เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ยิ้ม

ตอนที่ 25 ยิ้ม

ตอนที่ 25 ยิ้ม


ตอนที่ 25 ยิ้ม

จากนั้นไม่นานเด็กคนนั้นก็นำทุกอย่างไปไว้ที่ด้านหลังของรถม้า ส่วนอิมพ์และเด็กก็นั่งลงบนที่นั่งด้านหน้าพร้อมกัน หลังจากนั้นอิมพ์ก็บอกให้เด็กเอาม้าสองตัวมาเกี่ยวไว้ สำหรับตอนนี้อิมพ์ก็ทำเพียงดูว่าเด็กคนนี้จะเคลื่อนย้ายกล่องใบใหญ่นี้ได้ยังไง  เขาเคยเห็นมันจากระยะไกลมาก่อนในตอนนั้นและถ้าเขารู้วิธีใช้สิ่งนี้ด้วยตัวเอง เขาก็จะสามารถพาเด็กน้อยไปคนเดียวได้ ท้ายที่สุดแล้วอิมพ์นั้นไม่มีเหตุผลที่ต้องเชื่อใจเด็กเหล่านี้ มีเพียงความกลัวตอนที่อิมพ์ถือกริชเท่านั้นที่ทำให้พวกมันตอบสนองได้

แต่ถึงอย่างนั้นเด็กก็ดูสงบลงอย่างน่าประหลาดใจหลังจากนั้นไม่นาน มันทำได้เร็วกว่าที่อิมพ์คิดไว้มากและเขาก็ไม่ชอบสิ่งนี้เลยจริงๆ แต่ยังไงอิมพ์ก็ต้องใช้งานมันในตอนนี้ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถฆ่ามันได้

ก่อนที่อิมพ์จะรู้ตัว รถม้าก็เริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าโดยตอบสนองต่อการเคลื่อนที่ของม้า เด็กคนนี้กำลังพูดบางอย่างกับม้าซึ่งอิมพ์เห็นแล้วรู้สึกค่อนข้างรำคาญ เขาไม่ชอบที่เด็กคนนี้สามารถเข้าใจภาษาม้าได้แต่เขากลับทำไม่ได้ซะงั้น เพราะว่ามันทำให้ดูเหมือนเด็กคนนี้ฉลาดกว่าเขา  !

แม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่อิมพ์คิด แต่ตอนนี้เขาก็มีสิ่งอื่นที่ต้องให้ความสนใจ ตัวอย่างเช่นความจริงที่ว่าเขารู้สึกแปลก ๆเป็นอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวขรุขระของรถม้า แม้ว่ามันจะไม่ได้เคลื่อนที่เร็วนักแต่มันก็เร็วกว่าหากเทียบกับเดิน

แต่ในเวลาต่อมารถม้าเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้นและเมื่อถึงจุดนั้นอิมพ์ก็แทบไม่สามารถเก็บอาหารที่อยู่ในท้องไว้ได้อีกต่อไป แต่เขาก็ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาให้เด็กเห็นได้ ! ดังนั้นอิมพ์จึงกลืนมันกลับเข้าไปและเขาก็หวังว่าจะได้ 'ทักษะ' ที่น่าอัศจรรย์เหล่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะทำให้อิมพ์ทำสิ่งต่างๆได้ดีมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมั่นใจว่าเขาเองก็สามารถทำได้หากไม่มีมันก็เถอะ  !

เขาเป็นอิมพ์ที่แข็งแกร่งเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งอะไรแบบนั้นซะหน่อย! เขาฉลาดและเก่งที่สุด ดังนั้นนั่นแน่นอนว่าอิมพ์ก็สามารถต่อต้านมันได้เพียงแค่เขารู้สึกไม่สบายเล็กน้อยเท่านั้น อย่างน้อยนี่ก็คือสิ่งที่อิมพ์คิดในตอนแรก….

[ทักษะการต้านทานการเจ็บป่วยระดับเริ่มต้นได้รับการเรียนรู้]

ด้วยสีหน้าตื่นเต้นอิมพ์พยักหน้าด้วยความดีใจ ในที่สุดเขาก็รอดตายแล้ว… แต่ถึงอย่างนั้นการที่แจ้งเตือนปรากฏขึ้นมามันทำให้อิมพ์รู้สึกโกรธไม่น้อยดังนั้นเขาจึงเฉือนมันด้วยกริชของเขา

นั่นทำให้เด็กตกใจเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นเด็กก็ถอนหายใจและส่ายหัวก่อนที่จะจ้องมองไปข้างหน้า

อิมพ์รู้สึกรำคาญเล็กน้อยที่เด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่กลัวเขาตามที่ต้องการเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงขบฟันเข้าห้ากันและพูดด้วยความโกรธ   "ข้าแข็งแรง"

เขาอธิบายและก่อนที่เขาจะรู้ตัวเด็กคนนั้นก็พยักหน้าตอบรับ

"แน่นอนเจ้าพูดถูก" มันตอบอย่างเงียบ ๆ และอิมพ์ก็ยิ้มเยาะด้วยความพึงพอใจที่เด็กพูดความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมา  "ข้าฉลาด"  อิมพ์ยังพูดต่อและเด็กก็ทำเพียงพยักหน้าอีกครั้ง

"แน่นอนเจ้าพูดถูก" เด็กตอบดังนั้น อิมพ์จึงกอดอกอย่างมีความสุข "กลัวข้า" จากนั้นเขาก็พูดต่อและราวกับว่าคำพูดนี้ถูกเจาะเข้าไปในจิตใจของมันแล้ว แต่เด็กก็ทำเพียงพยักหน้าราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก

"แน่นอนเจ้าพูดถูก" เด็กถอนหายใจเล็กน้อย แต่นี่ก็ทำให้อิมพ์มีความสุขที่อีกฝ่ายเชื่อฟังคำพูดของเขาและรู้ว่าเขาเป็นยังไง ดังนั้นอิมพ์จึงหันไปทำอย่างอื่นที่ต้องจัดการแทน และมีสองสิ่งที่เขาต้องคิด

อย่างหนึ่งคือรอยประหลาดบนหน้าอกของเขา มันโผล่ขึ้นมาตอนไหน? มีบางอย่างเกี่ยวกับค่าสถานะของเขาเช่นกันซึ่งมันต่างออกไปจากครั้งสุดท้ายที่เขาตรวจสอบเมื่อคืน ซึ่งก็คือ   'พรของไนอาดผู้โดดเดี่ยว' อิมพ์ไม่รู้ว่าไนอาดคือออะไร แต่คำว่า 'พร' นั้นให้ความรู้สึกแปลกๆราวกับว่ามันดำรงอยู่ในร่างกายของเขาโดยที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้

ดังนั้นอิมพ์จึงหันไปสนใจอย่างอืนต่อโดยสัญชาตญาน เพราะเขาสามารถจัดการกับสิ่งนี้ได้ในภายหลัง แต่หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าสัญลักษณ์นี้จะไม่ยอมหายไปง่ายๆ

แต่แล้วก็มีทักษะทั้งสองอย่างนี้อยู่ในหน้าต่างสถานะของเขา 'เวทย์มนต์ลม' และ 'เวทย์มนต์น้ำ' เห็นได้ชัดว่าการหายใจออกมาอย่างรุนแรงได้นั้นเกี่ยวข้องกับเวทย์มนต์ อิมพ์จึงคิดว่ามันเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับความร้อนที่อยู่ตรงกลางร่างกายเมื่อหายใจออกมา  แต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ก็คือรู้สึกถึงความร้อนนั้น และในขณะที่เขาทำการฝึกมันเล็กๆน้อยๆอิมพ์ก็จะรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากดังนั้นอิมพ์จึงไม่ได้ทำมันบ่อยๆ

เขายังไม่สามารถหาวิธีใช้ 'เวทย์มนต์น้ำ' ได้  แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาวิธีใช้ความร้อนนั่นให้ได้ก่อนใช่หรือไม่ ? และนี่ก็คือสิ่งที่อิมพ์ตัดสินใจและพยายามทำ

สำหรับตอนนี้อิมพ์ก็ได้ทำสิ่งเดียวกับครั้งก่อน แต่เมื่อเขาพยามหายใจออกมาในครั้งนี้เขากลับทำสิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนหน้า แทนที่จะเป่าออกมาจากปากอย่างแรงเขากลับพ่นมันออกมาทางจมูก  ! ถ้าเขาทำโดยการสลับมันไปมาระหว่างปากกับจมูกได้ นั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่ามันเกี่ยวข้องกับความร้อนนั้นจริงๆ ! แล้วหลังจากนั้นอิมพ์ก็จะ ... ค่อยคิดต่อว่าจะเอาไง!

ขั้นแรกอิมพ์พยายามรวบรวมอากาศในร่างกายของเขาอย่างช้าๆอีกครั้งจากนั้นก็โฟกัสไปที่ความร้อนและพยายามส่งอากาศออกมาจากร่างกายของเขา และตอนนี้แทนที่จะพ่นลมออกมาจากทางปากอิมพ์ก็พ่นมันออกทางจมูกอย่างง่ายๆราวกับว่า   ... กำลังหายใจ!

อย่างน้อยนั้นก็เป็นสิ่งที่อิมพ์คิดเมื่อทำไปสองสามครั้งแรก  ... แต่หลังจากนั้นเมื่อเขาพยายามทำต่อเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงดันในจมูกและปากของเขาที่มันแทบจะระเบิดออกมา ลมออกมาจากทางจมูกของเขาน้อยลงเรื่อยๆและส่วนใหญ่พวกมันก็แทบจะพุ่งออกมาจากปากของเขา

อิมพ์รู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะทำต่อไปได้อีก แต่เด็กที่อยู่ข้างๆเขากลับดูเหมือนจะกระปรี้กระเปร่าเล็กน้อย ใบหน้าของมันกลายเป็นสีแดงขณะที่พยายามซ่อนอาการไม่ให้แสดงหน้าต่ออิมพ์  แต่เห็นได้ชัดว่ามันคือ ...

เป็นเรื่องปกติหรือไงที่สามารถหัวเราะในสถานการณ์เช่นนี้  ? มีกริชชี้ไปที่เจ้าอยู่นะ? หลังจากที่ได้เห็นคนดูแลของเจ้าถูกฆ่าฉีกเป็นชิ้นๆจนกลายเป็นก้อนเนื้อแล้ว   ... เจ้าก็ยังหัวเราะออกอีกงั้นรึ?

แม้แต่อิมพ์ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเอวาลินเลย ถึงแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่เขารู้สึกโกรธเธอมากและตอนนี้เขาก็ยังมีความเกลียดชังอยู่ในตัวของเขาอีกเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกที่จะพยายามช่วยเขา อิมพ์จำได้ครั้งหนึ่งว่าตอนที่เขากำลังต่อสู้กับร่วมกับพี่น้องของเขาหรืออิมพ์ตัวอื่นอยู่นั้น เมื่อพวกเขาเห็นว่าอิมพ์เอาแต่อยู่ข้างหลังและโจมตีไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวพวกเขาจึงหันมาและโยนอิมพ์ไปหาอสูรป่าตัวหนึ่งเพื่อที่พวกเขาจะได้ใช้โอกาสนั้นฆ่าอสูรตนนั้นแทน

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยเพราะอสูรตายด้วยเหตุบางอย่าง แต่เมื่อเขากลับเข้ากลุ่มไปทุกคนต่างก็พูดว่า

นั่นคือสิ่งที่เจ้าควรทำไม่ใช่รึไง? แต่แล้วเหตุใดเอวาลินจึงพยายามช่วยเหลือเขากัน? นั่นเป็นสิ่งที่อิมพ์ไม่เข้าใจ ใช่ แม้ว่าตอนแรกเธอดูเหมือนจะต้องการกำจัดอิมพ์และปฏิบัติต่อเขาเหมือนกับตัวประหลาดอีกสองคน และใช่ แม้ว่าเธอจะจับเขามาตั้งแต่แรก แต่หลังจากนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็คือเธอช่วยเหลืออิมพ์ออกมาจากอันตรายแทนที่จะใช้เขาเป็นเหยื่อเพื่อล่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไป

แม้ว่าอิมพ์จะนึกว่าสิ่งนั้นอาจเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นอิมพ์ก็ยังตราตรึงและเก็บภาพเหล่านั้นไว้ในหัวใจ

จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งสองอย่างนี้ ... อะไรคือเรื่องปกติกัน? แม้ว่าอิมพ์จะไม่สนใจเรื่อง 'ปกติ', 'ถูก' หรือ 'ผิด' แต่ความอยากรู้อยากเห็นของเขานั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ อิมพ์เองก็รู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่ถูกคุกคามโดยโทมัสและเจมส์หรือแม้กระทั่งเมื่อเขาเห็นพี่น้องของเขาถูกสังหารบนพื้นก่อนที่จะถูกเขากินเพราะเขารู้สึกกลัว  ... กลัวและหิว

แต่แล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่ทำตัวเช่นนั้นกัน? ไม่ใช่ว่ามันเห็นอิมพ์ฆ่าคนทั้งสามเหมือนกับที่อิมพ์เห็นพี่น้องถูกฆ่าหรอกรึ ? ตอนนี้มันกำลังถูกคุมคามโดยอสูรที่ทุกคนหวาดกลัวอยู่ไม่ใช่รึไง

เรื่องทั้งหมดนั้นไม่เพียงแต่ทำให้อิมพ์อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น แต่เขายังรู้สึกกังวล ถ้าเด็กไม่กลัวเขานั่นก็แปลว่าอีกไม่นานมันจะต้องพยายามสู้กับเขาแน่ อิมพ์คงต้องระวังเรื่องนี้อย่างจริงจังซะแล้ว

และเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กคนนี้ไม่สามารถเอาชนะเขาได้แม้ว่ามันจะพยายามเท่าไหร่ก็ตาม ตามและเพื่อการนั้นเขาก็จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ได้เสียก่อน

แต่อิมพ์ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากในตอนนี้เพราะเขาเหนื่อยมากแล้วและมันก็ยากที่จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มีเข้าด้วยกัน แม้ว่าจะรู้ว่ามันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อนแต่อิมพ์ก็ไม่สามารถหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีได้ ดังนั้นเขาจึงยังไม่สนใจ

แต่สำหรับตอนนี้อิมพ์ต้องพักผ่อนอย่างเหมาะสมและหยุดพยายามใช้เวทมนตร์เพราะมันอาจทำให้เขาหลับ

ตอนนี้อิมพ์จึงปล่อยให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอต่อหนัามันไปก่อน และในขณะที่อิมพ์กำลังคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็เริ่มแปลใจที่ไม่ได้ยินเสียงอสูรแม้แต่ตัวเดียวใกล้ๆรถม่า มันอาจเป็นเพราะความรู้สึกแปลกๆที่อิมพ์สังเกตได้จากภายในรถม้าและตอนนี้เขาก็นึกถึงมนุษย์คนหนึ่งที่เขาเคยฆ่า คนๆนั้นพูดบางอย่างเกี่ยวกับ 'ขับไล่อสูร'

อย่างช้าๆอิมพ์ก็หันไปทางเด็กพร้อมกับขมวดคิ้ว เขาค่อนข้างรำคาญที่เห็นว่ามันยังยิ้มอยู่แม้จะหยุดหัวเราะไปแล้วก็ตาม  "ขับไล่อสูร" เด็กเห็นอิมพ์พูดเช่นนั้นเขาก็หันหน้ามาแล้วหยักหน้า

"ใช่แล้ว เรามีอยู่อันหนึ่ง ทำไมหรอหรือว่าเจ้ากลัวว่าอสูรตัวอื่นจะมาทำร้ายเจ้า ?" เด็กคนนั้นถาม แต่อิมพ์ก็ปล่อยไว้แบบนั้นและเลือกที่จะดันปลายกริชของเขาเข้าไปที่ขาของเด็กจนเลือดไหลออกมาเล็กน้อย

แต่อิมพ์ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเด็กไม่ได้ตอบสนองอะไรมากนัก แน่นอนว่าการหายใจของมันหนักและเร็วขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มของมันที่หุบลงเล็กๆ  แต่มันนั้นไม่แม้แต่จะถอยหนีและรอยยิ้มของมันก็ยังปรากฏอยู่บางๆ

“เฮ้ ไม่เอาหน่า เจ้าไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลยหนิ?”

จบบทที่ ตอนที่ 25 ยิ้ม

คัดลอกลิงก์แล้ว