- หน้าแรก
- ฺซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบข่าวกรองจากสวรรค์
- บทที่ 21: คนใหญ่คนโตเหรอ ?
บทที่ 21: คนใหญ่คนโตเหรอ ?
บทที่ 21: คนใหญ่คนโตเหรอ ?
บทที่ 21: คนใหญ่คนโตเหรอ ?
“รอเลี้ยงไปสักพักก็จะเก็บน้ำผึ้งได้แล้ว ไม่ต้องรีบร้อน ตอนนี้การเพาะเลี้ยงนางพญาผึ้งตัวใหม่สำคัญที่สุด”
หลี่เทียนมีความมั่นใจในการเพาะเลี้ยงนางพญาผึ้งอย่างมาก
ขอเพียงแค่ทำให้ฝูงผึ้งอยู่ในภาวะที่มีการเลี้ยงดูตัวอ่อนมากเกินไป ก็จะสามารถกระตุ้นให้ฝูงผึ้งเร่งสร้างนางพญาผึ้งขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีน้ำพุวิญญาณช่วยการทำเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องง่ายมากโดย เฉพาะน้ำพุวิญญาณสีม่วงยิ่งให้ผลที่ยอดเยี่ยม
ด้วยความคาดหวังเช่นนี้หลี่เทียนก็เติมหยดน้ำพุวิญญาณสีม่วงลงไปในโอ่งน้ำอีกหนึ่งหยด
หลังจากเจือจางเรียบร้อยแล้วก็ยังคงนำไปใส่ในถังไม้ที่มีสำลีอยู่เพื่อให้ผึ้งดื่มน้ำ ส่วนนางพญาผึ้งนั้นแน่นอนว่าต้องให้หยดน้ำพุวิญญาณสีม่วงขนาดเล็กแก่เธอกินโดยเฉพาะหนึ่งหยด อาจจะเป็นเพราะสรรพคุณของหยดน้ำพุวิญญาณสีม่วงนั้นยอดเยี่ยม ผึ้งเหล่านี้จึงไม่เคยต่อยเขาเลย หรือแม้กระทั่งนางพญาผึ้งก็เริ่มที่จะเข้ามาใกล้เขาเอง หลี่เทียนรู้สึกว่าหากเลี้ยงต่อไปแบบนี้
ผึ้งเหล่านี้อาจจะกลายเป็นลูกน้องของเขา เชื่อฟังคำสั่งของเขาทุกอย่าง นี่ช่างน่าสนใจจริง ๆ
ด้วยอารมณ์ที่ดีเขาจึงล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ในมิติมีหนังสืออยู่มากมายหนังสือบางเล่มก็มีประโยชน์กับเขาค่อนข้างมาก เมื่อมีเวลาเขาย่อมต้องอ่านสักพักอย่างแน่นอน
เมื่อถึงช่วงสาย
ผู้ใหญ่หนิวก็นำชาวบ้านสองสามคนนำวัสดุสำหรับทำก้อนเชื้อเห็ดมาส่ง ปริมาณไม่น้อยเลยทีเดียวนี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชาวบ้านที่อยากจะทำเงิน
หลี่เทียนก็ไม่รีรอเช่นกันนำชาวบ้านเริ่มทำงานอย่างขะมักเขม้นทันที
........
อีกด้านหนึ่ง
หมู่บ้านตระกูลหลิ่วที่อยู่ข้างๆ ผู้ใหญ่บ้านหลิ่วกำลังนั่งฟังรายงานของหลิ่วเฟยอย่างเงียบ ๆ
หมู่บ้านของพวกเขากับหมู่บ้านตระกูลหนิวความสัมพันธ์ไม่ดีต่อกัน ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ชอบหน้ากัน
ตอนนี้หลี่เทียนหาธุรกิจทำเงินมาให้หมู่บ้านตระกูลหนิว พวกเขาย่อมต้องสืบให้รู้เรื่องอย่างแน่นอน
จากการสืบเสาะของหลิ่วเฟย พวกเขาก็ได้รู้เรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว
“ฟืนเหรอ ? หมู่บ้านตระกูลหนิวร่วมมือกับโรงงานเครื่องจักรในระยะยาว ? ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง !”
ผู้ใหญ่บ้านหลิ่วพลันเข้าใจในทันทีจากนั้นก็วางใจลง
งานแบบนี้ก็แค่ได้เงินที่มาจากความเหนื่อยยาก การตัดฟืนค่อนข้างลำบากระยะทางก็ค่อนข้างไกล
คนสองคนวุ่นวายทั้งวันยังต้องให้อาหารล่ออีก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการลงทุน
หากเกิดลมพัด ฝนตกอะไรขึ้นมา รายได้ก็จะได้รับผลกระทบ
บวกกับงานนี้ไม่มีอนาคตอะไร ผู้ใหญ่บ้านหลิ่วย่อมต้องวางใจลงโดยธรรมชาติ
แต่งานนี้หากมอบให้กับหมู่บ้านตระกูลหลิ่ว ผู้ใหญ่บ้านหลิ่วย่อมยินดีรับร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน
อย่างไรเสียนี่ก็เงินเดือนละ 30 หยวนเลยนะ เขาอยากได้มากแต่เขาก็ไม่สามารถพูดแบบนั้นได้
พวกเขากับหมู่บ้านตระกูลหนิวความสัมพันธ์ไม่ดีต่อกัน ย่อมต้องแสดงท่าทีดูถูกอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ลำบากถึงขนาดนี้กับได้แค่ 30 หยวน ข้านึกว่าหลี่เทียนจะเก่งกาจสักแค่ไหนที่แท้ก็แค่นี้เอง”
“ผู้ใหญ่บ้านครับ 30 หยวนก็ไม่น้อยเลยนะครับ ผมทำงานสามเดือนยังไม่ได้สามสิบหยวนเลย” หลิ่วเฟยเตือน
“ข้ารู้แล้วต้องให้แกมาบอกรึไง ?” ผู้ใหญ่บ้านหลิ่วตอกกลับอย่างไม่พอใจแล้วกล่าวต่อ
“รอให้ปัญญาชนผู้มีความรู้มาถึงหมู่บ้านก่อน เราจะทำเงินได้มากมายแน่ เงินเล็กน้อยของหลี่เทียนแค่นี้พวกเราไม่ชายตามองเลยด้วยซ้ำ”
“ถ้าสามารถทำเงินได้มากมายก็ดีเลยสิครับ ถึงตอนนั้นพวกเรายังสามารถกดขี่หมู่บ้านตระกูลหนิวต่อไปได้”หลิ่วเฟยกล่าว
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วอีกไม่นานแล้ว อีกไม่นานก็จะมีปัญญาชนผู้มีความรู้มาถึง”
“ช่างตั้งตารอจริง ๆ”
คนทั้งสองพูดคุยกันอย่างมีความสุขต่างก็คาดหวังว่าปัญญาชนผู้มีความรู้จะมาถึงในเร็ววัน
พวกเขาหารู้ไม่ว่าปัญญาชนผู้มีความรู้ กับปัญญาชนผู้มีความรู้ก็มีความแตกต่างกัน
ไม่ใช่ว่าปัญญาชนผู้มีความรู้ทุกคนจะเก่งกาจเหมือนหลี่เทียน
ปัญญาชนผู้มีความรู้ส่วนใหญ่ธรรมดามากก็แค่มีใจรักแรงกล้าเท่านั้น
แน่นอนว่าก็มีบางส่วนที่ทำความผิดถูกส่งตัวมา พวกเขาก็เป็นปัญญาชนผู้มีความรู้เช่นกัน
คนเหล่านี้คือพวกตัวปัญหาก่อเรื่องยุ่งยากได้ง่าย
…
หมู่บ้านตระกูลฉิน
ในตอนนี้คนในหมู่บ้านตระกูลฉินกำลังวุ่นวายกันอย่างขะมักเขม้นทั้งหมู่บ้านออกมาระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ เพื่อขยายโรงเพาะเห็ด, ขยายโรงเลี้ยงสัตว์, ยังต้องขุดบ่อปลาอีก
เนื่องจากที่ดินรกร้างในหมู่บ้านไม่เพียงพอ พวกเขาพบว่าการขยายโรงงานยังต้องใช้ที่ดินทำกินส่วนหนึ่งด้วย นี่ทำให้พวกเขาตกอยู่ในความลังเล
เพราะที่ดินทำกินสำคัญมาก ธัญพืชที่ผลิตได้คือเสบียงปากท้องที่สำคัญของหมู่บ้าน
หากใช้ที่ดินทำกิน ธัญพืชที่หมู่บ้านผลิตได้ก็จะลดลง นี่ทำให้ชาวบ้านต้องเปิดประชุมใหญ่อีกครั้ง
“ฉันว่าใช้ที่ดินทำกินส่วนหนึ่งก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียโรงงานก็ทำเงินได้นี่นา ขยายแล้วก็สามารถทำเงินเพิ่มได้อีกเท่าตัว มีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวแล้ว พวกเราก็สามารถซื้อธัญพืชราคาแพงได้ ถึงตอนนั้นพวกเราซื้อธัญพืชเสร็จแล้วก็ยังเหลือเงินอีกไม่น้อย” ฉินหวยหรูเสนอ
“หวยหรูพูดถูก เดือนหนึ่งทำเงินได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ปีหนึ่งก็ไม่น้อยเลยนะ”
เจี่ยจางซื่อก็เอ่ยปากสนับสนุน
หลายวันนี้เธอไม่ได้กลับไปไหนเลย ยังคงหน้าด้านหน้าทนอยู่ในหมู่บ้านตระกูลฉิน
ก็เพื่อที่จะหวังให้ฉินหวยหรูได้ส่วนแบ่งเงินเพิ่มขึ้นอีกหน่อย
“ก็จริงนะทำนาทำไร่ไม่ได้เงินเยอะขนาดนี้ อย่างไรเสียราคาธัญพืชก็ต่ำ” ฉินหวยซานกล่าว
“ใช่แล้ว ฉันสนับสนุนให้ใช้ที่ดินทำกิน แบบนี้ถึงจะทำเงินเดือนได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว” ฉินจิงไห่เอ่ยปาก
“ฉันก็สนับสนุน”
“ฉันด้วย”
..........
คนในหมู่บ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน นอกจากผู้เฒ่าผู้แก่สองสามคนที่ค่อนข้างกังวลแล้ว ทุกคนต่างก็เลือกที่จะสนับสนุน
ในที่สุดเรื่องก็ตกลงกันเช่นนี้
ทุกคนเริ่มลงมือใช้ที่ดินทำกินขยายโรงงานทั้งสามแห่ง
อีกด้านหนึ่ง หมู่บ้านตระกูลหนิว
หนิวซันหวาและหนิวซื่อหวาแห่งหมู่บ้านกำลังนำกลุ่มเด็กที่อายุน้อยกว่าเล่นกันอยู่ที่หัวไร่ปลายนา
การที่พวกเขาดูแลเด็กก็ได้คะแนนผลงานเช่นกัน
ชาวบ้านต้องรีบไปทำงานเพื่อหาคะแนนผลงาน ดังนั้นเด็ก ๆ จึงต้องการคนดูแล
เด็กที่โตหน่อยอย่างหนิวซันหวาและหนิวซื่อหวาก็รับผิดชอบงานนี้
พวกเขาเล่นกันไปเล่นกันมา ก็เห็นคนขี่จักรยานคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ไกล ๆ
ปกติแล้วหมู่บ้านตระกูลหนิวไม่ค่อยมีคนมา หากมีคนขี่จักรยานปรากฏตัวขึ้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ดังนั้นหนิวซันหวาจึงรีบตะโกนเสียงดัง
“มีเจ้าหน้าที่มาแล้ว มีเจ้าหน้าที่มาแล้ว ขี่จักรยานมาด้วย”
“เจ้าหน้าที่ ? ขี่จักรยาน ?”
ชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ต่างก็ลุกขึ้นยืนมองไปยังคนที่มาแต่ไกลด้วยความสงสัย
ปรากฏว่าพวกเขาเห็นคนขี่จักรยานมาจริง ๆ
หลังจากทุกคนเห็นจักรยานแล้วก็คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่เช่นกัน ดังนั้นจึงมีคนพูดขึ้น
“รีบไปหาลุงผู้ใหญ่บ้านเร็วเข้า มีคนใหญ่คนโตมา”
“ลุงผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่บ้านพี่หลี่ เดี๋ยวฉันไปเรียกเอง”
“ไปเถอะ ๆ”