- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นฮีลเลอร์โครตโกง
- บทที่ 1: การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฮีลเลอร์
บทที่ 1: การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฮีลเลอร์
บทที่ 1: การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฮีลเลอร์
“นักเรียนทุกคน ฟังทางนี้! ตราสัญลักษณ์อาชีพที่ได้มาวันนี้ต้องเก็บไว้ให้ดีที่สุด แล้วรีบไปทำภารกิจตามเงื่อนไขเพื่อเปิดใช้อาชีพของตัวเองให้เร็วที่สุดล่ะ!”
“จำให้ขึ้นใจเลยนะ! ห้ามเอาตราสัญลักษณ์ในมือไปให้ใครเด็ดขาด ถ้าโดนใครขู่บังคับให้ส่งมอบ ให้รีบบอกครูทันที หรือแจ้งเจ้าหน้าที่โดยตรง!”
“และสุดท้าย ถ้าใครไม่พอใจตราสัญลักษณ์ที่ตัวเองได้มาแล้วอยากจะแลกเปลี่ยน ครูแนะนำเลยว่าให้ไปผ่านช่องทางของทางการก่อนเป็นอันดับแรกนะ!”
บนเวทีหน้าชั้นเรียน อาจารย์ประจำชั้นเฉินเต้าเซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งเป็นประโยคที่เขาพูดซ้ำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ทว่ามันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะในทุกๆ ปี มักจะมีนักเรียนบางส่วนที่ทำตราสัญลักษณ์อาชีพของตนสูญหายไปด้วยเหตุผลนานัปการ จนต้องหมดโอกาสในการก้าวสู่เส้นทางแห่งผู้ใช้อาชีพ
ในฐานะอาจารย์ เขาจึงทำได้เพียงพร่ำสอนและตักเตือนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในขณะนั้นเอง ณ ที่นั่งริมหน้าต่างด้านหลังห้องซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ หลินเย่กำลังจ้องมองตราสัญลักษณ์สีแดงเพลิงในมือด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“ฉัน...เกิดใหม่เหรอเนี่ย?”
เขาตกตะลึงอย่างยิ่ง ไม่คาดคิดเลยว่าตัวเองที่น่าจะสลายไปพร้อมกับจอมอสูรร้อยเนตร จะได้หวนคืนสู่ช่วงชีวิตวัยเรียนอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นวันสำคัญที่เขาได้รับตราสัญลักษณ์อาชีพ! วันที่เขาได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง จนเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียตราสัญลักษณ์อาชีพซึ่งมีอัตราความเข้ากันได้กับพรสวรรค์ของเขาถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ไป
“นักรบอัคคี! ในชาตินี้ อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมาหลอกเอาแกไปจากฉันได้อีก!”
หลินเย่กัดฟันกรอด! โศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นในชาติภพก่อน จะไม่มีวันซ้ำรอยอย่างเด็ดขาด
แต่ดูเหมือนว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด... ความผิดพลาดก็กำลังจะบังเกิด
[ตรวจพบคลื่นพลังแทรกซ้อนที่ไม่ปรากฏที่มา!!!]
[พรสวรรค์ของท่านกำลังถูกปรับค่าสู่สภาวะเริ่มต้น...]
ดวงตาของหลินเย่เบิกกว้าง!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
พรสวรรค์ระดับ S ‘กายาอัคคี’ ของเขา... สลายไปแบบนี้ได้ยังไง?!
[ท่านได้ปลุกพรสวรรค์ใหม่ ‘เจ้าแห่งการรักษา (??)’]
“อะไรวะเนี่ย? พรสวรรค์สายฮีลเลอร์?”
หลินเย่ถึงกับพูดไม่ออก ชะตากรรมช่างเล่นตลกกับเขายิ่งนัก
อุตส่าห์ได้ชีวิตใหม่ทั้งที แต่กลับต้องเดินซ้ำรอยเส้นทางเดิมในชาติที่แล้ว
ชาติก่อน เขาคือคนที่นำ ‘นักรบอัคคี’ ของตัวเองไปแลกเปลี่ยนกับ ‘ฮีลเลอร์’ ของซูเหยาเหยา จนทำให้เส้นทางชีวิตหลังจากนั้นของเขาต้องลำบากแสนสาหัส
ส่วนซูเหยาเหยา กลับอาศัย ‘นักรบอัคคี’ ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด กลายเป็นสุดยอดหน้าใหม่แห่งเมืองซ่านเฉิงในปีนั้นอย่างไร้ผู้ใดเทียมทาน!
ท้ายที่สุด เธอก็ทิ้งเขาไปพร้อมกับคำพูดบาดลึกว่า ‘เราสองคนอยู่กันคนละโลก’ ก่อนจะปลีกตัวหายไปจากชีวิตของเขาอย่างง่ายดาย
กล่าวได้ว่าอาชีพฮีลเลอร์นั้น มีแต่จะนำพาความเจ็บปวดรวดร้าวมาสู่หลินเย่เท่านั้น
แต่ใครเลยจะคาดคิด ว่าบัดนี้พรสวรรค์ของเขา กลับถูกเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘เจ้าแห่งการรักษา’...
เรื่องแบบนี้... จะให้เขาไปเรียกร้องความเป็นธรรมจากใครได้?
“หลินเย่ เป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย?” อาจารย์ประจำชั้นบนเวทีสังเกตเห็นความผิดปกติของหลินเย่ จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
สายตาทุกคู่ในห้องพลันจับจ้องมาที่หลินเย่เป็นตาเดียว แต่ละคนล้วนมีแววตาเปี่ยมด้วยความสงสัย ความกังวล หรือแม้กระทั่งการประจบประแจง...
“เฮ้ ไม่สบายเหรอ? เรามียาสงบจิตนะ เอาหน่อยมั้ย?”
“ต้องเป็นเพราะตอนอยู่ในวิหารแห่งอาชีพแน่ๆ ใช้พลังไปเยอะล่ะสิ ให้เราพยุงไปห้องพยาบาลนะ!”
“จะพยุงก็ต้องเป็นฉันสิเว้ย! ฉันสยงต้านะเฟ้ย!”
“เอ๊ะ? เราก็รู้สึกมึนๆ เหมือนกันเลย พยุงเราไปด้วยคนสิ?”
“ห้องพยาบาลอะไรกัน? ไปบ้านเราเลยดีกว่าน่า เตียงนอนสบายกว่าตั้งเยอะ!”
“ชิ! ของฉันสิเด็ดกว่าแกอีก!”
เหล่าเพื่อนร่วมชั้นต่างแสดงความกระตือรือร้นกันอย่างออกนอกหน้า โดยเฉพาะนักเรียนหญิงหลายคนที่ถึงกับเสนอตัวอย่างโจ่งแจ้งจนเกิดการกระทบกระทั่งกัน
ก็แน่ล่ะ... เพราะในการปลุกพลังพรสวรรค์เมื่อวานนี้ หลินเย่คือหนึ่งในสองคนของทั้งโรงเรียนที่ครอบครองพรสวรรค์ระดับ S
ไม่เพียงเท่านั้น ในวันนี้เขายังได้รับตราสัญลักษณ์อาชีพที่มีความเข้ากันได้สูงถึง 200% จากวิหารแห่งอาชีพอีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่า เพียงแค่จุดเริ่มต้น หลินเย่ก็ทิ้งห่างเด็กรุ่นเดียวกันไปไกลหลายขุมแล้ว
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้คนมากมายเข้ามาเอาอกเอาใจเขา...
ทว่าเมื่อเผชิญกับความกระตือรือร้นเหล่านี้ หลินเย่กลับได้แต่หัวเราะเยาะอยู่ในใจ
ถูกแล้ว... ในตอนนี้คนเหล่านี้ต่างแสดงความเอาใจใส่เขาอย่างยิ่ง
แต่เมื่อเขาสูญเสียอาชีพ ‘นักรบอัคคี’ ไปแล้ว จะยังเหลือสักกี่คนที่ยังทำดีกับเขาเหมือนเดิม?
ก็แค่พวกที่เห็นคนสูงส่งก็วิ่งเข้าหา พอเห็นคนตกต่ำก็เหยียบย่ำซ้ำเติมเท่านั้นเอง
“อาจารย์เฉินครับ ผมไม่เป็นไร แค่เหม่อไปหน่อยครับ... ขอโทษครับ!” หลินเย่หันไปกล่าวกับเฉินเต้าเซิงบนเวที
คำขอโทษเพียงหนึ่งคำ กลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น!
ในยามที่เขายืนอยู่บนจุดสูงสุด มีคนคอยประจบสอพลอฉันใด ในยามที่เขาตกสู่จุดต่ำสุด ก็ย่อมมีคนที่คอยยื่นมือเข้าช่วยเหลือฉันนั้น
เฉินเต้าเซิงคือคนประเภทหลัง!
ส่วนคำขอโทษนั้น มาจากความรู้สึกผิดของหลินเย่ต่อการไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของเฉินเต้าเซิงในชาติก่อน
เฉินเต้าเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวหลินเย่
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
เขาไม่ได้ซักไซ้ต่อ และเริ่มกล่าวบรรยายต่อไป
ส่วนหลินเย่ในยามนี้ ไม่มีสมาธิจะฟังสิ่งใดอีกแล้ว เขารีบตรวจสอบพรสวรรค์ใหม่ของตนในทันที
…
[เจ้าแห่งการรักษา]
คุณสมบัติที่ 1: ทุกครั้งที่การรักษาของท่านเกิดผล มีโอกาสสุ่มรับค่าสถานะถาวร และมีโอกาสเล็กน้อยอย่างยิ่งที่จะได้รับพรสวรรค์ของเป้าหมาย
คุณสมบัติที่ 2: ทุกครั้งที่การรักษาของท่านเกิดผล มีโอกาสได้รับไอเท็มพิเศษ ‘ผลึกวิญญาณ’ (ใช้สำหรับปรับแต่งคุณสมบัติของอุปกรณ์สวมใส่)
คุณสมบัติที่ 3: เวทมนตร์รักษาสายตรงทุกชนิดของท่านจะใช้ค่ามานาเพียง 1 หน่วย และได้รับการยกเว้นวัตถุดิบในการร่ายทุกชนิด
คุณสมบัติที่ 4: พลังฟื้นฟูจากการรักษาสามารถสะสมได้ เพื่อใช้อัปเกรดระดับของพรสวรรค์หรือทักษะ (ปริมาณพลังฟื้นฟูที่สะสมในปัจจุบัน: 0)
…
“สวรรค์... นี่มันโกงเกินไปแล้ว!”
เมื่อได้เห็นคุณสมบัติทั้งสี่ประการของพรสวรรค์นี้ หลินเย่ก็อดที่จะอุทานในใจไม่ได้!
นี่มันคือพรสวรรค์ที่โกงเกินกว่าคำว่าสมดุลไปไกลโข!
อาจกล่าวได้ว่าคุณสมบัติแต่ละข้อของพรสวรรค์นี้ หากแยกออกมาพิจารณาเดี่ยวๆ ก็มีอานุภาพเทียบเท่ากับพรสวรรค์ระดับ SSS แล้ว!
พรสวรรค์เดียวของหลินเย่ กลับมีค่าเทียบเท่าพรสวรรค์ระดับ SSS ของผู้อื่นถึงสี่อย่างรวมกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ต่อให้ต้องสละ ‘นักรบอัคคี’ ในมือไป ก็ไม่มีสิ่งใดน่าเสียดายอีก
แม้ว่าอาชีพฮีลเลอร์จะเคยสร้างบาดแผลและความทรงจำอันเจ็บปวดให้แก่หลินเย่นับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขานั้นเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในสายอาชีพนี้อย่างโชกโชน
กระทั่งในชาติก่อน เขายังโชคดีจนได้เปลี่ยนเป็นอาชีพลับ ‘นักบวชเพลิงพิโรธ’ และสร้างความสำเร็จไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เรียกได้ว่า เขาคุ้นเคยกับอาชีพนี้เป็นอย่างดี
หากต้องเปลี่ยนไปจับอาชีพอื่น ประสบการณ์อันล้ำค่าทั้งหมดของเขาก็คงต้องสูญเปล่าไป
ทว่าปัญหาเฉพาะหน้าที่ค่อนข้างน่าปวดหัวในตอนนี้ก็คือ...
เขาจะไปหาตราสัญลักษณ์อาชีพฮีลเลอร์มาจากที่ไหน?
แท้จริงแล้ว ปัญหานี้หาได้ยากเย็นเกินจะแก้ไข...
เพราะหลังเลิกเรียนในวันนี้ จะมีคนคนหนึ่งมาพบเขา เพื่อเสนอการแลกเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ฮีลเลอร์กับตราสัญลักษณ์นักรบอัคคีของเขา
คนคนนั้นก็คือซูเหยาเหยา!
และสิ่งที่น่าขันที่สุดก็คือ หลินเย่ในชาติก่อน กลับตอบตกลงรับข้อเสนออันไร้สาระนี้
เพียงเพราะซูเหยาเหยากล่าวว่า หากหลินเย่ยอมแลกเปลี่ยนตราสัญลักษณ์กับเธอ เธอก็จะยอมคบหากับเขา
แต่กาลเวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตั้งแต่แรกเธอก็ไม่เคยคิดที่จะรักษาสัญญาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ชาตินี้ต่อให้ต้องทำลายมันทิ้ง ก็ไม่มีวันยกให้เธอเด็ดขาด!”
หลินเย่กำตราสัญลักษณ์ในมือแน่น
ถ้าอย่างนั้น... ปัญหาก็ย้อนกลับมาที่เดิม เขาจะไปหาตราสัญลักษณ์ของฮีลเลอร์มาจากไหนดี?
แววตาของหลินเย่ฉายประกายครุ่นคิด ก่อนจะนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาได้
“จริงด้วย! หลี่เฟย! ตราสัญลักษณ์ที่เธอได้ก็เป็นฮีลเลอร์เหมือนกันนี่นา!”
(จบตอน)