เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา

ตอนที่ 32 คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา

ตอนที่ 32 คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา


ตอนที่ 32 คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา

อาจกล่าวได้ว่าเมื่อเปรียบกับบิดาแท้ๆ ของถังซืออวิ๋นที่มักออกไปค้าขายนอกบ้าน นางคือคนที่เลี้ยงดูถังซืออวิ๋นจริงๆ ไม่ต่างจากบุตรสาวของตัวเอง

ตอนนี้ต้องยกหัวผักกาดขาวให้คนอื่น จึงยากจะอธิบายความรู้สึก

แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นท่านเซียนผู้มีพลังไร้ขอบเขต อย่างน้อยเขาก็สามารถปกป้องซืออวิ๋นได้ตลอดชีวิต นางจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมา

ด้านหลังของซูอันคือเยี่ยหลีเอ๋อร์ที่ได้แต่แบะปากเพียงชั่วครู่ พี่อันรับหญิงสาวอีกคนแล้ว ไม่นานนี้เพิ่งรับฉู่อินและตอนนี้ก็มีถังซืออวิ๋น เขาเป็นคนโรคจิตจริงๆ

ไม่ได้ นางจะต้องปรับปรุงความสามารถของตน!

นางแอบให้กำลังใจตัวเอง นางจะต้องไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ตามทัน เพราะนางอยากเป็นคนพิเศษที่สุดในใจพี่อัน!

“แน่นอนว่าข้ามีวิธีให้เจ้าฝึกตน ความจริงไม่ใช่ว่าตระกูลถังไร้พรสวรรค์ในการฝึกตน แต่เป็นเพราะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น” ซูอันเล่าถึงเรื่องโง่ๆ ที่บรรพบุรุษของตระกูลถังกระทำไว้

“คนผู้นั้นคงเคยเป็นศัตรูของตระกูลถังในชาติก่อน!” หลังจากได้ฟังเบื้องลึกเบื้องหลังจากซูอันแล้ว ถังซืออวิ๋นก็รู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่งว่ามีบรรพบุรุษที่สร้างอันตรายต่อคนรุ่นหลังได้อย่างไร

โศกนาฏกรรมของตระกูลถังเป็นเพราะบรรพบุรุษมีสมองเลอะเลือน

ดังคำกล่าวที่ว่า...คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา!

นางมีความคิดแบบเดียวกับซูอัน คือนางต้องการจะโปรยเถ้ากระดูกของบรรพบุรุษคนนั้น

“แล้วเจ้าอยากฝึกตนหรือไม่?” ซูอันถามอีกครั้ง

“อยากฝึกเจ้าค่ะ” ถังซืออวิ๋นพยักหน้าหงึกๆ

หลังจากครอบครัวประสบกับหายนะแล้ว นางจะไม่รู้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งได้อย่างไร เพราะด้วยความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถป้องกันโศกนาฏกรรมได้

และความสามารถ...อาจทำให้คุณชายสนใจนางมากขึ้นด้วย

“คุณชายได้โปรดสอนข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ”

นางมองซูอันด้วยความวิงวอน

“ได้!”

“ข้าจะช่วยเจ้าตอนนี้เลย”

ไข่มุกหยางแท้ในมือของซูอันค่อยๆ สว่างขึ้น แต่อานุภาพของมันไม่รุนแรงเท่าตอนอยู่ในครอบครองของมังกรอสูร มันให้ความรู้สึกอบอุ่นมากกว่า

ในช่วงไม่กี่วันนี้เขาได้ขัดเกลาสมบัติวิญญาณจากเผ่ามังกรชิ้นนี้โดยสมบูรณ์แล้ว

สิ่งนี้แยกออกจากอำนาจของห่วงวัชระซึ่งมีผลในการปราบปรามสมบัติวิญญาณชนิดอื่น ซูอันจึงสามารถขัดเกลาสมบัติวิญญาณที่มังกรอสูรไม่สามารถขัดเกลาเป็นเวลาหลายเดือนได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

สมบัติวิญญาณย่อมมีจิตวิญญาณ หากไม่มีวิธีการที่แข็งแกร่งและสมบัติวิญญาณไม่ยอมรับ การขัดเกลาสมบัติวิญญาณจะง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไร

เช่นเดียวกับมังกรอสูรตัวนั้นที่เป็นเพียงเด็กเห่อสมบัติวิญญาณ และในความเป็นจริง ต่อให้มีเวลาเพิ่มอีกสองสามเดือน มันก็ไม่สามารถขัดเกลาสมบัติวิญญาณได้อยู่ดี

แสงสีม่วงอ่อนเข้าปกคลุมถังซืออวิ๋น บังเกิดความรู้สึกอบอุ่นห่อหุ้มนางไว้

เช่นเดียวกับการแช่น้ำพุร้อนที่ร่างกายรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย

ลึกลงไปในสายเลือด ผนึกแห่งความมืดคล้ายเกิดการส่องสว่างด้วยไข่มุกหยางแท้ มันค่อยๆ สลายหายไปเหมือนน้ำแข็งและหิมะ

เสื้อผ้าบนร่างกายของถังซืออวิ๋นก็ค่อยๆ หายไปเช่นกัน

ซูอันยังคงสงบ ขณะที่ม่านพลังเวทห่อหุ้มตัวเขาและถังซืออวิ๋นไว้โดยแยกตัวจากโลกภายนอก เขาทำแค่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของถังซืออวิ๋นอย่างใกล้ชิด

เขาซูอันเป็นคนเที่ยงตรงและอยู่เหนือกระดานเสมอ เขาไม่เคยกระทำสิ่งที่ลับๆ ล่อๆ เช่นการแอบมอง

ที่เขาจ้องมองตอนนี้เป็นเพียงการระวังอุบัติเหตุเท่านั้น

ถังซืออวิ๋นดื่มด่ำกับความอบอุ่นและความสบายจนไม่ได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และภายใต้การชำระล้างจากไข่มุกหยางแท้ กายเต๋าโดยกำเนิดที่จมอยู่ในฝุ่นผงมายาวนานของนางจึงค่อยๆ ปรากฏออกมา

ไม่จำเป็นต้องดูดซับ เพราะพลังวิญญาณจากทุกทิศทุกทางไหลมาสู่นางโดยอัตโนมัติ เหมือนกระแสน้ำที่ไหลลงสู่ทะเล

การปรับปรุงพลังในร่างกายโดยกำเนิดที่มนุษย์ต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก สำหรับนางเกิดขึ้นในทันที

หากมนุษย์ที่ฝึกฝนอย่างหนักมาครึ่งชีวิตเหล่านั้นได้เห็นความเร็วนี้ย่อมสามารถตายด้วยความอิจฉาริษยาได้เลย

หลังจากนั้นพลังเวทแผ่วเบาถือกำเนิดขึ้นในตันเถียน

ถังซืออวิ๋นก้าวเข้าสู่ระดับผันวิญญาณภายในขั้นตอนเดียว สำหรับกายเต๋าโดยกำเนิดนั้นระดับผันวิญญาณเป็นเพียงก้าวแรก

ผนึกสายเลือดสลายสิ้น ไข่มุกหยางแท้กลับคืนสู่ซูอัน

ถังซืออวิ๋นลืมตาขึ้นด้วยความสบาย นางรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่แตกต่างจากร่างกายที่อ่อนแอในอดีตโดยสิ้นเชิง หัวใจของนางจึงเต็มไปด้วยความลิงโลด

ในที่สุดนางก็สามารถกลายเป็นคนมีประโยชน์ต่อคุณชายได้แล้ว

“คุณชาย...”

“อืม ไม่เลว” ซูอันแสดงความเห็นด้วยท่าทางใจเย็น

เมื่อได้ยินคำชมของซูอัน ถังซืออวิ๋นก็มีความสุขมากขึ้น แต่ทันใดนั้นนางรู้สึกว่าระดับสายตาของคุณชายต่ำลง

นางก้มหน้าลงและมองร่างกายท่อนล่างของตัวเอง

“...กรี๊ด!”

รอจนม่านพลังเวทสลายไป ถังซืออวิ๋นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว แต่ใบหน้าของนางยังคงแดงก่ำ

ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง นางมักแต่งกายด้วยความรัดกุมและไม่เคยต้องมือชายมาก่อน นางไม่เคยเผชิญสถานการณ์เช่นนี้เลย

ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายคือคุณชาย นางคงจะฆ่าตัวตายหนีความอับอายแล้วจริงๆ

เยี่ยหลีเอ๋อร์มองทั้งสองคนสลับไปมาด้วยสายตามีเลศนัย

ผิดปกติ! ผิดปกติมาก!

ถังซืออวิ๋นผู้นี้แค่ถูกสลายผนึกแล้วเหตุใดต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาด้วย

หรือทั้งสองคนฝึกควบรวมอินหยางในนั้น?

หัวใจของนางรู้สึกถึงวิกฤตที่เพิ่มขึ้นมาก ถังซืออวิ๋นผู้นี้ไม่ธรรมดา ช่างเป็นศัตรูที่น่ากลัว! นางมองไปที่ถังซืออวิ๋นด้วยสายตาระแวดระวัง

“จริงสิคุณชาย ช่วยพาป้าถังไปด้วยได้ไหมเจ้าคะ?”

เมื่อเห็นป้าถังยืนเคียงข้างด้วยความขมขื่นและโล่งใจ หัวใจของถังซืออวิ๋นก็เจ็บปวดและนางถามด้วยความระมัดระวัง

ในใจของนางยึดถือป้าถังเป็นมารดาแท้ๆ เสมอ

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ป้าถังช่วยพานางหลบหนีการไล่ล่าของสำนักเจิ้งชี่หลายครั้งโดยไม่คำนึงถึงสภาพร่างกาย นี่คือบุญคุณยิ่งใหญ่ที่ยากจะตอบแทนและนางทนไม่ได้หากต้องทิ้งป้าถังไว้ที่นี่ลำพัง

“เอ่อ ข้า ข้าไม่ไปหรอก” ป้าถังรีบโบกมือแล้วถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อปฏิเสธ “ข้าไม่ไปจริงๆ คุณหนูติดตามท่านเซียนไปเถอะ ข้า...”

“เรื่องเล็กน้อย ย่อมพาไปได้แน่นอน” ซูอันลูบผมของถังซืออวิ๋นเบาๆ ทำให้ถังซืออวิ๋นที่ไม่คุ้นชินต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับบุรุษตัวแข็งทื่อขึ้นมา

จากนั้นใจของนางก็รู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมสุข

“ขอบคุณคุณชาย”

คุณชายทำแบบนี้...รู้สึกอบอุ่นจังเลย! ดูเหมือนว่าเขาจะแตกต่างจากตอนสั่งทำลายคนสำนักเจิ้งชี่ไปโดยสิ้นเชิง

สรุปว่าคุณชายท่านนี้เป็นคนอย่างไรกันแน่?

ถ้าเยี่ยหลีเอ๋อร์ต้องตอบคำถามนี้ของถังซืออวิ๋น คำตอบต้องเป็นคนโรคจิตแน่นอน

“คือ...” ป้าถังมองด้วยสายตาว่างเปล่าและทำตัวไม่ถูก

“ไอหยา ป้าถังมากับข้าเถอะ ข้าชินกับอาหารฝีมือท่าน หากให้กินอาหารฝีมือคนอื่นข้าไม่คุ้นเคยจริงๆ” ถังซืออวิ๋นจงใจก้าวไปหาและกอดแขนของป้าถังพลางพูดออดอ้อน

“ข้า ข้าน้อย...ขอบคุณท่านเซียนเจ้าค่ะ” ดวงตาของป้าถังชื้นขึ้นมาและนางวางมือบนหลังมือของถังซืออวิ๋นด้วยความรู้สึกโล่งใจยิ่งนัก

นางปรารถนาจะได้เห็นความงามของโลกแห่งพลังมหัศจรรย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายภูเขาและทะเลได้

นางแค่กังวลว่าคำขอดังกล่าวจะทำให้ท่านเซียนขุ่นเคืองและไม่อยากให้ตัวเองส่งผลกระทบต่อถังซืออวิ๋น

หลังจากนั้นไม่นานถูเซิ่งหนานก็กลับมาที่เรือเซียน

“รายงานคุณชาย ภารกิจเสร็จสิ้น นิกายชิงกวนและสำนักเจิ้งชี่ถูกสังหารหมดแล้ว”

นางไม่มีไอสังหารจากร่างกายเลย เพราะเรื่องแบบนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับนาง

“กลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าหวังว่าเจ้าจะทะลวงถึงระดับหยางบริสุทธิ์ได้ในเร็ววัน” ซูอันยกมือขึ้นและอยากจะตบไหล่ของถูเซิ่งหนาน แต่เมื่อพิจารณาถึงความสูงที่แตกต่างกันระหว่างทั้งสอง เขาจึงพบว่ามันดูไม่จืดเลย

เมื่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตบแขนที่แข็งกระด้างของถูเซิ่งหนานแทน

“เจ้าค่ะ”

……

บัดนี้เยี่ยเสวียนกำลังหลบหนี เขาช่างมีชีวิตที่ตรงกันข้ามกับชีวิตดุจบทกวีของซูอันโดยสิ้นเชิง

จบบทที่ ตอนที่ 32 คนรุ่นก่อนปลูกต้นไม้ ชนรุ่นหลังใช้ร่มเงา

คัดลอกลิงก์แล้ว