เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่49-50

ตอนที่49-50

ตอนที่49-50


หลังรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในร่างกาย รอนก็อดใจรอไม่ไหวที่จะกลับไปหอประลองกลางหาวและให้บิสเก็ตวางแผนการฝึกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขาที่สุด เพื่อให้เขาคุ้นเคย ใช้งาน และควบคุมพลังนี้ได้อย่างสมบูรณ์

รอนเชื่อว่าเมื่อเขาสามารถควบคุมพลังนี้ได้อย่างเต็มที่ ช่องว่างระหว่างเขากับคุโรโร่ก็จะเหลือเพียงประสบการณ์จากการต่อสู้เสี่ยงตายเท่านั้น และช่องว่างนี้ก็สามารถเติมเต็มได้ที่หอประลองกลางหาว

นอกจากออร่าที่ได้มาแล้ว รอนยังพบสิ่งของอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งในนี้มีสิ่งหนึ่งที่รอนคิดว่าน่าสนใจมาก นั่นคือ เน็นของฮันเตอร์คนหนึ่ง

ชื่อ: [เกมอัปเกรด]

ความสามารถ: เปลี่ยนโลกให้เป็นเหมือนเกม โดยถือว่ามนุษย์และสัตว์ทั้งหมดเป็นสัตว์ประหลาด การฆ่าพวกมันจะทำให้ได้รับค่าประสบการณ์เพื่ออัปเกรดผู้เล่น (ตัวเอง) ทุกครั้งที่เลเวลอัพ คุณจะแข็งแกร่งขึ้นรวมถึงออร่าของคุณก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ข้อจำกัด: เมื่อเลเวลของผู้เล่นสูงขึ้น คุณจะได้รับค่าประสบการณ์เพื่ออัปเกรดจากการล่าสัตว์ประหลาดระดับสูงเท่านั้น ส่วนสัตว์ประหลาดระดับต่ำจะให้ค่าประสบการณ์เพียงเล็กน้อยตามส่วนต่างของระดับกับผู้เล่น

สรุปง่ายๆ ก็คือ เน็นนี้เหมือนกับกลไกของเกม ใครที่เคยเล่นเกมแนว RPG ก็จะเข้าใจว่ามันคืออะไร

พูดง่ายๆ คือ การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดช่วยให้เลเวลอัพได้ จะเห็นได้ว่าฮันเตอร์ผู้สร้างเน็นนี้คงเป็นแฟนเกมตัวยงแน่ๆ

สำหรับรอน ทักษะนี้สามารถดึงคุณค่าของศัตรูออกมาได้สูงสุด การฆ่าศัตรูจะสามารถให้ค่าประสบการณ์ในการอัปเกรดและแข็งแกร่งขึ้นได้ และหากสัมผัสหลังจากตาย เขาก็จะได้ของดีๆจสกอีกฝ่ายมา เรียกได้ว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยทีเดียว

นอกจากเน็นนี้แล้ว รอนยังพบตำราทักษะการต่อสู้มากมาย ทั้งสำหรับมือใหม่ ระดับกลาง และเล่มหนึ่งที่เป็นสำหรับระดับสูง

จะเห็นได้ว่าฮันเตอร์คนนี้ซึ่งมีพรสวรรค์พอๆกับคิรัวร์และกอร์นถูกกำจัดไปก่อนที่จะเติบโตขึ้นอย่างเต็มที่

ของบที่เหลือจากนั้นก็เป็นของยิบๆย่อยๆที่ไม่ได้สำคัญมากนักแล้ว

ด้วยการทบทวนสิ่งที่ได้มาตลอดทาง สองวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วและรอนก็กลับมาถึงหอประลองกลางหาว

“อาจารย์ครับ ผมกลับมาแล้ว ดูนี่สิ ผมเอาของขวัญมาฝากอาจารย์เยอะแยะเลยครับ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเรียกฉันว่าอาจารย์ มันดูแก่เกินไป... อะไรนะ?”

ในห้องพักสุดหรูชั้น 200

รอนที่กลับมาก็ได้พบกับทุกคนและนำสินค้าพิเศษที่ซื้อจากสนามบินกลับมาด้วย ถึงการซื้อที่นี่มันแพงกว่าที่อื่นเยอะก็ตาม

“อัญมณี! นายนี่เข้าใจหาของขวัญมาดีนี่!!”

บิสเก็ตมองอัญมณีสองเม็ดที่ใสปิ๊งในกล่องเล็กๆในมือด้วยดวงตาเป็นประกายและพอใจมาก

“แต่เสียอย่างเดียว คือมันเล็กไปหน่อยนะ…”

ใช่ มันเล็กไปหน่อย…แต่ราคาไม่เล็กเหมือนขนาดหรอกนะ แค่อัญมณีสองเม็ดนี้เกือบจะทำให้รอนหมดเนื้อหมดตัวเลยทีเดียว

แน่นอน นอกจากสำหรับบิสเก็ตแล้ว รอนก็ยังได้เตรียมของขวัญไว้ให้คนอื่นๆอีก

ชิสุคุของเขาได้เป็นชุดแหวน สร้อยข้อมือและต่างหู

ถึงแม้ใบหน้าของเธอยังคงดูเรียบเฉย แต่รอนก็ยังเห็นความสุขในดวงตาของเธอได้

หลังจากนั้น ศิษย์พี่ของเขาวิง รอนก็ซื้อชุดเชิ้ตลำลองดีๆ ให้เขาหนึ่งชุด และแม้แต่ซูชิก็ได้ชุดออกกำลังกายคุณภาพดีมาหนึ่งชุด

ผลของการมอบของขวัญนั้นชัดเจน อย่างน้อยบิสเก็ตก็มีความสุขและถูกใจกับของขวัญของเขามาก

รอนจึงถือโอกาสนี้ขอให้บิสเก็ตวางแผนการฝึกให้ด้วย บิสเก็ตตอบตกลงทันทีหลังจากตรวจสอบสภาพของรอนแล้ว

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รอนที่ยังไม่ทันได้พัก ก็ถูกบิสเก็ตเรียกให้ลุกขึ้นมาและเริ่มฝึกทันที

“ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ใช้เน็นแบบนายที่ออร่าเติบโตขึ้นกะทันหันหรอกนะ แต่ตรงกันข้ามเลย เพราะมันมีค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะได้จากการผจญภัยที่ทำให้เน็นของพวกเขาบรรลุกฏเกณฑ์บางอย่างและได้รับพลังออร่าที่แข็งแกร่งขึ้น หรือไม่ก็ใช้เงื่อนไขหรือพลังบางอย่างที่ได้มาจากวิธีที่ไม่ถูกต้อง”

“กรณีของนายน่าจะอยู่ในกลุ่มแรก และจากสภาพร่างกายของนายที่ฉันดูแล้ว มันมั่นคงและแข็งแรงกว่าพลังที่ได้จากการผจญภัยทั่วไปมาก สำหรับสถานการณ์แบบนี้ และในสายการสืบทอดวิชาของสำนักชิเก็นริว มีวิธีที่จะทำให้ควบคุมพลังนี้ได้อย่างสมบูรณ์ด้วย”

“ในช่วงเวลาต่อจากนี้ นายต้องเตรียมใจไว้ให้พร้อมล่ะ เพราะพลังของนายเหล่านี้ไม่ได้มาจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง ดังนั้นถ้านายอยากจะใช้มันได้อย่างคล่องแคล่ว นายจะต้องฝึกฝนให้หนักยิ่งขึ้นและแน่นอนว่าฉันจะไม่ปรานีด้วย!”

บิสเก็ตสวมแหวนเพชรที่รอนซื้อให้บนมือของเธอ และกล่าวพร้อมกับชี้นิ้ว “5!”

รอนตอบตัวเลขบนนิ้วของบิสเก็ตทันที จากนั้นก็ตบหน้าอกรับรองว่า: “อาจารย์ครับ งั้นเรามาเริ่มกันเลยเถอะ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอะไร ผมก็ทนได้ทั้งนั้น!”

“หืม ดูเหมือนว่าหลังจากที่นายได้พลังแบบนี้มาจะทำให้จิตใจก็ว้าวุ่นไปบ้างนะ งั้นฉันในฐานะอาจารย์จะช่วยปลุกนายเอง!!”

พร้อมกับเสียงโลลิที่ดังขึ้น เธอกึประกาศว่าการฝึกนรกของรอนที่โหดร้ายกว่าเดิมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้ตัว เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสองเดือนแล้ว

ในห้องพักสุดหรูชั้น 200

รอนมองตัวเองในกระจกและรู้สึกพอใจกับใบหน้าที่ดูแข็งแกร่งและหล่อเหลาของเขามาก

ในสองเดือนนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ถูกลืมเลือนไปด้วยเช่นกัน

ในช่วงเวลานี้ รอนได้รับการฝึกฝนและคำแนะนำที่เข้มงวดจากบิสเก็ตอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถย่อยออร่าอันแข็งแกร่งและมหาศาลในร่างกายของเขาได้สำเร็จเมื่อสองวันก่อน และทำให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังของเขาเองอย่างสมบูรณ์

ตอนนี้รอนเก็บพลังและออร่าเอาไว้ได้อย่างมิดชิดราวกับดาบในฝักมากจนดูเหมือนเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีทั่วไป ไม่มีการแสดงท่าทีที่ดุดันของวัยรุ่นเลยแม้แต่น้อย

ถ้าก่อนหน้านี้รอนเป็นเหมือนแม่น้ำที่เชี่ยวกราก ตอนนี้เขาก็เหมือนทะเลที่สงบนิ่ง ดูเหมือนเงียบสงบ แต่เมื่อพายุมา ทะเลที่สงบนิ่งนี้ก็พร้อมแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นยักษ์ที่มากพอที่จะทำลายได้ทุกสิ่ง!

ในสองเดือนที่ผ่านมา รอนแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากฝึกฝน แม้แต่ช่วงเตรียมตัว 90 วันในหอประลองกลางหาวก็ใกล้จะหมดเขตแล้ว และกำหนดเส้นตายคือมะรืนนี้ เมื่อรู้เรื่องนี้ บิสเก็ตก็หยุดฝึกรอน

“ฉันอยากให้นายเป็นเจ้าของชั้นให้ได้ก่อนการแข่งขันโอลิมเปียจะมาถึง และคว้าตำแหน่งแชมป์ของปีนี้มาให้ได้ ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าอาจารย์!”

ตามคำพูดของบิสเก็ต ตอนนี้รอนแข็งแกร่งกว่าวิงแล้ว และกลายเป็นผู้ใช้เน็นระดับแนวหน้าของโลกอย่างแท้จริงแล้ว

เขาไม่มีข้อบกพร่องที่ชัดเจนในเรื่องของจิตใจ ออร่า หรือความคิดและเจตจำนง ดังนั้น หากเขายังทำผลงานที่ดีไม่ได้ ก็ถือว่าเธอคงได้เสียเวลาไปกับเพชรดิบที่ไม่มีวันกลายเป็นเพชรแท้ได้แล้วและเสียชื่อปรมจารย์ไปด้วย

ส่วนสำหรับเป้าหมายที่บิสเก็ตกำหนดให้ รอนก็ตอบตกลงอย่างเต็มใจอยู่แล้ว คงจะเป็นเรื่องตลกที่แม้แต่ซูชิยังเป็นเจ้าของชั้นได้ และไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะคว้าแชมป์ไม่ได้

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การดูถูกซูชิ แต่เป็นการบอกว่าคุณค่าของการแข่งขัน โอลิมเปียนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือมีการแข่งที่เข้มข้นขนาดนั้น อย่างน้อยก็ในแวดวงผู้ใช้เน็น เพราะมันไม่สามารถดึงดูดผู้แข็งแกร่งระดับโลกให้เข้าร่วมได้ด้วยเลย

ตัวอย่างก็อุโบกิ้น ด้วยนิสัยของเขา ถ้าเขารู้ว่ามีสถานที่แบบนี้ให้ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่ง เขาคงมาที่นี่แล้ว

ไม่สิ บางทีเขาอาจจะเคยมาที่นี่มาก่อนแล้ว แต่ก็จากไปเพราะรู้สึกว่าระดับของ "ผู้แข็งแกร่ง" ที่นี่ก็แค่นั้นแหละ ดังนั้น การคว้าแชมป์จึงไม่ใช่เรื่องที่รอนต้องกังวลเลย

หลังจากฝึกเสร็จ รอนก็ยื่นใบสมัครต่อสู้ และวันต่อสู้ครั้งต่อไปคือพรุ่งนี้ ตอนนี้เป็นวันที่ 19 มีนาคม และเหลืออีก 27 วันก่อนการเปิดการแข่งขันโอลิมเปียในวันที่ 15 เมษายน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหอประลองกลางหาวจะต้องประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสให้กับเจ้าของชั้นที่เข้าร่วมการแข่งขัน การท้าทายเจ้าของชั้นจึงถูกระงับตลอดเดือนเมษายน และจะเปิดอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม

นั่นหมายความว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม รอนจะต้องเอาชนะการต่อสู้อีกแปดครั้งภายใน 12 วันนี้ ก่อนที่เขาจะมีคุณสมบัติที่จะท้าทายเจ้าของชั้นและเริ่มการท้าทายเจ้าของชั้น

ภายใน 12 วัน จะต้องมีการต่อสู้เก้าเกม และหนึ่งในนั้นคือเกมเจ้าของชั้น ซึ่งจะต้องชนะทั้งหมด

ความยากและข้อกำหนดเช่นนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ใช้เน็นทั่วไป แต่ในสายตาของรอนมันก็แค่เรื่องยุ่งยากเล็กน้อยเท่านั้น

ใช่แล้ว ตอนนี้เขามีความมั่นใจและความแข็งแกร่งที่เหมาะสมแล้ว

หลังส่องกระจกเสร็จ รอนก็เข้าสมาธิปรับปรุงความคิดและสภาพจิตใจของเขาเพื่อเตรียมสภาพร่างกายสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้

ส่วนชิสุคุก็ถูกบิสเก็ตลากไปช้อปปิ้งแต่เช้าตรู่แล้ว โดยอ้างว่าไม่อยากรบกวนรอน

แน่นอนว่าพวกเธอบอกว่าจะมาเชียร์เขาเมื่อถึงเวลาแข่งขัน

จากนั้นเวลายามค่ำคืนก็ผ่านไปอย่างเงียบสงบ

เช้าวันรุ่งขึ้น

ที่ชั้น 220 ของหอประลองกลางหาว ทั่วทั้งสนามก็คึกคักไปด้วยผู้คนแล้ว

หลังจากรอนมาถึงสนาม บรรยากาศก็พุ่งถึงจุดสูงสุด แม้ว่ารอนจะไม่ได้สู้มาพักใหญ่แล้ว แแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมของเขาลดลงเลย

ตรงกันข้าม ในช่วงสองสามวันสุดท้ายของการท้าทายเจ้าของชั้น เนื่องจากเจ้าของชั้นกำลังเตรียมสภาพร่างกายเพื่อคว้าอันดับที่ดีที่สุดในการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ เจ้าของชั้นเหล่านี้จึงอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด

และผู้ท้าชิงจำนวนมากก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้หรือไม่คิดท้าทายเจ้าของชั้นในช่วงที่พวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้ ดังนั้นการท้าทายของรอนในช่วงเวลานี้จึงดึงดูดผู้ชมได้ไม่น้อย

บนเวที รอนยืนอยู่กลางสนามในเสื้อโค้ทสีดำ ไม่สนใจเสียงเชียร์รอบตัว

แต่เมื่อได้ยินเสียงตะโกนที่คุ้นเคย เขาก็หันหน้าและยิ้มตอบ

“ไอ้เด็กบ้า อย่าแพ้นะ!!”

รอนอดขำไม่ได้ นอกจากบิสเก็ตแล้ว ชิสุคุ, วิง และซูชิก็นั่งอยู่ด้วยกันด้วย ขณะที่รอนและชิสุคุโบกมือทักทาย

อีกด้านหนึ่ง

“หึ ช่างน่าขันที่ลิงตัวน้อยๆ แค่นี้คิดจะออกมาแย่งชิงชื่อเสียงและเงินทองในขณะที่เสือทุกตัวกำลังถอนตัวจากภูเขา” คู่ต่อสู้ผมแดงของรอนกล่าวด้วยสีหน้าดูถูก

ได้ยินดังนั้น รอนก็มองไปและพบว่านอกจากผมแดงที่โดดเด่นแล้ว อีกฝ่ายยังสวมชุดฝึกมาตรฐาน และตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวที่ด้านข้างของชุดนั้นโดดเด่นมาก “คลื่นกระแทก

ลูกศิษย์ของสำนักคลื่นกระแทกอีกแล้ว

จบบทที่ ตอนที่49-50

คัดลอกลิงก์แล้ว