- หน้าแรก
- ทำไงได้ ก็ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้นี่หว่า
- 195 - มือปราบหญิง
195 - มือปราบหญิง
195 - มือปราบหญิง
195 - มือปราบหญิง
เว้นแต่ลิงพวกที่ถูกฝึกมาแสดงโชว์
ตอนนี้จัตุรัสเมืองไป๋อวิ๋นคึกคักยิ่งนัก ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ล้วนมีลิงโชว์อยู่ไม่ขาด
แน่นอนว่ายังมีนักแสดงกายกรรม ขายเพลงขับร้อง โชว์ฝีมืออื่นๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกที่อพยพหนีภัยจากทางเหนือ
เมืองไป๋อวิ๋นดีกว่าที่พวกเขาคาดไว้มาก จะได้เงินมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคือพวกเขาได้พบกับ "ความมั่นคง" ที่ไม่เคยมีมาก่อน
หาเลี้ยงชีพด้วยฝีมือ ไม่เคยมีมือปราบหรืออันธพาลข้างถนนมารังควาน
หลังจ่ายค่ากำจัดขยะประจำวัน รายได้ทุกบาทเป็นของตัวเองทั้งหมด!
เรื่องเช่นนี้ในอดีตคิดแทบไม่ถึง!
นี่ต่างหากคือวันเวลาที่สงบสุขอย่างแท้จริง!
แน่นอน การแสดงข้างถนนย่อมหนีไม่พ้นถูกคนดูหมิ่น
แต่พวกเขาก็ไม่ถือสา
อย่างไรเสียพวกเขาก็อาศัยความนิยมจากลูกค้าหาเลี้ยงชีพ โดนด่าบ้างถือว่าเล็กน้อย
และนั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอหรือถูกรังแกง่าย
กฎของเมืองไป๋อวิ๋นนั้น พวกเขารู้ดียิ่งกว่าคนในพื้นที่ ใครกล้ากดขี่พวกเขา พวกเขาก็แค่ใช้เหรียญทองแดงจ้างหมอดูความเขียนคำร้อง ฟ้องตรงขึ้นศาลทันที!
ดังนั้น คดีที่ว่าการมีมากขึ้นทุกวัน
ซานฉีคนเดียวรับมือไม่ไหว สุดท้ายต้องแจ้งท่านอ๋อง แล้วดึงตัวสือฉวนมาช่วย
สือฉวนเคยเป็นรองผู้ว่าการหย่งโจว เชี่ยวชาญด้านการพิจารณาคดีมากกว่าซานฉีหลายเท่า
บางคดีที่ซานฉีไม่เข้าใจ ยังต้องมาปรึกษาสือฉวน
ตอนนี้ที่ว่าการ มีสองคนหมุนเวียนกันนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีเป็นประจำ และบางครั้งเซียจ้าน เฉินเต๋อเซิ่งก็จะมาช่วยพิจารณาคดีสองสามคดี
บางคดีพิจารณาในวันสองวันยังไม่เสร็จ ไม่อาจตัดสินให้ประหารหรือส่งเข้าแรงงานได้ทันที
คุกเดิมที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของแม่ทัพตอนนี้ไม่พอใช้อีกต่อไป จำเป็นต้องสร้างเรือนจำใหม่ใกล้กับที่ว่าการ
ตอนนี้เรือนจำซานเหอ กลายเป็นสถานที่ที่ใครๆ ก็หวาดกลัว
คนที่เคยชอบมานั่งดูความวุ่นวายหน้าเรือนจำ ตอนนี้ก็หายไปเกือบหมด
ฟางปี้เดินตามหงอันอยู่หน้าเรือนจำ ชะเง้อคอมองเข้าไปไม่หยุด พูดอย่างสงสัยว่า
"หงอัน เจ้าคิดจะเป็นมือปราบหญิงจริงๆ หรือ?"
หงอันพยักหน้า "ข้าอายุสิบห้าแล้ว บอกกับพี่สาวหมิงเยว่ไปแล้วว่าไม่อยากเรียนต่อแล้ว อ่านหนังสือทีไรปวดหัวทุกที"
ฟางปี้พยักหน้า "ข้าก็ปวดหัวเหมือนกัน การเป็นมือปราบหญิงน่าจะองอาจมากเลย"
เขาอายุสิบเจ็ดแล้ว
ไม่ทันรู้ตัว เขาอยู่ซานเหอมาได้สามปีแล้ว
ระหว่างที่ทั้งสองพูดกัน หญิงสาวอีกคนก็เดินมาถึง สวมชุดกระฉับกระเฉง ยืนจ้องแผ่นอักษรแปดตัวใหญ่ที่ผนังหน้าลานว่า “รับสารภาพจะลดโทษ ขัดขืนจะหนักหน่วง”
"พี่สาวเจียงเจิน!"
หงอันร้องทักด้วยความดีใจ
ทั้งสองเคยเรียนโรงเรียนหญิงด้วยกัน จึงไม่ใช่คนแปลกหน้า
"น้องสาวเจียงเจิน!"
ฟางปี้พลอยเรียกตาม
"เจ้าฟางปี้ เจ้านี่อยากโดนตบอีกแล้วหรืออย่างไร"
เจียงเจินถลึงตาใส่เขา
ฟางปี้ยกมือขึ้นหดคอ ถอยหนึ่งก้าว
หญิงคนนี้เวลาลงไม้ลงมือไม่เคยออมแรง เขาไม่อยากมีเรื่องด้วยเลย
หงอันว่า "เจ้าก็จะมาเป็นมือปราบหญิงหรือ?"
"วันนี้ไม่ใช่วันรายงานตัวหรอกหรือ?"
เจียงเจินถอนใจ "อยู่บ้านไม่ไหวแล้ว พอไปอยู่กับแม่สาม พ่อข้าก็ตามไปโวยวายทุกวัน ทำให้แม่สามเดือดร้อน ข้าจึงมาที่ว่าการนี่แทน ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะกล้ามาก่อเรื่องในที่ว่าการ!"
หงอันว่า "เจ้าก็ไม่เรียนหนังสือแล้วหรือ?"
"เรียนหนังสือ?"
เจียงเจินตอบ "โรงเรียนมัธยมยังสร้างไม่เสร็จ ต่อให้สร้างเสร็จแล้ว ท่านพ่อก็ไม่ให้ข้าไป เขาจะให้ข้าแต่งงาน ข้าไม่อยากแต่งกับพวกผู้ชายสกปรกพวกนั้น"
หงอันว่า "สายแล้ว พวกเราเข้าไปกันเถอะ"
เจียงเจินตอบตกลง ทั้งสองก็เดินเข้าไปในที่ว่าการ ฟางปี้รออยู่ด้านนอกคนเดียว
ยามเฝ้าประตูต่างรู้จักสาวสองคนนี้ดี พอพวกนางเข้ามาก็ชี้ทางไปยังห้องของมือปราบทันที
ทั้งสองเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ผ่านประตูเล็กสามชั้น ด้านในก็กว้างขวางทันใด
"พี่หวัง!"
หงอันร้องทักหวังซวีที่กำลังยกหินทรงกลมอยู่ในลาน
หวังซวีพยักพเยิดไปทางห้องๆ หนึ่ง "หัวหน้าอยู่ข้างในเอง พวกเจ้าก็เข้าไปได้เลย"
หงอันมองหินในมือเขาอย่างไม่เข้าใจ
"พี่ทำอะไรอยู่หรือ?"
ยังไม่ทันที่หวังซวีจะตอบ เจียงเจินก็หัวเราะแล้วว่า
"โดนลงโทษสิ ยังจะมีอะไรอีกล่ะ"
"นางเด็กนี่ ปากไม่เว้นเลยนะ"
หวังซวียิ้มแสยะ "เหมือนพ่อเจ้าไม่มีผิด ปากคมเสียจริง"
เจียงเจินเบ้ปาก "ข้าไม่เหมือนเขาสักหน่อย!"
พูดพลางก็จูงมือหงอันเข้าไปในห้อง
เฉินซินลั่วเอนกายอยู่บนเก้าอี้ ขยี้ขมับเบาๆ ได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลุกขึ้นนั่งตรง
"หัวหน้ามือปราบเฉิน..."
"พี่เฉิน..."
หงอันแอบมองเจียงเจินอย่างประหลาดใจ
พี่?
ทั้งสองสนิทกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
"นั่งเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ"
เฉินซินลั่วยืนขึ้น รินชาให้สองสาวด้วยตนเอง "อากาศร้อน ดื่มชาหน่อยเถอะ"
คนหนึ่งเป็นศิษย์รักของผู้ดูแล คนหนึ่งเป็นศิษย์คนโปรดของหมิงเยว่ เขาไม่กล้าละเลยใครเลย
"ขอบคุณพี่เฉิน"
เจียงเจินยิ้ม "พวกเราสองคนมารายงานตัว ฝากพี่เฉินดูแลด้วยนะ"
"ต่างคนต่างดูแลกัน"
เฉินซินลั่วนั่งลงแล้วยิ้ม "ตอนนี้มีมือปราบหญิงยี่สิบสามคน หัวหน้าคือเฉาเสี่ยวหวน รวมพวกเจ้าเป็นยี่สิบห้าคน"
เจียงเจินว่า "เฉาซื่ออู๋?" (สตรีแซ่เฉาภรรยาคนแซ่อู๋)
"เฉาซื่ออะไรกัน"
เฉินซินลั่วหัวเราะ "เฉาเสี่ยวหวนหย่าขาดกับอู๋เต๋อปังไปนานแล้ว"
เจียงเจินว่า "ที่แท้ก็เป็นนางจริงๆ ด้วย"
สมัยก่อน "เฉาซื่อแห่งถนนตะวันตก" เคยฟ้องหย่าสามีอู๋เต๋อปังจนเป็นเรื่องใหญ่สะเทือนเมืองไป๋อวิ๋น
เฉินซินลั่วพยักหน้า "จากนี้พวกเจ้าก็อยู่ภายใต้การดูแลของนาง ทำตามคำสั่งทุกอย่าง
ที่นี่ไม่เหมือนบ้าน ไม่เหมือนโรงเรียน มีระเบียบของตัวเอง หากละเมิด ข้าก็ช่วยพวกเจ้าไม่ได้"
ในใจแอบเสริมอีกประโยค — เว้นเสียแต่ท่านอาจารย์ของพวกเจ้าออกหน้าให้!
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"
ทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
"ดีมาก"
เฉินซินลั่วตะโกนเสียงดัง
"หวังซวี!"
"มาแล้ว!"
หวังซวีโยนหินทิ้งดัง ปึง วิ่งเข้ามาเช็ดเหงื่อ
"หัวหน้า ท่านเรียกข้า?"
เฉินซินลั่วแค่นเสียง
"ลงโทษเอาไว้ก่อน ตอนนี้พานางทั้งสองไปหาเฉาหัวหน้าเถอะ"
"ขอบคุณหัวหน้า!"
หวังซวียกมืออย่างดีใจ
"คุณหนูทั้งสอง เชิญตามข้ามาเถอะ"
สองสาวเดินตามเขา แต่กลับเดินออกจากที่ว่าการเสียอย่างนั้น
เจียงเจินว่า "พวกเราจะไม่ได้อยู่ที่ว่าการแล้วหรือ?"
หวังซวีว่า "ตามคำสั่งท่านอ๋อง เรือนจำแยกเป็นเรือนจำชายและหญิง ชายก็ให้ชายเฝ้า หญิงก็ให้หญิงเฝ้า
มือปราบหญิงมีน้อย แค่พอดูแลเรือนจำหญิง เลยต้องไปประจำอยู่ที่นั่น
แม้อยู่หลังที่ว่าการ แต่ไม่ได้ทะลุถึงกัน ต้องอ้อมไปอีกทางหนึ่ง"
เจียงเจินยิ้ม "พี่หวัง ท่านพูดอ้อมไปอ้อมมานัก"
หงอันว่า "อย่างนั้นพวกเราต่อไปทำได้แค่เฝ้าเรือนจำ ออกไปทำคดีไม่ได้แล้วหรือ?"
หวังซวียิ้ม
"ก็เพราะท่านอ๋องเห็นใจนั่นแหละ สาวๆ จะไปต่อสู้ฆ่าฟันได้อย่างไร"
หงอันพูดเรียบๆ "พี่หวัง ข้าอยู่ขั้นเจ็ดแล้วนะ"
"ท่านอ๋องเป็นคนสั่งเอง"
หวังซวีมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของหงอันแล้วอดหัวเราะไม่ได้
อยากเอาเรื่องก็ไปหาท่านอ๋องสิ!
ดูสิว่าอาจารย์เจ้าจะไม่ทุบขาเจ้าหักเลยหรือไม่!
………..