- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นฮีลเลอร์โครตโกง
- บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน
บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน
บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน
ตราสัญลักษณ์อาชีพ คือไอเท็มที่ผู้ปลุกพรสวรรค์ทุกคนจะได้รับจากวิหารแห่งอาชีพ
โดยทั่วไปแล้ว แค่เพียงมีโชคอยู่บ้าง ก็มักจะได้รับตราสัญลักษณ์ที่มีความเข้ากันได้กับพรสวรรค์ของตนเอง 100% ซึ่งค่าความเข้ากันได้ยิ่งสูงเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งที่ได้รับก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
หากความเข้ากันได้ระหว่างพรสวรรค์และอาชีพสูงเกินกว่า 150% ในการพิจารณาจัดสรรทรัพยากรจากทางการ พรสวรรค์ของคุณจะถูกเลื่อนระดับขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นโดยอัตโนมัติ
และหากสูงถึง 200% ก็จะถูกเลื่อนขึ้นไปถึงสองขั้น!
ทว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ในหนึ่งหมื่นคนอาจจะหาไม่เจอแม้แต่คนเดียว
แต่กรณีของหลินเย่นั้นพิเศษยิ่งกว่า เพราะพรสวรรค์ของเขาคือระดับ S การยกระดับพรสวรรค์ระดับ S ขึ้นไปอีกสองขั้น นั่นก็หมายถึงระดับ SSS! ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงสุด!
มิฉะนั้นแล้ว เหล่าเพื่อนร่วมชั้นคงไม่แสดงท่าทีกระตือรือร้นต่อหลินเย่ถึงเพียงนี้
ถึงขนาดที่ตอนนี้หลินเย่ยังสัมผัสได้ถึงสายตาเร่าร้อนจนน่าขนลุกหลายคู่ที่ยังคงจับจ้องมาที่เขาไม่วางตา
ถามว่าน่าขนลุกขนาดไหนน่ะเหรอ?
ในคืนวันนี้ของชาติที่แล้ว มีผู้หญิงไม่ต่ำกว่าสิบคนมาเคาะกริ่งหน้าประตูห้องของเขา มีทั้งที่มาคนเดียว มากันเป็นกลุ่ม หรือที่หนักที่สุดคือ พาแม่ของตัวเองมาด้วย
ทว่าในวันรุ่งขึ้น เมื่อพวกเธอได้รู้ว่าอาชีพของหลินเย่เปลี่ยนจากนักรบอัคคีกลายเป็นฮีลเลอร์ ทุกคนก็หายหน้าไปจากชีวิตของเขาราวกับไม่เคยมีตัวตน
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ หลินเย่ก็เพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับความทุกข์ยากที่เขาเคยเผชิญในชาติก่อนแล้ว เรื่องแค่นี้ยังไม่นับว่าเป็นมรสุมชีวิตด้วยซ้ำ เป็นแค่กลุ่มคนที่ไม่สำคัญและไม่สามารถส่งผลกระทบใดๆ ต่อจิตใจของหลินเย่ได้เลย
ไม่นานนัก เสียงออดเลิกเรียนก็ดังขึ้น
หลินเย่เดินตามหลังอาจารย์เฉินเต้าเซิงออกจากห้องเรียนไปทันที เขารีบก้าวเท้าตรงไปยังห้องเรียนปีสองห้องสอง
เมื่อเห็นหลินเย่ปรากฏตัวที่หน้าประตูห้อง บรรดานักเรียนในห้องสองหลายคนก็พลันตาเป็นประกาย
“นั่นไงหลินเย่! ต้องมาหาซูเหยาเหยาแน่ๆ เลย!”
“น่าอิจฉาจัง เหยาเหยาได้เจอกับผู้ชายดีๆ แบบหลินเย่...”
“แต่... ฉันจำได้ว่าซูเหยาเหยาทำท่าทีเย็นชากับหลินเย่มาตลอดไม่ใช่เหรอ? เหมือนว่าเธอยังคบกับหลิวเจิ้งเจี๋ยจากโรงเรียนมัธยมทดลองอยู่เลยนี่?”
“แกแค่อิจฉาเขาล่ะสิ! อย่ามาปล่อยข่าวลือมั่วนิ่มแถวนี้!”
“ถ้ายังพูดจาไร้สาระอีก เดี๋ยวจะฉีกปากให้!”
เรื่องที่หลินเย่ตามจีบซูเหยาเหยาอย่างเงียบๆ นั้น ไม่ได้เป็นความลับอะไรในโรงเรียนมัธยมซ่านเฉิงที่หนึ่ง หลายคนถึงกับแอบหัวเราะเยาะเขาว่าเป็นพวกคลั่งรัก เป็นชายหนุ่มผู้ทุ่มเทที่สุดในซ่านเฉิงอะไรทำนองนั้น
แต่ในตอนนี้ จะยังมีใครกล้าหัวเราะเยาะเขาอีก?
กระทั่งสายตาที่ซูเหยาเหยามองมายังหลินเย่ ก็แตกต่างไปจากวันวานอย่างสิ้นเชิง
ในตอนนี้ เธอมองเขาเหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิต!
พรสวรรค์ของเธอคือ ‘สัมผัสธาตุไฟ’ ระดับ A ซึ่งเดิมทีก็นับว่าเป็นพรสวรรค์ที่ไม่เลว แต่ในวันนี้เธอกลับได้รับตราสัญลักษณ์ฮีลเลอร์จากวิหารแห่งอาชีพ ซึ่งมีความเข้ากันได้กับพรสวรรค์ของเธอเพียง 60% ไม่ถึงเกณฑ์พื้นฐานที่ 100% ด้วยซ้ำ!
อาจกล่าวได้ว่า หากเธอเลือกเปลี่ยนอาชีพเป็นฮีลเลอร์ เส้นทางบนสายอาชีพนี้ของเธอก็คงจะถึงทางตัน
แน่นอนว่าสถานการณ์ของเธอก็ยังไม่ถึงกับสิ้นหนทาง บนแพลตฟอร์มของทางการ การนำตราฮีลเลอร์ไปแลกกับตรานักเวทธรรมดาก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก อย่างน้อยค่าความเข้ากันได้ก็น่าจะกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับมาตรฐาน 100%
แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอได้รู้ว่าหลินเย่ได้รับ ‘นักรบอัคคี’
แม้พรสวรรค์ของเธอจะเอนเอียงไปทางสายเวทมนตร์ แต่นักรบอัคคีของหลินเย่ก็ยังมีธาตุไฟที่สอดคล้องกับพรสวรรค์ของเธอ อีกทั้งยังเป็นอาชีพหายาก การทำค่าความเข้ากันได้ให้ถึง 150% จึงไม่น่าใช่เรื่องยาก
และนั่นจะทำให้ระดับพรสวรรค์ของเธอถูกประเมินเทียบเท่าระดับ S ทำให้เธอทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ในพริบตา!
ส่วนเหตุผลที่เธอกล้าคิดเช่นนี้น่ะหรือ?
คงต้องไปถามตัวหลินเย่เอง
ซูเหยาเหยารู้ดีว่า แค่เพียงเธอเอ่ยปาก แม้แต่ชีวิตหลินเย่ก็พร้อมจะให้! แล้วแค่ตราสัญลักษณ์อาชีพชิ้นเดียวจะสลักสำคัญอะไร?
ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากคนรอบข้าง ซูเหยาเหยาลุกขึ้นยืน กอดอกเชิดคางมองหลินเย่ ประดุจราชินีผู้สูงศักดิ์กำลังตรวจตรากองทหารของตน
ทว่าหลินเย่กลับเดินเข้ามาในห้องเรียน และท่ามกลางสายตาทุกคู่ เขากลับเมินซูเหยาเหยาไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะเดินตรงไปยังเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
“หลี่เฟย ออกมากับฉันหน่อย!”
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
ทุกคนต่างมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน โดยเฉพาะซูเหยาเหยาที่เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ไอ้บ้านี่ ฉันอุตส่าห์ลุกขึ้นยืนรอแล้วนะ แต่แกกลับเดินไปหาผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ?
“ฉันเหรอ?”
หลี่เฟยมองหลินเย่อย่างงุนงง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลินเย่ถึงมาหาเธอ
“ไปกันเถอะ! ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย!” หลินเย่คว้ามือของหลี่เฟยขึ้นมาโดยตรง
หลี่เฟยยังคงมึนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมือของเธอถูกหลินเย่กุมไว้ เธอก็พลันรู้สึกอ่อนระทวย ทำได้เพียงเดินตามหลินเย่ไปอย่างเหม่อลอย เธอมองใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาของหลินเย่ พลางก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำ...
“หลินเย่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ในตอนนั้นเอง ซูเหยาเหยาก็ระเบิดอารมณ์ออกมา
เธอโกรธจนแทบคลั่ง ไม่คิดว่าหลินเย่จะทำเกินไปขนาดนี้ กล้าจูงมือผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นยังเป็นหลี่เฟยที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุด! เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือพรสวรรค์ กระทั่งหน้าตาและรูปร่าง หลี่เฟยก็เหนือกว่าเธอไปเสียทุกอย่าง!
จุดร่วมเดียวที่ทั้งสองพอจะมีเหมือนกันก็คือ ในวันนี้พวกเธอต่างก็ได้รับตราสัญญลักษณ์ฮีลเลอร์จากวิหารแห่งอาชีพเหมือนกัน
แต่ถึงกระนั้น ค่าความเข้ากันได้ของหลี่เฟยก็ยังคงสูงกว่าของซูเหยาเหยาอยู่ดี!
เรื่องนี้ทำให้ซูเหยาเหยาเจ็บใจเป็นอย่างมาก และการที่หลินเย่มาจูงมือหลี่เฟยจากไป ก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ
หลินเย่หยุดฝีเท้าลง
เมื่อเห็นดังนั้น ซูเหยาเหยาก็แค่นเสียงเย็นชาในใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าหลินเย่ย่อมไม่กล้าขัดคำสั่งของเธอ! แต่ตอนนี้เธอยังโกรธมาก! หากหลินเย่ไม่ยอมขอโทษเธอต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง เธอก็จะไม่มีวันให้อภัยเขาง่ายๆ
ทว่าในวินาทีต่อมา เธอกลับเห็นหลินเย่โน้มตัวไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูของหลี่เฟย
จากนั้นหลี่เฟยก็พยักหน้าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ แล้วเขาก็จูงมือเธอวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที
ซูเหยาเหยาถึงกับยืนอึ้ง...
“นี่... หลินเย่เป็นอะไรไป?”
“หรือว่าเขาจะไปชอบหลี่เฟยแล้ว?”
“แต่ก่อนหน้านี้ เขาตามจีบเหยาเหยามาตลอดไม่ใช่เหรอ?”
“เป็นไปได้มั้ยว่า... เขาแค่ตั้งใจจะแกล้งยั่วโมโหเหยาเหยาน่ะ?”
“เออ! ต้องใช่แน่ๆ เป็นเพราะเมื่อก่อนเหยาเหยาทำตัวเย็นชากับเขาเกินไปไง”
“ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การกระทำของหลินเย่ก็เกินไปหน่อยนะ! ฉันว่าเราจะให้อภัยเขาง่ายๆ ไม่ได้!”
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากกลุ่มเพื่อนสนิท สีหน้าของซูเหยาเหยาก็ค่อยๆ คลายลง
“ฉันไม่มีวันยกโทษให้เขาแน่! นอกจากว่าเขาจะมาขอโทษฉันด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นต่อไปนี้ฉันจะไม่ชายตามองเขาอีกเลย!” ซูเหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ใช่ๆๆ! ต้องแบบนี้แหละ ฉันพนันได้เลยว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานกลับมาหาเหยาเหยาเอง!”
“ถูกแล้ว ต้องทำแบบนี้แหละ! ไม่งั้นต่อไปจะยิ่งได้ใจกันไปใหญ่!”
แม้จะได้ฟังคำพูดเหล่านั้น และยังคงมองออกไปนอกห้องด้วยความขุ่นเคือง แต่จู่ๆ ในใจของซูเหยาเหยากลับเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา
หลินเย่... จะไม่สนใจเธอจริงๆ เหรอ?
แล้วตราสัญลักษณ์นักรบอัคคีของเธอล่ะ จะทำยังไง?
ซูเหยาเหยาต้องยอมรับว่า... เธอเริ่มร้อนรนขึ้นมาแล้วจริงๆ
(จบตอน)