- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว
บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว
บทที่ 25 อารมณ์ตอนตื่นนอนช่างน่ากลัว
กรร!
แม้อุ้งเท้าจะบาดเจ็บ แต่พ่อกระต่ายกลับไม่ยอมหยุด ความคลุ้มคลั่งของมันยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก สองอุ้งเท้าหวดออกไปจนเกิดเงาซ้อน พุ่งเข้าตะบันใส่ฟาไฉอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนฟาไฉนั้น กลับเปลี่ยนแนวทางโดยสิ้นเชิง มันละทิ้งการโจมตีไปชั่วคราว และนำพลังแสงทองทั้งหมดมารวมไว้ที่เกราะหนาม แถมปลายหนามยังยืดยาวและแหลมคมขึ้นกว่าเดิม
หลังจากถูกโจมตีอย่างรุนแรงไปหนึ่งรอบ อุ้งเท้าทั้งสองข้างของพ่อกระต่ายก็ฉีกขาดเละเทะ แทบไม่มีสภาพพอจะใช้ต่อสู้ได้อีก
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น พ่อกระต่ายก็ยังไม่ยอมหยุด มันโผเข้ากอดรัดฟาไฉแน่น ก่อนจะอ้าปากกว้างจ้องจะกัดเข้าที่ตัวของมันอย่างบ้าคลั่ง
พ่อกระต่ายที่ถูกยั่วยุถึงขีดสุด ได้หลุดพ้นจากความเป็นสัตว์อสูรน่ารักโดยสิ้นเชิง เขี้ยวคู่หน้าที่เคยขาวกลับถูกห่อหุ้มด้วยประกายโลหิตสีแดงเข้ม
ทักษะเผ่าพันธุ์ เขี้ยวโลหิต!
คราวนี้มันเอาจริงแล้ว และจะกัดให้ขาดจริง ๆ!
เมื่อเทียบขนาดของพ่อกระต่ายกับฟาไฉ หากโดนกัดเข้าเต็ม ๆ หัวของฟาไฉคงจะขาดกระเด็นแน่นอน
“ฟาไฉ กลับมา!”
เจียงเฉินเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วถึงกับใจหาย รีบเรียกใช้มิติอัญเชิญทันทีเพื่อพาฟาไฉกลับเข้าไป
แม้ในอดีตเปลวเพลิงทองคำจะเคยต่อสู้ชนะศัตรูที่เหนือชั้นกว่าระดับตัวเองมาแล้ว แต่นั่นเพราะมันเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์กลายพันธุ์หายาก โดยธรรมชาติจึงสามารถต้านระดับได้
แต่ฟาไฉนั้นทั้งระดับพลังและสายเลือดต่างก็เป็นรอง แม้จะมีทักษะแห่งชีวิตก็ยังไม่อาจลบช่องว่างนี้ได้ทั้งหมด
ตอนนี้ หากฟาไฉกลับเข้าไปพักในมิติอัญเชิญเสียก่อน พอพ่อกระต่ายเข้าสู่ช่วงอ่อนแรงหลังคลุ้มคลั่ง มันก็จะสามารถจัดการได้ไม่ยาก
อ่ะจิ๊!
ทว่า... ฟาไฉกลับไม่ตอบสนองต่อคำเรียกของเจียงเฉินแม้แต่น้อย กลับกัน มันกลับยกเลิกการป้องกันจากเกราะหนามเสียเอง
ในขณะที่เจียงเฉินจ้องมันตาค้าง เกราะหนามก็เปลี่ยนรูปร่างไหลรวมอย่างรวดเร็วราวของเหลว มารวมตัวอยู่ที่กรงเล็บของฟาไฉ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดยาวสองเล่ม
และในพริบตานั้น ใบมีดสีทองก็ไขว้เข้าแน่นที่ลำคอของพ่อกระต่าย ก่อนที่มันจะทันหลบหรือแม้แต่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หัวของมันก็ถูกตัดสะบั้นลงตรงหน้า
ศีรษะของพ่อกระต่ายตกลงกระแทกพื้น พลังที่เคยอัดแน่นในเขี้ยวโลหิตก็ค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงร่างไร้ชีวิต
อ่ะจิ๊!
ฟาไฉที่สามารถคว้าชัยชนะจากศัตรูที่มีระดับสูงกว่าทั้งสองด้านได้สำเร็จมีสีหน้าฮึกเหิมอย่างที่สุด แต่ก็ยังไม่ลืมความระมัดระวัง มันค่อย ๆ ใช้เท้าเขี่ยหัวของพ่อกระต่ายไปด้านข้าง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นรอรับคำชมจากเจียงเฉินอย่างภาคภูมิ
ก็ผู้อัญเชิญเคยบอกไว้นี่นา ว่าแม้หัวขาดไปแล้วก็ยังอาจถูกกัดได้ ห้ามแตะเด็ดขาด!
เมื่อเห็นท่าทางของฟาไฉ เจียงเฉินก็หลุดหัวเราะออกมา เดิมทีเขาเตรียมคำตำหนิไว้ในใจแล้ว แต่สุดท้ายกลับพูดไม่ออก
เจ้าตัวแสบถึงกับจำคำที่เขาเคยพูดไว้ได้ขึ้นใจ แถมยังเชื่อฟังอย่างไม่ขัดขืนแบบนี้ จะให้เขาดุลงจริง ๆ ก็คงไม่ลง
“ทำได้ดีมาก แต่อย่าทำอะไรที่เสี่ยงแบบนี้อีกล่ะ”
เจียงเฉินพูดพลางลูบหัวฟาไฉเบา ๆ ก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูออกมาค่อย ๆ เช็ดเลือดที่เปื้อนตามตัวให้มัน ส่วนฟาไฉก็หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
แต่ระหว่างที่เจียงเฉินเช็ดได้เพียงครึ่งหนึ่ง ฟาไฉก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ มันวิ่งไปที่ร่างของพ่อกระต่ายแล้วเริ่มคุ้ยค้นด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
อ่ะจิ๊!
ท่ามกลางเสียงร้องยินดีของมัน ฟาไฉก็ควานพบแก่นผลึกสีแดงอ่อนก้อนหนึ่งออกมาจากร่างกระต่าย
เมื่อเทียบกับแก่นพลังที่เจียงเฉินเคยเห็นมา ก้อนนี้มีขนาดใหญ่กว่าชัดเจน ผิวของมันยังเปล่งประกายเรืองรองด้วยแสงสีเลือดเบาบาง
เจียงเฉินรับแก่นพลังจากฟาไฉมา แล้วเช็ดให้สะอาด ก่อนจะยกขึ้นส่องดูใต้แสงอาทิตย์
ภายในผลึกใสราวแก้วไร้สิ่งเจือปนใด ๆ บ่งบอกถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ
“น่าเสียดาย... ไม่ใช่สายพันธุ์กลายพันธุ์อีกแล้ว”
เจียงเฉินถอนหายใจออกมาเบา ๆ
แม้ในบันทึกของลู่โหยวจะเขียนไว้ว่า “น่าจะ” เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ แต่พอจัดการไปสองตัวกลับไม่ใช่ทั้งคู่ มันก็อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
อย่างไรก็ดี พอนึกถึงการต่อสู้ที่เพิ่งจบไป เขาก็อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้เช่นกัน...
แม้การต่อสู้กับพ่อกระต่ายที่มีระดับสูงกว่าถึงสองขั้นจะอันตรายมากพออยู่แล้ว แต่ถ้ามีสายพันธุ์กลายพันธุ์โผล่มาอีกตัวละก็... คราวนี้คงต้องหนีเอาตัวรอดสถานเดียว
“แต่แบบนี้มันเริ่มจากฆ่าลูก มาจบที่ฆ่าพ่อ... ต่อไปจะมีปู่กระต่ายโผล่มาอีกหรือเปล่านะ?”
เจียงเฉินเก็บแก่นพลังใส่กระเป๋า แล้วหันไปมองร่างของกระต่ายลูกกับพ่อกระต่ายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ความคิดอันตรายบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
“ไม่เอา ๆ อย่ามาเลยจะดีกว่า...”
เจียงเฉินส่ายหัวไล่ความคิดนั้นออกจากใจ
ลูกกระต่ายอยู่ระดับเหล็กดำ พ่อกระต่ายระดับทองแดง งั้นถ้าปู่โผล่มาจริง ๆ ก็ไม่พ้นจะต้องเป็นระดับเงินแน่ ๆ
และเขายังไม่บ้าพอที่จะเอาระดับเหล็กดำไปชนกับระดับเงินหรอกนะ
แม้วันนี้จะไม่ได้เจออสูรสายพันธุ์กลายพันธุ์ แต่การที่ได้แก่นพลังระดับทองแดงมาก้อนหนึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย
ตามราคาตลาดของสหพันธ์ในตอนนี้ แก่นพลังระดับทองแดงหนึ่งก้อนมีมูลค่าประมาณ 3,000 เหรียญสหพันธ์ เทียบเท่ากับแก่นพลังระดับเหล็กดำถึงสองก้อนเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเจียงเฉินไม่มีความคิดจะเอามันไปแลกเป็นระดับเหล็กดำ เพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่าแก่นพลังระดับทองแดงนี้ จะสามารถเพาะเหรียญทองออกมาได้หน้าตาแบบไหน
“เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน วันนี้แกก็คงเหนื่อยแย่แล้ว”
เจียงเฉินลูบหัวฟาไฉเบา ๆ ก่อนจะยกมันขึ้นมาวางบนบ่าด้วยความทะนุถนอม
อ่ะจิ๊~
ฟาไฉพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะขดตัวลงนอนบนบ่าเจียงเฉินแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านศึกหนักมาสองครั้งติด พลังของมันก็แทบจะถูกใช้ไปจนหมดแล้ว การสู้ต่อไปคงไม่ใช่ความคิดที่ดี
เจียงเฉินยิ้มบาง ๆ ขณะมองดูฟาไฉที่หลับสนิท ก่อนจะหันไปมองยังส่วนลึกของทุ่งดอกไม้ชิงเฟิง
หากนับตามเวลา เซียวเอี้ยนก็น่าจะเก็บดอกม่วงอวี้เสร็จแล้ว คงได้เวลาไปสมทบกับเขาเสียที
อย่างไรเสียก็เป็นเพื่อนร่วมห้อง จะปล่อยอีกฝ่ายทิ้งไว้ที่นี่จริง ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่อง
“เจียงเฉิน! เจียงเฉิน!!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงของเซียวเอี้ยนก็ดังมาจากด้านไกล เจียงเฉินเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นเซียวเอี้ยนกำลังวิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ พร้อมโบกไม้โบกมือไปด้วย
หมอนี่มาหาเองเลยเหรอ? แถมยังดูเร่งรีบขนาดนั้นอีก?
เจียงเฉินหรี่ตาลงอย่างแปลกใจ
แต่พอเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังเซียวเอี้ยน เขาก็หันหลังกลับแล้วโกยแนบโดยไม่รอช้า
“เจียงเฉิน! ช่วยฉันที! ฉันแค่เด็ดดอกไม้นิดเดียวเอง เจ้าเต่าเวรนี่มันจะไล่ฆ่าฉันแล้ว... เฮ้ย! อย่าหนีสิ!”
พอเห็นเงาของเจียงเฉิน เซียวเอี้ยนก็ฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังวิ่งหนี รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปจากใบหน้า
“เจียงเฉิน! นายจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ! ทิ้งฉันหนีไปคนเดียวแบบนี้มันไม่แฟร์เลย!”
“แฟร์? คุณชายเอี้ยน ถ้าอยากให้มันแฟร์จริง ๆ งั้นช่วยอย่าลากเต่าโหดนั่นมาให้ฉันด้วยได้ไหม?!”
เจียงเฉินหันไปตะโกนกลับด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะเหลือบไปมองสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่กำลังลอยตามมาข้างหลังเซียวเอี้ยน มันคือเต่าตัวโตที่มีดอกม่วงอวี้บานสะพรั่งอยู่บนหัว กำลังบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
นั่นคือ เต่าม่วงอวี้ อสูรสายเลือดหายากธาตุดิน ที่ได้ชื่อนี้เพราะมันชอบนอนอยู่ใกล้ดอกม่วงอวี้ นิสัยปกติมันค่อนข้างสงบ แต่ถ้าถูกปลุกให้ตื่นขณะหลับ จะกลายเป็นอสูรที่มีอารมณ์ตื่นนอนรุนแรงอย่างมาก
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ กลิ่นอายพลังของเต่าตัวนี้มันเหนือกว่าพ่อกระต่ายเสียอีก
นี่มันอสูรวิญญาณชั่วร้ายระดับเงินชัด ๆ!
ต้องไปสู้กับเต่าม่วงอวี้ที่กำลังคลุ้มคลั่งหลังตื่นนอนเนี่ยนะ? เจียงเฉินไม่บ้าไปขนาดนั้นหรอก
“คิดว่าฉันอยากลากมันมาหารึไง! ฉันสู้เจ้านี่คนเดียวไม่ไหวต่างหากล่ะ!”
เซียวเอี้ยนตะโกนพลางถ่มน้ำลายอย่างโมโห พยายามเร่งฝีเท้าให้ทันเจียงเฉิน ทว่าไม่ทันไร เศษหินก้อนหนึ่งก็ลอยมาจากด้านหลังเฉียดหัวเขาไปนิดเดียว
และก่อนที่เขาจะทันได้ถอนหายใจโล่งอก หินอีกนับสิบก้อนก็ทยอยลอยตามมา ทำเอาเซียวเอี้ยนต้องวิ่งหลบอย่างอลหม่าน
“โอ๊ย! นี่มันจะเอาให้ตายเลยหรือไง! อารมณ์ตอนตื่นนอนนี่มันน่ากลัวจริง ๆ!”