เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 มันยากที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีเงิน

บทที่ 43 มันยากที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีเงิน

บทที่ 43 มันยากที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีเงิน


บทที่ 43 มันยากที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีเงิน

สำหรับเวทมนตร์อันที่ 4 นั้น หลังจากปรึกษากับรุ่นพี่มาร์คแล้ว โซลก็ตัดสินใจเลือกเวทมนตร์ระดับ 0 ธาตุมืด เอาไว้ต่อสู้กับอันเดด

เหตุผลหลักก็คือสภาพแวดล้อมการทำงานของเขาเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับภูติผีเป็นอย่างมาก การต่อสู้กับอันเดดจะผลอย่างมากในการนี้

หลังจากศึกษามาประมาณ 2 ชั่วโมง เขาได้รับแนวคิดเบื้องต้นสำหรับรูปแบบการเลือกเวทมนตร์ใหม่แล้ว

โซลเตรียมตัวทำงานอีกครั้ง พร้อมกับลุกขึ้นต้อนรับแขกคนแรกของวัน

มันเป็นโครงกระดูกสีขาว

"มันแทบจะไม่เหลืออะไรเลย"

มันไม่มีแม้แต่เนื้อซักชิ้นบนร่างกายของเขา ราวกับมันเป็นศพที่ถูกขุดขึ้นมาจากดินเมื่อหลายทศวรรษก่อน

ศพที่เหลือเพียงโครงกระดูกทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

เขาวางเครื่องมือลง นำโครงกระดูกใส่ในกล่องใบใหญ่ แล้วมุ่งหน้าไปหารุ่นพี่อยู่ก่อนหน้า

"ข้าไม่รู้" เฮย์เดน ยังคงยืนอยู่ด้านหลังรอยแยกระหว่างประตูที่กว้างเพียงฝ่ามือ เมื่อพูดคุยกับโซล "เมื่อศพมาถึงข้า มันก็กลายเป็นโครงกระดูกสีขาวแล้ว"

เฮย์เดน จึงส่งต่อให้โซลทันที

โซลบอกลา เฮย์เดน และหันไปมองยังห้องของพ่อมดฝึกหัดระดับ 2 คนใหม่

พ่อมดฝึกหัดระดับ 2 คนใหม่ไม่ได้คุยง่ายเหมือนกับรุ่นพี่ไบรอน

เขาเกรงว่ามันคงไม่มีคำตอบแม้ว่าเขาจะถามก้ตาม

ขั้นตอนแรกของห้องเก็บศพ ไม่ต้องพูดถึงการรวบรวมชิ้นส่วนที่มีประโยชน์ ส่วนใหญ่จะเป็นการกำจัดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากศพ

ดังนั้นเมื่อศพถูกส่งมายังห้องเก็บศพ มันคงไม่มีเนื้อหนังหรือเลือดอยู่แล้ว

งานวันนี้ไม่ได้ผลาญพลังของโซลมากนัก และเนื่องจากไม่มีแขกรายอื่น โซลจึงทำการทดลองของเขาต่อไปได้

เพียงแต่ ความก้าวหน้าของการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมดนั้นน้อยกว่าการเรียนรู้เวทมนตร์ของเขามาก

มันคงดีไม่น้อย หากการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมดทำได้ง่ายๆ อย่างการศึกษา อักษรรูนและเวทมนตร์

ถ้าคนอื่น รู้ว่าโซลกำลังคิดอะไรอยู่ พวกเขาอาจจะโกรธจนตายเลยก็ได้

เขาทิ้งวัสดุที่ทำการทดลองซึ่งใกล้จะระเบิดเต็มที

โซลหยุดอย่างกระทันหัน ขณะที่เขากำลังปิดฝากล่องใบใหญ่

"หืม"

กระดูกค่อยๆ เล็กลง มันถูกกัดกร่อนด้วยของเหลวจากการทดลองของโซลงั้นหรือ?

นี่เขาเพิ่งจะสร้างกรดเข้มข้นออกมาเหรอ?

โซลปิดฝากล่องซักพักแล้วจึงเปิดดูอีกครั้ง

กระดูกสีขาวหายไป แต่กล่องใบใหญ่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

"ข้าว่ากล่องใบนี้คงจะมีค่าที่สุดในห้องเก็บศพทั้งหมดแล้ว"

โซล ตบไปที่กล่องใบใหญ่ และต้องการดึงชิ้นส่วนในนั้นออกมา

"หือ?" ทันใดนั้นโซลก็สังเกตเห็นก้อนกรวดสีเทาเล็กๆ ที่อยู่ด้านล่างของกล่อง

การร่ายเวทมนตร์ไม่ใช่ภาษาธรรมดา มันไม่เกี่ยวข้องกับภาษา ชื่อ หรือคำในชีวิตประจำวัน ความหมายทั้งหมดขึ้นอยู่กับพลังเวทมนตร์ องค์ประกอบ และพลังจิต ดังนั้นมันจึงใช้คำศัพท์น้อยมาก

เป็นเวลามากกว่า 1 เดือนแล้วที่โซลจดจำคำศัพท์ทั้งหมดในภาษาโนอาห์ เมื่อก่อนเขาพบว่ามันยากเหนือจินตนาการ แต่ตอนนี้เขาพบว่ามันช่างง่ายดาย

ทำให้เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก

ดังนั้นในปัจจุบัน การศึกษาภาษาโนอาห์ของโซล จะมีไว้เพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อเป็นรากฐานในการทดลองการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมด

แต่วันนี้เขาดูสับสนเล็กน้อย

ตอนที่เขาสังหารบราวน์เมื่อไม่กี่วันก่อน เขายังไม่รู้สึกอะไรเลย เขาคิดว่าจิตของเขาได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อมายังโลกที่อันตรายแห่งนี้

แต่เมื่อเขาได้ยินการเสียชีวิตของ พ่อมดฝึกหัดหน้าใหม่ในวันนี้ ตัวเขากับรู้สึกไม่สบายใจ

สีหน้าของโซลยังคงไร้ความรู้สึก เขาหัวเราะเยาะตัวเองอยู่ภายในใจ

"แม้แต่ข้าก็ยังริเริ่มสังหารผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแล้วงั้นหรือ?"

"ดูเหมือนข้าก็ไม่ใช่... คนดีแล้วเหมือนกัน"

เขาหลับตาลงและจดจำความทุกข์ทรมาน ณ ช่วงเวลานี้

และไม่เสียใจอีก

ไม่กี่วันต่อมา ขณะทำการทดลองในห้องเก็บศพ จู่ๆ โซลก็ตระหนักได้ว่า

แขกร่างโครงกระดูกที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นพ่อมดฝึกหัดหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในหอคอยพ่อมด

ศพทั้งหมดที่เสียชีวิตอย่างผิดปกติในหอคอยพ่อมด จะถูกส่งมายังห้องเก็บศพเพื่อจัดการ เพื่อหลีกเลี่ยงการกำเนิดของภูติผี และทำให้เกิดความวุ่นวาย

ในทางกลับกัน เขายังสามารถรวบรวมวัสดุบางอย่างจากศพ เพื่อใช้ในการทดลองการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมดได้อีกด้วย

ด้วยวิธีการหลอมกลั่นกระดูกเหลวที่เพิ่งถูกค้นพบจากโครงกระดูกของพ่อมดให้หน้าใหม่คนนั้น ซึ่งชื่อ กระดูกเหลว คือชื่อที่โซลตั้งให้ เขาจึงทำการหลอมกลั่นกระดูกของเหล่าแขกในทุกวันนี้

แต่วันนี้เขาต้องหยุด

เนื่องจากวัสดุที่ใช้สำหรับการหลอมกลั่นนั้นหมดแล้ว

เขาไม่มีคริสตัลหรือคะแนนเหลืออีกด้วย

"ข้าจะมัวทำงานอย่างนี้ไม่ได้"

โซลยืนอยู่หน้าโต๊ะทดลอง พลางแตะคางของเขา

"การทำงานรายเดือนมาถึงทางตันแล้ว ข้าต้องหาทางใหม่"

สิ่งที่โซลต้องการคือ การเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมด ซึ่งพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 ทุกคนไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน บางคนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

ดังนั้น รายได้ของพ่อมดฝึกหัดระดับทั่วไป จึงไม่สามารถรองรับการทดลองเป็นระยะเวลานานได้

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทดลอง ทำให้วัสดุที่โซลส่งออกไปนั้น ลดลงอย่างมาก โชคดีที่อาจาร์ยแคซ ไม่เคยตำหนิเขาเรื่องนี้แม้แต่น้อย

เป็นผลให้โซลเริ่มกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถึงอย่างนั้น วัสดุที่เขามีอยู่ก็เกือบจะหมดลงแล้ว

"ตอนนี้ข้าไม่มีสิ่งมีค่าติดตัวเลยนอกจาก ดวงตาเสียงภูติผี ซึ่งเป็นอาวุธที่ช่วยในการต่อสู้จะขายมันไม่ได้ ส่วนสูตรหลอมกลั่นกระดูกเหลว จะกลายเป็นอาวุธลับของข้ามันไม่สามารถปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปได้เช่นกัน"

ในตอนนั้น โซลก็นึกถึงประสบการณ์ในการศึกษาอักษรรูนของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนผังการผสานรูน

หากเขาขายมันให้กับพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 ที่ร่ำรวยเหล่านั้น เขาอาจจะสร้างรายได้ๆ อย่างมหาศาล แต่สุดท้ายแล้วนี้ยังเป็นความรู้ที่แม้แต่รุ่นพี่ไบรอนก็ยังสนใจ

มันอาจเป็นวิธีที่ดูแปลกใหม่ แต่หลักการที่แท้จริงมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น

เพียงแต่เขาต้องพิจารณาคู่ค้าอย่างรอบครอบ โดยเลือกผู้ที่ไม่มีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์กับเขา และเลือกคนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม

เคลี่ เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ เคลี่ เคยนำทรัพย์สมบัติของนางออกมาทั้งหมดแล้วครั้งหนึ่ง เขาไม่รู้ว่านางยังมีคริสตัลเวทมนตร์หรือคะแนนอยู่หรือไม่?

สำหรับพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 คนอื่นๆ โซลไม่สื่อสารกับพวกเขามากนัก

อีกทั้งเขายังไม่ต้องการติดต่อกับคนอื่น

"เดี๋ยวก่อนน" ดวงตาของโซลเปล่งประกายออกมา "ทำไมข้าถึงได้โง่ขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่ารุ่นพี่ไบรอน ซึ่งเป็นพ่อมดฝึกหัดระดับ 2 มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด"

เขาร่ำรวย ทรงพลัง พูดคุยได้ และไม่มีความขัดแย้งกับเขา

หลังจากทักทายรุ่นพี่ เฮย์เดนผ่านช่องทางลำเลียง โซลก็รีบไปตามไบรอนอย่างมีความสุข

"นี่คือชั้นที่ 10" โซลเดินอยู่บนทางลาดของชั้น 10 ของหอคอยตะวันตก

เขามาที่นี่หลายครั้งแล้ว เขารู้สึกว่าห้องของรุ่นพี่ไบรอนไม่น่าสร้างปัญหาให้กับเขา

ทางเดินของพ่อมดฝึกหัดระดับ 2 มักเงียบอยู่เสมอ ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาทำการของห้องทดลองต่างๆ

โซลเข้ามายังอย่างเร่งรีบ จนเกือบถึงประตูเขาจำได้ว่าอาจจะไม่เจอไบรอนในเวลานี้

ขณะที่เขาโซลกำลังเข้าใกล้ห้องพักของ รุ่นพี่ไบรอน จู่ๆ ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออกมา เป็นรุ่นพี่มาร์คที่เดินออกมา

"หือ โซล? เจ้ามาหาข้างั้นเหรอ" มาร์คทักทายโซลด้วยความประหลาดใจ

จบบทที่ บทที่ 43 มันยากที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีเงิน

คัดลอกลิงก์แล้ว