- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 46 สัตว์อสูรในสัญญาตัวที่สอง
บทที่ 46 สัตว์อสูรในสัญญาตัวที่สอง
บทที่ 46 สัตว์อสูรในสัญญาตัวที่สอง
โกดังชมรมถ่ายภาพแดนรกร้าง
เจียงเฉินก็จัดการล็อกเซียวเอี้ยนไว้ข้างนอกประตูอย่างเลือดเย็น จากนั้นก็อุ้มวิฬาร์จันทร์ธาราเข้าไปในโซนถ่ายภาพ
เหมียว เหมียว~
วิฬาร์จันทร์ธาราดูจะสนใจใคร่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า มันทั้งคว้าโน่นจับนี่ ทำท่าทางเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสา ไม่เหลือเค้าเจ้าแมวหื่นกามตอนที่อยู่กับเซียวเอี้ยนเลยสักนิด
“ดูเหมือนว่าแสงเจ็ดสีนั่นจะไม่เพียงแค่ฟื้นฟูร่างกายของมัน แต่ยังเหมือนกับลงระบบให้ใหม่เลยด้วยซ้ำ ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรกก็ไม่น่าปล่อยให้เซียวเอี้ยนไปเจอมันเลย”
เจียงเฉินลูบหัววิฬาร์จันทร์ธาราเบา ๆ รู้สึกกังวลอยู่บ้าง
เด็กแรกเกิดมักจะเรียนรู้พฤติกรรมจากคนรอบข้าง นี่ก็แค่ครั้งเดียวเอง น่าจะยังพอแก้ไขทันอยู่หรอก... มั้ง?
เจียงเฉินหัวเราะออกมาอย่างขื่น ๆ ขณะเดียวกันก็ยิ่งสงสัยเกี่ยวกับฟาร์มในมิติอัญเชิญของตัวเองมากขึ้นไปอีก
สามารถดูดซับเนื้อสีขาวได้ แถมยังรีเซ็ตสัตว์อสูรกลับไปเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานได้อีก นี่มันเป็นแค่ฟาร์มธรรมดา ๆ จริงเหรอ?
พอคิดได้ดังนั้น ทั้งร่างของเจียงเฉินก็หายวับไปจากโซนถ่ายภาพทันที
เหมียว เหมียว?
เมื่อเห็นเจียงเฉินหายตัวไป วิฬาร์จันทร์ธาราก็ดูสงสัยเล็กน้อย มันมองหาไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเจียงเฉินเลย
ในขณะนั้น เจียงเฉินก็มาถึงหน้าบ้านกระจกหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จในฟาร์มแล้ว
【ชื่อ】:เรือนกระจกอันอบอุ่น
【ระดับ】:ระดับ I
【เอฟเฟกต์】:เพิ่มพูนคุณสมบัติพื้นฐาน (???);ความเข้ากันได้กับธาตุ ??? (???)
......
“ที่แท้ก็เป็นเรือนกระจกนี่เองเหรอ?”
เมื่อมองดูบ้านกระจกที่ข้างในว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เจียงเฉินก็ยิ่งสงสัยมากขึ้น เขาผลักประตูเข้าไป
ฮัดชิ้ว!
ลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพัดปะทะใบหน้าเข้ามา เจียงเฉินก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัวทันที แม้แต่ขนตากับเส้นผมก็ยังมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ
เจียงเฉินรีบปิดประตูเรือนกระจกทันที แต่ความหนาวเย็นบนตัวก็ยังไม่จางหายไป
เรือนกระจกอันอบอุ่นงั้นเหรอ?
ของในฟาร์มนี่มันตัดสินด้วยความคิดแบบปกติไม่ได้จริง ๆ สินะ!
เจียงเฉินก็รีบถูมือเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความอบอุ่น เหลือบมองดูผลการเสริมพลังของเรือนกระจกที่ยังแสดงเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ ก็เข้าใจในใจทันที แล้วกลับไปยังโกดังอีกครั้ง
เป็นเพราะยังไม่ได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวใหม่ คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องก็เลยยังไม่ปรากฏขึ้นมางั้นสินะ?
เหมียว เหมียว!
พอเห็นเจียงเฉินปรากฏตัว วิฬาร์จันทร์ธาราก็รีบพุ่งเข้ามาทันที คลอเคลียอยู่บนตัวของเจียงเฉินอย่างสนิทสนม
คนที่มันเห็นเป็นคนแรกไม่ใช่เจียงเฉินก็จริง แต่บนตัวของเจียงเฉินก็มีกลิ่นอายที่ทำให้มันรู้สึกผูกพันเช่นกัน
“นี่มันอะไรกันเนี่ย เห็นฟาไฉเป็นพ่อ แล้วเห็นฉันเป็นปู่งั้นเหรอ?”
เจียงเฉินอุ้มวิฬาร์จันทร์ธาราขึ้นมาตรงหน้า มองดูอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“ตอนนี้ฉันตั้งใจจะทำสัญญากับแก แกยินยอมไหม?”
เหมียว เหมียว?
วิฬาร์จันทร์ธาราเอียงคออย่างสงสัย มันไม่เข้าใจความหมายของเจียงเฉิน เพียงแต่เลียนิ้วของเจียงเฉินอย่างสนิทสนม
“ช่างเถอะ ทำสัญญาไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน ยังไงซะพลังจิตก็มีมากพออยู่แล้ว”
การปรากฏตัวของเรือนกระจกไม่เพียงแต่จะเพิ่มสิ่งปลูกสร้างใหม่เข้ามาในฟาร์มเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมพลังจิตของเจียงเฉินให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากอีกด้วย
อย่างน้อยก็มากเกินพอที่จะทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้แล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเฉินก็รวบรวมพลังจิตทั้งหมดไปไว้ที่ระหว่างคิ้ว ในชั่วพริบตา ระหว่างคิ้วก็ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นร่างเงาของค่ายกลอักขระไร้สีอันแปลกประหลาดขึ้น
จากนั้นเจียงเฉินก็พลันลืมตาขึ้น ผลักค่ายกลอักขระนั้นเบา ๆ ค่ายกลอักขระก็ลอยไปยังทิศทางของวิฬาร์จันทร์ธาราทันที
และในชั่วพริบตาที่ค่ายกลอักขระไร้สีสัมผัสกับวิฬาร์จันทร์ธารา พลังงานสีฟ้าสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของวิฬาร์จันทร์ธารา แล้วแทรกซึมเข้าไปในค่ายกลอักขระไร้สีนั้น
ไม่นาน ค่ายกลอักขระทั้งมวลก็ถูกย้อมจนเป็นสีฟ้า จากนั้นก็สลายตัวเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้าไปในร่างของวิฬาร์จันทร์ธารา ส่วนวิฬาร์จันทร์ธาราก็ถูกจุดแสงสีฟ้าเหล่านั้นชักนำ กลายร่างเป็นลำแสงสีฟ้าสายหนึ่งพุ่งเข้าไปในระหว่างคิ้วของเจียงเฉิน
ทำสัญญาสำเร็จ!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายใยผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นระหว่างตนเองกับวิฬาร์จันทร์ธารา เจียงเฉินก็ใช้นิ้วแตะที่ระหว่างคิ้ว วิฬาร์จันทร์ธาราก็ถูกเรียกออกมาทันที
“ในเมื่อแกเป็นสัตว์อสูรของฉันแล้ว ฉันก็จะตั้งชื่อให้แกด้วย”
“ตอนนี้ก็มีฟาไฉแล้ว งั้นแกก็ชื่อ... หงจงก็แล้วกันนะ!”
......
ณ ทุ่งดอกไม้ชิงเฟิง วิฬาร์จันทร์ธาราไม่สนใจความแตกต่างของระดับเลยแม้แต่น้อย พุ่งเข้าใส่กระต่ายหางเลือดตัวหนึ่งอย่างไม่ลังเล
กู่กู!
เมื่อเผชิญหน้ากับการท้าทายที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ กระต่ายหางเลือดก็เข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งทันที ใช้ท่าจู่โจมคลุ้มคลั่งพุ่งเข้าปะทะกับหงจงซึ่งหน้า
ปัง!
ร่างของหงจงระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ แต่แล้วก็กลายร่างเป็นสายน้ำสายหนึ่ง พุ่งเข้าไปพันธนาการแขนขาทั้งสี่ของกระต่ายหางเลือดไว้แน่น
กระต่ายหางเลือดดิ้นรนสุดชีวิต แต่ในฐานะสิ่งมีชีวิตสายต่อสู้ สิ่งที่มันกลัวที่สุดก็คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นธาตุได้แบบนี้ พอเพิ่งจะดิ้นหลุดจากสายน้ำได้ก็ถูกพันธนาการอีกครั้ง
แต่การต่อสู้ที่ยืดเยื้อนี้ก็เกิดขึ้นไม่นานนัก ในขณะที่กระต่ายหางเลือดกำลังดิ้นรนสุดชีวิตอยู่นั้นเอง ลำแสงสีทองโค้งสายหนึ่งก็พุ่งมาจากที่ไกล ๆ ตัดหัวของกระต่ายหางเลือดขาดกระเด็นทันที
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ฟาไฉเตะหัวของกระต่ายหางเลือดกระเด็นไป แล้วก็ผ่าซากของกระต่ายหางเลือดจากตรงกลางอย่างชำนาญ หาแก่นพลังก้อนหนึ่งเจอได้อย่างง่ายดาย
“โชคดีไม่เลว หาแก่นพลังเจอหนึ่งก้อนแล้ว”
เจียงเฉินรับแก่นพลังมาจากมือของฟาไฉ พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วมองไปยังฟาไฉกับหงจงที่นั่งหมอบอยู่ตรงหน้าอย่างว่าง่ายแล้วพูดว่า “พวกแกประสานงานกันได้ดีมากเลยทีเดียว พยายามต่อไปนะ”
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
เหมียว เหมียว!
สัตว์อสูรทั้งสองตัวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ส่วนเจียงเฉินก็รวบรวมพลังจิตไปที่หงจง แล้วเริ่มตรวจสอบสถานะของมัน
【ชื่อเผ่าพันธุ์】:วิฬาร์จันทร์ธารา(หงจง)
【คุณสมบัติ】:น้ำ
【ระดับสายเลือด】:หายาก
【ระดับพลัง】:เหล็กดำ 6 ดาว
【ทักษะเผ่าพันธุ์】:กายธารา(ขั้นชำนาญ)
【ทักษะทั่วไป】:พันธนาการ(ขั้นชำนาญ)
......
อย่างที่เหวินเฉวียนเคยบอกไว้ ถึงแม้วิฬาร์จันทร์ธาราจะเป็นแค่สายเลือดหายาก แต่ศักยภาพของมันสูงมากจริง ๆ มีคุณค่าในการฝึกฝนสูงมาก
และสิ่งที่แสดงออกมาได้ชัดเจนที่สุดก็คือทักษะเผ่าพันธุ์ของวิฬาร์จันทร์ธารา นั่นก็คือ กายธารา
【ทักษะเผ่าพันธุ์】:กายธารา
【ประเภทของทักษะ】:น้ำ
【ผลของทักษะ】:สามารถเปลี่ยนร่างตัวเองเป็นสภาพน้ำได้ตามต้องการ ต้านทานความเสียหายทางกายภาพส่วนใหญ่ และจะทำงานเองเมื่อได้รับความเสียหายด้วย
......
ตามปกติแล้ว ทักษะเผ่าพันธุ์ที่เปลี่ยนร่างเป็นธาตุแบบนี้ อย่างน้อยต้องมีสายเลือดระดับมหากาพย์ถึงจะฝึกฝนได้ แต่วิฬาร์จันทร์ธารากลับทำได้ตั้งแต่ยังเป็นแค่สายเลือดหายาก
ความสามารถที่โกงขนาดนี้ ทำให้มันติดอันดับต้น ๆ ในบรรดาสิ่งมีชีวิตสายเลือดหายากเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าสิ่งมีชีวิตประเภทนี้โดยทั่วไปจะอาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลตะวันตก ทางตอนเหนือแทบจะหาไม่เจอเลย
“มีกายธาราอยู่ หงจงก็สามารถต้านทานทักษะกายภาพส่วนใหญ่ได้ แถมยังมีทักษะพันธนาการอีก เรียกได้ว่าเป็นตัวควบคุมที่แข็งแกร่งมากตัวหนึ่งเลย”
เจียงเฉินลูบหัวหงจงเบา ๆ ถึงแม้เขาจะยังสงสัยอยู่ว่าทำไมหงจงถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ รวมถึงความสามารถในการทำให้น้ำเดือดที่มันแสดงออกมาในคืนนั้น แต่ในเมื่อหงจงถูกรีเซ็ตไปแล้ว ทุกอย่างก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
แล้วเขาก็พอใจกับทักษะในปัจจุบันของหงจงมากทีเดียว
การควบคุมของหงจงบวกกับการโจมตีที่รุนแรงของฟาไฉ การจัดทีมแบบนี้ก็เพียงพอให้เขารับมือกับสถานการณ์การต่อสู้ส่วนใหญ่ได้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีฟาร์มอีกด้วย
ผลการเสริมพลังของเรือนกระจก มันยังไม่ปรากฏออกมาเลยนี่นา
“คุณชายเอี้ยน ช่วยจัดการซากกระต่ายหางเลือดนี่หน่อยสิ”
เจียงเฉินดึงสมาธิกลับมา แล้วโบกมือเรียกเซียวเอี้ยนที่ยืนทำหน้าเบื่อโลกอยู่ข้าง ๆ
“มาแล้ว ๆ...”
เซียวเอี้ยนหาวออกมาวอดหนึ่ง ก็หยิบมังกรเร้นกายออกมาอย่างไม่เต็มใจ แล้วเก็บซากกระต่ายหางเลือดเข้าไป
“ท่านประธาน นี่นายมีความแค้นอะไรกับกระต่ายหางเลือดหรือเปล่าเนี่ย ถึงได้มาล่าพวกมันที่นี่วันเว้นวันเลย กระต่ายน้อยน่ารักจะตาย ท่านประธานก็ยังลงมือได้ลงคอเนาะ”
“ทำไมจะลงมือไม่ได้ล่ะ? วันนี้มันกล้ากินหญ้า พรุ่งนี้มันก็กล้ากินคนแล้ว!”