เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี

ตอนที่ 16 แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี

ตอนที่ 16 แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี


ตอนที่ 16 แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี

แต่ทันใดนั้นซูอันก็โบกมือแล้วยิ้มเอ่ย “แค่ล้อเล่นน่ะ เจ้าไปเถอะ”

หลี่จื่อซวงออกมาแล้วก็จริง แต่ภาพของการต่อสู้ดุเดือดในห้องนั้นและคำพูดสุดท้ายของซูอันยังก้องอยู่ในใจของนาง ราวกับว่าจิตใจของนางยังติดอยู่ในห้องนั้นและไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้เป็นเวลานาน

ความคิดก็เหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกระดับ

……

“พี่ชาย เหตุใดเมื่อครู่ท่านไม่คว้าโอกาสจับนางไว้ล่ะ?”

เยี่ยหลีเอ๋อร์ซุกหน้าไว้ที่อกของซูอัน ยังเพลิดเพลินกับผลพวงของการต่อสู้แสนหวาน

นางไม่เชื่อว่าซูอันจะเป็นคนประเภทไม่กินเนื้อ

แต่เขาคือสัตว์กินเนื้อที่ดุร้าย

“หลี่จื่อซวงมีกายวิญญาณเทียนหาน ทว่าร่างกายนี้ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน นางอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ”

“กายวิญญาณเทียนหานมีฤทธิ์เย็นจัด เว้นแต่การฝึกตนของท่านจะไปถึงระดับหยางบริสุทธิ์หรือท่านมีกายหยางศักดิ์สิทธิ์ มิฉะนั้นหากทำสิ่งนั้นกับนางจริงๆ ท่านจะถูกแช่แข็งเป็นไอศกรีมแน่นอน”

ซูอันถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

เนื้อมาจ่อถึงปาก แต่มันมีเข็ม! ซึ่งเข็มนั้นคือเข็มน้ำแข็ง

เขาไม่อยากกลายเป็นไอศกรีม

เขาจะต้องดึงเข็มออกก่อนเท่านั้น

“ร่างกายที่เย็นเฉียบสุดขั้วจะเกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้นหรือ?” นัยน์ตาของเยี่ยหลีเอ๋อร์เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ซูอันคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตอบว่า “ตามบันทึกเรื่องกายวิญญาณเทียนหานมันควรจะเป็นเช่นนั้น”

“พี่ชายท่านโง่จัง!” เยี่ยหลีเอ๋อร์อดบ่นออกมาไม่ได้ “การฝึกควบรวมอินหยางนี้ทำให้คนโง่หรือเปล่า หากท่านไม่ทำถึงขั้นสุดท้าย แล้วจะไม่ทำขั้นตอนอื่นๆ ก่อนหรือ?” นางกัดนิ้วมือพลางเอ่ยด้วยความขี้เล่น

กับนางแล้วสามารถทำได้หมด แต่เมื่อพูดถึงหลี่จื่อซวง นั่นก็ทำไม่ได้ นี่ก็ทำไม่ได้

“ดูเหมือนว่าจะมีเหตุผล!”

ซูอันได้รับคำแนะนำจากเยี่ยหลีเอ๋อร์แล้วต้องยอมรับว่าหัวใจของเขาหวั่นไหว

……

ไม่นานก็ถึงการประชุมใหญ่ของราชสำนัก ขุนนางทั้งฝ่ายพลเรือนและทหารหลายร้อยคนยืนอยู่เต็มท้องพระโรงหลิงเซียว

เสาหยกตั้งตระหง่านสู่ท้องฟ้า ท้องพระโรงกว้างขวางโอ่อ่า มันเคร่งขรึมและสงบ รอบข้างตกแต่งด้วยรูปปั้นเทพธิดาราวกับอยู่ในแดนสวรรค์

“จักรพรรดินีเสด็จ!”

หงเสาตะโกนเสียงดัง จากนั้นจักรพรรดินีสวมมงกุฎล้ำค่าและชุดคลุมปักลวดลายวิหคดำออกมาด้วยท่วงท่าสง่างาม นางหยุดบนบัลลังก์มังกรช่างคล้ายกับยืนอยู่ใจกลางสวรรค์และโลกมนุษย์

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงเป็นอมตะ พระชนมายุยาวนานเทียมสวรรค์”

หลังจากถวายความเคารพเสร็จแล้ว การประชุมราชสำนักจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

เกิดเหตุการณ์ไม่ต่างจากทุกครั้ง คือจะต้องเริ่มด้วยความขัดแย้งในหมู่ขุนนาง ตามมาด้วยรายงานภัยพิบัติหรือความสำเร็จของแต่ละมณฑล

ซูอันก็ยืนอยู่ที่นั่นโดยหลับตาลงและอยู่ในสมาธิของตน

เขาเป็นตัวร้ายและเป็นขุนนางกังฉิน ดังนั้นขุนนางกังฉินต้องสนใจเรื่องพวกนี้หรือ? หน้าที่ของเขาจบแค่การทำให้จักรพรรดินีพอใจเท่านั้น

จนกระทั่งครึ่งหลังเมื่อการประชุมใกล้จะสิ้นสุด

ในบรรดาขุนนางมีคนของตระกูลจี้เดินออกมา

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลรายงานพ่ะย่ะค่ะ”

เริ่มแล้ว เริ่มแล้ว พวกขุนนางคนอื่นๆ แอบนึกดีใจเพราะเรื่องสนุกกำลังจะมีให้ชมอีกแล้ว

“ทูลฝ่าบาท หลี่เต๋อเฉวียนอดีตเสนาบดีกรมพิธีการละเลยหน้าที่และใช้เวลาทั้งวันสำราญในหอเซียวเซียง ส่งผลให้งานของกรมพิธีการล่าช้า อีกทั้งไม่นานมานี้เขาอิจฉาแขกคนอื่นๆ ในหอเซียวเซียงและเพียงเพื่อจะแย่งหญิงนางโลมไม่กี่คน เขาถึงขั้นทำร้ายคนอื่นจนตาย คนเช่นนี้ไร้คุณธรรมและความสามารถ...”

คำพูดของเขาเปรียบเสมือนสะพาน จากนั้นจึงมีขุนนางคนแล้วคนเล่าเดินออกมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์หลี่เต๋อเฉวียน

คำพูดทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าหลี่เต๋อเฉวียนเป็นคนชั่วร้าย การปล่อยให้เขาดำรงตำแหน่งขุนนางอาจเป็นอันตรายต่อราชสำนักทั้งหมด และทำให้ราษฎรใช้ชีวิตลำบาก

บัดนี้มีขุนนางหลายคนอดเหลือบมองไปทางเสิ่นฉางเฟิงไม่ได้

แต่พวกเขาเห็นตาแก่สงบนิ่งเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน และสมาชิกตระกูลเสิ่นคนอื่นๆ ก็มีท่าทางไม่ต่างกัน

ทุกคนจึงรู้แน่ชัดว่าคราวนี้ตระกูลเสิ่นเลือกตัดหางปล่อยวัดหลี่เต๋อเฉวียนจริงๆ

ยิ่งไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลจี้จะไม่กล่าวโทษขุนนางตระกูลเสิ่นในการประชุมราชสำนักวันนี้

เมื่อสู้ไม่ได้จึงไม่น่าสนใจอีก

“จี้ชิง เจ้าคิดว่าควรทำอย่างไร?” จักรพรรดินีมองไปที่จี้อู๋ฉางซึ่งยืนอยู่แถวหน้าด้วยท่าทางสบายๆ

จี้อู๋ฉางเดินออกจากกลุ่มขุนนางด้วยท่าทางสงบ

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าการที่หลี่เต๋อเฉวียนไปเที่ยวหอนางโลมแล้วทำร้ายผู้อื่นจนตายเพราะความอิจฉานั้นขัดต่อศีลธรรมและผิดกฎหมาย เขากำลังละเลยงานของราชสำนัก เขาเป็นขุนนางขั้นสูงของราชสำนัก เขาย่อมรู้กฎหมายแต่กลับฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง นี่ถือเป็นความผิดร้ายแรง ดังนั้นเขาสมควรถูกปลดจากตำแหน่งขุนนางและเนรเทศไปยังฮวงโจวพ่ะย่ะค่ะ”

เนรเทศ!

มันฟังดูดีกว่าที่ขุนนางเหล่านั้นเคยคิดไว้ เดิมทีพวกเขาคิดว่าโทษนี้สมควรถูกตัดศีรษะ ถูกลงโทษเช่นการดึงพลังวิญญาณและเลาะกระดูก แต่การเนรเทศไปที่ฮวงโจวของจี้อู๋ฉางนั้นเบามาก

แต่อย่าคิดว่าจี้อู๋ฉางมีเจตนาดี

ใครก็ตามที่มีสายตาแหลมคมจะรู้ดีว่าไม่ต้องเอ่ยถึงดินแดนรกร้างเช่นฮวงโจว เพราะเมื่อใดก็ตามที่หลี่เต๋อเฉวียนออกจากเมืองหลวง ตระกูลจี้ไม่มีทางไว้ชีวิตเขาเด็ดขาด

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ต้าซางจะจัดองครักษ์ไว้ปกป้องขุนนางที่ถูกเนรเทศ

“ใต้เท้าท่านอื่นมีความเห็นแตกต่างจากนี้หรือไม่” จักรพรรดินีมองขุนนางคนอื่นๆ อีกครั้ง

บรรดาขุนนางต่างก้มหน้าลง เพราะไม่มีใครอยากทำให้ตระกูลจี้ขุ่นเคืองด้วยเรื่องของหลี่เต๋อเฉวียน และคนส่วนใหญ่จากตระกูลขุนนางขั้นสูงได้ก้าวมาถึงจุดนี้เพราะตระกูลจี้สนับสนุน พวกเขาจึงไม่ต้องการทำให้ตระกูลจี้อับอาย

เมื่อขุนนางทุกคนเงียบ ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเห็นต่างพ่ะย่ะค่ะ!”

บรรดาขุนนางอดหันไปมองตามทิศทางของเสียงไม่ได้

เวลานี้ใครกล้ารุกรานตระกูลจี้ ไปเอาความกล้ามาจากที่ใด!

โอ้ เป็นเขาเอง!

ไม่น่าแปลกใจแล้ว

เมื่อเห็นใบหน้าของซูอันจึงทำให้หลายคนแสดงสีหน้าเข้าใจออกมา

ความจริงแล้วมีไม่กี่คนที่ไม่กลัวตระกูลจี้ เพราะแม้ว่าตระกูลจี้จะเป็นตระกูลระดับสูงในเมืองหลวง แต่ก็มีไม่กี่ตระกูลที่แข็งแกร่งกว่า

ทว่าซูอันแตกต่างออกไป แม้จะไม่มีตระกูลขุนนางอยู่เบื้องหลัง แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี

สถานะของเขาในหัวใจของจักรพรรดินีนั้นแตกต่างจากขุนนางคนอื่นๆ

ตราบใดที่เขาไม่สูญเสียความโปรดปรานของจักรพรรดินีไป ไม่ว่าตระกูลจี้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่กล้าแตะต้องเขา

“โอ้ ใต้เท้าซูมีความคิดเห็นอย่างไร?”

ซูอันเดินออกมาในเวลาที่เหมาะสม

“ทูลฝ่าบาท อาชญากรรมส่วนใหญ่ที่ใต้เท้าจี้กล่าวมานั้นเป็นเรื่องเกินจริงทั้งหมด และในระหว่างที่หลี่เต๋อเฉวียนดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมพิธีการ เขาทำงานอย่างมีสติและไม่เคยละเลยหน้าที่ ยิ่งไม่สมเหตุสมผลที่เขาจะอิจฉาผู้ชายคนอื่น

เห็นได้ชัดว่าจี้ซื่อหลินเป็นผู้ก่อปัญหาตั้งแต่แรกและเขาเสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการป่วยหนัก มันไม่เกี่ยวกับหลี่เต๋อเฉวียนเลย ยิ่งกว่านั้นคือจี้ซื่อหลินยังพึ่งพาตระกูลจี้ทำให้หยิ่งผยองและรังแกผู้อื่นไปทั่ว หลังจากเขากระทำสิ่งเลวร้ายทั้งหมด หากตระกูลจี้ไม่ใช้อำนาจเพื่อช่วยจี้ซื่อหลิน เกรงว่าเขาจะถูกตัดหัวเสียบประจานไปนานแล้ว การที่เขาเสียชีวิตลงโดยกะทันหัน คงเพราะโลกโกรธแค้นและสวรรค์ขุ่นเคืองเกินทนพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงตาของพวกขุนนางเป็นประกาย มีแตงลูกใหญ่ (เผือกเรื่องชาวบ้าน) ให้กินแล้ว!

ไม่เพียงช่วยให้หลี่เต๋อเฉวียนหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา แต่ยังยิงถล่มตระกูลจี้อีกด้วย

นี่คือเรื่องน่าสนุกและน่าดูมากจริงๆ

ท่านโหวซูช่างแข็งแกร่งและดีกว่าตระกูลเสิ่นจอมขี้ขลาดมากนัก

ใบหน้าของจี้อู๋ฉางยิ่งอยู่ยิ่งน่าเกลียด เหตุใดซูอันจึงกระโดดเข้ามาร่วมวง?

เพราะในยามปกติแล้วตระกูลจี้ไม่เคยรุกรานบุคคลผู้นี้!

“ที่ปรึกษาซู หากไม่มีหลักฐานโปรดอย่าพูดเหลวไหล”

“พูดเหลวไหลอย่างไร” ซูอันแค่นเสียงเย้ยหยัน “ตระกูลจี้ได้ก่อกรรมทำชั่วจนแม้แต่สวรรค์และมนุษย์ต่างพากันเคียดแค้น ท่านยังกลัวสิ่งที่คนอื่นจะพูดอีกหรือ?”

โดยไม่รอให้จี้อู๋ฉางได้พูด ซูอันก็พูดอีกครั้งว่า

“ฝ่าบาท กระหม่อมอยากถวายฎีกาเกี่ยวกับตระกูลจี้เล่มนี้พ่ะย่ะค่ะ”

“จากการสืบสวนของกระหม่อมพบว่าตระกูลจี้ละเมิดกฎของต้าซางและแอบสมรู้ร่วมคิดกับผู้ปลูกฝังมารซึ่งตั้งใจจะโค่นล้มราชวงศ์ต้าซางของเราเสมอ ช่างเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ!”

สิ้นเสียง ทั่วทั้งราชสำนักก็ระเบิดออกทันที

นี่ไม่ใช่แค่การหาเรื่องตระกูลจี้ แต่เป็นการผลักดันตระกูลจี้ไปสู่ความตาย!

เป็นความจริงที่ว่าการสมรู้ร่วมคิดกับผู้ปลูกฝังมารถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย หากไม่มีใครคาบข่าวไปรายงานต่อราชสำนักและถ้าจักรพรรดินีไม่สนใจเรื่องนี้ก็ถือว่าปล่อยผ่านได้

แต่เมื่อหยิบยกขึ้นมาพูดพร้อมประเด็นว่าตั้งใจจะโค่นล้มต้าซาง นั่นคือการเหยียบย่ำตระกูลจี้ให้จมดิน!

ดวงตาของจี้อู๋ฉางเบิกกว้าง ความสงบและเย่อหยิ่งของเขาหายไปจนสิ้น “เป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้เลย!”

จบบทที่ ตอนที่ 16 แต่เขาอยู่ในใจของจักรพรรดินี

คัดลอกลิงก์แล้ว