เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 เทนากะจิน

ตอนที่ 42 เทนากะจิน

ตอนที่ 42 เทนากะจิน


ตอนที่ 42 เทนากะจิน

อย่างรวดเร็วอิมพ์ก็พุ่งผ่านกลุ่มอสูรตรงหน้าเขาไปยังสถานที่ที่เขาจำได้ว่าเป็นร้านหนังืสอและโดยไม่ลังเล เขาก็พยายามพังประตูออกทันทีเมื่อไปถึง

แต่ช่างโชคร้ายสำหรับเขา… ประตูกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้ว่าเขาจะพยายามดึงหรือออกแรงกระแทกเพียงใด  !

"หิหิ ... ~! ดูเด็กคนนั้นสิ ~!" เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งหัวเราะก็ดังขึ้นจากข้างหลังเขา "ทำไมถึงดูสกปรกจัง ~! เจ้านั่นต้องเป็นไพร่แน่เลย ไม่งั้นคงไม่เลือกสถานที่ที่มีชื่อเสียงจากร้านสวยๆระดับสูงเหล่านี้หรอก   ~?" เธอถามและเมื่ออิมพ์หันกลับไปเขาก็มองเห็นอสูรที่มีลักษระเหมือนกับมนุษย์เว้นแต่เพียงว่าเธอนั้นมีผิวสีแดง ตอนนี้เธอกำลังเอานิ้วของเธอแตะไปที่ริมฝรปากพร้อมกับแสดงออกราวกับว่าสงสารในขณะที่จ้องมายังอิมพ์

"โอววววววววววววววววว" ปีศาจหญิงชี้มาขณะที่มองไปยังชายรูปร่างไม่สมส่วน แขนของเขายาวจนแตะถึงพื้นและขาของเขาก็เหยียดตรง เขายืนอยู่ข้างๆเธอขณะที่พยักหน้า

"แน่นอน ... แต่สำหรับอสูรระดับไพร่แล้ว มันกลับมีอุปกรณ์สวย ๆ อย่างนั้นได้ยังไงกัน?" อสูรสามและยื่นมือยาวออกไปหาอิมพ์และพยายามจะคว้ากริชที่เขาถืออยู่ในมือ

แต่แน่นอนว่าอิมพ์ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เขาคิดว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีในการทดลองอะไรบางอย่างเล็กๆน้อยๆ เขาดึงผ้ารอบๆมือออกจากฝ่ามือสักครู่จนเผยผิวหนังที่ถูกเผาไหม้ออกมา จากนั้นอสูรหนุ่มก็ยัดลูกกลมสีขาว-ทองทั้งสองลูกเข้าไปในชั้นผ้า เขาไม่สามารถสัมผัสพวกมันโดยตรงได้ตอนที่ใช้พวกมันดังนั้นเขาจึงต้องทำแบบนี้

“เจ้า ... อยากได้มันงั้นรึ?” อิมพ์ถามและค่อยๆยื่นกริชของเขาไปยังอสูรตัวผู้ซึ่งมันก็พยักหน้าทันที "โอ้แน่นอนสิ อืม...ข้าต้องให้เจ้าเท่าไหร่งั้นหรอ  ข้าให้เหรียญสองอันแก่เจ้าดีไหมหรือจะให้ข้าถ่มน้ำลายใส่หน้าเจ้าก็ได้หากต้องการ    " อสูรก็ถามกลับ

“เปิดประตูให้ข้าแล้วข้าจะให้กริชแก่เจ้า” ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา อิมพ์นั้นแทบจะเก็บควาฒโกรธไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วแต่เขาก็พยายามยื่นข้อเสนอให้กับอสูรตนนั้น อีกฝ่ายนั้นยังคงยิ้มออกมาอยู่ดังนั้นเขาจึงต้องทำตัวให้เหมาะสมบ้าง

โดยไม่ลังเลอสูรตัวผู้ก็ยิ้มอย่างสดใสและเดินเข้าไปใกล้ประตูไม่กี่ก้าวก่อนจะดันนิ้วยาวๆของมันเข้าไประหว่างรอยแตกบางส่วนบนประตูจากนั้นก็เปิดมันออกโดยดึงมันออกจากตรงกลาง

"เอาล่ะ ทีนี้เราก็มาทำตามที่ตกลงกันไว้ เอากริชมาให้ข้า  " ด้วยรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิมบนใบหน้าของมัน อสูรตัวนั้นก็โน้มตัวไปข้างหน้าพยายามจะคว้ากริช ซึ่งอิมพ์เองก็ยิ้มขึ้นและพยักหน้าก่อนจะยื่นกริชออกไป แต่ก่อนที่อสูรจะจากไปอิมพ์ก็ยื่นมือไปข้างหน้า นี่เป็นการกระทำที่เขาเห็นสองสามครั้งในหลายวันที่ผ่านมา มันคือการจับมือกันระหว่างผู้ที่ทำข้อตกลงกันเสร็จแล้ว อิมพ์เองก็กำลังหวังว่าอสูรตนนี้จะรู้เรื่องนี้ด้วย

"โอ้แน่นอน ถ้าเจ้าเจอของอะไรดีๆอีกก็เอามาให้ข้าฟรีได้เลยนะ บอกข้าได้ตลอดเวลา" อสูรตอบกลับและยื่นมือยาวข้างหนึ่งไปยังอิมพ์ เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่อสูรตนนั้นทำตามที่คิดไว้ เมื่อมือของพวกเขาสัมผัสกันอิมพ์ก็ส่งมานาของเขาเข้าไปในหินเวทย์มนต์ขนาดเล็กบนฝ่ามือของเขาในขณะที่ใช้มืออีกข้างของเขาจับแขนของอสูรไว้แน่นที่สุดพยายามไม่ให้หลุดจากฝ่ามือ

แน่นอนว่าอสูรตนนั้นก็สังเกตเห็นสิ่งนี้ได้และมันก็ต้องการดึงแขนกลับไป แต่ก่อนที่มันจะได้ตอบสนองอิมพ์ก็ได้เปิดใช้งานการ์ดที่อยู่ในแขนเสื้อของเขา จากนั้นใบมีดเล็กๆที่เชื่อมต่อกับแหวนบนนิ้วด้วยเส้นด้ายก็ปรากฏขึ้น

และโดยไม่ลังเลอิมพ์ก็ใช้มีดแทงเข้าไปในแขนของอสูรผ่านฝ่ามือซึ่งมันทะลวงเข้าไปได้อย่างง่ายดายราวกับเนยที่ถูกผ่าโดยมีดร้อน

"เจ้าคิดจะทำอะไร" อสูรตนนั้นถามอย่างสับสน มันรู้สึกว่าแขนของมันเริ่มไหม้จากภายในและมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมหาศาลอย่างที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน

แน่นอนว่าอสูรตัวอื่นๆนั้นสังเกตมาที่พวกเขาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกมันส่วนใหญ่ก็ล้วนเดินผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท้ายที่สุดพวกมันนั้นไม่อาจรู้ได้ว่าอิมพ์กำลังใช้พลังศักดิืสิทธิ์กับอสูรตนนี้อยู่

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว คืนกริชมาให้ข้า ” อิมพ์หนุ่มบอกกับอสูรที่เพิ่งคว้ากริชไปและส่ายหัวอย่างไม่แยแส

“มันเป็นของข้า! เอามานี่!” อสูรตนนั้นก็ร้องอุทานออกมาในขณะที่ยืนอยู่กับที่ราวกับถูกแช่แข็ง อิมพ์ไม่เข้าใจเล็กน้อย มันเป็นเหมือนกับตอนที่เจ้าแห่งความโกรธขยับตามเขามาไม่ได้ อาจเป็นไปได้ว่าพวกมันได้รับบาดเจ็บจากพลังศักดิ์สิทธิ์และก็ไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ได้

หรือว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีที่จะเอาชนะพวกมันได้?...

"มันคือกริชของข้า ถ้าเจ้าไม่คืนมาข้าจะฆ่าเจ้าซะ ข้าเพียงแค่อยากทดสอบอะไรเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากเจ้ายังฝืนแย่งข้าอยู่หละก็ ข้าก็ไม่ลังเลที่จะจัดการเจ้าเช่นกัน  " อิมพ์อธิบายกับอสูรที่อยู่ตรงหน้าเขา ในขณะเดียวกันอสูรผู้หญิงที่อยู่กับอสูรชายก่อนหน้านี้ก็เร่มมีสีหน้าเบื่อหน่ายจนอยากจะจากไปแล้ว

"งั้นก็ฆ่าข้าเลยสิ! เจ้ารู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกไพร่ฆ่าพวกเราคนใดคนหนึ่ง ?" อสูรถามด้วยรอยยิ้มกว้างราวกับแน่ใจว่าอิมพ์จะไม่กล้าทำร้ายมัน แต่สุดท้ายอิมพ์ก็ทำเพียงถอนหายใจออกมาและดึงมือของเขาออกมา ทันทีใบมีดของ  'ดาบสามเล่ม' ก็ลากขึ้นไปตามแขนของมันในขณะอิมพ์ดึงมือกลับ

จากนั้นอิมพ์ก็ดึงกริชออกมาและวางมือลงบนหน้าอกของอสูรตนนั้น จกานั้นหินเวทย์มนตร์ก็สร้างความเสียหายให้กับมันอย่างรุนแรง

[ทักษะต้านทานพลังงานศักดิ์สิทธิ์ระดับเริ่มต้น เพิ่มระดับ!]

[ทักษะต้านทานพลังงานศักดิ์สิทธิ์ระดับเริ่มต้นถึงระดับ 100 แล้ว ดังนั้นจึงถูกเปลี่ยนเป็น ทักษะต้านทานพลังงานศักดิ์สิทธิ์ฝึกหัด]

จากนั้นความเจ็บปวดที่รุนแรงก็หายไป เช่นเดียวกันกับความเจ็บปวดตลอดเวลาที่ผิวหนังของเขาซึ่งได้รับจากการพันผ้า มันหายไปราวกับว่าไม่เคยทำให้เขาเจ็บมาก่อน

ดังนั้นอิมพ์จึงคิดว่าเขาควรจะทดสอบจุดอ่อนของอสูรให้มากขึ้นอีกหน่อย เขาคว้าหนึ่งในหินเวทย์มนต์จากใต้ผ้าออกมาก่อนจะค่อยๆกดมันลงผิวหนังแข็งอันเปลือยเปล่าของอสูรตนนั้นหลังจากฉีกเสื้อผ้าของมันออกด้วยใบมีดแล้ว

อย่างช้าๆ หินเวทย์มนต์ก็จมเข้าไปในเนื้อของอสูรจนเกิดเป็นฟองอากาศขึ้นรอบๆ ทันทีอิมพ์ก็มีความคิดอีกเล็กน้อย ครั้งก่อนนั้นเขาสามารถควบคุมเลือดของเขาไปทั่วร่างผ่านเส้นเลือดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นจะเป็นยังไงหากเขาทำสิ่งที่คล้ายกันกับร่างของอสูรตนนั้นแต่เปลี่ยนไปใช้  'พลังงานศักดิ์สิทธิ์' แทน ? มันอาจจะให้ผลเหมือนมานาก็เป็นได้

ดังนั้นอิมพ์จึงพยายามดันลูกกลมสีขาวทองขนาดเล็กให้ลึกเข้าไปในหน้าอกของอสูรตนนั้นในขณะที่เขากำลังพยายามควบคุมมัน

"จะ- เจ้าจะทำอะไร .. ?" เขาถามอิมพ์ในขณะที่พยายามต่อต้านมากขึ้นและจากการดิ้นรนอย่างหนักแขนของมันก็เหมือนจะค่อยๆขยับได้อีกครั้ง

"อืม ... " อิมพ์ถามอย่างสับสน เขาอยากจะรู้ว่าวิธีนี้จะสามารถฆ่าลอร์ดได้หรือไม่  แต่ถ้าอสูรตัวนี้ยังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ก็แสดงว่าไม่ได้ผล  โชคดีที่อิมพ์สามารถหลอกล่ออสูรตัวนี้ได้ เพราะดูยังไงอสูรตัวนนี้ก็แข็งแกร่งกว่าอิมพ์อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาคิดอย่างนั้นหินเวทย์มนต์ก็เริ่มเคลื่อนตัวลึกเข้าไปอีกครั้งในขณะที่อสูรกลายเป็นคลุ้มคลั่งมากขึ้นและในที่สุดอิมพ์ก็สามารถส่งมันไปถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวใจของอสูรตนนี้ได้

เห็นได้ชัดว่าความเจ็บปวดของของอสูรตนที่ตนนั้นได้รับนั้นมีมากและแข็งแกร่งที่เคยมีมา ตอนนี้เองอิมพ์ก็ดึงนิ้วของเขาออกไปหลังจากเห็นอสูรตรงหน้าเขากระตุกและดิ้นไปรอบๆอย่างกระทันหัน แน่นอนว่านี้ดึงดูดความสนใจจากอสูรตัวอื่นๆเล็กน้อยเช่นกัน แต่ก็มักจะมีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นอยู่รอบๆอยู่แล้วดังนั้นพวกเขาก็เพียงหันมาสนใจชั่วครู่ก่อนจะหันไป

นี่เป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบสำหรับอิมพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่เขามองเห็นการแจ้งเตือนปรากฏตรงหน้าซึ่งมันบอกเกี่ยวกับความเสียหายทั้งหมดที่เขาทำกับอสูรตนนี้

และก่อนที่อิมพ์จะรู้ตัวก็มีการแจ้งเตือนอีกอันปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

[คุณสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ อสูรเทนากะจิน ]

อิมพ์พยักหน้าและมองไปยังอสูรตรงหน้าที่ทรุดตัวลงบนพื้น ตอนนี้เองทุกคนก็จ้องมาที่ศพของอสูรตนนี้ด้วยสีหน้ารังเกียจ

“นั่นคือหนึ่งในอสูรแห่งความตะกละที่เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันไม่ใช่รึไง   ?” อสูรตนหนึ่งถามพลางจ้องมองไปที่เทนากะจินที่ตายไป คนอื่นๆเองก็พูดคล้ายๆกัน แต่อิมพ์ก็ตระหนักได้ว่าไม่มีใครสนใจจริงๆ พวกเขาแทบจะมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดด้วยซ้ำ

ดังนั้นโดยไม่ลังเลอิมพ์ก็ดันนิ้วของเขาเข้าไปในบาดแผลที่ร้อนระอุอย่างรวดเร็วและดึงหินเวมย์มนต์กลับมา เขาไม่ต้องการเสียมันไป อิมพ์รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นประสบกรณ์อันมีค่าของเขาในการฆ่าอสูร แม้ว่าจะมีบางอย่างทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยก็ตามซึ่งนั่นก็คือเขาไม่ได้เลเวลจากฆ่าอสูรตัวนี้เลย

แต่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องที่ไร้ประโยชน์แบบนั้น ที่เขามายุ่งเกี่ยวกับเทนากะจินก็เป็นเพราะเขาต้องการหาวิธีรับมือพวกลอร์ดเพื่อที่จะพาเด็กๆกลับมา แต่สุดท้ายเขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะหาพวกเขาเจอได้ยังไง ดังนั้นสิ่งที่เขาจะทำได้ตอนนี้ก็คือมุ่งหน้าเข้าไปในร้านหนังสือซึ่งเขาสามารถเข้าไปได้ง่ายๆแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 42 เทนากะจิน

คัดลอกลิงก์แล้ว