- หน้าแรก
- นินจาอัจฉริยะแห่งโลกไสยเวท
- บทที่ 16
บทที่ 16
บทที่ 16
บทที่ 16
ในบรรดาวิชาทั้งหมด มีสามวิชาที่เกี่ยวข้องกับคาถาไฟ หรือว่าเขาจะต้องเดินตามรอยของตระกูลอุจิวะงั้นหรือ?
วิชาเพลิงที่ไม่สามารถเผาคนให้ตายได้!
นัตสึฮิโระ เดินออกจากแถวยาว แล้วเดินตรงไปหาโทโด อาโออิ
ไอ้หมอนี่จะทำอะไร? ดูเหมือนว่าเราไม่รู้จักกันนี่นา
โทโด อาโออิ มองเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้างุนงง มองจากใบหน้าที่อ่อนเยาว์ก็รู้ว่าเขาเป็นนักเรียนปีหนึ่งของโรงเรียนไสยเวทโตเกียว และเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน
และพวกเขาก็ไม่เคยเจอกันมาก่อน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรู้จักกันเลย หรือว่าเจอคนที่ชื่นชอบอะไรเหมือนๆกัน?
ใช่แล้ว เขาก็มาขอลายเซ็นของทาคาดะจังเหมือนกัน นี่มันคนคอเดียวกันชัดๆ! เป็นผู้ใช้วิชาคุณไสยเหมือนกัน ชอบคนคนเดียวกัน ถ้านี่ไม่ใช่พรหมลิขิตแล้วจะเป็นอะไร?
นัตสึฮิโระ ยังไม่ทันได้อ้าปากแนะนำตัวเอง โทโด อาโออิ ก็กอดเขาไว้ทั้งน้ำตาแล้วพูดว่า “ฉันเข้าใจ! พวกเราเป็นคนแบบเดียวกันใช่ไหมล่ะ?”
“ห๊ะ?”
ไม่สิ นายเข้าใจอะไร?
ฉันยังไม่ทันได้พูดเลยนะ!
นัตสึฮิโระ ทำหน้างงงวย เขาแค่มาทักทายเพื่อให้คุ้นเคยกันเท่านั้นเอง เขาเข้าใจอะไรไปแล้วเนี่ย?
“น้องชาย! แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ในฐานะพี่ปีสอง ฉันจะไม่ให้นายกลับไปรอใหม่หรอก ลายเซ็นนี้นายเอาไปเลย!”
โทโด อาโออิ พูดจบก็ถอดเสื้อยืดออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรง เสื้อก็พับอย่างระมัดระวังแล้ววางลงในมือนัตสึฮิโระ
นัตสึฮิโระ: ???
ไม่สิ เทำไมราเพิ่งเจอกันครั้งแรกเองนะ แล้วทำไมนายถึงเอาเสื้อให้ฉันล่ะ?
“ไม่ ไม่ต้อง…”
ยังไม่ทันพูดจบ โทโด อาโออิ ก็พูดแทรกขึ้นมาอีกว่า “ฉันชื่อโทโด อาโออิ ชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่ แล้วนายชอบแบบไหนล่ะ?”
“……”
อึดอัดจังเลย…
นัตสึฮิโระ ตอนนี้รู้สึกได้ถึงสายตาแปลกๆ รอบข้าง จู่ๆ ก็รู้สึกเสียใจที่มาดักรอเขาที่นี่ แต่ก็ยังต้องฝืนพูดว่า
“ผมชื่อนัตสึฮิโระ เป็นนักเรียนปีหนึ่งของโรงเรียนไสยเวทโตเกียว ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชอบผู้หญิงที่สง่างามและกล้าหาญครับ”
“โอ้! อย่างนั้นเหรอ? ไม่เลวเลยนะ! มาๆๆ เราเดินไปคุยไปกันดีกว่า”
“เสื้อของคุณ…”
“ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องแล้ว นายเอาไปเก็บไว้เถอะ เพราะความรักของทาคาดะจัง ได้ฝังลึกอยู่ในใจฉันแล้ว และจะไม่มีวันลืมเลือน!”
โทโด อาโออิ พูดจบก็ลูบไล้ลายเซ็นบนหน้าอกด้วยสีหน้ามีความสุข จนทำให้นัตสึฮิโระ อยากจะวิ่งหนีไปเลย
นี่มันไม่ใช่โลกคู่ขนานหรอกนะ เขาคงไม่ได้กลายเป็นเกย์หรอกนะ!
“โอ้ โอ้ ได้ครับ…”
นัตสึฮิโระ มองเสื้อในมืออย่างทำอะไรไม่ถูก การผูกมิตรครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก
แต่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหมือนกับว่ามีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง
หลังจากคุยกันครึ่งชั่วโมง นัตสึฮิโระ ก็ขอตัวกลับด้วยเหตุผลที่ว่าต้องกลับไปทำอาหาร ยังไงเขาก็อยู่ต่อไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว สีหน้าของผู้คนที่มองเขาแปลกประหลาดมาก
สุดยอดไปเลย!
หนีแล้ว หนีแล้ว ถ้าไม่กลับไปทำอาหาร ผักก็จะเริ่มไม่สดแล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา นัตสึฮิโระ เพิ่งลงจากแท็กซี่ ก็เห็นอาจารย์ใหญ่ยากะกำลังคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง
ชายคนนั้นสวมชุดสูทผูกไทด์ ดูแล้วเป็นคนประสบความสำเร็จในสังคม ข้างๆ มีรถยนต์สีดำจอดอยู่ และมีบอดี้การ์ดหัวล้านร่างสูงสองคนยืนอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อะไรกันเนี่ย…
นี่มันประธานบริษัทไหนกันนะ แค่ออกจากบ้านทำไมถึงได้ทำอะไรใหญ่โตขนาดนี้?
ขณะที่นัตสึฮิโระ กำลังสงสัย เสียงของอาจารย์ใหญ่ยากะก็ดังเข้าหู:
“ฮิโระ มานี่หน่อย พอดีมีภารกิจจะมอบให้เธอ”
“มาแล้วครับ”
นัตสึฮิโระ เหลือบมองหน้าตาของผู้ชายคนนั้น ก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด เหมือนเคยเห็นใบหน้าคล้ายๆ กันที่ไหนสักแห่ง แม้จะจำไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ก็ยังคงตอบกลับอย่างสุภาพว่า:
“สวัสดีครับ ผมชื่อนัตสึฮิโระ เป็นนักเรียนของโรงเรียนไสยเวทครับ”
“สวัสดี ผมชื่อมิคาโดะ อิจิริว หวังว่าจะได้ร่วมงานกับเธอในอนาคตอันใกล้นี้เป็นอย่างดีนะ”
ร่วมงานกันเป็นอย่างดี…
อะไรกันเนี่ย?
นัตสึฮิโระ เหลือบมองอาจารย์ใหญ่ยากะ ด้วยดวงตาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัย
ยากะ มาซามิจิ ไอสองครั้งแล้วพูดว่า “แม้ว่าภารกิจจะมาค่อนข้างกะทันหัน แต่ในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า เธอจะต้องรับผิดชอบในการปกป้องลูกสาวของท่านมิคาโดะไม่ให้ถูกวิญญาณคำสาปโจมตี”
“ห๊ะ?! ครึ่งเดือน?!”
นัตสึฮิโระ เพิ่งเคยได้ยินว่าผู้ใช้วิชาคุณไสยจะต้องปกป้องคนนานถึงครึ่งเดือน ไม่ใช่ว่าควรจะกำจัดวิญญาณคำสาปที่อยู่รอบตัวเธอ แล้วก็ถอนกำลังกลับไปเลยเหรอ?
หรือว่าเธอมีร่างกายที่ดึงดูดวิญญาณคำสาป ดึงดูดวิญญาณคำสาปที่อยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา?
“อะแฮ่ม!”
ยากะ มาซามิจิ เตือนเสียงเบาว่า “แค่ไปเป็นบอดี้การ์ดให้ครึ่งเดือนก็พอแล้ว ครึ่งเดือนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องปกป้องความปลอดภัยของลูกสาวเขาให้ได้”
“ทำไมถึงต้องเป็นผมด้วยล่ะครับ?”
นัตสึฮิโระ ตอบกลับเสียงเบา
“ก็เพราะเขาเจาะจงชื่อเธอ พร้อมรูปถ่าย และยังให้เงินมาห้าร้อยล้านเยนด้วยไงล่ะ”
“……”
ให้ตายสิ เพื่อห้าร้อยล้านเยน พวกเขาเลยขายฉันออกไปครึ่งเดือน ไหนจะยังไม่ให้เงินสักเยนเลยด้วยเนี่ยนะ?
นัตสึฮิโระ มองยากะ มาซามิจิ ด้วยสีหน้าดูถูก
“เดี๋ยวกลับมา จะแบ่งให้สิบล้านเยน”
ยากะ มาซามิจิ เพิ่งพูดจบ นัตสึฮิโระ ก็เปลี่ยนสีหน้าเร็วกว่าพลิกหน้ากระดาษ มองมิคาโดะ อิจิริว ที่อยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า
“ยินดีครับๆ ยังไงมันก็เป็นงาน ผมปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วครับ จะเข้ามาทานข้าวด้วยกันไหมครับ? ตอนนี้ผมกำลังจะทำอาหารมื้อสุดท้ายให้เพื่อนๆ ครับ”
อาหารเย็นมื้อสุดท้าย…
ไม่ได้ไปตายซะหน่อย ทำไมพูดซะยิ่งใหญ่ขนาดนั้น…
มิคาโดะ อิจิริว เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรครับ วันนี้คุณฮิโระมีธุระ พรุ่งนี้ค่อยมาก็ได้ครับ นี่คือเบอร์โทรศัพท์ผู้ช่วยของผม เสร็จแล้วกรุณาโทรหาเขาด้วยนะครับ”
“ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา!”
นัตสึฮิโระ รับนามบัตรมา มองเบอร์โทรศัพท์บนนั้น แล้วมองดูเศรษฐีคนนั้น แล้วก็จากไป
“ไอ้หนู เธอเป็นนางกวักหรือไงเนี่ย ขนาดดึงดูดเศรษฐีให้มาหาโดยเฉพาะได้”
ยากะ มาซามิจิ ตบไหล่นัตสึฮิโระ แล้วหัวเราะเสียงดังว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า ห้าร้อยล้านเยน! กำไรมหาศาล กำไรมหาศาล”
“ถ้าตบอีกที ผมคงกระดูกหักแล้วครับ…”
นัตสึฮิโระ บ่นเสร็จก็ฉีกนามบัตรทิ้ง เนื้อหาในนั้นถูกจำไว้ในสมองแล้ว
ในใจก็เริ่มสงสัยว่าเศรษฐีคนนี้เป็นใครกันแน่? พวกเขาเคยเจอกันมาก่อนไหม?
เพื่อนสมัยเด็ก?
ไม่สิ ไม่ใช่ ความทรงจำของร่างเดิมยังอยู่ในหัว ครอบครัวยากจนมาสามชั่วอายุคน จะมีเพื่อนสมัยเด็กที่รวยขนาดนี้ได้ยังไง
มันแปลกเกินไปแล้วนะ เจาะจงชื่อฉัน แถมยังให้เงินโรงเรียนอย่างใจป้ำถึงห้าร้อยล้านเยนอีก
เฮือก…
ไปหาข้อมูลในเน็ตดีกว่า รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เมื่อเผชิญกับคำถามของยากะ มาซามิจิ นัตสึฮิโระ ก็แค่ตอบส่งๆ ไปว่า
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ”
แล้วก็เดินจากไป ตอนนี้ก็บ่ายสี่โมงแล้ว ถ้าไม่ทำอาหารเย็นตอนนี้ก็คงไม่ได้กินแล้ว เพราะคงต้องเปลี่ยนเป็นอาหารว่างยามดึกแทน
...
“อาหารจานสุดท้ายมาแล้ว!”
ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว นัตสึฮิโระ วุ่นอยู่คนเดียวในครัวถึงสี่ชั่วโมงเต็มๆ เพราะครัวที่บ้านเล็กเกินไป เลยต้องไปยืมครัวใหญ่ของโรงเรียน
คนเดียวทำสามเตา ทำให้เชฟในโรงเรียนหลายคนรู้สึกไม่มั่นใจเลย
“กินข้าว! กินข้าว!”
แพนด้าเพิ่งจะหยิบตะเกียบขึ้นมา ก็ถูกนัตสึฮิโระ ห้ามไว้
“อย่าเพิ่งรีบกิน พอดีฉันมีเรื่องจะพูด พรุ่งนี้ฉันมีภารกิจต้องออกไปครึ่งเดือน หวังว่าทุกคนจะไม่คิดถึงฉันนะ”
ภารกิจเหรอ?
ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย?
คนสี่คนกับแพนด้าหนึ่งตัวตอนนี้มองไปที่โกะโจ ซาโตรุ ที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
มากิ ถามว่า “อาจารย์โกะโจ ภารกิจอะไรเหรอคะ? ทำไมพวกเราไม่รู้เรื่องเลย”
“ก็แค่ภารกิจบอดี้การ์ด ปกป้องลูกสาวของทายาทคนต่อไปของกลุ่มมิคาโดะ เป็นเวลาครึ่งเดือน ฉันก็รู้แค่นี้แหละ เพราะเป็นภารกิจที่อาจารย์ใหญ่เป็นคนมอบให้เขาเอง”
โกะโจ ซาโตรุ พูดจบก็กินอาหารบนโต๊ะต่อ สีหน้าพึงพอใจแสดงให้เห็นว่าอาหารวันนี้ถูกปากเขามาก
อะไรคือ “เป็นคนมอบให้เอง”…
พอหลังจากสู้กับเมงุมิเสร็จก็มีงานเข้ามาเลย คุณเป็นคนหาเรื่องมาให้ผมชัดๆ
แล้วทำไมคุณถึงมานั่งกินข้าวหน้าตาเฉยแบบนี้ล่ะ?
นัตสึฮิโระ บ่นในใจเสร็จก็ไปนั่งที่นั่งแล้วกินข้าว
จากคำบอกเล่าของโกะโจ ซาโตรุ ทำให้รู้ว่ามิคาโดะ อิจิริว กำลังจะแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มกับพี่ชาย แล้วลูกสาวของเขาก็รู้จักเขา แล้วก็เจาะจงให้เขาไปปกป้องเธอ
ถ้าเดาไม่ผิดก็น่าจะเป็นแบบนี้แหละ ข้อมูลเพิ่มเติมต้องรอตอนกลางคืนเมื่อพักผ่อนแล้วค่อยไปหาในเน็ต
เพราะเขาไม่รู้จักนามสกุลนี้เลยจริงๆ
“ดีเลยนะเนี่ย กลายเป็นเขยเศรษฐีไปแล้ว”
คำพูดของ มากิ ทำให้ทุกคนสนใจเรื่องซุบซิบขึ้นมาทันที
“แค่กๆๆ!”
“ไม่สิ…” นัตสึฮิโระ สำลักอาหารทันที แล้วดื่มน้ำอัดลมอึกใหญ่แล้วพูดว่า
“ฉันยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง แล้วจะกลายเป็นเขยเศรษฐีได้ยังไงล่ะ?”
“โอ้โห อย่าเขินไปเลยน่า! ภารกิจบอดี้การ์ดที่นี่ใครๆ ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ รีบบอกมาเลยว่าความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”
แพนด้าเผยสีหน้าแบบที่ผู้ชายทุกคนเข้าใจ
โกะโจ ซาโตรุ ก็หยุดกินข้าว แล้วมองนัตสึฮิโระ ที่เงียบไปอย่างสนใจ
“ก็บอกว่าไม่รู้จักไง แพนด้า ถ้านายยังดูถูกชื่อเสียงของฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ ระวังฉันจะเอานายไปเป็นกระสอบลองวิชาใหม่ของฉัน!”
นัตสึฮิโระ พูดจบก็เริ่มผสานอิน
“ไม่ ไม่ ไม่ ฉันยอมรับผิดแล้ว”
แพนด้าที่เคยเห็นเปลวไฟนั้น รีบยอมรับผิดทันที ถ้าโดนเผาขึ้นมาคงแย่แน่ๆ ขนบนตัวคงกลายเป็นถ่านไปหมด ต้องรู้ไว้ว่าขนที่นุ่มสลวยพวกนี้เขาดูแลมานานแค่ไหนแล้ว
“วิชาใหม่?”
ฟุชิงุโระ เมงุมิ มีดวงตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะเขาเห็นจากสายตาที่นูเอะส่งมาว่านัตสึฮิโระ ต้องยืนอยู่กับที่และผสานอินประมาณสองวินาที ครั้งหน้าถ้าสู้กับเขา แค่ประชิดตัวตลอดเวลาก็สามารถกดดันเขาได้แล้ว
แถมยังรู้จากรุ่นพี่มากิอีกว่าดวงตาของเขามีความสามารถในการจับภาพและคัดลอกทักษะได้อย่างยอดเยี่ยม
เรียกได้ว่าการต่อสู้ระยะประชิดแทบไม่มีจุดอ่อนเลย เว้นแต่จะถูกบดขยี้ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพ
นัตสึฮิโระ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฟุชิงุโระ เมงุมิ กำลังคิดอะไรอยู่ ก็แค่คิดจะดู แล้วครั้งหน้าก็เอาชนะตัวเองให้ได้ เขาก็พูดตรงๆ ว่า:
“อยากดูเหรอ? แบร่! ไม่ให้ดูหรอก!”
นัตสึฮิโระ แลบลิ้นออกมา แล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ทำอาหารมาสี่ชั่วโมงเหนื่อยแทบตายแล้ว
หลังจากอิ่มหนำสำราญ ทุกคนก็พูดคุยเรื่องราวชีวิตของตัวเอง และพูดถึงความคิดเกี่ยวกับอนาคต ทำให้ทุกคนมีความคิดและความเข้าใจต่อกันและกันที่แตกต่างออกไป
งานเลี้ยงเลิกรา หลังจากทำความสะอาดสถานที่แล้ว ทุกคนก็กลับบ้านไปนอน
….
บริษัทมิคาโดะ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารจานด่วน ประธานกรรมการมิคาโดะ โซจิ อายุ 59 ปี เขามีลูกชายสองคน คือ มิคาโดะ ชินอิจิ บุตรชายคนโต และมิคาโดะ อิจิริว บุตรชายคนรอง
ส่วนลูกสาวของมิคาโดะ อิจิริว ก็คือ…
นัตสึฮิโระ ตอนนี้นอนอยู่บนเตียง ค้นหาข้อมูลที่แพร่หลายในอินเทอร์เน็ต มันใกล้เคียงกับที่เขาคิดไว้ มิคาโดะ อิจิริว กำลังจะแข่งขันชิงตำแหน่งประธานกรรมการกับพี่ชายของเขา มิคาโดะ ชินอิจิ
เมื่อเห็นรูปถ่ายลูกสาวของเขา เขาก็เข้าใจในที่สุดว่าทำไมตอนบ่ายถึงรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้าของเขา ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนที่เขาช่วยไว้ในซอยครั้งที่แล้วนี่เอง
ที่แท้เธอก็ไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา แต่เป็นคนรวยจัดจนไม่เคยนับเงินในกระเป๋าเลยต่างหาก…
บัดซบ!