เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน

บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน

บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน


ตราสัญลักษณ์อาชีพ คือไอเท็มที่ผู้ปลุกพรสวรรค์ทุกคนจะได้รับจากวิหารแห่งอาชีพ

โดยทั่วไปแล้ว แค่เพียงมีโชคอยู่บ้าง ก็มักจะได้รับตราสัญลักษณ์ที่มีความเข้ากันได้กับพรสวรรค์ของตนเอง 100% ซึ่งค่าความเข้ากันได้ยิ่งสูงเท่าไหร่ ความแข็งแกร่งที่ได้รับก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

หากความเข้ากันได้ระหว่างพรสวรรค์และอาชีพสูงเกินกว่า 150% ในการพิจารณาจัดสรรทรัพยากรจากทางการ พรสวรรค์ของคุณจะถูกเลื่อนระดับขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นโดยอัตโนมัติ

และหากสูงถึง 200% ก็จะถูกเลื่อนขึ้นไปถึงสองขั้น!

ทว่ากรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ในหนึ่งหมื่นคนอาจจะหาไม่เจอแม้แต่คนเดียว

แต่กรณีของหลินเย่นั้นพิเศษยิ่งกว่า เพราะพรสวรรค์ของเขาคือระดับ S การยกระดับพรสวรรค์ระดับ S ขึ้นไปอีกสองขั้น นั่นก็หมายถึงระดับ SSS! ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงสุด!

มิฉะนั้นแล้ว เหล่าเพื่อนร่วมชั้นคงไม่แสดงท่าทีกระตือรือร้นต่อหลินเย่ถึงเพียงนี้

ถึงขนาดที่ตอนนี้หลินเย่ยังสัมผัสได้ถึงสายตาเร่าร้อนจนน่าขนลุกหลายคู่ที่ยังคงจับจ้องมาที่เขาไม่วางตา

ถามว่าน่าขนลุกขนาดไหนน่ะเหรอ?

ในคืนวันนี้ของชาติที่แล้ว มีผู้หญิงไม่ต่ำกว่าสิบคนมาเคาะกริ่งหน้าประตูห้องของเขา มีทั้งที่มาคนเดียว มากันเป็นกลุ่ม หรือที่หนักที่สุดคือ พาแม่ของตัวเองมาด้วย

ทว่าในวันรุ่งขึ้น เมื่อพวกเธอได้รู้ว่าอาชีพของหลินเย่เปลี่ยนจากนักรบอัคคีกลายเป็นฮีลเลอร์ ทุกคนก็หายหน้าไปจากชีวิตของเขาราวกับไม่เคยมีตัวตน

เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ หลินเย่ก็เพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อย

เมื่อเทียบกับความทุกข์ยากที่เขาเคยเผชิญในชาติก่อนแล้ว เรื่องแค่นี้ยังไม่นับว่าเป็นมรสุมชีวิตด้วยซ้ำ เป็นแค่กลุ่มคนที่ไม่สำคัญและไม่สามารถส่งผลกระทบใดๆ ต่อจิตใจของหลินเย่ได้เลย

ไม่นานนัก เสียงออดเลิกเรียนก็ดังขึ้น

หลินเย่เดินตามหลังอาจารย์เฉินเต้าเซิงออกจากห้องเรียนไปทันที เขารีบก้าวเท้าตรงไปยังห้องเรียนปีสองห้องสอง

เมื่อเห็นหลินเย่ปรากฏตัวที่หน้าประตูห้อง บรรดานักเรียนในห้องสองหลายคนก็พลันตาเป็นประกาย

“นั่นไงหลินเย่! ต้องมาหาซูเหยาเหยาแน่ๆ เลย!”

“น่าอิจฉาจัง เหยาเหยาได้เจอกับผู้ชายดีๆ แบบหลินเย่...”

“แต่... ฉันจำได้ว่าซูเหยาเหยาทำท่าทีเย็นชากับหลินเย่มาตลอดไม่ใช่เหรอ? เหมือนว่าเธอยังคบกับหลิวเจิ้งเจี๋ยจากโรงเรียนมัธยมทดลองอยู่เลยนี่?”

“แกแค่อิจฉาเขาล่ะสิ! อย่ามาปล่อยข่าวลือมั่วนิ่มแถวนี้!”

“ถ้ายังพูดจาไร้สาระอีก เดี๋ยวจะฉีกปากให้!”

เรื่องที่หลินเย่ตามจีบซูเหยาเหยาอย่างเงียบๆ นั้น ไม่ได้เป็นความลับอะไรในโรงเรียนมัธยมซ่านเฉิงที่หนึ่ง หลายคนถึงกับแอบหัวเราะเยาะเขาว่าเป็นพวกคลั่งรัก เป็นชายหนุ่มผู้ทุ่มเทที่สุดในซ่านเฉิงอะไรทำนองนั้น

แต่ในตอนนี้ จะยังมีใครกล้าหัวเราะเยาะเขาอีก?

กระทั่งสายตาที่ซูเหยาเหยามองมายังหลินเย่ ก็แตกต่างไปจากวันวานอย่างสิ้นเชิง

ในตอนนี้ เธอมองเขาเหมือนเห็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิต!

พรสวรรค์ของเธอคือ ‘สัมผัสธาตุไฟ’ ระดับ A ซึ่งเดิมทีก็นับว่าเป็นพรสวรรค์ที่ไม่เลว แต่ในวันนี้เธอกลับได้รับตราสัญลักษณ์ฮีลเลอร์จากวิหารแห่งอาชีพ ซึ่งมีความเข้ากันได้กับพรสวรรค์ของเธอเพียง 60% ไม่ถึงเกณฑ์พื้นฐานที่ 100% ด้วยซ้ำ!

อาจกล่าวได้ว่า หากเธอเลือกเปลี่ยนอาชีพเป็นฮีลเลอร์ เส้นทางบนสายอาชีพนี้ของเธอก็คงจะถึงทางตัน

แน่นอนว่าสถานการณ์ของเธอก็ยังไม่ถึงกับสิ้นหนทาง บนแพลตฟอร์มของทางการ การนำตราฮีลเลอร์ไปแลกกับตรานักเวทธรรมดาก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก อย่างน้อยค่าความเข้ากันได้ก็น่าจะกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับมาตรฐาน 100%

แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเธอได้รู้ว่าหลินเย่ได้รับ ‘นักรบอัคคี’

แม้พรสวรรค์ของเธอจะเอนเอียงไปทางสายเวทมนตร์ แต่นักรบอัคคีของหลินเย่ก็ยังมีธาตุไฟที่สอดคล้องกับพรสวรรค์ของเธอ อีกทั้งยังเป็นอาชีพหายาก การทำค่าความเข้ากันได้ให้ถึง 150% จึงไม่น่าใช่เรื่องยาก

และนั่นจะทำให้ระดับพรสวรรค์ของเธอถูกประเมินเทียบเท่าระดับ S ทำให้เธอทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ในพริบตา!

ส่วนเหตุผลที่เธอกล้าคิดเช่นนี้น่ะหรือ?

คงต้องไปถามตัวหลินเย่เอง

ซูเหยาเหยารู้ดีว่า แค่เพียงเธอเอ่ยปาก แม้แต่ชีวิตหลินเย่ก็พร้อมจะให้! แล้วแค่ตราสัญลักษณ์อาชีพชิ้นเดียวจะสลักสำคัญอะไร?

ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากคนรอบข้าง ซูเหยาเหยาลุกขึ้นยืน กอดอกเชิดคางมองหลินเย่ ประดุจราชินีผู้สูงศักดิ์กำลังตรวจตรากองทหารของตน

ทว่าหลินเย่กลับเดินเข้ามาในห้องเรียน และท่ามกลางสายตาทุกคู่ เขากลับเมินซูเหยาเหยาไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะเดินตรงไปยังเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

“หลี่เฟย ออกมากับฉันหน่อย!”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

ทุกคนต่างมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน โดยเฉพาะซูเหยาเหยาที่เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ไอ้บ้านี่ ฉันอุตส่าห์ลุกขึ้นยืนรอแล้วนะ แต่แกกลับเดินไปหาผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ?

“ฉันเหรอ?”

หลี่เฟยมองหลินเย่อย่างงุนงง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลินเย่ถึงมาหาเธอ

“ไปกันเถอะ! ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย!” หลินเย่คว้ามือของหลี่เฟยขึ้นมาโดยตรง

หลี่เฟยยังคงมึนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อมือของเธอถูกหลินเย่กุมไว้ เธอก็พลันรู้สึกอ่อนระทวย ทำได้เพียงเดินตามหลินเย่ไปอย่างเหม่อลอย เธอมองใบหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาของหลินเย่ พลางก้มหน้าลงซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำ...

“หลินเย่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

ในตอนนั้นเอง ซูเหยาเหยาก็ระเบิดอารมณ์ออกมา

เธอโกรธจนแทบคลั่ง ไม่คิดว่าหลินเย่จะทำเกินไปขนาดนี้ กล้าจูงมือผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นยังเป็นหลี่เฟยที่เธอเกลียดขี้หน้าที่สุด! เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือพรสวรรค์ กระทั่งหน้าตาและรูปร่าง หลี่เฟยก็เหนือกว่าเธอไปเสียทุกอย่าง!

จุดร่วมเดียวที่ทั้งสองพอจะมีเหมือนกันก็คือ ในวันนี้พวกเธอต่างก็ได้รับตราสัญญลักษณ์ฮีลเลอร์จากวิหารแห่งอาชีพเหมือนกัน

แต่ถึงกระนั้น ค่าความเข้ากันได้ของหลี่เฟยก็ยังคงสูงกว่าของซูเหยาเหยาอยู่ดี!

เรื่องนี้ทำให้ซูเหยาเหยาเจ็บใจเป็นอย่างมาก และการที่หลินเย่มาจูงมือหลี่เฟยจากไป ก็ยิ่งเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ

หลินเย่หยุดฝีเท้าลง

เมื่อเห็นดังนั้น ซูเหยาเหยาก็แค่นเสียงเย็นชาในใจ เธอรู้อยู่แล้วว่าหลินเย่ย่อมไม่กล้าขัดคำสั่งของเธอ! แต่ตอนนี้เธอยังโกรธมาก! หากหลินเย่ไม่ยอมขอโทษเธอต่อหน้าเพื่อนทั้งห้อง เธอก็จะไม่มีวันให้อภัยเขาง่ายๆ

ทว่าในวินาทีต่อมา เธอกลับเห็นหลินเย่โน้มตัวไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูของหลี่เฟย

จากนั้นหลี่เฟยก็พยักหน้าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ แล้วเขาก็จูงมือเธอวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที

ซูเหยาเหยาถึงกับยืนอึ้ง...

“นี่... หลินเย่เป็นอะไรไป?”

“หรือว่าเขาจะไปชอบหลี่เฟยแล้ว?”

“แต่ก่อนหน้านี้ เขาตามจีบเหยาเหยามาตลอดไม่ใช่เหรอ?”

“เป็นไปได้มั้ยว่า... เขาแค่ตั้งใจจะแกล้งยั่วโมโหเหยาเหยาน่ะ?”

“เออ! ต้องใช่แน่ๆ เป็นเพราะเมื่อก่อนเหยาเหยาทำตัวเย็นชากับเขาเกินไปไง”

“ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การกระทำของหลินเย่ก็เกินไปหน่อยนะ! ฉันว่าเราจะให้อภัยเขาง่ายๆ ไม่ได้!”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากกลุ่มเพื่อนสนิท สีหน้าของซูเหยาเหยาก็ค่อยๆ คลายลง

“ฉันไม่มีวันยกโทษให้เขาแน่! นอกจากว่าเขาจะมาขอโทษฉันด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นต่อไปนี้ฉันจะไม่ชายตามองเขาอีกเลย!” ซูเหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ใช่ๆๆ! ต้องแบบนี้แหละ ฉันพนันได้เลยว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องซมซานกลับมาหาเหยาเหยาเอง!”

“ถูกแล้ว ต้องทำแบบนี้แหละ! ไม่งั้นต่อไปจะยิ่งได้ใจกันไปใหญ่!”

แม้จะได้ฟังคำพูดเหล่านั้น และยังคงมองออกไปนอกห้องด้วยความขุ่นเคือง แต่จู่ๆ ในใจของซูเหยาเหยากลับเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา

หลินเย่... จะไม่สนใจเธอจริงๆ เหรอ?

แล้วตราสัญลักษณ์นักรบอัคคีของเธอล่ะ จะทำยังไง?

ซูเหยาเหยาต้องยอมรับว่า... เธอเริ่มร้อนรนขึ้นมาแล้วจริงๆ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 2: ซูเหยาเหยาเริ่มร้อนรน

คัดลอกลิงก์แล้ว