เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

100 - กระบี่ไร้ระดับ

100 - กระบี่ไร้ระดับ

100 - กระบี่ไร้ระดับ


100 - กระบี่ไร้ระดับ

หลังจากดื่มเสร็จ เขายังทำท่าทางตามหลินอี้ เคี้ยวเปล่งเสียง "แจะๆ" ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเสิ่นชูกับหมิงเยว่อีกหลายคน

พวกนางถึงกับเผลอคิดไปว่า ผู้ดูแลผู้นี้ของพวกนาง เป็นคนจิตใจใสซื่อและอ่อนโยนเสียจริง!

หลินอี้โบกมือพลางกล่าว “เอาล่ะ กลับไปนอนกันเถอะ ไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าข้าอย่างจงใจนัก

เรือนี่อย่างน้อยก็ดีอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่มียุง ต่อให้นอนข้างนอกก็ไม่เป็นไร”

สิ่งที่ทำให้เขาลำบากใจที่สุดในซานเหอ ก็คือพวกยุงในฤดูร้อนที่บังแสงอาทิตย์จนมืดมิด

หากยุงมีน้อยลง สารพัดโรคก็จะน้อยลงด้วย

แต่หมิงเยว่กับพวกยังคงไม่ขยับเขยื้อน

หลินอี้จนใจ จึงลุกเข้าไปในห้องพักในเรือ เพราะหากเขาไม่นอน คนรอบตัวก็ไม่มีใครกล้านอน

อาจจะเพราะเหนื่อยจัด เมื่อล้มตัวลงนอนบนกระดาน ก็เผลอหลับไปในไม่ช้า

เมื่อตื่นขึ้นมา แสงแดดจัดจ้าได้แผดเผาห้องเรือจนกลายเป็นห้องอบ

เหงื่อออกทั่วร่าง

น้ำจืดบนเรือมีจำกัด เขาจึงเพียงล้างหน้าอย่างลวกๆ แล้วหาอะไรกินเล็กน้อย

แม้จะไม่ได้ออกทะเล แต่บนดาดฟ้าก็ยังคึกคักอยู่ตลอด ไม่ใช่ลูกเรือจำนวนมากกำลังล้างพื้นดาดฟ้า และมีไม่น้อยที่ผิวคล้ำตัวเล็ก

หลินอี้เพ่งมองอย่างตั้งใจ แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะแดดเผาแน่นอน

“พวกนี้เป็นชนพื้นเมืองจากหมู่เกาะทะเลใต้”

ตู้อิ๋งเหนียงปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหลินอี้ กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ยอมรับอารยธรรมแห่งราชสำนัก แต่พอจะทำงานหนักพวกนี้ได้”

“ดูๆ แล้วก็ขยันดีนะ”

หลินอี้หัวเราะกล่าว “ได้ยินว่าหลายปีมานี้เกิดศึกสงครามหนัก ผู้คนไม่น้อยพากันอพยพไปหมู่เกาะทะเลใต้ จริงหรือไม่?”

ตู้อิ๋งเหนียงกล่าว “ท่านอ๋องช่างรู้กว้าง จริงตามนั้น เพียงเพราะต่างต้องการเลี้ยงชีพ แม้ชีวิตลำบาก แต่ก็ไม่ต้องถูกขูดรีดมากนัก”

หลินอี้พยักหน้า ทันใดนั้นก็เห็นเรือแจวลำหนึ่งแล่นมาจากผิวน้ำ

แม้ทะเลจะเต็มไปด้วยเรือ แต่ลำนี้กลับสะดุดตาเป็นพิเศษ

ชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่ง เสื้อคลุมปลิวไสว ยืนอยู่บนเรือโดยไม่มีใบเรือ ไม่มีคนแจว แต่เรือกลับแล่นมาทางนี้ด้วยความเร็วไม่น้อย

“เย่ชิว...”

คิ้วของตู้อิ๋งเหนียงขมวดแน่น

เหวินเฉียนกับคนอื่นๆ ล้วนแสดงท่าทีระวังภัย เสิ่นชูกับพวกมองไปยังหงอิ๋งที่ยืนข้างหลินอี้ แต่ก็ยังไม่ลงมือ ทำเพียงจ้องดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ

ชายหนุ่มบนเรือ ยังไม่ทันเทียบเข้าฝั่ง ก็ยืนตัวตรง ก้าวกระโดดขึ้นเรือใหญ่ลงอย่างแผ่วเบา

จากนั้นเขาก็อุ้มกระบี่ไว้แนบอก จ้องมองตู้อิ๋งเหนียงไม่วางตา

หลินอี้ในฐานะบุรุษคนหนึ่ง กลับมองไม่เห็นความโลภใดๆ ในแววตาของเขา

ไม่เหมือนสายตาของบุรุษที่มองสตรีเลยสักนิด

“บุตรนอกสมรสตระกูลเย่ เย่ชิว มือกระบี่อันดับหนึ่งแห่งซานเหอ”

ฉีเผิงอธิบายให้หลินอี้เข้าใจ “เป็นที่เลื่องลือว่าเป็นคนคลั่งกระบี่”

หลินอี้หัวเราะพลางกล่าว “ดูท่าแต่งตัวเจ้าสำอางแบบนี้ ระดับฝีมือต้องไม่ธรรมดาสินะ?”

ฉีเผิงส่ายหน้ากล่าว “เขาไม่มีระดับฝีมือ”

หลินอี้กล่าวด้วยความสงสัย “ไม่มีระดับ แล้วจะเรียกว่ามือกระบี่ได้อย่างไร?”

ฉีเผิงตอบ “เพราะเขาไม่มีวิชากายเนื้อ ไม่มีพลังภายใน มีเพียงกระบี่เท่านั้น”

หลินอี้นิ่งงัน แล้วมองชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง

ประหลาดแท้

ระดับฝีมือในยุทธภพถูกกำหนดจากวิชาภายในเป็นหลัก ถ้าไม่มีวิชาภายในก็จัดระดับไม่ได้

“ข้ามีกระบี่ มีปราณกระบี่ก็เพียงพอแล้ว”

ชายหนุ่มมองไปทางฉีเผิง แล้วยิ้ม กล่าวขึ้นว่า “ท่านอยากลองดูกระบี่ข้าสักหน่อยไหม?”

สีหน้าฉีเผิงเปลี่ยนไปทันที คล้ายถูกขนนกจี้หลัง รีบกลิ้งรถเข็นไปหลบหลังหลินอี้

พักใหญ่ถึงจะถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วหัวเราะกล่าว “ข้าก็แค่คนพิการคนหนึ่ง ไหนเลยจะคู่ควรให้ท่านลงมือ”

เย่ชิวเอากระบี่ค้ำไว้กับพื้น หันกลับไปมองตู้อิ๋งเหนียงอีกครั้ง

ตู้อิ๋งเหนียงหน้าตึง กัดฟันกล่าว “เย่ชิว เจ้าจะก่อเรื่องอีกนานแค่ไหน!”

เย่ชิวส่ายหน้ากล่าว “ห้าปีแล้ว ทุกครั้งที่เห็นเจ้า กระบี่ข้าก็สั่นไหว”

ตู้อิ๋งเหนียงกัดฟันแน่นกล่าว “กระบี่เจ้าสั่นหรือไม่ เกี่ยวอันใดกับข้า?”

เย่ชิวกล่าว “แม่นางงามล่มเมือง ใจข้าหวั่นไหว จิตกระบี่ก็หวั่นไหว”

“แล้วเมื่อใดเจ้าจะถือกระบี่ได้มั่นเสียที?”

หลินอี้อดไม่ได้ ก้าวเท้าไปข้างหน้าเข้าใกล้ชายหนุ่มเรื่อยๆ

หงอิ๋งก้าวตามมาติดๆ

“แน่นอนคือเมื่อข้าสามารถแทงกระบี่ใส่นางโดยไม่ลังเลสักนิด”

เย่ชิวจ้องมองหงอิ๋งไม่กะพริบ มือที่จับกระบี่แน่นขึ้น “เพราะเพียงแค่ผิวนาง ข้าก็ไม่อาจสงบใจ มันไม่สมควรเลย เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่?”

“เจ้ารู้จักคำว่า รูปไม่ต่างจากอนัตตา อนัตตาไม่ต่างจากรูป รูปคืออนัตตา อนัตตาคือรูป หรือไม่?”

เจอคนประหลาดแบบนี้ หลินอี้ถึงกับตาโต

เย่ชิวหัวเราะกล่าว “ท่านก็เป็นบุรุษประหลาดแท้ ข้าขอรับคำสอน

แต่ข้ายังไม่มีความคิดจะเข้าวัดปลงใจ”

หลินอี้กล่าวพลางกอดอก “ตามข้าว่า กระบี่ของเจ้าฝึกมา ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย”

เย่ชิวได้ยินเช่นนี้ มิได้ขุ่นเคืองแม้แต่น้อย กลับเชิดหน้าขึ้นกล่าว “เมื่อห้าปีก่อน จิตกระบี่ข้าเป็นหนึ่ง เดินทั่วแผ่นดิน ยังไม่เคยแพ้แม้สักครั้ง”

หลินอี้กล่าวอย่างดูแคลน “เช่นนั้นเจ้าชนะมหาปรมาจารย์ทั้งแผ่นดินได้แล้วสิ?”

เย่ชิวส่ายหน้ากล่าว “มหาปรมาจารย์ทั้งเจ็ดของแผ่นดิน ข้าได้ยินเพียงชื่อ ยังไม่เคยพบตัว”

ตู้อิ๋งเหนียงแค่นเสียงเย็นกล่าว “เจ้าชนะบิดาข้าได้ ก็พอให้เจ้าภูมิใจแล้ว”

“เจ้าชนะตู้ซานเหอได้หรือ?”

หลินอี้ถึงกับประหลาดใจ

เจ้านี่ท่าทางเหมือนพวกเด็กชอบทำเท่ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนมหาปรมาจารย์เลย!

กระทั่งเขายังรู้สึกว่าเพียงหมัดเดียวก็อาจซัดอีกฝ่ายล้มได้!

ดูรูปร่างบอบบางนั่นสิ ลมพัดแรงนิดก็ปลิวแล้วกระมัง!

เย่ชิวไม่กล่าวรับหรือปฏิเสธ เพียงยิ้มกล่าว “กระบี่ข้าเร็วกว่าที่ท่านคิด”

“แค่นี้น่ะหรือ?”

หลินอี้ทำหน้าไม่สบอารมณ์ ไม่ชอบท่าทางเจ้าสำอางของอีกฝ่าย แค่นเสียงเย็นกล่าว “ข้ามีสหายคนหนึ่ง ชื่อว่ามารกระบี่!”

“มารกระบี่?”

เย่ชิวขมวดคิ้วทันที เพียงได้ยินเรื่องเกี่ยวกับกระบี่ก็ทำให้เขาสนใจทันที

“ท่องยุทธภพมากว่าสามสิบปี พิชิตวีรบุรุษทั่วหล้า ตลอดชีวิตตามหาคู่มือแต่ไม่เคยพบ”

เห็นสีหน้าอีกฝ่าย หลินอี้ก็ยิ่งได้ใจ “กระบี่เล่มแรกของเขาชื่อ ‘คมกระบี่เขียว’ ดุดันทรงพลัง ไม่สิ่งใดต้านได้ ก่อนอายุยี่สิบใช้มันสู้กับยอดฝีมือแห่งเหลียงโจว

กระบี่เล่มที่สองชื่อ ‘กระบี่อ่อนจื่อเว่ย’ ใช้ก่อนอายุสามสิบ บังเอิญทำร้ายสหายผู้มีคุณธรรมจนสำนึกผิดนัก จึงโยนทิ้งลงหุบเหว

กระบี่เล่มที่สามชื่อ ‘กระบี่หนักเหล็กดำ’ หนัก ไร้คม พลังสูงยากหยั่งถึง

ก่อนอายุสี่สิบใช้มันย่ำยุทธภพ!”

ลมหายใจของเย่ชิวเริ่มหนักขึ้น

ไม่เพียงเขาเท่านั้น

ทุกสายตาในที่นั้นล้วนจับจ้องมาทางหลินอี้

พิชิตวีรบุรุษทั่วแผ่นดิน ช่างน่าครั่นคร้ามเพียงใด!

(ไอ้ที่ไล่มาทั้งหมดก็คือประวัติของมารกระบี่แสวงพ่าย ต๊กโกวคิ้วป้าย (ตู๋กูชิวป่าย) คนที่ทิ้งคำภีร์กระบี่ไว้ให้เอี้ยก้วย(หยางกว๋อ) พระเอกนิยายชุดมังกรหยกภาค 2 ของปรมาจารย์กิมย้ง)

“ยังอยากฟังต่อหรือไม่?”

หลินอี้ยิ้มกล่าว

“ขอรับคำสอนจากท่าน!”

เย่ชิวโค้งคำนับอย่างจริงจัง

“หลังอายุสี่สิบ ไม่ยึดติดกับวัตถุ ใบไม้ กิ่งไม้ ไม้ไผ่ หินผา ล้วนกลายเป็นกระบี่ได้

จากนั้นฝึกฝนให้ล้ำลึก ไปถึงจุดที่ไร้กระบี่เหนือกว่ามีกระบี่!”

เมื่อพูดจบ หลินอี้ก็หันไปมองทะเลกว้างอย่างสงบ

“ไร้ยึดติดกับวัตถุ...”

เย่ชิวพึมพำกับตนเอง แล้วตะโกนลั่นพลางหัวเราะเสียงดัง “เช่นนั้นข้ายังจะเอากระบี่ไว้ทำไม...”

ท่ามกลางสายตาเหลือเชื่อของทุกคน เขาขว้างกระบี่ลงทะเล

จากนั้นก็กระโดดลงเรือแจว

ทุกคนมองเรือแจวลำนั้นที่ลอยลับไปไกลด้วยความตกตะลึง

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

……….

จบบทที่ 100 - กระบี่ไร้ระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว