เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 08 - คฤหาสน์ก๊วยแห่งเมืองเซียงหยาง

บทที่ 08 - คฤหาสน์ก๊วยแห่งเมืองเซียงหยาง

บทที่ 08 - คฤหาสน์ก๊วยแห่งเมืองเซียงหยาง


บทที่ 08 - คฤหาสน์ก๊วยแห่งเมืองเซียงหยาง

◉◉◉◉◉

รถม้าโคลงเคลงไปมา ความเร็วในการเดินทางไม่ถือว่าเร็วเท่าไหร่ ลองถามคนขับรถม้าดูแล้ว ต้องใช้เวลาครึ่งวันถึงจะไปถึงเมืองเซียงหยาง

ฉู่เจิงว่างๆ ไม่มีอะไรทำ เลยได้แต่เปิดหน้าต่างค่าสถานะของตัวเองขึ้นมาดูสถานะปัจจุบันของเขา

ชื่อตัวละคร ฉู่โหลวจวิน

สำนัก/อาจารย์ ไม่มี

สังกัด ไม่มี

ชื่อเสียงในยุทธภพ +5

คุณสมบัติหกมิติ พลังกาย 40 สภาพร่างกาย 18 รากฐานวรยุทธ์ 10 ทักษะกายา 30 ปัญญา 12 โชคชะตา 40

ประเมินความแข็งแกร่ง 10 คะแนน (อ่อนแออย่างยิ่ง)

ยุคสมัยแห่งยุทธภพอันยิ่งใหญ่อ้างว่าเเป็นยุทธภพที่บริสุทธิ์ที่สุด ไม่เพียงแต่ไม่มีระดับเลเวลที่เห็นได้ทั่วไป ยังไม่มีค่าพลังชีวิต ค่าพลังภายใน และค่าพลังกายอีกด้วย ยังไงก็ตาม ตามคำพูดของทางบริษัทแล้ว สภาพร่างกายเป็นอย่างไรเจ้าไม่รู้ตัวเองเลยรึไง

ดังนั้นหน้าต่างตัวละครจึงสามารถเห็นได้เพียงค่าสถานะพื้นฐานหกอย่างเท่านั้น เมื่อเทียบกับเกมออนไลน์อื่นๆ ที่มีข้อมูลมากมายเช่น พลังโจมตีภายใน พลังโจมตีกายภาพ พลังป้องกันภายใน พลังป้องกันกายภาพ สายตา หู พลังอ่อน พลังแข็ง ต้านทานพิษ ต้านทานน้ำแข็ง ต้านทานไฟ บลาๆๆ ข้อมูลของยุคสมัยแห่งยุทธภพอันยิ่งใหญ่นั้นเรียบง่ายจนน่าตกใจ สิ่งที่ซ่อนได้ก็ซ่อนไว้หมดแล้ว

แม้แต่สูตรคำนวณค่าความเสียหายเพิ่มเติมของวิทยายุทธ์ก็ไม่ได้เปิดเผย ทั้งหมดต้องอาศัยผู้เล่นคำนวณกันเอง

หลักการที่ทางบริษัทของยุคสมัยแห่งยุทธภพอันยิ่งใหญ่ให้ไว้ก็คือ ให้ยุทธภพที่สมจริงและต่อสู้ได้อย่างสะใจแก่ท่าน การเร่งฝึกฝนวิทยายุทธ์และเพิ่มประสบการณ์ในการต่อสู้คือสิ่งสำคัญ อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาดูตัวเลขพวกนั้น ในการต่อสู้ในยุทธภพ ใครแข็งแกร่งคนนั้นก็ยืนอยู่ ใครอ่อนแอคนนั้นก็ล้มลง

นี่ก็เป็นความมั่นใจของพวกเขาที่จะจัดการแข่งขันลีกอาชีพ มิฉะนั้นแค่ดูตัวเลขบนกระดาษก็สามารถตัดสินความแข็งแกร่งได้แล้ว จะมีความจำเป็นอะไรต้องแข่งขันกันอีก

ฉู่เจิงสลับไปที่หน้าวิทยายุทธ์อีกครั้ง ก็เห็นว่ามีวิทยายุทธ์ปรากฏขึ้นมาสองอย่างแล้ว

[เพลงกระบี่พื้นฐาน]

ระดับ พื้นฐาน

การฝึกฝน ชั้นที่หนึ่ง/ห้าชั้น

ผลลัพธ์ พลังทำลายล้าง +10%

คำอธิบาย มีทั้งหมดห้ากระบวนท่า เป็นเพลงกระบี่พื้นฐานที่มือใหม่ต้องเรียน ไม่มีอะไรพิเศษ

[เพลงกระบี่มารสังหารอัสนีบาตวายุคลั่ง]

ระดับ ขั้นสูง

การฝึกฝน ชั้นที่หนึ่ง/เจ็ดชั้น

ผลลัพธ์ พลังทำลายล้าง +150%

คำอธิบาย เป็นวิชากระบี่ที่ผู้เล่นฉู่โหลวจวินสร้างขึ้นเอง มีทั้งหมดเจ็ดสิบสามกระบวนท่า กระบวนท่ารุนแรง มีเสียงลมและสายฟ้า ต้องมีพลังกายเกิน 30 แต้มถึงจะสามารถแสดงอานุภาพได้อย่างเต็มที่

ฉู่เจิงเข้าใจโดยพื้นฐานแล้ว วิทยายุทธ์ที่ระบบเกมยอมรับเท่านั้นถึงจะมีการเพิ่มพลังทำลายล้าง มิฉะนั้นจะถูกตัดสินว่าเป็นการโจมตีธรรมดา ต่อให้เขาใช้วิชาตัวเบา อาวุธลับ หรือกระบวนท่าวรยุทธ์ที่ตัวเองเป็นอยู่ ก็จะมีเพียงอานุภาพของการโจมตีธรรมดา ไม่มีผลบวกจากเกมเลย เว้นแต่จะ “สร้างสรรค์” ขึ้นมาในเกมก่อน แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ เขาไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ในยุทธภพเลย ดังนั้นเขาจึงเหลือบมองแล้วก็ปิดหน้าต่างวิทยายุทธ์ไปโดยตรง

เขาเปิดกระเป๋าเก็บของอีกครั้ง ก็เห็นว่ามีของเพิ่มขึ้นมาหลายอย่างแล้ว

[กระบี่เหล็กกล้า]

ประเภท อาวุธ

ระดับ เขียวหนึ่งดาว

พลังทำลายล้าง 5-10

ข้อกำหนดในการสวมใส่ พลังกายมากกว่า 12

คุณสมบัติเพิ่มเติม เพิ่มความเร็วในการเพิ่มความชำนาญของกระบวนท่า 1% (จำกัดเฉพาะกระบวนท่าวรยุทธ์ประเภทกระบี่)

คำอธิบาย ของขวัญที่ระบบมอบให้แก่ผู้เล่นเซิร์ฟเวอร์ใหม่ที่ทำลายสถิติเวลาตอบสนอง ดูเหมือนจะมีที่มาพิเศษบางอย่าง

[ตำราสยบบอส]

ประเภท ไอเทมพิเศษ

คำอธิบาย ไอเทมรางวัลลับที่ระบบสุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นรางวัลแก่ผู้เล่นคนแรกที่สร้างวิทยายุทธ์ระดับสูงสำเร็จ เป็นของฉู่โหลวจวินโดยเฉพาะ ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนย้ายได้ เมื่อเอาชนะบอสระดับฝันร้ายได้ด้วยตัวเองคนเดียว มีโอกาสที่จะสยบบอสตัวนั้นมาเก็บไว้ในตำรานี้ และอัญเชิญออกมาในรูปแบบสัตว์เลี้ยงพิเศษ ร่วมชีวิตกับท่าน เกิดตายพร้อมกัน และต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ อัตราความสำเร็จในการสยบมีความสัมพันธ์อย่างมากกับความแตกต่างของค่าประเมินความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย ยิ่งใช้ค่าประเมินความแข็งแกร่งที่ต่ำกว่าเอาชนะบอสที่มีค่าประเมินความแข็งแกร่งที่สูงกว่า อัตราความสำเร็จในการสยบก็จะยิ่งสูงขึ้น สามารถสยบบอสได้สูงสุดห้าตัว

จำนวนที่สยบในปัจจุบัน 0

แม้ว่าคำอธิบายของตำราสยบบอสในตอนนี้จะคลุมเครือ แต่ฉู่เจิงก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว ต่อให้เขาจะเป็นมือใหม่ในเกมแค่ไหน เขาก็รู้ว่าการสยบบอสมาเป็นของตัวเองนั้นหมายความว่าอะไร

นั่นเทียบเท่ากับการมีผู้ช่วยที่แข็งแกร่งและเพื่อนร่วมทางที่จะไม่มีวันทรยศเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน นี่ทำให้ฉู่เจิงรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าหากสยบบอสระดับยอดฝีมือแบบนี้ได้ ตัวเองก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องฝึกวรยุทธ์แล้ว แถมยังมีองครักษ์สุดยอดอยู่ข้างกายอีก

น่าเสียดายที่ถ้าอยากจะสยบบอส จะต้องเอาชนะบอสระดับฝันร้ายด้วยตัวเองคนเดียว อัตราความสำเร็จยังเกี่ยวข้องกับความแตกต่างของค่าประเมินความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ว่าจะสยบสำเร็จได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ แม้แต่โจรป่าธรรมดาก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ ไม่ต้องพูดถึงบอสระดับฝันร้ายเลย ฝันไปเถอะ ที่ยุ่งยากที่สุดคือไอเทมนี้ไม่สามารถซื้อขายหรือโอนย้ายได้ แต่จะถูกคนอื่นฆ่าแล้วดรอปออกมา ไม่ได้การ ไอเทมนี้ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด มิฉะนั้นจะถูกไล่ล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว

ของอีกไม่กี่อย่างที่เหลือล้วนเป็นของที่ได้จากการทำภารกิจมือใหม่ที่จางเจียโข่ว เป็นของจิปาถะเช่น ยาทาแผล ยาปรับลมหายใจ ซาลาเปาไส้เนื้อ กระติกน้ำ และเหล้าขาว

ฉู่เจิงดูฟังก์ชั่นทั้งหมดของเกมในปัจจุบันแล้ว ประกอบกับสิ่งที่เรียนรู้จากการแนะนำมือใหม่ โดยพื้นฐานแล้วก็คุ้นเคยดีแล้ว

ไม่นานเขาก็หมดความสนใจ ปิดหน้าต่างทั้งหมดลง เอนกายพิงรถม้าอย่างเกียจคร้านหลับตาพักผ่อน ครุ่นคิดถึงกลยุทธ์สองบทความที่เคยอ่าน

ในเกมยุคสมัยแห่งยุทธภพอันยิ่งใหญ่ ทักษะการตีเหล็กที่เก่งที่สุดคือหุบเขาหลอมศาสตราและหมู่บ้านดาบซ่อนคม ทั้งสองแห่งล้วนเป็นสำนักในยุทธภพ แต่หุบเขาหลอมศาสตรามีขอบเขตการตีเหล็กที่กว้างกว่า ศิษย์ส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพช่างเหล็กและช่างหลอมศาสตรา ส่วนหมู่บ้านดาบซ่อนคมจะเน้นไปที่การตีดาบเลื่องชื่อ ศิษย์ส่วนใหญ่จึงเป็นนักดาบที่ท่องยุทธภพ

ฉู่เจิงไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ แน่นอนว่าไม่อยากจะเข้าร่วมสำนักอะไร ดังนั้นเขาจึงสังเกตเห็นเป็นพิเศษว่าในกลยุทธ์ได้กล่าวถึง ที่เมืองเซียงหยางมีปรมาจารย์ด้านการตีเหล็กที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เป็นคนที่มาจากหุบเขาหลอมศาสตรา แค่มีคนดังแนะนำบวกกับจ่ายเงินราคาสูงก็สามารถเรียนรู้ทักษะการตีเหล็กที่ดีได้ และยังสามารถได้รับแบบแปลนต่างๆ ผ่านการใช้เงินอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่ง

คนดังเหรอ... ก๊วยเจ๋งไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วเหรอ

ในหัวของเขาก็ปรากฏข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับก๊วยเจ๋งขึ้นมาทันที ข้อมูลเหล่านี้แน่นอนว่าล้วนมาจากผู้แนะนำมือใหม่อย่างชายชราผมขาว

จากข้อมูลแล้ว ก๊วยเจ๋งเป็นคนซื่อสัตย์ที่เข้ากับคนง่าย และมีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองเซียงหยาง ถึงตอนนั้นตัวเองส่งจดหมายเสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสพูดขึ้นมาสักประโยคให้เขาช่วยแนะนำไปเป็นลูกศิษย์ที่โรงตีเหล็กของปรมาจารย์ด้านการตีเหล็กคนนี้ น่าจะไม่มีปัญหานะ

มีการแนะนำของจอมยุทธ์ก๊วย ไม่แน่ว่าตัวเองอาจจะลดขั้นตอนไปได้มาก เรียนรู้ทักษะการตีเหล็กตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูงได้โดยตรง และการซ่อนตัวอยู่ในโรงตีเหล็กไม่เปิดเผยตัวตน ก็ไม่มีทางที่ผู้เล่นคนไหนจะพบข้าได้

การประกาศทั่วยุทธภพสองครั้งที่ผ่านมาแล้วมันจะทำไมล่ะ รอให้เรื่องซาลง ใครจะยังจำตัวละครเล็กๆ อย่างข้าได้

ฉู่เจิงเพิ่งจะดู “บันทึกตำนานยุทธภพไป่เสี่ยวเซิง” ที่ว่านั่นมาแล้ว ข้างบนได้อัปเดตเนื้อหาไปสิบกว่าข้อแล้ว มีทั้งคนแรกที่ฆ่าหัวหน้าโจรป่า คนแรกที่เอาชนะหัวขโมยได้ คนแรกที่เข้าร่วมสำนักฝ่ายธรรมะอย่างสำนักหัวซาน เป็นต้น ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อของเขาปรากฏอยู่ในข้อแรก ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นอย่างละเอียด

ยิ่งคิดฉู่เจิงก็ยิ่งรู้สึกดีใจ แม้ว่าจะดังขึ้นมาโดยไม่คาดคิดถึงสองครั้ง โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบต่อแผนการเล่นเกมชิลๆ อย่างเงียบๆ และสร้างตัวแบบเงียบๆ ของเขา

เขาจึงเก็บกระบี่มือใหม่ที่แขวนอยู่ที่เอวกลับเข้าไปในกระเป๋าเก็บของ คาดว่าในอนาคตคงจะไม่ได้ใช้อีกแล้ว

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในขณะที่เขาจินตนาการถึงอนาคตที่สวยงาม คนขับรถม้าก็บอกว่าถึงประตูเมืองแล้ว ฉู่เจิงลงจากรถ แสดงใบผ่านทางให้ทหารรักษาการณ์ หลังจากตรวจสอบแล้วถึงได้กลับขึ้นไปนั่งในรถอีกครั้ง จนกระทั่งถึงสาขาของโรงม้าในเมืองเซียงหยาง

เขาถามทางไปคฤหาสน์ก๊วยจากคนขับรถม้าหน้าผอมคนหนึ่งในพื้นที่ คนขับรถม้าหน้าผอมก็แสดงความเคารพขึ้นมาทันที “น้องชาย ท่านรู้จักจอมยุทธ์ก๊วยเหรอ”

“เอ่อ ข้าแค่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนเก่าของจอมยุทธ์ก๊วย ให้มาส่งของให้เขาสิ่งหนึ่ง”

“ในเมื่อมีธุระจะไปเยี่ยมจอมยุทธ์ก๊วย ข้าจะไปส่งน้องชายฟรีก็แล้วกัน ว่าแต่น้องชาย จอมยุทธ์ก๊วยเป็นผู้มีพระคุณของเมืองเซียงหยางเรานะ เดี๋ยวท่านเจอจอมยุทธ์ก๊วยแล้วต้องให้ความเคารพ ห้ามล่วงเกินแม้แต่น้อย มิฉะนั้นก็เท่ากับเป็นศัตรูกับชาวเมืองทั้งเมืองของเรา” เมื่อพูดถึงก๊วยเจ๋ง คนขับรถม้าหน้าผอมก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และยังกำชับฉู่เจิงซ้ำๆ

แม้ว่าฉู่เจิงจะได้ยินเรื่องราวในตำนานของก๊วยเจ๋งมามากมายจากชายชรา โดยเฉพาะเรื่องการปกป้องเมืองเซียงหยาง การต่อสู้กับกองทัพมองโกลอย่างไม่คิดชีวิต และการปกป้องบ้านเมืองและประชาชน สมกับคำว่าวีรบุรุษจอมยุทธ์จริงๆ แต่ก็ไม่คิดว่าบารมีของเขาจะสูงส่งขนาดนี้ อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “จอมยุทธ์ก๊วยมีบารมีสูงขนาดนั้นเลยเหรอ”

“น้องชาย เจ้าหมายความว่ายังไง ดูถูกจอมยุทธ์ก๊วยหรือว่ามีเจตนาร้ายต่อจอมยุทธ์ก๊วย บอกมา เจ้าเป็นสายลับที่ศัตรูส่งมาใช่ไหม” คนขับรถม้าหน้าผอมก็เปลี่ยนสีหน้าทันที หยุดรถม้าแล้วโบกแส้จะเรียกทหารที่ลาดตระเวนอยู่ไม่ไกล

อย่าอ่อนไหวขนาดนั้นได้ไหม ฉู่เจิงทั้งขำทั้งจนปัญญา ในขณะเดียวกันก็ตกใจกับบารมีที่สูงส่งของก๊วยเจ๋งในเมืองเซียงหยางอย่างลับๆ เขารีบหยิบใบผ่านทางและเอกสารยืนยันตัวตนออกมา รับประกันซ้ำๆ ว่าไม่มีความไม่เคารพต่อจอมยุทธ์ก๊วยแม้แต่น้อย ถึงได้คลายความสงสัยของคนขับรถม้าหน้าผอมลงได้ แต่ก็ไม่ได้รับการบริการฟรีจากคนขับรถอีกต่อไปแล้ว ถูกไล่ลงจากรถ ทำได้แค่เดินไปคฤหาสน์ก๊วยด้วยตัวเอง

คราวนี้ระหว่างทางถามทางเขาก็เรียนรู้แล้ว เปิดปากก็ต้องพูดว่า “ข้าอยากจะไปคารวะจอมยุทธ์ก๊วยที่ข้านับถือที่สุด ขอถามหน่อยว่าคฤหาสน์ก๊วยไปทางนี้ใช่ไหมครับ”

ผลลัพธ์เห็นได้ชัด ชาวเมืองเซียงหยางต่างก็ชี้ทางให้อย่างกระตือรือร้น

ประมาณหนึ่งเค่อต่อมา ฉู่เจิงก็ได้มาถึงคฤหาสน์ก๊วยแล้ว คฤหาสน์ก๊วยเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ภายในมีบ้านเรือนต่อกันเป็นทอดๆ ซ้อนกันไปมา น่าจะมีห้องพักหลายร้อยห้อง ที่หน้าประตยังมีคนรับใช้ในชุดทะมัดทะแมงสองคนเฝ้าอยู่ ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นคนที่มีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา

ฉู่เจิงเดินเข้าไปคารวะ ยื่นใบผ่านทางและเอกสารยืนยันตัวตน บอกจุดประสงค์ที่มา ขอให้คนรับใช้ช่วยแจ้งให้ที

คนรับใช้เห็นว่าเขาค่อนข้างสุภาพ ก็ไม่ได้รับเงินเศษที่ฉู่เจิงสอดไว้ในใบผ่านทาง ยิ้มแล้วก็เข้าไปแจ้งให้ ไม่นานก็ออกมาแล้วพูดว่า “เชิญตามข้ามา” เห็นฉู่เจิงไม่ได้พกอาวุธมา ก็ไม่ได้ตรวจค้นตัวและตรวจค้นกระเป๋าเก็บของของเขา แล้วก็นำทางไปก่อน

ฉู่เจิงแอบประหลาดใจ จากคนรับใช้ก็สามารถเห็นได้ว่าธรรมเนียมของเจ้าของบ้านนั้นเที่ยงตรงอย่างยิ่ง

เมื่อเข้าไปในห้องโถง ก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่หลายสิบคน กำลังปรึกษาหารือกันอยู่ ชายฉกรรจ์วัยกลางคนในชุดผ้าไหม คิ้วหนาตาโต อกกว้างเอวตรง มีหนวดสั้นๆ เหนือริมฝีปากบน เห็นฉู่เจิงเข้ามา ก็หยุดพูดแล้วลุกขึ้นมาต้อนรับ “น้องชาย ข้าคือก๊วยเจ๋ง ได้ยินว่าเจ้ามีจดหมายจะมาส่งให้ข้าด้วยตัวเองเหรอ”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 08 - คฤหาสน์ก๊วยแห่งเมืองเซียงหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว