- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 52 บ้าไปอีกคนแล้ว!
บทที่ 52 บ้าไปอีกคนแล้ว!
บทที่ 52 บ้าไปอีกคนแล้ว!
ปู้ซูมองสำรวจเจียงเฉินขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่สองสามครั้ง ถึงแม้หน้าตาจะพอใช้ได้ แต่รูปร่างกลับดูผอมบางอ่อนแอ ผิดกับพวกสัตว์ป่าในร่างคนคนอื่น ๆ ของชมรมถ่ายภาพแดนรกร้างลิบลับ
ดูท่าเจ้าลู่โหยวคงจะอยู่ในมหาวิทยาลัยนานเกินไป พอจะรีบหนีก็เลยหาใครสักคนมารับเคราะห์แทนส่ง ๆ ไป แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม การที่มาเจอเขาก็ถือว่าเจียงเฉินโชคร้ายแล้วล่ะ
“ใช่ครับ”
เจียงเฉินพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าเคร่งขรึม
“ดีมาก”
มุมปากของปู้ซูยกขึ้นเล็กน้อย ก็ส่งสัญญาณมือให้ช่างภาพที่อยู่ข้างหลัง กล้องทุกตัวก็จับภาพไปที่คนทั้งสองทันที และภาพก็ถูกส่งขึ้นไปบนจอขนาดใหญ่ข้างสนาม
ถ่ายทอดขึ้นจอด้วยเหรอ?
ดูท่าทางมหาวิทยาลัยหยุนหยินจะให้ความสำคัญกับการประเมินครั้งนี้มากจริง ๆ
เจียงเฉินพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้ายิ่งดูเคร่งเครียดมากขึ้น
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น เรียกสัตว์อสูรของนายออกมา แล้วก็เอาจริงให้เต็มที่ก็พอ”
ปู้ซูปรับสีหน้าเล็กน้อย พยายามแสดงด้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดของตัวเองออกมาหน้ากล้องให้มากที่สุด
“ลืมไปซะว่านี่คือการประเมิน ให้คิดว่าฉันคือศัตรูของนาย คิดว่าสัตว์อสูรของฉันคืออสูรวิญญาณชั่วร้าย แล้วสู้กับฉันด้วยใจที่พร้อมจะตายซะ!”
“ไม่อย่างนั้น นายจะไม่มีโอกาสอีกต่อไปแล้ว”
พูดจบ ปู้ซูก็ใช้นิ้วแตะที่ระหว่างคิ้ว ทันใดนั้นแสงสีฟ้าก็สาดประกายออกมา หอยกาบยักษ์ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางสนามประลอง
หอยกาบตัวนี้กว้างประมาณหกเมตร เปลือกหนาของมันดูเหมือนโล่สองอันประกบกัน แถมด้านบนยังมีหนามแหลมคมเหมือนหอกเต็มไปหมด ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
หอยทลายเกราะ สายเลือดหายากสีน้ำเงิน ขึ้นชื่อเรื่องเปลือกที่แข็งแกร่งมาก นอกจากจะสามารถโจมตีเข้าถึงตัวจริงของมันที่ซ่อนอยู่ในเปลือกได้โดยตรง ไม่อย่างนั้นต่อให้ฝีมือเหนือกว่าขั้นหนึ่งก็คงต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย
นอกจากพลังป้องกันที่เรียกได้ว่าผิดมนุษย์มนาแล้ว เจ้าหอยทลายเกราะยังสามารถพ่นคมมีดวารีแรงดันสูงที่ตัดเหล็กได้ราวกับตัดดินออกมาจากรอยแยกของเปลือกหอยได้อีกด้วย เพียงพอที่จะฉีกกระชากศัตรูทุกคนที่พยายามจะเปิดเปลือกของมันออกเป็นชิ้น ๆ
แครก แครก!
พอหอยทลายเกราะปรากฏตัว เปลือกทั้งสองข้างของมันก็กระทบกันแรง ๆ สองสามครั้ง เกิดเสียงโลหะเสียดสีดังขึ้นมา ทั้งยังพอมองเห็นสายน้ำไหลวนอยู่ข้างในเปลือกของมันลาง ๆ
【ชื่อเผ่าพันธุ์】:หอยทลายเกราะ
【คุณสมบัติ】:น้ำ
【ระดับสายเลือด】:หายาก
【ระดับพลัง】:ทองแดง 9 ดาว
【ทักษะเผ่าพันธุ์】:เกราะหนามแหลม
【ทักษะทั่วไป】:คมมีดวารีแรงดันสูง
......
“ไม่นึกเลยว่าจะเป็นหอยทลายเกราะ?”
พวกผู้เข้าสอบจากแผนกนิเทศศาสตร์เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เจ้าหอยทลายเกราะนี่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พบได้เฉพาะในเขตทะเลเท่านั้น คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางหามันมาได้แน่
อย่างพวกเขานที่เพิ่งจะเป็นผู้อัญเชิญได้ไม่นาน แถมฐานะทางบ้านก็ธรรมดา ๆ โดยพื้นฐานแล้วก็คงทำสัญญาได้แค่กับพวกแมว ๆ หมา ๆ อะไรทำนองนั้น พอต้องมาเจอกับตัวตนที่พลังโจมตีและป้องกันสมบูรณ์แบบอย่างหอยทลายเกราะ ก็ไม่มีโอกาสชนะเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทุกคนก็มองไปยังเจียงเฉินด้วยสายตาสงสาร ในหัวก็เริ่มจินตนาการถึงภาพที่เจียงเฉินจนปัญญาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหอยทลายเกราะแล้ว
“ให้มองว่าเป็นศัตรูสินะครับ? ผมเข้าใจแล้ว”
เจียงเฉินก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แววตาก็ค่อย ๆ สงบนิ่งลง
จริงด้วยสิ จุดประสงค์ของการประเมินภาคสนามครั้งนี้ก็เพื่อคัดคนที่ไม่สามารถทำกิจกรรมนอกเมืองได้ออกไป ถ้าไม่สู้ด้วยทัศนคติเหมือนกำลังรับมือกับอสูรวิญญาณชั่วร้าย จะไปชนะได้ยังไงกัน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเฉินก็ใช้นิ้วแตะไปที่ระหว่างคิ้วของตัวเอง
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
แสงสีทองสาดประกาย ฟาไฉก็ปรากฏตัวออกมาอย่างเจิดจรัส
“อ๊า!!! น่ารักสุด ๆ ไปเลย!!!”
พอฟาไฉปรากฏตัวออกมาปุ๊บ ก็ขโมยหัวใจของสาว ๆ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นไปในทันที
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดึงดูดสายตาเกลียดชังจากบรรดาเด็กผู้ชายทั้งหลายด้วย
“ทำสัญญากับสัตว์อสูรสายแบ๊ว ไม่เป็นพวกตุ๊ดก็เป็นเกย์แหง ๆ! แถมยังทำสัญญากับตัวกากแบบนี้อีก!”
เมื่อมองดูสาว ๆ ข้าง ๆ ที่แต่ละคนกลายเป็นพวกคลั่งไคล้ไปแล้ว สายตาของพวกผู้ชายที่มองไปยังเจียงเฉินก็ยิ่งดูไม่เป็นมิตรมากขึ้น
“โอ้โห คุณเจียงคนเก่งของเราเพิ่งจะปรากฏตัวก็ดึงความเกลียดชังจากคนทั้งสนามไปซะแล้ว รีบถ่ายเก็บไว้เลย นี่มันวัตถุดิบชั้นเยี่ยมชัด ๆ!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น โจวเทาก็แอบหยิบกล้องวิดีโอออกมาเริ่มเก็บภาพทันที
“กระรอกบินทองคำ? เจิ้งเจินไปหาเจ้านี่จริง ๆ ด้วยเหรอ?”
เมื่อเห็นเจียงเฉินเรียกกระรอกบินทองคำออกมาจริง ๆ ปู้ซูก็ประหลาดใจอยู่บ้างแล้วพูดว่า “ฉันเพิ่งจะบอกไปเมื่อกี้นี้เองว่านายมีโอกาสแค่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นเรียกสัตว์อสูรหลักของนายออกมาสิ?”
“นี่แหละสัตว์อสูรหลักของฉัน”
เจียงเฉินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ กรรมการคุมสอบคนอื่น ๆ รวมทั้งปู้ซูด้วยต่างก็นิ่งอึ้งไปทันที
มีคนทำสัญญากับกระรอกบินทองคำจริง ๆ ด้วยแฮะ~
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาดูแคลนของทุกคน ฟาไฉก็ทำหน้าไม่พอใจแล้วส่งเสียงร้องโวยวายไปยังแท่นของกรรมการ
(หนูมันทำไมเหรอ ดูถูกหนูหรือยังไงกันฮะ?)
“ช่างเถอะ ก็แค่เล่นด้วยหน่อยก็แล้วกัน”
ปู้ซูเห็นดังนั้นก็ไม่คิดจะพูดเกลี้ยกล่อมเจียงเฉินอีกต่อไป ขณะเดียวกันก็เริ่มตั้งตารอภาพหลังจากที่การประเมินสิ้นสุดลง
โดนถล่มยับต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ เจ้าเจียงเฉินนี่ก็คงไม่มีหน้าอยู่เป็นประธานชมรมถ่ายภาพแดนรกร้างต่อไปแล้วล่ะสิ?
ถึงตอนนั้น การจะสั่งยุบชมรมแดนรกร้างก็เป็นแค่เรื่องที่พวกเขาพูดคำเดียวเท่านั้นเอง
ในขณะที่ปู้ซูกำลังเตรียมจะหยอกล้อเล่นกับเจียงเฉินให้สนุกอยู่นั้นเอง พลังกดดันอันเฉียบคมสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากในสนามประลอง
ในชั่วพริบตา แสงสีทองเจิดจ้าก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งสนาม ผู้ชมที่อยู่ในสนามไม่ทันได้ระวังตัว พอถูกแสงสีทองนี้ส่องเข้าใส่โดยตรงก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแล้วหลับตาลงพร้อมกัน
จากนั้น แสงทองที่ดูคล้ายของเหลวหลายสายก็ไหลทะลักออกมาจากแผ่นหลังของฟาไฉ มันรวมตัวกันอย่างรวดเร็วในอุ้งมือของฟาไฉ แล้วค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงคล้ายมีดเล่มหนึ่ง
ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะคล้ายกับมีดผ่าตัดของเหวินเฉวียนอยู่บ้าง
พอมีดผ่าตัดที่ดูราวกับของแข็งเล่มนี้ปรากฏขึ้นมา ก็ทำเอากรรมการคุมสอบหลายคนตกตะลึงทันที
นี่มัน ทักษะการสร้างรูปร่างงั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่กระรอกบินทองคำมันมีทักษะระดับสูงแบบนี้ได้?
ขนาดกรรมการคุมสอบยังไม่เข้าใจ นักศึกษาบางคนที่เพิ่งจะพอลืมตาได้บ้างก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่
นี่มันยังใช่กระรอกบินทองคำอยู่แน่เหรอวะ? หรือว่ายังเป็นเจ้าตัวกากที่ทำเป็นแค่ใช้ประกายแสงอวดน่ารักไปวัน ๆ นั่นอยู่?
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ฟาไฉก็กวัดแกว่งมีดผ่าตัดฟันเข้าใส่หอยทลายเกราะ และเป้าหมายก็คือตัวจริงที่ซ่อนอยู่หลังเปลือกนั่นเอง!
“เกราะหนามแหลม!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น ปู้ซูก็ไม่เก๊กท่าอีกต่อไป รีบส่งสัญญาณให้หอยทลายเกราะป้องกันทันที
หอยทลายเกราะก็เคลื่อนไหวทันที เปลือกทั้งสองข้างของมันประกบปิดเข้าหากันในพริบตา หนามแหลมโค้งบนเปลือกก็ยิ่งขยับมาปิดกั้นตรงรอยแยกของเปลือกไว้
เคร้ง!
มีดผ่าตัดฟันกระทบเปลือกหอยอย่างแรง เกิดเสียงดังสนั่น ร่างของหอยทลายเกราะก็ถอยไถลไปข้างหลังเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
แต่ในที่สุด การโจมตีของฟาไฉก็ถูกป้องกันไว้ได้
“ที่แท้ก็แค่ท่าดีทีเหลว”
ปู้ซูแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แค่ตัวกากกระจอก ๆ ตัวหนึ่ง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าไปเรียนรู้ทักษะการสร้างรูปร่างมาจากไหน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่ามันเป็นตัวกากไปได้หรอก
เมื่อคิดได้ดังนั้น ปู้ซูกำลังจะให้หอยทลายเกราะจบการต่อสู้ แต่กลับเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟาไฉทันที
จากนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของฟาไฉก็เริ่มส่องประกายสีทองออกมา
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ฟาไฉหัวเราะเบา ๆ บนมีดผ่าตัดพลันปรากฏรูเล็ก ๆ ยาว ๆ ขึ้นรูหนึ่ง ทอดยาวไปจนถึงปลายมีด
และปลายมีดที่มันชี้ไป ก็คือตัวจริงของหอยทลายเกราะที่ซ่อนอยู่นั่นเอง!
เนตรทองคำถูกใช้งาน ลำแสงสองสายพุ่งเข้าไปในมีดผ่าตัดแสงทองอย่างแม่นยำ ลอดผ่านช่องทางที่ค่อย ๆ แคบลง จนรวมตัวกันเป็นเส้นเดียว พอปรากฏออกมาอีกครั้ง มันก็กลายเป็นเข็มทองเล่มเล็กยาวไปแล้ว!
ในตอนนี้หอยทลายเกราะก็รู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ มันรีบรวบรวมคมมีดวารีแรงดันสูงขึ้นมาทันที แต่เข็มทองเล่มนั้นกลับมีพลังทะลุทะลวงสูงมาก มันพุ่งผ่านคมมีดวารีเข้าไปในเปลือกของหอยทลายเกราะได้โดยตรงเลย
อ๊า!!!
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วทั้งสนามประลอง ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมอง
ในสนามประลอง เห็นเพียงหอยทลายเกราะตัวหนึ่งล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง ยังพอมองเห็นเลือดสีฟ้าไหลซึมออกมาจากรูเล็ก ๆ บนเปลือกของมันไม่หยุด
ในชั่วพริบตา ทั่วทั้งสนามก็เงียบสงัดลงทันที จากนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่ง!
กระรอกบินทองคำจัดการหอยทลายเกราะได้ในพริบตางั้นเหรอ?
ต้องมีเบื้องหลังแน่ ๆ!
มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ ๆ!!!
ส่วนในตอนนี้ ตัวปู้ซูเองก็ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขามองเจ้ากระรอกบินทองคำที่กำลังทำท่าอวดเบ่งอยู่บนสนามประลองตาค้าง
เขา ปู้ซู แพ้ได้ยังไงกันนะ..