เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 สมุดบันทึกลวงตา

บทที่ 1 สมุดบันทึกลวงตา

บทที่ 1 สมุดบันทึกลวงตา


บทที่ 1 สมุดบันทึกลวงตา

ณ ห้องเล็กๆ อันมืดมิด

เด็กหลายสิบคนนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่

พวกเขาทั้งหมดเป็นเด็กผู้ชายอายุ 12-13 ปี

พวกเขาแต่ละคนมานอนรวมกัน ไม่กล้าแม้แต่จะยื่นขาออกมานอกผ้าห่มด้วยซ้ำ

"สวัสดี!"

ทันใดนั้นแสงเทียนที่ผนังห้องด้านซ้ายก็สว่างขึ้น

เด็กชายที่นอนอยู่ซ้ายสุดก็ตื่นขึ้นเพราะแสงเทียน เขาขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและเตะเด็กอีกคนที่อยู่ทางขวามือ

เด็กคนทางขวาที่ถูกเตะ ก็เตะคนทางขวาต่อไปด้วยความงุนงง

เป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาเตะเด็กคนที่อยู่ทางขวาต่อไปเรื่อยๆ จนสุดกำแพง

"อั่ก..."

โซลได้ร้องออกมา ลูบเข่าที่หมองคล้ำของเขา ลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย พยายามปลุกตัวเองให้ตื่น

"เร็วเข้า... ถ้าช้า ท่านพ่อมดได้เอาเจ้าทำเป็นปุ๋ยแน่" เด็กชายที่อยู่ข้างๆ เขาพูดขึ้น

โซล กดยังไปแผลเก่าที่อยู่บนหน้าผากของเขา อาการเจ็บแสบก็ทำให้เขาตื่นขึ้น ในที่สุดการเคลื่อนไหวของเขาก็รวดเร็วขึ้น

เขารีบลึกขึ้นจากเตียง สวมชุดข้ารับใช้ที่แขวนอยู่ผนังเปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป

ด้านนอกประตูเป็นทางเดินโค้งยาว มีประตูอยู่ทุกๆ 2 3 เมตรทั้ง 2 ด้านของทางเดิน มีเชิงเทียนตั้งอยู่ทั้ง 2 ข้างของประตู พวกเขาใช้แสงอ่อนๆสลัวๆ พยายามปัดเป่าความมืดมิดให้ออกไปจากทางเดินที่หนาวเย็น

โซลมองไปยังไหล่ซ้ายของเขาด้วยแสงจากเทียน

มีสมุดปกแข็งเล่มหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือลอยอยู่ตรงนั้น

"มันยังไม่หายไปงั้นเหรอ? หรือว่าข้าจะประสาทหลอนไปเอง"

ตั้งแต่เดินทางข้ามกาลเวลามาเมื่อไม่กี่วันก่อน สมุดเล่มนี้ก็ลอยอยู่เหนือไหล่ซ้ายของโซลมาตลอด

เขามองเห็นแต่จับต้องไม่ได้ รวมถึงคนอื่นก็ไม่เห็นมันเช่นกัน

โซล สถบออกมาแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายแล้วมันอาจจะเป็นอาการประสาทหลอนที่เกิดจากอาการบาดเจ็บทางศรีษะเท่านั้นเอง

แต่ภาพหลอน ไม่น่าจะอยู่หลายวันแบบนี้

ไม่ว่ามันจะเป็นภาพหลอนหรือไม่ก็ตาม โซลยังมีสิ่งที่ต้องทำและไม่มีเวลาคอยศึกษามัน

สถานที่ๆเขาอยู่ในตอนนี้ คือ หอคอยพ่อมด

นับตั้งแต่ โซลได้เดินทางข้ามเวลามา เขาไม่เคยออกไปจากหอคอยแห่งนี้เลย

ยิ่งกว่านั้นในฐานะข้ารับใช้ที่นี่ เขาต้องตื่น ตีสี่ในทุกๆวัน ทำความสะอาดทางเดินตั้งแต่ชั้น 11 ถึง ชั้น 13 ห้ามมีสิ่งสกปรกหรือขยะให้เห็น ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกสับกลายเป็นปุ๋ยให้กับดอกไม้

งานทำความสะอาดทางเดินจะต้องเสร็จสิ้นก่อนที่ แสงเทียนจะเปลี่ยนจาก สีเหลืองสลัวกลายเป็นสีขาว ไม่อย่างนั้น หากเขาบังเอิญได้พบกับพ่อมดฝึกหัดที่กำลังออกไปข้างนอก เขาอาจถูกจับเข้าไปทดลอง

พ่อมดฝึกหัดเหล่านั้นล้วนแต่มีนิสัยแปลกประหลาด อารมณ์ร้าย และใจร้อน ราวกับพวกเขากำลังถูกความตายไล่ล่าในทุกๆวัน

เจ้าของร่างเดิมของ โซล ถูกพ่อมดฝึกหัดสังหาร ศพถูกนำไปทิ้งในห้องเก็บของเขา จนดูราวกับเป็นเศษขยะ

เมื่อเขาคลานออกมาจากห้องเก็บของเขา ด้วยเลือดที่อาบไปทั่วใบหน้า แม้แต่แม่บ้านก็ยังคิดว่าเขาเป็นผี

หลังจากยืนยันแล้วว่าเขายังไม่ตาย แม่บ้านก็ได้มอบหมายงานให้เขาทันที โดยโซลถูกส่งไปทำงานก่อนที่อาการบาดเจ็บจะหายด้วยซ้ำ

จนกระทั่งวันนี้

หลังจากหวนรำลึกความหลังแล้ว อันดับแรก โซล เดินไปยังห้องเก็บของที่อยู่ถัดจากห้องทดลอง หยิบไม้ถูพื้น ถังน้ำ และถังขยะ จากนั้นก็นำไปวางบนรถเข็นขนาดเล็ก ดันมันออกไปข้างหน้า

ว่ากันว่าล้อของรถเข็นคันนี้ถูก สลักด้วยคาถาเก็บเสียงเพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนพ่อมดฝึกหัด

โซล ได้สังเกตอาการของตัวเองในช่วง 2 วันก่อนหน้านี้ แต่เขาไม่พบสิ่งผิดปกตินอกจากอาการเวียนหัวเล็กน้อย

เขาหาวออกมาก่อนจะเริ่มงานในวันใหม่ ที่อากาศเย็นสบายใจยามเช้า

ทางเดินจะเป็นทรงครึ่งวงกลม จะมีประตู อยู่ทุกๆ 2-3 เมตรทั้ง ซ้ายและขวา

มีหมายเลขกำกับอยู่บนบานประตูเหล่านั้น ตัวอักษรบนประตูนั้นแสดงถึงหมายเลขห้อง

ตัวโซลที่เดินไปตามทางคอยจดจำ หลังจากสำรวจไป 2-3 วัน เขาก็ฟื้นคืนความจำบางอย่างขึ้นมาได้ ท่ามกลางความทรงจำที่พังทลาย

ขณะที่กำลังทำความสะอาดชั้นที่ 11 โซล ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากหลังประตู

เมื่อใดก็ตาม ที่มีเสียงร้องไห้ เทียนที่อยู่บนประตูทั้ง 2 ข้างจะแกว่งไปมากอย่างแผ่วเบา เงาจากแสงเทียนสะบัดไปมาอย่างต่อเนื่อง

โซลกระชับคอเสื้อของเขา ความง่วงทั้งหมดถูกปลุกให้ตื่นด้วยความหนาวเย็น

เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ ไม่ได้ยินสิ่งใด รีบทำความสะอาดให้เสร็จ

บนชั้น 12 มีตัวประหลาดชอบทิ้งขยะที่หน้าประตู

เส้นผม กระดาษที่ถูกฉีก เศษเนื้อบางอย่าง...

โซลมักจะเริ่มทำความสะอาดเมื่อเขาเดินผ่านที่นี้

เขาเก็บขยะทั้งหมดด้วยที่โกยเล็กๆ ที่ห้อยอยู่ข้างถังขยะ เมื่อเขาหันเก็บขยะออกไป เขาก็ได้ยินเสียงบดเนื้อเบาๆ

เขาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว และเห็นว่าประตู ที่อยู่ข้างหลังเขาเปิดออกมีรอยแยกเล็กๆ ด้านหลังประตูเต็มไปด้วยความมืดมิด ไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลย

โซลสัมผัสได้ทันทีว่าขนทั้งหมดบนร่างกายของเขาลุกชัน มือของเขาสั่นเล็กน้อย เขาอยากจะวิ่งหนีออกไป แต่เขาก็กลัวว่าพ่อมดฝึกหัดในห้องจะคิดว่าเขาไร้มารยาท

เขาเพิ่งมาถึงสถานที่แปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวนี้ได้เพียงไม่กี่วัน แต่สิ่งที่เขาได้รับการสอนบ่อยครั้งคือต้องเคารพและอ้อมน้อยต่อพ่อมดฝึกหัดทุกคน

ตอนนี้โซลเป็นเพียง เด็กอายุ 12 ปี ที่ไม่มีความสามารถใดๆและมีร่างกายเล็กจ้อย

พ่อมดฝึกหัดผู้ทรงพลังทุกคนสามารถสังหารเขาได้ด้วยนิ้วมือเพียงไม่กี่นิ้ว

สำหรับพ่อมดที่แท้จริงแล้ว เมื่อพิจารณาจากสถานะของเขาแล้ว ตัวเขายังไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เจอพ่อมดที่แท้จริง

โซล รอด้วยความหวาดกลัวอยู่พักหนึ่ง

แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่หลังประตู

เวลากำลังจะหมดลง แต่ตัวเขายังต้องระมัดระวังกับสิ่งที่อยู่หลังประตู โดยเขาถูพื้นพลางจากมองไปยังรอยแยกระหว่างประตูอย่างใกล้ชิด

ในที่สุดเขาก็เดินผ่านไป ประตูก็ถูกกั้นด้วยทางโค้ง

ร่างกายที่ตึงเครียดของโซล ก็ผ่อนคลายลง เขาเข็นรถไปยังทางลาดมุ่งหน้าไปยังชั้นบน

ชั้นที่ 13

ในฐานะนักเดินทางข้ามเวลา โซล มีความรู้สึกไวต่อตัวเลขเหล่านี้

แม้ว่าเดิมทีตัวเขาเป็นนักสะสม แต่เมื่อเขามายังโลกที่แปลกประหลาดนี้ เขาก็ได้เจอทั้งพ่อมดและสัตว์ประหลาด มันทำให้เขาต้องระวังตัวให้มากขึ้น

ว่ากันว่าข้ารับใช้คนสุดท้าย ที่รับผิดชอบทำความสะอาด ได้ตายลงบนชั้นที่ 13 นี้

โซลได้เข้ามาทำความสะอาด ณ ที่แห่งนี้ เมื่อ 2 วันก่อนและไม่ได้พบสิ่งผิดปกติใดๆ แต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

มันเป็นความกลัวแบบที่ว่าแม้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ยังทำให้ขนแขนของเขาตั้งชัน นิ้วมือสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้

โซลก้มหัวลงและถูกพื้นอย่างแรง ใช้เรียวแรงเพื่อขจัดความไม่สบายใจของเขา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็ได้เกิดขึ้น

เมื่อผ่านประตูที่ 3 ประตูหน้าทางขวามือของโซล... ก็ได้มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากใต้ประตู

เลือดสดๆสีแดงเข้ม มีกลิ่นคาวที่รุนแรง

เมื่อมองแวบแรก มันดูน่ากลัวสุดๆ

เลือดไหลไปถึงกลางทางเดิน และหยุดลงในที่สุด

ตามคำสั่งของพ่อบ้าน โซลต้องทำความสะอาดสิ่งสกปรกทั้งหมดที่อยู่บนทางเดิน

เขากำไม้ถูพื้น กัดฟันแน่น เตรียมก้าวไปข้างหน้า

ในตอนนั้นเอง สมุดปกแข็งเหนือไหล่ซ้ายของเขาก็ลอยออกไปตรงหน้าและเปิดออกด้วยเสียงที่หนักอึ้ง

โซลตกตะลึงทันที นี่เป็นครั้งแรกที่สมุดเล่มนี้มีการเปลี่ยนแปลง

เขามีความสุขอย่างมาก เขารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสมบัติที่คอยช่วยเหลือเขาในช่วงเวลาวิกฤต

โซลเหลือบมองเลือดที่นองอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่เป็นกังวล ก่อนจะกลับมาเพ่งความสนใจไปที่หนังสือ

สมุดปกแข็งพลิกไปยังหน้าที่ว่างเปล่า มีข้อความปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว

[ในวันที่ 21 พฤกษาคม ปี 314 ของปฏิทินพระจันทร์ใหม่

ขณะที่โซลกำลังทำความสะอาดทางเดิน โซลได้เหลือบไปเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากด้านหลังของประตู แม้ว่ามันจะรู้สึกน่ากลัว แต่เพื่อให้งานเสร็จสิ้นและไม่ถูกทำให้กลายเป็นปุ๋ย โซลกัดฟันเดินหน้าถูพื้นต่อไป

แต่พื้นที่เต็มไปด้วยเลือดนี้ เช็ดยากจริงๆยิ่งเช็ดเลือดบนพื้นก็ยิ่งมากขึ้น?

เมื่อโซลมองลงไปและพบว่าตัวเขามีเลือดไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

เช้าวันรุ่งขึ้น ได้มีร่างมัมมี่ถูกนำมาไว้ในห้องเก็บของของหอคอยพ่อมด]

ขาของโซลอ่อนแรงเขาเกือบจะตกลงไปในถังขยะที่อยู่ด้านหลังของเขา

เขาพยุงตัวเองขึ้นด้วยไม้ถูพื้นมองไปยังเลือดที่ไหลนองออกมาด้วยความหวาดกลัว

ปรากฏสมบัติชิ้นนี้เตือนเขาถึงช่วงเวลาแห่งความตาย ภายในสถานที่อันมืดมนและน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้ มันเป็นสมบัติล้ำค่าดีๆ นี้เอง

เขาไม่คิดว่าหนังสือปกแข็งเล่มนี้จะโกลาหล

เขามีค่าอะไรทำไมถึงต้องหลอกด้วย

โซลเข็นรถเข็มออกไป พยายามหลีกเลี่ยงเลือดที่ไหลออกมา ในตอนนั้นเอง สมุดปกแข็งตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

[โซลหวาดกลัวเลือดที่ไม่รู้จักนี้และตัดสินใจไม่ทำความสะอาด

ในตอนเช้าเขาถูกแม่บ้านเรียกไปพบเพราะทำความสะอาดทางเดินไม่เรียบร้อย

เช้าวันรุ่งขึ้น มีการใส่ปุ๋ยให้กับดอกไม้ใหม่ในเรือนกระจก โซลถูกสับให้อยู่ในรูปทรงใหม่ที่มีกลิ่นเหม็นบัดซบ!]

โซล : "..."

ให้ตายเถอะ!

ไม่ว่าเขาจะเลือกอะไร เขาก็ตายงั้นหรือ?

จบบทที่ บทที่ 1 สมุดบันทึกลวงตา

คัดลอกลิงก์แล้ว