เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง

ตอนที่ 15 เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง

ตอนที่ 15 เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง


ตอนที่ 15 เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง

“อืม” เสียงที่แผ่วเบากว่าปีกผีเสื้อเอ่ยขึ้น

ถ้าซูอันไม่มีสายตาแหลมคมและหูที่ดี เกรงว่าเขาจะไม่ได้ยิน

ตอนนี้หลี่จื่อซวงไม่อยากพูดและไม่รู้จะพูดอะไรด้วย

เพราะมารดาของนางเสียชีวิตตั้งแต่นางยังเด็ก จึงไม่เคยมีใครสอนเรื่องประเภทนี้แก่นาง

หัวใจของนางเต้นแรงมาก รู้สึกเหมือนกำลังไปที่ลานประหารอย่างไรอย่างนั้น

ทันใดนั้นมีสัมผัสที่ไม่อ่อนโยนใต้คางของนาง

ซูอันเชยคางของหลี่จื่อซวงขึ้นและมองขึ้นลงด้วยความละเอียด จากนั้นเขาขมวดคิ้วและแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา

“เจ้าทำหน้าตาแบบนี้ให้ใครดู ทั้งสกปรกมอมแมม มันไม่น่าดูเลย”

ขณะที่เขาพูดก็ดึงมือกลับและสะบัดคล้ายกำลังไล่สิ่งสกปรกออก

ภาพนี้ทำลายเกราะป้องกันตัวที่หลี่จื่อซวงสร้างขึ้นมาทันที

นางเงยหน้าขึ้นและจ้องหน้าซูอันตาเขม็ง

ในที่สุดนางก็พร้อมแล้ว แต่นางยังถูกปฏิเสธ

แม้จะมีการเตือนตัวเองซ้ำๆ แต่นางไม่สามารถต้านทานคำดูแคลนได้ ถ้านางไม่ต้องการความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย นางคงจะเดินจากไปแล้วจริงๆ

แต่ถึงแม้นางจะไม่เดินออกไป ในใจยังรู้สึกอับอายยิ่งนัก

เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง

แค่มีตำแหน่งบรรดาศักดิ์ แค่หล่อเหลาไปหน่อยและมีความสามารถดีกว่าไม่ใช่หรือ?

นอกจากนี้เขายังมี...

เฮอะ ก็ดูเหมือนจะค่อนข้างดีไปหมดนั่นแหละ

เมื่อมองนัยน์ตาจริงจังของซูอัน นางจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้นางดูน่าเกลียดจริงหรือ?

นางรีบยกมือขวาขึ้นปิดบังการมองเห็นของซูอันแล้วหันไปมองกระจกในห้อง

สตรีในกระจกดูเหนื่อยล้า ดวงตาแดงก่ำและผมเผ้ายุ่งเหยิง ยิ่งนางมองมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกแตกต่างมากขึ้นเท่านั้น

แต่ในความเป็นจริง

แม้ว่าตอนนี้หลี่จื่อซวงจะดูซีดเซียว ทว่าเสน่ห์ของนางไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้ามคือมีความงามในความไม่สมบูรณ์แบบราวกับชิ้นส่วนเครื่องลายครามที่แตกหัก

คำกล่าวที่ว่า ‘ดูละเอียดอ่อนกว่าไซซีถึงสามแต้ม’ นั่นไม่เกินจริง

แต่ซูอันยังมองนางด้วยความรังเกียจ “คุณหนูหลี่ เจ้าควรกลับไปอาบน้ำดีกว่า มิฉะนั้นข้าจะคิดว่าเจ้าไม่จริงใจ”

“หากเจ้าไม่จริงใจ เช่นนั้นพ่อของเจ้า...”

ทันทีที่เขาพูดเช่นนี้ ใบหน้าของหลี่จื่อซวงซีดลง

“หลีเอ๋อร์เข้ามาหน่อย”

หลังจากเรียกสาวน้อยเข้ามาแล้ว ซูอันก็ไม่สนใจว่าหลี่จื่อซวงยังนั่งอยู่ข้างเตียง

เขาคว้าไหล่ของเยี่ยหลีเอ๋อร์แล้วกดนางลงกับเตียง

“นี่ มีคนนอกอยู่ด้วยนะ~”

เยี่ยหลีเอ๋อร์ออกท่าทางเขินอาย

แต่แววตาของนางดูตื่นเต้น ปากพูดเหมือนจะปฏิเสธแต่ก็ยินดีตั้งรับ

ราวกับนี่คือการต่อสู้

“ช่างนางสิ ถ้านางอยากดูก็ดูไป”

……

ณ ชายแดนตงโจว

จู่ๆ เยี่ยเสวียนก็โผล่ขึ้นจากแม่น้ำโดยมีพืชน้ำสีเขียวชิ้นหนึ่งอยู่บนศีรษะ

หากมองจากระยะไกลช่างเหมือนกับเต่าที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ

“มังกรอสูรสารเลว ถ้าไม่ใช่เพื่อไข่มุกนั้น ข้าไม่มีทางมีสภาพเช่นนี้เด็ดขาด”

เขายกมือกุมอก ตอนนี้กระดูกที่หน้าอกมีรอยบุบลงไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ฟู่~ข้าเกือบถูกมังกรอสูรนั่นจัดการแล้ว ทำให้ต้องสิ้นเปลืองยันต์เคลื่อนย้ายขนาดเล็กแผ่นสุดท้ายไป”

หลังจากที่เขาลงจากภูเขา เขาก็พบกับช่วงเวลาที่เลวร้าย ราวกับว่าความโชคดีในอดีตได้หมดลงแล้ว

“ทั้งหมดเป็นความผิดของซูอัน!” เขาก่นด่าออกมาอีกครั้งและความไม่พอใจที่มีต่อซูอันยิ่งทวีคูณ

ตั้งแต่เขาได้พบกับคนผู้นั้น โชคลาภของเขาก็เริ่มหมุนกลับ

“ข้ารู้สึกชัดเจนถึงความเป็นเจ้าของไข่มุกนั้น มันคือสิ่งสำคัญสำหรับข้า”

เขาดึงพืชน้ำบนศีรษะออกพลางกลอกตาใช้ความคิด “บางทีข้าอาจกระจายข่าวออกไปและให้ผู้ฝึกตนอื่นๆ ไปต่อสู้กับมังกรอสูรแทน จากนั้นข้าค่อยกอบโกยผลประโยชน์”

หลังจากถูกซูอันหลอกหลายครั้ง บุรุษผู้นี้จึงได้เรียนรู้การใช้เล่ห์เหลี่ยมเป็นแล้ว

“แต่ข้าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของไข่มุกได้ บางทีอาจจะใช้วิธี…” เขาลองไตร่ตรอง ในระหว่างนั้นมีแมลงปอสีเขียวตัวหนึ่งมาเกาะบนศีรษะของเขา ทำให้ศีรษะของเขามีสีเขียวเพิ่มมาอีก

“เอาตามนี้แหละ!”

……

กลับมาที่จวนอู่ซ่วนโหว

ในเวลานี้หลี่จื่อซวงตกอยู่ในภาวะกระสับกระส่ายโดยคิดไม่ตกว่าจะอยู่หรือไปดี

ซูอันยังไม่ได้ให้คำตอบที่แน่ชัดแก่นาง

หากนางออกไปก็กลัวว่าซูอันจะไม่ยอมช่วยอีก

ถ้ารอให้ซูอันพอใจ ตอนนั้นบิดาของนางคงจะจากไปแล้ว

นางจึงได้แต่นั่งในที่ของตนและพยายามไร้ตัวตนให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนทั้งสอง

นางรู้สึกเคอะเขินและอึดอัดใจ แต่ดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปในส่วนลึกของหัวใจด้วย

ตะวันตกดิน จันทราลอยเด่น

ฟ้ามืดแล้วจริงๆ

ดวงตาของหลี่จื่อซวงยิ่งแดงก่ำมากขึ้น

ช่วยรับปากมาหน่อยว่าจะช่วยเหลือข้า หยุดทรมานคนแบบนี้ได้แล้ว

เวลานี้พลังวิญญาณในร่างกายของเยี่ยหลีเอ๋อร์มาถึงจุดสูงสุด

ลมหายใจของนางเริ่มไม่เป็นจังหวะ

“ข้าใกล้ทะลวงแล้ว!”

อยู่ๆ เยี่ยหลีเอ๋อร์ก็ตะโกนร้องด้วยน้ำเสียงหวานล้ำและรัศมีพลังของนางแผ่กระจายออกมา มันถึงจุดสูงสุดด้วยความรู้สึกของพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้น

เกิดสภาวะล่องลอยตามมา

ขอบเขตก่อกำเนิดบรรลุขั้นสูงสุด!

เยี่ยหลีเอ๋อร์ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการทะลวงตั้งแต่ขอบเขตก่อกำเนิดขั้นแรกมาจนถึงขั้นสูงสุดและมีรากฐานมั่นคง

เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะกระโดดขึ้นสู่ระดับจื่อฝู่

ความรวดเร็วนี้อยู่ห่างไกลจากความสามารถของอัจฉริยะทั่วไปชนิดไม่เห็นฝุ่น

“หืม พี่สาวยังอยู่อีกหรือ?”

เมื่อเห็นหลี่จื่อซวงยังนั่งอยู่ข้างเตียง เยี่ยหลีเอ๋อร์ซึ่งใช้นิ้วถูบั้นท้ายของตนเบาๆ จึงอดประหลาดใจไม่ได้

“อืม~” ใบหน้าของหลี่จื่อซวงแดงเรื่อด้วยความเขินอาย และในขณะเดียวกันนางก็รู้สึกพูดไม่ออก

ข้าก็ตัวไม่เล็ก แต่เจ้ายังมองไม่เห็น เกรงว่าในสายตาของเจ้าคงมีเพียงพี่ซูอันกระมัง?

ตัณหาจัดเกินไปแล้ว!

ถึงขั้นไม่สนใจสายตาของข้า

ซูอันก็นึกไม่ถึงว่าหลี่จื่อซวงจะนั่งชมการถ่ายทอดสดจนจบ เพราะเดิมทีเขาคิดว่านางจะจากไปด้วยความอับอายกลางคัน

แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูหลี่ยังมีคุณสมบัติที่จะพัฒนาได้!

“เจ้าควรกลับไปก่อน แล้วข้าจะจัดการเรื่องหลี่เต๋อเฉวียนให้”

“ส่วนค่าตอบแทนจากเจ้านั้น ข้าจะเรียกเก็บเมื่อมีเวลา”

ทันทีที่คำพูดนี้จบลง หลี่จื่อซวงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เดิมทีนางกลัวว่าซูอันจะไม่ยอมรับ

กระนั้นนางยังรู้สึกหดหู่โดยอธิบายไม่ถูกเช่นกัน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าเสน่ห์ของนางไม่มากเท่าของเยี่ยหลีเอ๋อร์และนางไม่น่ามองแม้สักนิด

คงเพราะว่านางอยู่ในสภาพโทรมๆ ไม่ใช่เพราะนางด้อยกว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์จริงๆ

เมื่อก้มมองภูเขาหิมะสองลูกของตนซึ่งเห็นได้ชัดว่าใหญ่กว่าของเยี่ยหลีเอ๋อร์ จึงทำให้หลี่จื่อซวงรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

นางหวังว่าในครั้งต่อไปจะทำให้เขาหลงใหลจนตาย

เมื่อมีความคิดนี้ ทันใดนั้นใบหน้าของหลี่จื่อซวงยิ่งแดงขึ้น

เหลวไหลสิ้นดี! หลี่จื่อซวงเจ้าคิดบ้าๆ เกินไปแล้ว

นางและซูอันมีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจต่อกันเท่านั้น จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงของเขาได้อย่างไร

นางลุกขึ้นยืนด้วยความเร่งรีบจึงได้ตระหนักว่ามีความชื้นมากขึ้นทั่วร่างกาย เพราะนางเผลอร่ายพลังเวทแห่งน้ำโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งทำให้นางอยากหนีจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสีชมพูแห่งนี้เหลือเกิน

“ขอบคุณท่านโหวซู ข้าขอตัวก่อน” นางทำความเคารพห้วนๆ แล้วหันหลังจะจากไป

“ช้าก่อน” ซูอันหยุดนางไว้

“หากเจ้าไม่รู้จะพูดขอบคุณอย่างไร ควรต้องแสดงสีหน้าหน่อยไม่ใช่หรือ?”

“ฮะ?”

ปากเล็กๆ ของหลี่จื่อซวงอ้าออกเล็กน้อย

นี่คือหลักเกณฑ์แบบใด

จบบทที่ ตอนที่ 15 เขาถือสิทธิอันใดมาดูหมิ่นนาง

คัดลอกลิงก์แล้ว