เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว

บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว

บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว


กรร!

แม้อุ้งเท้าจะบาดเจ็บ แต่พ่อกระต่ายกลับไม่ยอมหยุด ความคลุ้มคลั่งของมันยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก สองอุ้งเท้าหวดออกไปจนเกิดเงาซ้อน พุ่งเข้าตะบันใส่ฟาไฉอย่างบ้าคลั่ง

ส่วนฟาไฉนั้น กลับเปลี่ยนแนวทางโดยสิ้นเชิง มันละทิ้งการโจมตีไปชั่วคราว และนำพลังแสงทองทั้งหมดมารวมไว้ที่เกราะหนาม แถมปลายหนามยังยืดยาวและแหลมคมขึ้นกว่าเดิม

หลังจากถูกโจมตีอย่างรุนแรงไปหนึ่งรอบ อุ้งเท้าทั้งสองข้างของพ่อกระต่ายก็ฉีกขาดเละเทะ แทบไม่มีสภาพพอจะใช้ต่อสู้ได้อีก

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น พ่อกระต่ายก็ยังไม่ยอมหยุด มันโผเข้ากอดรัดฟาไฉแน่น ก่อนจะอ้าปากกว้างจ้องจะกัดเข้าที่ตัวของมันอย่างบ้าคลั่ง

พ่อกระต่ายที่ถูกยั่วยุถึงขีดสุด ได้หลุดพ้นจากความเป็นสัตว์อสูรน่ารักโดยสิ้นเชิง เขี้ยวคู่หน้าที่เคยขาวกลับถูกห่อหุ้มด้วยประกายโลหิตสีแดงเข้ม

ทักษะเผ่าพันธุ์ เขี้ยวโลหิต!

คราวนี้มันเอาจริงแล้ว และจะกัดให้ขาดจริง ๆ!

เมื่อเทียบขนาดของพ่อกระต่ายกับฟาไฉ หากโดนกัดเข้าเต็ม ๆ หัวของฟาไฉคงจะขาดกระเด็นแน่นอน

“ฟาไฉ กลับมา!”

เจียงเฉินเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วถึงกับใจหาย รีบเรียกใช้มิติอัญเชิญทันทีเพื่อพาฟาไฉกลับเข้าไป

แม้ในอดีตเปลวเพลิงทองคำจะเคยต่อสู้ชนะศัตรูที่เหนือชั้นกว่าระดับตัวเองมาแล้ว แต่นั่นเพราะมันเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์กลายพันธุ์หายาก โดยธรรมชาติจึงสามารถต้านระดับได้

แต่ฟาไฉนั้นทั้งระดับพลังและสายเลือดต่างก็เป็นรอง แม้จะมีทักษะแห่งชีวิตก็ยังไม่อาจลบช่องว่างนี้ได้ทั้งหมด

ตอนนี้ หากฟาไฉกลับเข้าไปพักในมิติอัญเชิญเสียก่อน พอพ่อกระต่ายเข้าสู่ช่วงอ่อนแรงหลังคลุ้มคลั่ง มันก็จะสามารถจัดการได้ไม่ยาก

อ่ะจิ๊!

ทว่า... ฟาไฉกลับไม่ตอบสนองต่อคำเรียกของเจียงเฉินแม้แต่น้อย กลับกัน มันกลับยกเลิกการป้องกันจากเกราะหนามเสียเอง

ในขณะที่เจียงเฉินจ้องมันตาค้าง เกราะหนามก็เปลี่ยนรูปร่างไหลรวมอย่างรวดเร็วราวของเหลว มารวมตัวอยู่ที่กรงเล็บของฟาไฉ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดยาวสองเล่ม

และในพริบตานั้น ใบมีดสีทองก็ไขว้เข้าแน่นที่ลำคอของพ่อกระต่าย ก่อนที่มันจะทันหลบหรือแม้แต่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หัวของมันก็ถูกตัดสะบั้นลงตรงหน้า

ศีรษะของพ่อกระต่ายตกลงกระแทกพื้น พลังที่เคยอัดแน่นในเขี้ยวโลหิตก็ค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงร่างไร้ชีวิต

อ่ะจิ๊!

ฟาไฉที่สามารถคว้าชัยชนะจากศัตรูที่มีระดับสูงกว่าทั้งสองด้านได้สำเร็จมีสีหน้าฮึกเหิมอย่างที่สุด แต่ก็ยังไม่ลืมความระมัดระวัง มันค่อย ๆ ใช้เท้าเขี่ยหัวของพ่อกระต่ายไปด้านข้าง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นรอรับคำชมจากเจียงเฉินอย่างภาคภูมิ

ก็ผู้อัญเชิญเคยบอกไว้นี่นา ว่าแม้หัวขาดไปแล้วก็ยังอาจถูกกัดได้ ห้ามแตะเด็ดขาด!

เมื่อเห็นท่าทางของฟาไฉ เจียงเฉินก็หลุดหัวเราะออกมา เดิมทีเขาเตรียมคำตำหนิไว้ในใจแล้ว แต่สุดท้ายกลับพูดไม่ออก

เจ้าตัวแสบถึงกับจำคำที่เขาเคยพูดไว้ได้ขึ้นใจ แถมยังเชื่อฟังอย่างไม่ขัดขืนแบบนี้ จะให้เขาดุลงจริง ๆ ก็คงไม่ลง

“ทำได้ดีมาก แต่อย่าทำอะไรที่เสี่ยงแบบนี้อีกล่ะ”

เจียงเฉินพูดพลางลูบหัวฟาไฉเบา ๆ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูออกมาค่อย ๆ เช็ดเลือดที่เปื้อนตามตัวให้มัน ส่วนฟาไฉก็หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

แต่ระหว่างที่เจียงเฉินเช็ดได้เพียงครึ่งหนึ่ง ฟาไฉก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ มันวิ่งไปที่ร่างของพ่อกระต่ายแล้วเริ่มคุ้ยค้นด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

อ่ะจิ๊!

ท่ามกลางเสียงร้องยินดีของมัน ฟาไฉก็ควานพบแก่นผลึกสีแดงอ่อนก้อนหนึ่งออกมาจากร่างกระต่าย

เมื่อเทียบกับแก่นพลังที่เจียงเฉินเคยเห็นมา ก้อนนี้มีขนาดใหญ่กว่าชัดเจน ผิวของมันยังเปล่งประกายเรืองรองด้วยแสงสีเลือดเบาบาง

เจียงเฉินรับแก่นพลังจากฟาไฉมา แล้วเช็ดให้สะอาด ก่อนจะยกขึ้นส่องดูใต้แสงอาทิตย์

ภายในผลึกใสราวแก้วไร้สิ่งเจือปนใด ๆ บ่งบอกถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ

“น่าเสียดาย... ไม่ใช่สายพันธุ์กลายพันธุ์อีกแล้ว”

เจียงเฉินถอนหายใจออกมาเบา ๆ

แม้ในบันทึกของลู่โหยวจะเขียนไว้ว่า “น่าจะ” เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ แต่พอจัดการไปสองตัวกลับไม่ใช่ทั้งคู่ มันก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้

อย่างไรก็ดี พอนึกถึงการต่อสู้ที่เพิ่งจบไป เขาก็อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้เช่นกัน...

แม้การต่อสู้กับพ่อกระต่ายที่มีระดับสูงกว่าถึงสองขั้นจะอันตรายมากพออยู่แล้ว แต่ถ้ามีสายพันธุ์กลายพันธุ์โผล่มาอีกตัวละก็... คราวนี้คงต้องหนีเอาตัวรอดสถานเดียว

“แต่แบบนี้มันเริ่มจากฆ่าลูก มาจบที่ฆ่าพ่อ... ต่อไปจะมีปู่กระต่ายโผล่มาอีกหรือเปล่านะ?”

เจียงเฉินเก็บแก่นพลังใส่กระเป๋า แล้วหันไปมองร่างของกระต่ายลูกกับพ่อกระต่ายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ความคิดอันตรายบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว

“ไม่เอา ๆ อย่ามาเลยจะดีกว่า...”

เจียงเฉินส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกจากใจ

ลูกกระต่ายอยู่ระดับเหล็กดำ พ่อกระต่ายระดับทองแดง งั้นถ้าปู่โผล่มาจริง ๆ ก็ไม่พ้นจะต้องเป็นระดับเงินแน่ ๆ

และเขายังไม่บ้าพอที่จะเอาระดับเหล็กดำไปชนกับระดับเงินหรอกนะ

แม้วันนี้จะไม่ได้เจออสูรสายพันธุ์กลายพันธุ์ แต่การที่ได้แก่นพลังระดับทองแดงมาก้อนหนึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย

ตามราคาตลาดของสหพันธ์ในตอนนี้ แก่นพลังระดับทองแดงหนึ่งก้อนมีมูลค่าประมาณ 3,000 เหรียญสหพันธ์ เทียบเท่ากับแก่นพลังระดับเหล็กดำถึงสองก้อนเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเจียงเฉินไม่มีความคิดจะเอามันไปแลกเป็นระดับเหล็กดำ เพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่าแก่นพลังระดับทองแดงนี้ จะสามารถเพาะเหรียญทองออกมาได้หน้าตาแบบไหน

“เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน วันนี้แกก็คงเหนื่อยแย่แล้ว”

เจียงเฉินลูบหัวฟาไฉเบา ๆ ก่อนจะยกมันขึ้นมาวางบนบ่าด้วยความทะนุถนอม

อ่ะจิ๊~

ฟาไฉพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะขดตัวลงนอนบนบ่าเจียงเฉินแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

หลังจากผ่านศึกหนักมาสองครั้งติด พลังของมันก็แทบจะถูกใช้ไปจนหมดแล้ว การสู้ต่อไปคงไม่ใช่ความคิดที่ดี

เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ ขณะมองดูฟาไฉที่หลับสนิท ก่อนจะหันไปมองยังส่วนลึกของทุ่งดอกไม้ชิงเฟิง

หากนับตามเวลา เซียวเอี้ยนก็น่าจะเก็บดอกม่วงอวี้เสร็จแล้ว คงได้เวลาไปสมทบกับเขาเสียที

อย่างไรเสียก็เป็นเพื่อนร่วมห้อง จะปล่อยอีกฝ่ายทิ้งไว้ที่นี่จริง ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่อง

“เจียงเฉิน! เจียงเฉิน!!”

ในจังหวะนั้นเอง เสียงของเซียวเอี้ยนก็ดังมาจากด้านไกล เจียงเฉินเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเซียวเอี้ยนกำลังวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ พร้อมโบกไม้โบกมือไปด้วย

หมอนี่มาหาเองเลยเหรอ? แถมยังดูเร่งรีบขนาดนั้นอีก?

เจียงเฉินหรี่ตาลงอย่างแปลกใจ

แต่พอเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังเซียวเอี้ยน เขาก็หันหลังกลับแล้วโกยแนบโดยไม่รอช้า

“เจียงเฉิน! ช่วยฉันที! ฉันแค่เด็ดดอกไม้นิดเดียวเอง เจ้าเต่าเวรนี่มันจะไล่ฆ่าฉันแล้ว... เฮ้ย! อย่าหนีสิ!”

พอเห็นเงาของเจียงเฉิน เซียวเอี้ยนก็ฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังวิ่งหนี รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปจากใบหน้า

“เจียงเฉิน! นายจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ! ทิ้งฉันหนีไปคนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์เลย!”

“แฟร์? คุณชายเอี้ยน ถ้าอยากให้มันแฟร์จริง ๆ งั้นช่วยอย่าลากเต่าโหดนั่นมาให้ฉันด้วยได้ไหม?!”

เจียงเฉินหันไปตะโกนกลับด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะเหลือบไปมองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่กำลังลอยตามมาข้างหลังเซียวเอี้ยน มันคือเต่าตัวโตที่มีดอกม่วงอวี้บานสะพรั่งอยู่บนหัว กำลังบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

นั่นคือ เต่าม่วงอวี้ อสูรสายเลือดหายากธาตุดิน ที่ได้ชื่อนี้เพราะมันชอบนอนอยู่ใกล้ดอกม่วงอวี้ นิสัยปกติมันค่อนข้างสงบ แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นขณะหลับ จะกลายเป็นอสูรที่มีอารมณ์ตื่นนอนรุนแรงอย่างมาก

แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ กลิ่นอายพลังของเต่าตัวนี้มันเหนือกว่าพ่อกระต่ายเสียอีก

นี่มันอสูรวิญญาณชั่วร้ายระดับเงินชัด ๆ!

ต้องไปสู้กับเต่าม่วงอวี้ที่กำลังคลุ้มคลั่งหลังตื่นนอนเนี่ยนะ? เจียงเฉินไม่บ้าไปขนาดนั้นหรอก

“คิดว่าฉันอยากลากมันมาหารึไง! ฉันสู้เจ้านี่คนเดียวไม่ไหวต่างหากล่ะ!”

เซียวเอี้ยนตะโกนพลางถ่มน้ำลายอย่างโมโห พยายามเร่งฝีเท้าให้ทันเจียงเฉิน ทว่าไม่ทันไร เศษหินก้อนหนึ่งก็ลอยมาจากด้านหลังเฉียดหัวเขาไปนิดเดียว

และก่อนที่เขาจะทันได้ถอนหายใจโล่งอก หินอีกนับสิบก้อนก็ทยอยลอยตามมา ทำเอาเซียวเอี้ยนต้องวิ่งหลบอย่างอลหม่าน

“โอ๊ย! นี่มันจะเอาให้ตายเลยหรือไง! อารมณ์ตอนตื่นนอนนี่มันน่ากลัวจริง ๆ!”

จบบทที่ บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว