- หน้าแรก
- ระบบปลดล็อคความสำเร็จ
- บทที่ 26 - ดีงูอสรพิษกึ่งมังกร
บทที่ 26 - ดีงูอสรพิษกึ่งมังกร
บทที่ 26 - ดีงูอสรพิษกึ่งมังกร
บทที่ 26 - ดีงูอสรพิษกึ่งมังกร
🅢🅐🅛🅣🅨
ข้างกายของอสรพิษยักษ์ เย่ซวงลั่วได้ก่อกองไฟขึ้น เขาเหลากิ่งไม้จนแหลม เตรียมทำเนื้องูย่างเป็นอาหารมื้อเที่ยง เรื่องน่าขันก็คือ ซานเหรินกลับอ้างว่าตนเป็นมังสวิรัติ ไม่ชมชอบการกินเนื้อสัตว์ ซึ่งเย่ซวงลั่วก็แสดงความเข้าใจ
เขาใช้ดาบโม่จูตัดเนื้องูออกมาเสียบไม้สองสามชิ้น แล้วเริ่มลงมือย่าง... ต้องบอกว่าการแล่เนื้อก็ถือเป็นการฝึกฝนวิชาดาบอย่างหนึ่งเช่นกัน ยิ่งสับ ยิ่งตัด ก็จะยิ่งเข้าใจได้ว่าแต่ละดาบควรใช้แรงมากน้อยเพียงใด ควรฟันลงไปตรงไหน และต้องใช้ท่าร่างแบบใด
ที่น่ากล่าวถึงก็คือ ตอนที่เย่ซวงลั่วกำลังย่างเนื้ออยู่นั้น เจ้าพยัคฆ์ขาวที่หลบอยู่ด้านข้างก็น้ำลายสอ จนแทบจะร้องไห้ น้ำลายไหลย้อยออกมาจากมุมปากไม่หยุด อสรพิษยักษ์ตัวใหญ่ขนาดนี้ เขากินคนเดียวไม่หมดอยู่แล้ว จึงตัดเนื้อส่วนหนึ่งหนักราวๆ ยี่สิบกว่าชั่งโยนไปให้มัน
พยัคฆ์ขาวคำรามลั่น กระโจนพรวดขึ้นรับชิ้นเนื้อนั้นไว้ในอากาศ ก่อนจะหมอบลงกับพื้นแล้วเริ่มโซ้ยอย่างเอร็ดอร่อย
เขามองดูพยัคฆ์ขาวที่กำลังแทะเนื้อดิบๆ พลันนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยมันก็อุตส่าห์ลากรถให้เขามาตลอดทั้งเที่ยง จะว่าไปก็ไม่ควรจะเอาเปรียบมันเกินไปนัก เขาจึงโยนเนื้องูที่ย่างสุกแล้วชิ้นหนึ่งไปตรงหน้ามัน พยัคฆ์ขาวลองกัดเนื้อสุกไปหนึ่งคำก็คายออกมาทันที พร้อมกับทำหน้าตาขยะแขยงและต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าว่าเมื่อเทียบกับเนื้อสุกแล้ว มันยังคงชอบกินเนื้อดิบมากกว่า
เย่ซวงลั่วขี้เกียจจะสนใจมันแล้ว อย่างไรเสียมันก็กินแบบนี้มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ไม่เห็นจะกินแล้วตายสักที
บัดนี้ ความสนใจทั้งหมดของเขาพุ่งเป้าไปที่ถุงน้ำดีงูตรงหน้า... นี่คือสิ่งที่เขาเพิ่งควักออกมาจากร่างของอสรพิษยักษ์ อาจเป็นเพราะร่างกายของมันใหญ่โตมโหฬารอย่างยิ่ง ดีงูของมันจึงใหญ่กว่าดีงูทั่วไปหลายเท่านัก ขนาดของมันพอๆ กับลูกบาสเกตบอลธรรมดาลูกหนึ่งเลยทีเดียว
【ดีงูอสรพิษกึ่งมังกร】
【ประเภท: ไอเทมพิเศษ】
【คุณภาพ: สีฟ้า】
【สรรพคุณ: เมื่อใช้ จะเพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตสูงสุด +200, พลังป้องกันของผิวหนัง +10 มีโอกาสเล็กน้อยที่จะเรียนรู้ทักษะพิเศษ "อำนาจมังกร"】
【เงื่อนไขการใช้: ค่าร่างกายและพละกำลังต้องสูงกว่า 10 แต้ม】
【คำอธิบาย: ดีงูนี้ได้รวบรวมแก่นแท้ทั้งหมดของอสรพิษยักษ์ระดับหัวหน้าเอาไว้ มันคือภูตน่าสงสารที่กำลังจะกลายร่างเป็นมังกร เดิมทีมีโอกาสจะได้โบยบินสู่สรวงสวรรค์ชั้นเก้า ทว่ากลับมาพบเจอกับคนที่ไม่ควรพบพาน】
...
หลังจากอ่านคำอธิบายจบ เย่ซวงลั่วกุมสร้อยคอดาวพลูโตบนคอของตน ในใจพลอยรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง... สร้อยเส้นนี้ขาดแค่ศัตรูระดับหัวหน้าอีกเพียงตัวเดียวก็จะสามารถเลื่อนระดับได้แล้ว ช่างมันเถอะ ต่อไปภายหน้าย่อมมีโอกาสอีกถมไป
เย่ซวงลั่วหยิบดีงูขึ้นมาจ่อที่ปาก กลิ่นหอมยวนใจโชยออกมาไม่ขาดสาย เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย กัดมันเข้าไปเต็มคำ ทันทีที่กัดลงไป ของเหลวก็ทะลักท่วมเต็มปาก รสชาติไม่คาวเลยแม้แต่น้อย กลับหวานละมุนคล้ายกับน้ำอัดลม แต่สดชื่นยิ่งกว่า
เขากลืนกินดีงูทั้งลูกนี้ลงไปอย่างตะกรุมตะกราม หลังจากกินหมดแล้วกลับรู้สึกว่ายังไม่หนำใจ จะให้อธิบายอย่างไรดีเล่า? ก็คงเหมือนกับในวันที่อากาศร้อนระอุ เพิ่งจะออกกำลังกายอย่างหนักจนเหงื่อท่วมตัว แล้วได้เดินเข้าห้องแอร์พร้อมกับซดเครื่องดื่มเย็นจัดรวดเดียวจนหมดขวดนั่นแหละ
【ยินดีด้วย ท่านได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสชนิดพิเศษ ความคืบหน้าของ "นักชิม" +1】
【ความคืบหน้าปัจจุบัน: 3/5】
เมื่อเห็นว่าความคืบหน้าของ "นักชิม" เพิ่มขึ้นอีกครั้ง เย่ซวงลั่วก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ขาดอีกแค่สองอย่าง ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว แต่ที่น่าเสียดายเล็กน้อยก็คือ สุดท้ายเขาก็ยังไม่สามารถเรียนรู้ทักษะ "อำนาจมังกร" ได้อยู่ดี
ดูท่าว่าค่าสถานะโชคของเขายังไม่สูงพอสินะ... เย่ซวงลั่วอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว คราวก่อนที่ฉีด "สารสกัดไวรัส" ก็ไม่ได้รับทักษะใดๆ เช่นกัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็น "โอกาสเล็กน้อย" จริงๆ... จะเป็นหนึ่งในพัน หนึ่งในหมื่น หรือว่าน้อยกว่านั้นกันนะ
เย่ซวงลั่วกินเนื้องูย่างไปพลาง ใช้ความคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เขามองซากอสรพิษยักษ์มหึมาตรงหน้าด้วยความกลัดกลุ้มใจ เขาไม่อยากเปิดเผยช่องเก็บของของตน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น แม้จะรู้ว่าการทิ้งเนื้อมากมายขนาดนี้ไว้ที่นี่เป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้
ซานเหรินที่อยู่ด้านข้างเห็นเย่ซวงลั่วดูอาลัยอาวรณ์อสรพิษยักษ์ตัวนี้มาก ก็ยิ้มบางๆ แสงเรืองรองสายหนึ่งสว่างวาบขึ้นจากแหวนที่นิ้วของเขา แล้วซากของอสรพิษยักษ์ก็หายวับไปจากตรงนั้นในทันที
เมื่อเห็นภาพที่คุ้นเคยนี้ เย่ซวงลั่วก็แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง... เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ใช้ช่องเก็บของเสียหน่อย
"ในเมื่อสหายเย่ชื่นชอบเนื้อของอสรพิษยักษ์ตัวนี้นัก เช่นนั้นข้าช่วยสหายเย่เก็บมันไว้ก็แล้วกัน จะได้ค่อยๆ นำออกมากินระหว่างทาง"
เมื่อได้ยินคำพูดของซานเหริน เย่ซวงลั่วก็จงใจแสร้งทำเป็นประหลาดใจอย่างยิ่งแล้วเอ่ยถาม:
"ช่วยข้าเก็บไว้? หรือว่าอสรพิษยักษ์ตัวนี้เป็นฝีมือของสหายซานเหรินที่ทำให้มันหายไป?"
ซานเหรินชูแหวนในมือขึ้น แล้วเอ่ยแนะนำว่า:
"ใช่แล้ว ข้าเก็บอสรพิษยักษ์เข้าไปไว้ในแหวนของข้านี่แหละ"
เย่ซวงลั่วเพ่งมองไปยังแหวนที่ซานเหรินสวมอยู่ ทันใดนั้นคุณสมบัติของแหวนวงนั้นก็ปรากฏขึ้นมา
【วงแหวนมิติอันประณีต】
【ประเภท: อุปกรณ์ (เครื่องประดับ)】
【คุณภาพ: สีฟ้า】
【คุณสมบัติพิเศษ: โลกภายใน (พื้นที่ 1,000 ลูกบาศก์เมตร, สามารถเก็บสิ่งมีชีวิตได้)】
【ความทนทาน: 100/100】
【คำอธิบาย: นี่คือแหวนที่สร้างขึ้นโดยใช้กะโหลกศีรษะของราชันย์อสูรแห่งความว่างเปล่าเป็นวัตถุดิบ แตกต่างจากถุงหอมที่ผลิตอย่างหยาบๆ และแสนจะธรรมดาวงนั้น รูปลักษณ์ภายนอกของมันงดงามประณีต คุณสมบัติใช้งานได้จริง เห็นได้ชัดว่าผู้สร้างตั้งใจทำมันขึ้นมาอย่างสุดฝีมือ】
...
วงแหวนมิติ... เย่ซวงลั่วคาดไม่ถึงเลยว่าซานเหรินผู้นี้จะมีของล้ำค่าระดับนี้อยู่ในครอบครอง
"ข้าช่างได้เปิดหูเปิดตาเสียจริง ไม่นึกเลยว่าในโลกนี้จะมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ด้วย ไม่ทราบว่าสหายซานเหรินได้มันมาได้อย่างไร?"
"ฮ่าๆ ไม่นับว่าเป็นของวิเศษอะไรหรอก เป็นเพียงของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ข้าทำขึ้นมาตอนว่างๆ เท่านั้น หากสหายเย่ชมชอบ คราวหน้าข้ามอบให้ท่านสักวงก็ได้"
เมื่อเผชิญหน้ากับความกระตือรือร้นของซานเหริน เย่ซวงลั่วกลับส่ายหน้าปฏิเสธข้อเสนอนี้
"อย่าเลยดีกว่า ข้ามิอาจรับรางวัลโดยที่ยังไม่ได้สร้างคุณงามความดีใดๆ"
ซานเหรินเห็นเย่ซวงลั่วไม่หวั่นไหวแม้จะอยู่ต่อหน้าสมบัติล้ำค่า ก็ไม่ได้กล่าวอะไรมาก เพียงแค่ลูบไล้แหวนมิติวงนั้นอย่างเชื่องช้า พูดตามตรง ภาพนี้มันน่าขนลุกอยู่ไม่น้อย เพราะอย่างไรเสียแหวนมิติวงนี้ก็ทำมาจากกะโหลกศีรษะ... เย่ซวงลั่วทำได้เพียงบอกกับตัวเองว่าอย่างน้อยมันก็ผ่านการแปรรูปมาแล้ว แต่การที่สามารถลูบไล้งานฝีมือที่ทำจากกะโหลกศีรษะได้อย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนเช่นนี้ ซานเหรินผู้นี้ช่างเป็นคนจริงโดยแท้
เย่ซวงลั่วไม่อยากจะทนดูภาพชวนสยองนี้อีกต่อไป จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นก่อน:
"สหายซานเหริน ข้ารู้ว่าอาจจะเสียมารยาทไปบ้าง แต่ข้าสงสัยเหลือเกินว่า ในตะกร้าสานของท่านมีสิ่งใดอยู่"
เมื่อได้ยินคำถามของเย่ซวงลั่ว ซานเหรินไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงปลดตะกร้าสานลงจากบ่า แล้วค่อยๆ เปิดฝาออกอย่างระมัดระวัง ภายในตะกร้าสานนั้นมีงูตัวเล็กๆ ที่งดงามอย่างยิ่งตัวหนึ่ง... งดงามเสียจนหากไม่สังเกตให้ดี อาจจะคิดว่างูตัวนี้ถูกแกะสลักขึ้นมาจากหยกก็เป็นได้ ดวงตาดุจทับทิม ร่างกายประหนึ่งหยกมรกต ทั้งหมดนี้ทำให้งูตัวน้อยเปรียบเสมือนงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบที่สุดชิ้นหนึ่ง
ซานเหรินยื่นมือออกไป ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามลำตัวของงูตัวน้อยอย่างแผ่วเบา ดวงตาและน้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอย่างหาที่เปรียบมิได้
"เขาชื่อเฝ่ยชุ่ย เป็นครอบครัวของข้า"
เห็นงูเป็นครอบครัว... ซานเหรินผู้นี้ช่างมีแต่เรื่องแปลกประหลาดเต็มไปหมด
ทันใดนั้น เย่ซวงลั่วก็เกิดความคิดที่อาจหาญขึ้นมา... ซานเหรินผู้นี้... คงไม่ได้เป็นงูเหมือนกันหรอกนะ? ถ้าหากเขาเป็นงูจริงๆ... เช่นนั้นเขาจะต้องมีอายุมากเท่าใดกัน ถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์ได้?
ตอนที่เขามาถึงโลกใบนี้ ระบบเกมได้มอบความรู้บางส่วนเกี่ยวกับโลกใบนี้ให้แก่เขา ภูตพรายไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ นี่แทบจะเป็นกฎเหล็กของโลกใบนี้เลยทีเดียว แต่ก็เป็นเพียงแค่ "แทบจะ" เท่านั้น เพราะในโลกนี้ยังมีภูตพรายบางตนที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ แม้จำนวนนั้นจะมีไม่เกินหนึ่งฝ่ามือก็นตาม
ซานเหรินราวกับจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ เขาหันกลับมายิ้มให้ รอยยิ้มนั้นยังคงอบอุ่นและสดใสเช่นเคย แต่กลับทำให้เย่ซวงลั่วรู้สึกหวาดกลัวอย่างจับใจ
อันที่จริง เย่ซวงลั่วรู้สึกมาตลอดว่า ไม่ว่าซานเหรินจะมองเขา มองฝาแฝดในกรงขัง หรือมองพยัคฆ์ขาว สายตาของเขาก็เหมือนกันหมด... สายตานั้นช่างคุ้นเคยอย่างยิ่ง แต่เขานึกไม่ออกมาตลอดว่าเคยเห็นที่ไหน บัดนี้เขานึกออกแล้ว... นั่นคือตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นประถม คุณครูได้ให้นักเรียนจับคู่กันเลี้ยงหนอนนก และต้องเขียนบันทึกการสังเกตการณ์เป็นประจำ ในตอนนั้น เพื่อนร่วมกลุ่มของเขาก็มองหนอนนกด้วยสายตาแบบนี้ไม่มีผิด
🅢🅐🅛🅣🅨
[จบแล้ว]