- หน้าแรก
- อย่าคิดว่ายัยทอมบอยรับมือง่าย
- ตอนที่ 201: ตัวป่วนกับยัยเจ้าของ!
ตอนที่ 201: ตัวป่วนกับยัยเจ้าของ!
ตอนที่ 201: ตัวป่วนกับยัยเจ้าของ!
ตอนที่ 201: ตัวป่วนกับยัยเจ้าของ!
ฉันกับซูซีเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยกัน พอวางของบนโต๊ะเรียบร้อย จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมานั่งบนที่ที่ฉันตั้งใจจะนั่ง
ยัยนี่ไม่มีตาหรือว่าสติไม่ดีนะ?
ตอนที่ฉันกำลังจะอ้าปากถามว่าเธอทำอะไรลงไป จู่ ๆ เธอก็ยกมือไหว้ฉันพลางอ้อนวอนว่า “ได้โปรด ขอฉันนั่งเรียนกับซูซีนะ ฉันฝันอยากจะทำแบบนี้มาตลอด สัญญาเลยว่าแค่ในคาบนี้เท่านั้น”
ทำไมถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้นล่ะ?
ฉันรีบจับปกเสื้อเธอแล้วพูดอย่างหัวเสีย “ออกไปให้พ้น! อย่ามาอ้างว่าฉันมาถึงก่อน ฉันไม่มีทางยอมยกที่ให้แน่ ๆ ยิ่งหมอนี่เป็นแฟนของฉันด้วยแล้วเนี่ย เธอออกไปได้แล้ว!”
ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะตกใจกับคำพูดของฉัน แล้วรีบหันไปหาผู้หญิงอีกคน พร้อมกับร้องไห้ว่า “นี่มันไม่เหมือนกับที่เธอพูดเลยนี่นา ฉันอ้อนวอนเธอดี ๆ แล้วนะ”
ผู้หญิงคนที่เธอพูดถึงหันมาจ้องฉันเขม็ง ก่อนจะรีบหันหน้าหนีไป
เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
หลังจากที่ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ ซูซีก็ยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดว่า “ฉันนึกว่าเธอจะยอมยกที่ให้คนอื่นอีกแล้วซะอีก”
“ฉันใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ เธอใจดีจะตายไป ครั้งหนึ่งเคยมีผู้หญิงที่แสดงออกชัดเจนว่าอยากเข้าใกล้ฉัน เธอพูดว่าอยากมาอยู่หอเดียวกับเรา แล้วเธอก็ยอม แถมเธอยังบอกว่าเธออยากมาทำหน้าที่แทนเธอในการดูแลฉัน เธอก็ยังยอมอีก นี่ไม่เรียกว่าใจดีเหรอ?”
“หา! เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงเหรอ? อย่ามาหลอกฉันนะ”
“ทำไมจะไม่มีล่ะ? เธอเห็นผู้หญิงที่เธอไล่ออกไปกำลังคุยกับใครไหม? คนนั้นแหละคือคนที่ฉันพูดถึง ที่อยากจะใช้ความใจดีของเธอเข้าหาฉัน แต่ฉันคิดว่าเธอน่าจะจำเธอไม่ได้”
แน่นอนว่าฉันจำไม่ได้หรอก เพราะฉันความจำเสื่อมไปแล้ว
มิน่าล่ะ ผู้หญิงคนนั้นถึงได้จ้องฉันแบบนั้น
ไม่ได้การ ฉันไม่ปล่อยยัยนี่ไปง่าย ๆ แน่
ฉันรีบพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินตรงไปหาผู้หญิงคนนั้น
ซูซีรีบวิ่งมาคว้าแขนฉันไว้แล้วถามว่า “เธอจะทำอะไรน่ะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก กลับไปนั่งที่ของคุณเถอะ”
พูดจบฉันก็สะบัดแขนออก แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าผู้หญิงคนนั้น แต่จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันไม่รู้ชื่อเธอ
คิดได้ดังนั้น ฉันจึงเรียกซูซีกลับมา
“มีอะไรเหรอ? ไหนบอกให้ฉันกลับไปรอ…”
“บอกฉันก่อนว่าผู้หญิงคนนี้ชื่ออะไร?”
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินก็ลุกขึ้นยืนทันที จ้องฉันเขม็งแล้วพูดว่า “ฉันชื่อเหมิงจิ่งหรู! เธอจะมาลืมชื่อฉันง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ เธอตั้งใจจะทำให้ฉันโกรธใช่ไหม!”
“โอเค เหมิงจิ่งหรูใช่ไหม? ฉันจะไม่ถือสาเรื่องที่เธอทำในอดีต แต่จากนี้ไป โปรดจำไว้ว่าซูซีเป็นแฟนของฉัน ถ้าเธอคิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เหมิงจิ่งหรูก็หัวเราะเยาะ พลางกอดอกแล้วถามฉันอย่างเย็นชา “แล้วเธอจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?”
ได้ยินแบบนี้ฉันก็เลิกเถียง แล้วจับปกเสื้อเธอเพื่อลากเธอออกไปนอกห้องเรียน
เหมิงจิ่งหรูตกใจมากแล้วตะโกนว่า “คนจะโดนทำร้าย! มาดูกันเร็ว ห่าวซืออวี่จะทำร้ายคนแล้ว!”
ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงสามคนมายืนขวางหน้าฉันไว้ แต่ละคนมีสีหน้าดุดัน เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงตะคอกใส่พวกเธอว่า “ใครกล้าขวางฉัน!”
ผู้หญิงทั้งสามคนตกใจ แล้วถอยออกไปในวินาทีถัดมา
ฉันจับปกเสื้อเหมิงจิ่งหรูแล้วเดินต่อไป
ในที่สุดซูซีก็วิ่งมาห้ามฉัน “ใกล้จะเข้าเรียนแล้ว เธอจะทำอะไรน่ะ?”
“ฉันจะไปสั่งสอนยัยนี่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ไม่ต้องมายุ่ง”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ? ฉันได้ยินว่าเธอทะเลาะกับเธอเพราะฉัน”
“สาเหตุหลักก็คือยัยนี่กล้ามายั่วโมโหฉัน…” ฉันพูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็พบว่าซูซีดูเป็นกังวลมาก ฉันทำอะไรเขาไม่ได้จริง ๆ ก็เลยต้องปล่อยเหมิงจิ่งหรูไปก่อน แต่สุดท้ายฉันก็ยังต้องเตือนเธอ “เห็นแก่ซูซี วันนี้ฉันจะไว้ชีวิตเธอ แต่คราวหน้าอย่าคิดว่าฉันจะใจดีแบบนี้อีก”
เหมิงจิ่งหรูจ้องฉันเขม็งแล้วพูดว่า “เธอเป็นใคร? ทำไมถึงมาพูดว่าไว้ชีวิตฉัน?”
เธอยังกล้าพูดอีกเหรอ?
ฉันจึงชกเข้าไปที่ตาของเหมิงจิ่งหรู
สุดท้ายแน่นอนว่าเราเรียนไม่รู้เรื่อง หลังจากที่ฉันชกคน ทั้งห้องก็วุ่นวายไปหมด แล้วฉันก็ถูกเชิญไปที่ห้องพักอาจารย์
เหมิงจิ่งหรูยังคงปิดตาแล้วฟ้องอาจารย์เรื่องวีรกรรมอันชั่วร้ายของฉันทั้งหมด แต่เธอก็ไม่ได้รับความเห็นใจมากนัก อาจารย์ดูเหมือนจะรำคาญเธอ เลยถอนหายใจแล้วพูดว่า “เงียบก่อนได้ไหม? ขออาจารย์ฟังที่ห่าวซืออวี่พูดก่อน”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูด เธอพูดออกมาโจ่งแจ้งเลยว่าต้องการจะแย่งคู่หมั้นของฉัน ฉันจะพูดอะไรได้อีก?”
อาจารย์ตกใจอยู่นานเมื่อได้ยินคำพูดของฉัน แล้วจู่ ๆ ก็ถามฉันว่า “เธอคือห่าวซืออวี่จริง ๆ เหรอ? อาจารย์จำได้ว่าเมื่อก่อนเธอไม่ใช่คนที่พูดจาแบบนี้ได้ แล้วก็จำได้ว่าเธอไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน”
“ฮึ! อาจารย์พูดถึงตอนที่ฉันเจอพวกคนที่มาตามจีบฮวาเจ๋อใช่ไหมล่ะ? แต่ว่าฉันกับฮวาเจ๋อไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แล้วก็ไม่อยากจะสร้างปัญหาให้เขา ฉันก็เลยมองข้ามมันไป”
“แม้ว่าสิ่งที่เหมิงจิ่งหรูทำจะไม่เป็นที่ยอมรับทางศีลธรรม… แต่สิ่งที่เธอก็ยังผิดกฎโรงเรียนโดยการทำร้ายคน และยังทำต่อหน้าคนอื่น ๆ อาจารย์ต้องลงโทษเธอด้วยการให้คะแนนความประพฤติ”
ได้ยินแบบนี้เหมิงจิ่งหรูก็ยิ้มเยาะฉันอย่างภาคภูมิใจ เหมือนเธอได้รับชัยชนะ
ฉันยิ้มเยาะแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ก็หมายความว่าฉันควรชกเธออีกสักสองสามทีใช่ไหมล่ะ? หน ๆ มันถูกบันทึกไปแล้วยังไงล่ะ”
ขนของอาจารย์ตั้งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ ขณะนี้ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ว
ถ้าฉันไม่ให้เธอเห็นว่าความรุนแรงเป็นยังไง เธอคงไม่รู้ว่าฉันเก่งแค่ไหน
“เดี๋ยวก่อน!”
จู่ ๆ ซูซีก็วิ่งเข้ามาในห้องพักอาจารย์แล้วจับข้อมือฉันไว้แน่น
ฉันจ้องเขาแล้วสั่งว่า “ปล่อยฉัน”
“เชื่อฉันเถอะ ฉันจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้เรื่องนี้เอง โอเคไหม?”
“ก็ได้ ฉันจะให้โอกาสเธอ”
ฉันพูดแล้วยืนอยู่ข้าง ๆ
จากนั้นซูซีก็หยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋า แล้วพูดกับอาจารย์ว่า “ที่จริงแล้วห่าวซืออวี่ไม่ค่อยมีอาการคงที่เลยช่วงนี้ เพราะถูกเพื่อนของผมสะกดจิตผิดวิธี ครั้งหนึ่งเคยมีศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาในโรงเรียนของเรา ศาสตราจารย์หวู่เคยประเมินสภาพจิตใจของเธอ และนี่คือใบรับรองการวินิจฉัยของเขา ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าห่าวซืออวี่ไม่มีความสามารถทางจิตที่จะรับผิดชอบการชกต่อยครั้งนี้ได้”
เขาพูดแบบนี้ไม่เท่ากับว่าเขาบอกว่าฉันเป็นคนบ้าเหรอ?
“นี่ ฉันปกติดีนะ”
อาจารย์ไม่ได้สนใจฉัน แต่เปิดใบรับรองแพทย์ดู แล้วมองมาที่ฉันแล้วพูดว่า “ถ้าใบรับรองแพทย์นี้เป็นเรื่องจริง เธอก็ไม่ต้องรับโทษจากโรงเรียน”
“โอ๊ะ! จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าฉันไม่ค่อยปกติดีแล้ว ยาของฉันอยู่ไหนเนี่ย? อยู่ที่คุณหรือเปล่าซูซี…”
ซูซีมองฉันอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “เลิกแสดงละครแย่ ๆ ของเธอได้แล้ว” หลังจากนั้นเขาก็หยิบเอกสารบางอย่างออกมาส่งให้อาจารย์ แล้วพูดว่า “ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำในครั้งนี้ ผมต้องการให้เหมิงจิ่งหรูต้องรับผิดชอบ”
ตอนนั้นเหมิงจิ่งหรูนั่งไม่ติดแล้ว ลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างหัวเสียว่า “ฉันเป็นคนถูกชก ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วย!”
“ฉันไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องผิดกฎโรงเรียน” ซูซีพูดอย่างเย็นชา “เหมิงจิ่งหรูจงใจเข้ามาก่อกวนชีวิตคู่ของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังหลอกเอาเงินลูกพี่ลูกน้องของผมไปสามแสนหยวน ผมเคยสั่งสอนเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง นึกว่าจะหยุดได้ แต่ยัยนี่กลับไม่มีความสำนึกผิดเลย ผมคิดว่าจำเป็นต้องให้เธอได้รับโทษมากกว่านี้”
“คุณพูดเรื่องอะไร? ฉันหลอกเอาเงินพี่ลูกพี่ลูกน้องของคุณตอนไหน? ตอนนั้นเราเป็นคนรักกันนะ ถ้าฉันขอให้เขาจ่ายเงินสามแสนมันจะผิดอะไร?”
“เงียบ!” อาจารย์พูดพร้อมจ้องมองเหมิงจิ่งหรูอย่างหงุดหงิด “จากที่คุณพูดมานี่คือการฉ้อโกงชัด ๆ แต่แน่นอนว่าเราจะไม่ฟังแค่คำพูดของซูซี เราจะติดต่อตำรวจเพื่อทำการสอบสวนและรวบรวมหลักฐาน ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ทั้งศาลและโรงเรียนของเราจะลงโทษคุณ แต่อาจารย์ต้องบอกให้คุณชัดเจนว่าจากหลักฐานที่ซูซีนำมา สถานการณ์ของคุณไม่สู้ดีนัก”
ซูซียิ้มเมื่อได้ยินดังนั้นและพูดว่า “ทีมกฎหมายของครอบครัวผมจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่”
ทีมกฎหมายของตระกูลซูนั้นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในสังคมชั้นสูงและในโรงเรียนของเรา ใบหน้าของเหมิงจิ่งหรูซีดเผือดลงทันที
ซูซีไม่เสียเวลาอีกต่อไป เขาจับมือฉันแล้วพาฉันออกจากห้องพักอาจารย์
เหมิงจิ่งหรูสมควรได้รับโทษแล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย
แม้จะออกจากห้องมาแล้ว แต่ฉันก็ยังรู้สึกโกรธอยู่ ถ้าฉันรู้ว่าเธอจะถูกปล่อยตัวง่าย ๆ แบบนี้ ฉันน่าจะชกเธอให้แรงกว่านี้อีกหลาย ๆ ที
ระหว่างทางที่จะถึงหอพักของเรา ซูซีก็พูดขึ้นมาอย่างสงสัยว่า “เธอเปลี่ยนไปมากจริง ๆ นะ...”
“เหรอ? ตอนที่ฉันคบกับคุณ ฉันไม่เคยชกใครเลยหรือไง?”
“ก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่ตอนนั้นเป็นตอนที่เพื่อน ๆ ของเธอถูกรังแก...”
“ได้โปรดเถอะ! ยัยนั่นอยากจะแย่งคู่หมั้นของฉัน นี่มันเทียบไม่ได้กับการที่เพื่อนโดนรังแกหรอกนะ”
ซูซียิ้มขื่น ๆ แล้วพูดว่า “เมื่อก่อนเธอไม่เคยพูดถึงฉันในฐานะคู่หมั้นบ่อยขนาดนี้ และเธอก็ไม่เคยปล่อยให้ฉันจับมือเธอตลอดเวลาแบบนี้ด้วย”
ฉันมองดูมือที่ยังคงจับอยู่กับซูซี แล้วถามเขาอย่างงุนงง “นี่! เราสองคนหมั้นกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงจับมือกันไม่ได้ล่ะ?”
“นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะถามเธอไม่ใช่เหรอ?”
หืมม ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงทำแบบนั้นนะ... มือของซูซีนั้นมั่นคงมากและให้ความรู้สึกปลอดภัยเวลาจับ แต่มีเพียงตัวตนเก่าของฉันเท่านั้นที่รู้เรื่องพวกนี้
“ฉันจะคิดเรื่องพวกนี้ทีหลังหลังจากที่ฉันความทรงจำกลับคืนมาแล้ว... ตอนนี้ฉันอยากไปเดตกับคุณ”
ฉันปล่อยมือซูซี แล้วรีบเดินไปที่หน้าหอพัก ก่อนจะหันหลังกลับมาหาซูซีแล้วยิ้ม
ซูซีดูตกใจเล็กน้อย มองมาที่ฉันแล้วพูดว่า “เธอเป็นฝ่ายรุกมากขึ้นจริง ๆ นะ แต่... ฉันเกรงว่าวันนี้เราจะไม่มีเวลาไปเดตกัน”
ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดว่า “คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย? ฉันเป็นผู้หญิงนะ ฉันเป็นฝ่ายชวนคุณไปเดตก่อน แต่คุณกลับไม่ยอม”
“แต่ฉันมีประชุมที่สำคัญมากที่บริษัทวันนี้ ฉันพลาดไม่ได้จริง ๆ ฉันสัญญาว่าถ้าฉันมีเวลา ฉันจะพาเธอไปเที่ยวและไปกินอาหารอร่อย ๆ...”
ฉันเพิ่งนึกได้ว่าซูซีก็เป็นผู้บริหารในบริษัทของตระกูลซูด้วย
ฉันนี่มันแย่จริง ๆ ทำไมถึงอยากให้คนยุ่งขนาดนี้มาอยู่เป็นเพื่อนด้วยล่ะ?
“ช่างเถอะ งานของคุณยังสำคัญกว่า และฉันก็คิดว่าฉันชินกับมันแล้วตั้งแต่ตอนที่คบกับคุณ”
“เดี๋ยวก่อน เธอจะไปไหน?”
ซูซีคว้าแขนฉันไว้ขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าหอพัก
“จะไปไหนได้ล่ะ? ในเมื่อคุณไปกับฉันไม่ได้ ฉันก็กลับไปพักผ่อนคนเดียวสิ”
“…เธอก็ต้องไปทำงานที่บริษัทด้วยนะ ให้ตายสิ เธอจำอะไรไม่ได้จริง ๆ”
ฉันตกใจเล็กน้อยแล้วถามเขาว่า “ฉันไม่ได้เป็นนางแบบเหรอ? ทำไมฉันต้องไปทำงานที่บริษัทของคุณด้วยล่ะ?”
“นอกเหนือจากการเป็นนางแบบพาร์ทไทม์แล้ว เธอยังเป็นเลขาส่วนตัวของฉันด้วย”
โอ้โห! สรุปแล้วไม่ใช่แค่เขาที่ยุ่ง ฉันก็ยุ่งเหมือนกันนี่นา