิญญาณสีม่วงอ่อนให้กงเสวียนชิงด้วย
“อืม ญาติผู้พี่ ข้าเข้าใจแล้ว” กงเสวียนชิงพยักหน้าจริงจัง
ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในอาณาจักรลับ แม้ว่านางจะมั่นใจในตัวเอง แต่นางไม่กล้าประมาทเช่นกัน
“อินเอ๋อร์ ข้างนอกนี้ต้องรบกวนเจ้าดูแลแล้ว” ซูอันลูบผมของฉู่อินพลางเอ่ย
“ปล่อยเป็นหน้าที่ข้าเถอะ” แก้มของฉู่อินแดงเรื่อและเพลิดเพลินกับการกอดรัดนายท่าน
ผู้ฝึกตนจำนวนมากตกใจเมื่อเห็นภาพนี้
ตามความเข้าใจของพวกเขาคือเทพธิดาฉู่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยไม่คลุกคลีกับเรื่องทางโลก ทว่าตอนนี้เทพธิดาผู้ไร้มลทินกำลังเพลิดเพลินกับการกอดรัดมนุษย์ผู้ชายราวกับสัตว์เลี้ยง