เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 สีหน้าเศร้าหมองใจยิ้มเยาะ

ตอนที่ 31 สีหน้าเศร้าหมองใจยิ้มเยาะ

ตอนที่ 31 สีหน้าเศร้าหมองใจยิ้มเยาะ


ตอนที่ 31 สีหน้าเศร้าหมองใจยิ้มเยาะ

สำหรับวันนี้เป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ให้ซูอันได้เป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามเท่านั้น

แม้คำว่าวีรบุรุษช่วยสาวงามจะดูโบราณไปหน่อย แต่การที่วีรบุรุษมาปรากฏตัวต่อหน้าสาวงามผู้กำลังสิ้นหวังและใกล้ตกสู่ก้นเหว เมื่อเขาช่วยดึงนางออกจากเหวลึกได้นั้น ผลลัพธ์...เปรียบเสมือนการระเบิด!

ยิ่งไปกว่านั้นคือซูอันยังปรับระดับเหวได้อีกด้วย

ถังซืออวิ๋นคุกเข่าลงพร้อมเสียง ‘ตึก’

“ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยล้างแค้นให้ข้าน้อย แต่ข้าน้อยไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนน้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้…”

“เฮ้ เฮ้ เฮ้ คุณหนูถังกำลังทำอะไร รีบลุกขึ้นเถอะ” ก่อนที่ถังซืออวิ๋นจะพูดจบ ซูอันก็คว้าแขนของนางและช่วยนางลุกขึ้น จากนั้นพูดด้วยใบหน้าซื่อตรง “ที่ข้าช่วยเจ้าเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของบรรพบุรุษ ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนจากคุณหนูถังหรอก”

“ข้ารู้เจ้าค่ะ แต่ แต่ว่า...”

ถังซืออวิ๋นไม่กล้ามองหน้าซูอัน

เดิมทีนางอยากบอกว่าจะทำงานเป็นทาสหรือเป็นสาวใช้เพื่อตอบแทนบุญคุณ แต่ตอนนี้นางรู้สึกต้อยต่ำกว่านั้นมาก

เพราะนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

นางมีข้อดีคือหน้าตางดงามกว่าใคร แต่รูปลักษณ์ของสาวใช้ที่อยู่ข้างหลังท่านเซียนนั้นไม่ด้อยกว่านางสักเท่าไรและยังมีรัศมีของความเป็นเซียนแผ่ออกมาด้วย

แม้จะต้องเป็นวัวเป็นม้าของท่านเซียน ก็ยังมีคนจำนวนนับไม่ถ้วนรีบเสนอตัว

ยิ่งกว่านั้นคือท่านเซียนร่ำรวยและรูปงามมาก ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีพลังเวท เขาก็ยังจะเป็นเป้าหมายของผู้หญิงนับไม่ถ้วนอยู่ดี

แต่นางมีคุณสมบัติใด? มันเป็นเพียงการปีนขึ้นที่สูง แต่ใช้คำว่าตอบแทนบุญคุณมาบังหน้าเท่านั้น

ท่ามกลางความคิดที่สับสน ทันใดนั้นนางก็ถูกผลักจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองจึงเห็นป้าถังที่เดินตามมาเงียบๆ พร้อมสายตาให้กำลังใจนาง

“ป้าถัง...” นัยน์ตาของถังซืออวิ๋นตาค่อยๆ แน่วแน่ขึ้น

ในเมื่อนางไม่เหลืออะไรแล้ว เหตุใดไม่ลองดูล่ะ?

หากพลาดครั้งนี้ไป นางอาจไม่มีโอกาสพบท่านเซียนผู้นี้อีกต่อไปแล้ว

แล้วเยี่ยเสวียนผู้นั่นเล่า?

คนผู้นั้นมีดีแค่ลมปาก เป็นแค่ผู้ฝึกตนที่จมน้ำแต่ไม่เห็นหน้าในยามวิกฤต แล้วจะเทียบกับท่านเซียนที่ช่วยนางจากความเป็นความตายได้อย่างไร

นางเข้าใจหัวใจของตัวเองดีแล้ว

“ท่านเซียน ซืออวิ๋นอยากติดตามท่านเซียน คอยชงชาต้มน้ำให้ท่าน ได้โปรด ได้โปรดรับข้าน้อยไว้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ” นางรวบรวมความกล้าที่จะเผยความคิดออกมา

ขอเพียงนางได้อยู่กับท่านเซียน นางก็เต็มใจทำทุกอย่าง

“นี่...จะเป็นเช่นนี้ไม่ได้!” ซูอันดูลำบากใจ “บรรพบุรุษของเราเป็นสหายกันมาช้านาน ข้าจะรับเจ้าเป็นสาวใช้ได้อย่างไร เจ้ากำลังทำให้ข้าถูกประณาม!”

ตึก!

ถังซืออวิ๋นคุกเข่าลงอีกครั้ง แต่ซูอันซึ่งเห็นได้ชัดว่าอยู่ตรงหน้ากลับไม่ตอบสนองเลย

“หากท่านเซียนไม่ยอม ซืออวิ๋นจะคุกเข่าเช่นนี้ตลอดไปเจ้าค่ะ!”

“ซืออวิ๋น รีบลุกขึ้นเร็วเข้า” ซูอันคว้าแขนของถังซืออวิ๋นไว้ แต่คราวนี้ดูเหมือนเขาจะสูญเสียพลังและไม่สามารถดึงนางให้ลุกขึ้นได้

เพราะถังซืออวิ๋นมองซูอันด้วยความดื้อรั้น

“ข้าน้อยอยากเป็นสาวใช้ตามเจตจำนงของตัวเอง แม้แต่บรรพบุรุษก็ไม่สามารถห้ามได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือท่านเซียนช่วยล้างแค้นให้ตระกูลถัง ท่านเมตตาต่อตระกูลถังของเรามาก แม้ว่าบรรพบุรุษของข้าน้อยจะทราบเรื่อง พวกเขาต้องยิ้มรับแน่นอน!”

“นี่...เฮ้อ! เอาล่ะ ซืออวิ๋นลุกขึ้นเถอะ ข้าตกลงแล้ว” ซูอันถอนหายใจและพูดเหมือนหนักใจมาก

ทั้งที่ในใจกำลังหัวเราะ

ถังซืออวิ๋นไม่ใช่แค่ตัวเอกหญิงเท่านั้น แต่ยังมีกายเต๋าโดยกำเนิดอีกด้วย

นางมีพรสวรรค์ชั้นยอด

สาเหตุที่นางไม่สามารถฝึกตนได้มาก่อน เป็นเพราะบรรพบุรุษที่โง่เขลาของตระกูลถังโง่เขลาและปิดผนึกสายเลือดของตระกูลเอาไว้ มิฉะนั้นถังซืออวิ๋นคงกลายเป็นอัญมณีล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในมหาสมุทร

ตามเส้นเรื่องเดิม

ครั้งหนึ่งตระกูลถังเคยเป็นผู้สืบทอดกายเต๋าโดยกำเนิด

แม้ว่าตระกูลถังจะไม่ใช่ครอบครัวเดียวที่มีกายเต๋าโดยกำเนิด แต่คนตระกูลกายเต๋าโดยกำเนิดย่อมให้กำเนิดสายเลือดที่มีกายเต๋าโดยกำเนิดง่ายกว่า และร่างกายเช่นนี้ถือเป็นหนึ่งในร่างกายชั้นยอด

จากจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนพร้อมกัน ผู้มีกายเต๋าโดยกำเนิดจะเข้าสู่ระดับผันวิญญาณและเส้นทางแห่งการฝึกตนแทบจะไร้อุปสรรคในการทะลวงถึงระดับหยางบริสุทธิ์ และความเป็นไปได้ในการบรรลุระดับหยวนเสินก็สูงกว่าคนทั่วไปด้วย

ดังนั้นตระกูลถังจึงเคยเป็นตระกูลอันดับต้นๆ ของแคว้น

ต่อมาเนื่องจากตระกูลถังไม่มีทายาทกายเต๋าโดยกำเนิดอีกนานจึงค่อยๆ เสื่อมถอยและเข้าไปพัวพันกับภัยพิบัติอันชั่วร้าย ในท้ายที่สุดจึงเหลือผู้มีความสามารถเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ครอบครัวที่ตระกูลถังเคยสร้างความขุ่นเคืองจึงเริ่มดูถูกพวกเขาแทน มีแม้กระทั่งผู้ฝึกตนที่จับกุมคนจากตระกูลถังไปเพื่อศึกษาเลือด โดยหวังว่าจะค้นพบความลับของกายเต๋าโดยกำเนิด

ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศัตรูรอบด้าน ทำให้บรรพบุรุษของตระกูลถังคนหนึ่งเกิดความคิดประหลาด เขารู้สึกว่าความเป็นกายเต๋าโดยกำเนิดนั้นคือลางร้ายและมันจะทำลายตระกูลถัง

ดังนั้นเขาจึงออกกฎห้ามฝึกตนและพาลูกหลานย้ายมายังตงโจวอันห่างไกล โดยเสียสละตัวเองใช้วิชาต้องห้ามเพื่อผนึกสายเลือดแท้จริงของตระกูลและสั่งให้คนรุ่นหลังปฏิบัติตัวเหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

เรียกว่าการผนึก แต่จริงๆ แล้วมันเป็นคำสาป

ตามที่เห็นคือตอนนี้ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลถังที่มีกายเต๋าโดยกำเนิดเหลือเพียงถังซืออวิ๋น นางสามารถถูกรังแกโดยผู้ที่ยังไม่เข้าสู่ระดับชี้วิถีเต๋าด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีใครช่วยเหลือ เกรงว่าตระกูลถังจะสูญสิ้นแล้วจริงๆ

บรรพบุรุษตระกูลถังไม่สมควรหลบอยู่ในเงามืดและสมควรปลูกฝังคนรุ่นหลังเพื่อกลับมารุ่งโรจน์แท้ๆ

แต่เขากลับหยุดกินเพราะสำลัก ยอมสละอำนาจโดยสมัครใจและมอบอำนาจตัดสินชีวิตให้ผู้อื่น ยอมถวายชีวิตไว้ในมือของผู้อื่น ไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกอะไร ถ้านั่นเป็นบรรพบุรุษของซูอัน เกรงว่าเถ้ากระดูกจะถูกซูอันขุดขึ้นมาโปรยแน่นอน

โชคดีที่บรรพบุรุษของตระกูลถังคนนี้ไม่ได้โง่โดยสิ้นเชิงและยังคงมีความหวังริบหรี่เหลือให้บ้าง

นั่นคือการผนึกสายเลือดของตระกูลถังไว้ในจี้หยก หากลูกหลานเผลอทำลายผนึกสายเลือดโดยไม่ได้ตั้งใจด้วยการหยดเลือดตัวเองลงในจี้หยกก็จะได้รับมรดกเป็นวิทยายุทธของตระกูลถัง

ซึ่งจี้หยกนี้อยู่บนร่างของถังซืออวิ๋น

ส่วนวิธีสลายผนึกสายเลือดคือ หนึ่งกายหยางศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอกเยี่ยเสวียนและอีกหนึ่ง...

ไข่มุกปรากฏขึ้นในมือของซูอัน มันคือไข่มุกหยางแท้ที่แย่งมาจากเยี่ยเสวียนนั่นเอง

สิ่งที่เป็นหยางสูงสุดเช่นนี้สามารถทำลายผนึกสายเลือดได้

“ซืออวิ๋น เจ้าอยากฝึกตนหรือไม่?” เขาถาม

“เอ่อ ข้าน้อย ข้าน้อยฝึกได้หรือเจ้าคะ?” ถังซืออวิ๋นถามด้วยความไม่มั่นใจ “ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะท่านเซียน ข้าน้อยเคยลองฝึกตนมาแล้ว แต่ไม่สามารถทะลวงเข้าไปได้เลย ท่านพ่อบอกว่าคนตระกูลถังไม่ได้เกิดมาพร้อมความสามารถในการฝึกตนเจ้าค่ะ”

ขณะที่นางพูดแบบนี้ก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกต่ำต้อยเหลือเกิน ใครบ้างไม่ปรารถนาที่จะกลายเป็นเซียน เพราะถึงอย่างไรมนุษย์แตกต่างจากเซียน แต่ตระกูลถังของนางเหมือนถูกสวรรค์สาปให้ไม่สามารถฝึกตนได้แม้แต่เคล็ดวิชาพื้นฐานที่สุด

“อย่าเรียกข้าว่าเซียนอีกเลย ข้าชื่อซูอัน อู่ซ่วนโหวแห่งต้าซาง จากนี้ให้เรียกข้าว่าคุณชายหรือท่านโหวก็ได้” ซูอันใช้นิ้วลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆ เพื่อปัดผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งให้นาง

“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะเรียกท่านว่าคุณชายเจ้าค่ะ”

ถังซืออวิ๋นอดไม่ได้ที่จะแสดงความสุขบนใบหน้า เพราะการเปลี่ยนคำเรียกขานดูเหมือนจะทำให้นางและซูอันใกล้ชิดกันมากขึ้น

ด้านหลังของนางคือป้าถังที่ได้แต่ถอนหายใจ แต่ก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน

นางเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับเลี้ยงโดยตระกูลถัง แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับตระกูลถัง แต่นางไม่มีลูกและเลี้ยงดูถังซืออวิ๋นมาจนเติบใหญ่

จบบทที่ ตอนที่ 31 สีหน้าเศร้าหมองใจยิ้มเยาะ

คัดลอกลิงก์แล้ว