เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 เสียใจด้วย ข้าโกหก

ตอนที่ 43 เสียใจด้วย ข้าโกหก

ตอนที่ 43 เสียใจด้วย ข้าโกหก


ตอนที่ 43 เสียใจด้วย ข้าโกหก

อิมพ์มองไปรอบ ๆ ตัวเองอย่างช้าๆพยายามดูว่าจะหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจหรือฆ่าลอร์ดด้วยวิธีไหนถึงดีที่สุด

เขาไม่เห็นหนังสือเกี่ยวกับอสูรที่นี่เลยไม่เช่นนั้นเขาคงซื้อมันมาเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองไปแล้ว แต่บางทีอิมพ์ก็อาจจะเจอบางสิ่งก็ได้หากเขาสังเกตมันมากพอ

และในขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการค้นหาเบาะแสที่เป็นไปได้ อิมพ์ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมันดังมาจากด้านหลังประตูไม้เก่าๆที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งรอยแตกค่อยๆเปิดออกพร้อมกับเสียงดังเอี๊ยด

"ใครอยู่ตรงนั้น" เสียงถามที่ดูหวาดกลัวและกังวลก็ดังขึ้น เสียงของชายคนนั้นถูกเสียงข้างนอกกลบ ถ้าอิมพ์ไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร้านเขาก็คงไม่สังเกตเช่นกัน

อย่างช้าๆอิมพ์ก็หันไปมองแล้วเขาก็เห็นดวงตาที่สดใสจ้องมาที่เขาก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปเพื่อเปิดประตู อาจจะมีหนังสือเล่มอื่นที่ชายชราคนนั้นเก็บไว้ก็ได้

“ยะ - อย่าเข้ามา!” ชายคนนั้นอุทานทันทีและปิดประตูในเวลาเดียวกัน เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อิมพ์เข้ามาได้

แต่อิมพ์นั้นไม่ได้ทำอะไรหรือบอกให้อสูรตัวอื่นเปิดประตูให้อีก เขาเพียงยืนอยู่หน้าประตู เขารู้ว่าชายคนนั้นยังอยู่ที่นั่นเพราะเขาสามารถมองเห็นเงาได้จากใต้ประตู แต่ชายคนนั้นมองไม่เห็นอิมพ์ ดังนั้นอสูรหนุ่มจึงปีนขึ้นไปบนเคาน์เตอร์

และตอนนี้อิมพ์ก็ใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเหมาะสมสำหรับสิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เขาเตรียมใบมีดและไพ่ของเขาเอาไว้ หลังจากผ่านไปสักพักเมื่อชายคนนั้นคิดว่าอิมพ์ไปแล้วเขาก็พยายามเปิดประตูออกมาดูอีกครั้งโดยยื่นหัวออกมาระหว่างประตูและตอนนี้เองอิมพ์ก็พุ่งเข้าใส่ประตูที่เปิดขึ้นและแทงเข้าไป กริชของเขาทะลวงเจ้าไปในดวงตาของชายคนนั้น

อิมพ์ไม่ได้พยายามจะฆ่าเขา ดังนั้นเขาเพียงทิ่มกริชเข้าไปในตาเท่านั้นและด้วยความโชคดีดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะยังไม่ตาย

[จอฟฟิก โจฮาน   -317 ความเสียหาย]

[คุณทำให้ตาขวาของจอฟฟิก โจฮานบอดอย่างถาวร]

ด้วยการพยักหน้าเล็กน้อยกับตัวเอง อิมพ์ก็ฟันผ่านการแจ้งเตือนที่ลอยอยู่ข้างๆเขาในขณะที่ชายที่อยู่อีกด้านของประตูกำลังหล่นลงไปที่พื้นด้วยความเจ็บปวด แต่อิมพ์ก็เพียงแค่เปิดประตูและก้าวเข้าไปในห้องที่อยู่ถัดออกไป

เขาจ้องมองไปที่ชายสูงอายุที่อยู่ในร้านเมื่อตอนกลางวันซึ่งตอนนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อผ้าอยู่และมีเหงื่อออกพร้อมกับมีอาการหน้าแดง อิมพ์สังเกตเห็นว่ามีเตียงเล็กๆอยู่ที่มุมห้องถัดจากชั้นหนังสือ ตรงนั้นมีหนังสือที่น่าสนใจกับโต๊ะเล็กๆอยู่อีกด้านหนึ่งของเตียง

เตียงนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษบางทีมันอาจจะแย่กว่าเตียงในโรงเตี๊pมที่อิมพ์เคยอยู่มาก่อนด้วยว้ำ มันสกปรก แห้งเหี่ยวพร้อมกับฉีกขาดและที่สำคัญที่สุดตอนนี้มันอยู่ในสภาพน่าสยดสยองเป็นอย่างมากเพราะมีเด็กนอนตายอยู่ข้างบน

อิมพ์ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แต่มีรอยเลือดบนผนังที่ศีรษะของเด็กพิงอยู่และดูจากเลือดที่ยังคงไหลลงมาตามกำแพงเล็กน้อย อิมพ์จึงรู้ว่ามันคือเสียงที่ดังขึ้นมาก่อนหน้านี้

แต่มันแปลกมาก เมื่ออิมพ์นึกภาพว่าเด็กๆที่อยู่กับเขาต้องตกอยู่สภาพเช่นนี้ เขาก็เต็มไปด้วยความโกรธทันที มันไม่สามารถอธิบายได้แต่มันเหมือนกับว่าหากเขาไม่เผาเมืองนี้ให้เป็นเถ้าถ่านซะก็ดูเหมือนความโกรธนี้จะไม่สงบลง

อย่างไรก็ตามในขณะที่มองดูสภาพของเด็กคนนี้ อิมพ์กลับไม่รู้สึกอะไรเลย  เขาไม่เศร้าและไม่โกรธ นั่นอาจเป็นเพราะเด็กคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา

อย่างไรก็ตาม เขาก็เริ่มมีความคิดแบบเดิมอีกครั้ง 'จะเกิดอะไรขึ้นถ้า…..'

จะเป็นยังไงถ้าเด็กคนนี้คือหนึ่งในเหล่าเด็กๆของเขา  ? เด็กสาวที่นอนอยู่ตรงนั้นอาจเป็นแซมมี่หรือคลีเมนไทน์ก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นอิมพ์จะทำไงดี

และด้วยความคิดเหล่านี้ ความหงุดหงิดที่ปล่อยให้อสูรเงาพรากเด็กๆไปจากเขาก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งและเขาก็รู้ว่าเขาต้องทำบางอย่างนี่เพื่อระงับความโกรธอันขุ่นมัวนี้

อย่างช้าๆอิมพ์ก็ก้าวขึ้นไปหาชายที่กำลังนอนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดและกำลังพยายามดึงร่างของตัวเองไปที่ประตู แต่อิมพ์ก็ได้หยุดเขาไว้และผลักกริชของเขาเข้าที่หลังขาของชายคนนั้น

"ข้าต้องการหนังสือ "อิมพ์พูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างชัดเจน เขามาที่นี่ด้วยเหตุผลนี้อยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องทำเป็นเหมือนว่ามาเพราะมัน แต่ชายชราก็ตอบสนองทันทีเมื่อได้ยินเสียงของอสูรหนุ่ม เขาหันมาพูดด้วยความประหลาดใจ "นั่นเจ้าเองรึ! เจ้าคือคนที่มาตอนกลางวันกับเด็กพวกนั้น!” ชายคนนั้นอุทานออกมาและแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว แต่อิมพ์ก็เริ่มบิดกริชเป็นวงกลมอย่างช้าๆ

“ข้าต้องการหนังสือสักเล่ม เกี่ยวกับลอร์ด ”ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและโกรธ อิมพ์ก็เริ่มดึงกริชออกจากขาของชายคนนั้นและค่อยๆส่งมานาของเขาเข้าไปในหินเวทย์มนต์ที่ติดอยู่กับด้ามจับเพื่อทำให้ใบมีดร้อนขึ้นก่อนจะแทงกริชกลับไปอีกครั้งที่ขาของชายคนนั้นอีกครั้ง เขาทำเช่นนั้นเพราะเห็นความลังเลของชายชรา

"บอกมา แล้วข้าจะไม่ฆ่าเจ้า" อิมพ์บอกเขาและโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวชายชราก็พยักหน้าตื่นตระหนกด้วยความกลัวความตาย เขารู้ว่าอสูรตัวนี้จะต้องฆ่าเขาจริงๆแน่นอนเพราะอีกฝ่ายนั้นทำลายดวงตาและขาของเขาได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

"มะ- มีหนังสือเกี่ยวกับลอร์ดอยู่บนชั้นวางของข้าเล่มหนึ่ง มันมีสีแดงเข้ม ... " เขาพยายามยกแขนชี้ไปทางหนังสือที่เขากำลังพูดถึงและอย่างช้า ๆ อิมพ์ก็เดินไปที่นั่นและปีนขึ้นไปข้างบนชั้นก่อนที่จะพยายามดึงหนังสือเล่มนั้นออกมา

หลังจากพลิกดูอยู่ครู่หนึ่งไม่นานนักอิมพ์ก็เห็นว่าสิ่งที่ชายชราพูดนั้นเป็นเรื่องจริงดังนั้นอย่างน้อยชายคนนี้ก็ไม่ได้โกหก

อิมพ์นั่งลงบนเตียงอย่างช้าๆโดยไม่สนใจเด็กที่ตายแล้วซึ่งอยู่ข้างหลังเขาและเริ่มอ่านหนังสือด้วยสมาธิสูงสุด การกระทำนี้ทำให้ชายชราดูงุนงงเป็นอย่างมาก

และยิ่งไปกว่านั้นชายคนนี้รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่ถูกขัดจังหวะและโจมตีแบบนี้ ในขณะที่อาการของชายชราเริ่มดีขึ้นแล้ว หากอสูรหนุ่มยังคงนั่งอยู่เฉยๆแบบนั้นชายชราก็อาจจะจัดการเขาได้หากใช้ความสามารถทั้งหมด  ? เขาอาจจะดูไม่เหมือน แต่เขานั้นเคยฝึกเวทย์มนต์จากนักเวทย์ที่มีชื่อเสียงอยู่สองสามปี แต่เขาก็ถูกเนรเทศออกจากเมืองนั้นและเรียนไม่จบ จากนั้นเขาก็ไปที่โบสเพื่อเรียนรู้ทักษะศักดิ์สิทธิ์ระดับต้น

ชายคนนี้ไม่มีพรสวรรค์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแท้จริง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถก้าวข้ามผ่านระดับเริ่มต้นไปได้ แต่ด้วยความรู้เดิมของเขาในฐานะลูกศิษย์ของจอมเวทย์ เขาก็ยังมีเคล็ดลับอยู่อย่างสองอย่างที่เก็ยไว้ ซึ่งมันใช้ได้กับอสูรที่อ่อนแอเช่นนั้น

ชายคนนั้นดึงนิ้วที่สั่นของเขาออกไปข้างหน้าตัวเองแล้วชี้ไปที่อิมพ์พร้อมกับอ้าปากกระซิบบางอย่างแบบลับๆในขณะที่อิมพ์ยังคงจดจ่ออยู่กับหนังสือ

"เทีย ซัว อากอ, โลกิส พาทุส เลเควี่ยม   " ชายคนนั้นพึมพำออกมาและค่อยๆวาดวงกลมที่มีแสงสลัวขึ้นในอากาศขณะที่เขากำลังพูด เขาทำซ้ำหลาย ๆครั้ง จนวงกลมแห่งแสงเสร็จสิ้นและเมื่อเห็นได้ชัดว่ามันสร้างเสร็จแล้วเขาก็พูดอีกคำออกมา   “ซูห์แกรน”

ด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ชายคนนั้นก็เริ่มหัวเราะเสียงดังขณะที่วงกลมของแสงเริ่มหมุนเป็นวงกลมและหดตัวลงเป็นจุดเดียวก่อนที่จะส่องแสงสว่างเจิดจ้าออกมาจนไปถึงด้านนอก มันสว่างจรตอนนี้ทั้งอิมพ์และชายชราต่างก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย

อิมพ์รู้สึกแสบร้อนเล็กน้อยทั่วผิวหนังของเขาและแน่นอนว่ามีบางส่วนที่ร้อนและเดือดปุดๆอยู่  แต่ก็ไม่มีอะไรที่คุกคามอิมพ์ได้จริงๆ มันแทบจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้ถึง 300 หนวยด้วยซ้ำและชายชราก็ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมากหลังจากทำสิ่งนี้

เห็นได้ชัดว่าอิมพ์รู้สึกรำคาญเป็นอย่างมาก เขาลุกขึ้นจากเตียงและวางหนังสือไว้ด้านข้าง จากนั้นก็ค่อยๆก้าวไปหาชายสูงอายุที่กำลังสับสนอยู่ "เจ้า - เจ้าเป็นแค่อสูรอิมพ์ไม่ใช่รึไง ! เจ้าไม่ตายจากสิ่งนี้ได้อย่างไร!" ชายสูงอายุถามอย่างโกรธ ๆ อิมพ์ก็เริ่มขบฟันและจ้องไปที่ชายตรงหน้า

ถ้าสามารถใช้การโจมตีแบบนี้ได้บางทีคนๆนี้อาจมีบางอย่างที่สามารถช่วยเขาได้ "มีอะไรบ้างที่มีพลังงานศักดิ์สิทธิ์" อิมพ์พึมพำอย่างเงียบ ๆ ขณะที่ผิวหนังของเขาเริ่มฟื้นตัวจากการโจมตี แต่ชายสูงอายุยังสับสนเกินกว่าจะเข้าใจ ดังนั้นอิมพ์จึงพูดซ้ำอีกเล็กน้อย

"ข้าถามเจ้าว่ามีอะไรบ้างที่มีพลังงานศักดิ์สิทธิ์ " อิมพ์บอกกับชายคนนั้นที่กำลังจ้องมองมายังเขาด้วยความหวาดกลัว อย่างช้าๆชายชราก็เรืิ่มเคลื่อนสายตาไปยังกล่องใบใหญ่ที่มุมห้อง

อิมพ์ขมวดคิ้วแน่น เขานั้นอยากจะฆ่าชายคนนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่เขาก็ต้องหันกลับไปและค่อยๆเปิดกล่องขึ้นมาก่อน แต่เพียงแค่เขาสัมผัสกับมันเขาก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยแล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าสิ่งนี้จะอยู่ในระดับเดียวกับผ้าพันมือของเขาเลยแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่กล่องเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือของที่อยู่ข้างในกล่อง

อย่างช้าๆอิมพ์ก็เปิดกล่องขึ้นและก่อนที่เขาจะรู้ตัวเขาก็ได้พบกับอากาศที่พัดขึ้นมาเข้ามาใส่เขาอย่างน่ารำคาญ แม้มันจะไม่ได้สร้างความเสียหายให้เขา มันแค่ทำให้เขาแสบตาและมันก็น่าหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว

ดังนั้นอิมพ์จึงค่อยๆคว้าสิ่งของต่างๆที่อยู่ภายในกล่องซึ่งมันอาจเป็นประโยชน์กับเขา และมันคือก็โซ่โลหะขนาดเล็กที่มีตัว 'X' อยู่หน้าพื้นผิว พร้อมกับหนังสือเล่มเล็กที่มีรูปดาวอยู่มันให้ความรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนของอีกชิ้นก็คือไม้เท้าที่คล้ายกับของชายคนก่อนหน้านี้ มันมีหินเวทย์มนต์สีขาว-ทองติดอยู่ และสุดท้ายก็คือเสื้อคลุมสีขาวสง่าเช่นเดียวกับที่อิมพ์เคยเห็นชายก่อนหน้านี้ใส่ หลังจากสัมผัสสิ่งเหล่านี้เล็กน้อยอิมพ์ก็บอกได้เลยว่าพวกมันจะต้องมีประโยชน์ต่อเขาเป็นอย่างมากแน่นอนหากเขาเอาไปใช้อย่างเหมาะสม ดังนั้นเขาจึงรีบคว้าพวกมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และยัดพวกมันลงในกระเป๋าทันที

จากนั้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา อิมพ์ก็ก้าวขึ้นไปหาชายชราที่กำลังนอนอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัวขณะที่เขากำลังเดินเข้ามาหาชายชราก็จ้องมองมาตาของอิมพ์และส่ายหัวไปมาอย่างแรง

"จะ - เจ้าจะกลับคำไม่ได้นะ! ไหนเจ้าบอกว่าจะไม่ฆ่า ...-!" ชายชราอุทานออกมา แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยคอิมพ์ก็ดันกริชของเขาตรงไปที่แก้มของชายชราจนตัดลิ้นของเขาและพุ่งทะลุออกไปยังแก้มอีกข้าง จากนั้นอิมพ์ก็จ้องมองไปที่ชายคนนั้นและพูดออกมาไม่กี่คำก่อนจะเอียงหัวและยิ้มออกมาจนเห็นฟันแหลมคม

“เสียใจด้วย ข้าพูดโกหกหน่ะ”

จบบทที่ ตอนที่ 43 เสียใจด้วย ข้าโกหก

คัดลอกลิงก์แล้ว