ตอนที่ 13-14
ตอนที่ 13-14
“เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ? ขอโทษที พอดีหูพ่อผมไม่ดี เลยได้ยินไม่ค่อยชัดน่ะ”
รอนดึงหมัดกลับมาแล้วพูดอย่างสงบ
เศรษฐีคนนั้นกับบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ มองดูตัวถังรถที่ถูกหมัดของรอนอัดจนบุบออกไปทั้งแถบ พวกเขายืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้น
จนกระทั่งลมเย็นจากภายนอกพัดเข้ามาทางช่องที่ถูกอัดทะลุ ทำให้เศรษฐีคนนั้นที่ตัวสั่นและได้สติกลับมา
เมื่อเขามองรอน เห็นรอนกำลังมองเขาพร้อมรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกเย็นยะเยือก
ทันใดนั้น ความเย็นก็ไหลจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ
ในตอนนั้นเอง บอดี้การ์ดที่อยู่รอบๆ ต่างก็ชักปืนออกมา หลังขึ้นลำแล้ว พวกเขาก็เล็งไปที่รอนกับชิซึกุ
เพียงเท่านั้น เศรษฐีก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และรอยยิ้มก็กลับมาที่ใบหน้าเขาอีกครั้ง แต่เพียงชั่วพริบตา สีหน้าของเขาก็แข็งค้าง
เพราะเด็กสาวน่ารักที่นั่งอยู่ข้างรอน ซึ่งตั้งแต่ต้นไม่ได้พูดอะไรเลยและทำตัวราวกับเป็นเพียงฉากหลัง ตอนนี้อยู่ๆ ก็มีเครื่องดูดฝุ่นประหลาดปรากฏขึ้นในมือของเธอ
“เดเม่จัง~ ช่วยหน่อยสิ~”
บอดี้การ์ดพยายามเหนี่ยวไกโดยสัญชาตญาณ แต่จู่ๆ พวกเขาก็รู้สึกถึงแรงดูดมหาศาลที่ดึงปืนออกไปจากมือ จนจับไว้ไม่อยู่
ทันทีที่พวกเขาปล่อยมือ ปืนก็ถูกดูดเข้าไปในช่องดูดของเครื่องดูดฝุ่นประหลาดนั้น
ทันใดนั้น บรรยากาศในรถก็เงียบลง
“ผมจะถามซ้ำอีกครั้ง เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ บอกผมใหม่อีกทีสิ?”
รอนลุกขึ้นยืน มองลงไปยังเศรษฐีคนนั้นแล้วพูดด้วยเสียงเรียบ
“ผะ... ผมหมายถึงว่า...”
ร่างกายเศรษฐีเริ่มสั่นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ฝืนยิ้มออกมานั้นดูน่าเวทนากว่าการร้องไห้เสียอีก
“ทั้งหมด... ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เรื่องบัตรประชาชนแค่นี้เอง มันเรื่องเล็กน้อยมากครับเดี๋ยวผมจะรีบให้คนจัดดารให้”
“ถ้าเป็นอค่เรื่องเล็กน้อย งั้นทำให้ผมตอนนี้เลย”
“หะ? ตอนนี้เลย...”
“เดี๋ยวนี้!”
“...ครับ!!”
เมื่อรอนขึ้นเสียง เศรษฐีก็ตอบรับทันที เขารีบหยิบมือถือออกมาแล้วเริ่มจัดการสั่งการทันที
หลังจากวางสายไปได้ไม่นาน มือถือของเศรษฐีก็ดังขึ้นีกครั้ง
“เอ่อ... คุณรอนครับ บัตรประชาชนของคุณกับคุณผู้หญิงคนนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว สถานที่เกิดกับทะเบียนบ้านลงเป็นเมืองกูมันดุนแห่งนี้เรียบร้อยครับ”
เศรษฐีพูดพลางใช้มือปิดไมค์โทรศัพท์ แล้วหันมาพูดกับรอนด้วยใบหน้ายิ้มประจบประแจง
“ดี ให้คนเอาบัตรประชาชนกับเอกสารทั้งหมดมาส่งที่นี่ อย่าลืม ให้มาแค่คนเดียว ถ้ามามากกว่า เช่นบอดี้การ์ด ผมก็ไม่เกี่ยงที่จะหักขาของคุณสักข้างก่อน”
“...ไม่ครับ คุณรอน ไม่ต้องห่วง ผมจะให้มาแค่คนเดียวจริงๆ!”
เศรษฐีรีบพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก หลังจากวางสาย เขาก็เห็นรอนยังจ้องเขาอยู่
“เอ่อ... คะ... คุณรอน มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ? ผมสั่งให้เอาบัตรมาส่งตามที่คุณต้องการแล้ว...”
หัวใจเศรษฐีเต้นโครมคราม เมื่อรอนพูดขึ้น
“เมื่อกี้ ผมช่วยให้คุณเล่นชนะพนันไปเยอะเลยนี่”
“...ครับ”
“ตอนแรก ผมคิดว่าเราจะร่วมมือกันได้อน่างราบรื่นซะอีก ผมช่วยให้คุณได้เงิน แล้วคุณก็ช่วยทำธุระให้ผม วินวินทั้งสองฝ่าย แต่ใครจะคิดล่ะว่าคุณจะเล่นไม่ซื่อแบบนี้ และมันก็มันทำให้ผมตกใจมากเลยนะ”
พูดจบ รอนก็เอามือทาบอก มองเศรษฐีแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความกดดัน
“คุณไม่คิดว่าการที่คุณ...ทำให้ผมเสียขวัญจนาดนี้ ไม่ควรมีค่าทำขวัญที่จะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นหร่อยเหรอ”
เศรษฐีรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาดกลางใจ
‘เสียขวัญ…ค่าทำขวัญ’
เขารู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย แต่…เขาจะไปทำอะไรได้ล่ะ?
“กึก...”
เศรษฐีกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขาเข้าใจดีว่ารอนต้องการอะไร จึงค่อยๆ หยิบการ์ดหนึ่งใบออกมาจากกระเป๋า
“นี่เป็นบัตรธนาคารพิเศษของคาสิโน ไม่มีการตั้งรหัสผ่านเพราะใช้ธนาคารใต้ดินจัดการ….”
เศรษฐีพูดพลางทำหน้าตาเจ็บปวด
โลกของฮันเตอร์ แม้จะเป็นเมืองสมัยใหม่ แต่เพราะมีเน็นอยู่ด้วย จึงเต็มไปด้วยอาชญากรและแก๊งต่างๆ การฟอกเงินหรือล้างบัญชีด้วยธนาคารปกติจึงเป็นไปไม่ได้ ทำให้มีธนาคารใต้ดินเกิดขึ้น
และยังมีข่าวลือว่าผู้ก่อตั้งธนาคารใต้ดินนี้ อาจเกี่ยวข้องกับรัฐบาล V5...
รอนรับบัตรมาอย่างไม่เกรงใจ
“ฉันต้องการนาฬิกาด้วย...”
เศรษฐียังไม่ทันให้พูดจบ ก็รีบถอดนาฬิกาประดับเพชรจากข้อมือแล้วยื่นให้ทันที
เพราะเขารู้ดีว่าหากเป็นชาวมีเมืองนครดาวตกคนอื่น คงหักคอเขาโยนทิ้งไปแล้ว นี่รอนยังถือว่ามีเมตตาอยู่มาก
บรรยากาศในรถกลับสู่ความเงียบ มีเพียงเศรษฐีที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนใบหน้า
ไม่นานนัก ก็มีคนมาถึง บอดี้การ์ดคนหนึ่งลงไปคุยแล้วกลับมาพร้อมเอกสารหลายชุด
เมื่อเห็นบัตรประชาชนใหม่เอี่ยมของเขาและชิซึกุ โดยมีรูปถ่ายอย่างชัดเจน รอนก็พอใจ
รูปถ่ายนี้ถ่ายเมื่อครู่ ซึ่งถือว่าดูดีมากทีเดียว
เมื่อรอนดึงชิซึคุออกมา เศรษฐีคนนั้นก็นั่งหมดแรงอยู่บนเบาะรถ
แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ มองไปยังตัวถังรถที่ถูกหมัดของรอนซัดจนทะลุ จนรถครึ่งคันแทบปลิวหายไป ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองควรคิดอะไร
บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ ก็มองหน้ากันไปมา ต่างถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
อย่างน้อยเจ้านายของพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ แบบนี้ถือว่าไม่บกพร่องต่อหน้าที่
ในรถจึงปกคลุมไปด้วยบรรยากาศแบบ “รอดตายมาได้อีกครั้ง”
แต่รอนไม่สนใจว่าเศรษฐีหรือบอดี้การ์ดจะคิดยังไง
เมื่อเขาได้บัตรประชาชนมา ปัญหาพื้นฐานที่สุดในโลกนี้สำหรับเขาและชิซึคุก็ถือว่าถูกแก้ไขแล้ว
ถึงจะไม่มีบัตรประชาชน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ชีวิตไม่ได้
แต่ก็สร้างความลำบากหลายอย่าง โดยเฉพาะ…จะสอบฮันเตอร์ไม่ได้!
ใช่แล้ว – พวกที่ไม่มีบัตรประชาชน จะไม่มีสิทธิ์สอบฮันเตอร์
แม้ว่าสมาคมฮันเตอร์จะเป็นองค์กรเอกชน แต่โดยเงื่อนไขแล้วก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล V5
ข้อมูลของฮันเตอร์ทุกคนจะถูกบันทึกไว้ในสมาคมและส่งต่อให้ V5
การสอบฮันเตอร์ต้องกรอกใบสมัครพร้อมข้อมูลส่วนตัว แม้ว่าจะมีผู้สมัครเป็นล้าน และสมาคมจะไม่ตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้น
แต่ถ้าใครผ่านเข้ารอบลึกๆ ก่อนการสอบรอบสุดท้าย สมาคมจะตรวจสอบข้อมูลประวัติอย่างละเอียด เหมือนกับการสอบการเมืองในชาติของรอนชาติที่แล้ว
พวกไม่มีบัตรประชาชนจะสอบไม่ได้ นี่ไม่ใช่กฎของสมาคมฮันเตอร์ แต่เป็นกฎจาก V5
ดังนั้น ถ้าอยากสอบฮันเตอร์ ก็ต้องมีบัตรประชาชนก่อน
ในโลกฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ ถ้าไม่สอบฮันเตอร์แล้วจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ ?
เมื่อได้บัตรประชาชนแล้ว และไม่ขาดแคลนเงินทอง รอนก็พาชิซึคุไปที่ห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกูมันดุน
เขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองกับเพื่อนร่วมทางต้องลำบาก อีกทั้งเสื้อผ้าเก่าๆ พวกนี้ก็ควรถึงเวลาปลดระวางแล้ว
หลังจากพนักงานขายสาวเดินมาขอโทษด้วยสีหน้าเกรงใจ รอนก็เปลี่ยนไปใส่เสื้อโค้ทยาวสีดำสุดหรู กางเกงสีดำ รองเท้าหนังสีดำ
สีดำเป็นสีโปรดของรอน สวมแล้วให้ความรู้สึกเย็นชาแผ่ออกมาจากภายใน
เมื่อเข้าคู่กับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของรอน บรรดาพนักงานสาวต่างก็พากันแอบมองตาค้าง
พนักงานสาวคนนั้นก็ชมไม่หยุด
รอนมองกระจกด้วยความพอใจ จึงซื้อสำรองติดตัวไว้อีกหลายชุด
ส่วนทางชิซึคุ เมื่อซื้อเสื้อผ้าเสร็จ ก็ออกมาจากห้องลองเสื้ออีกฝั่ง
เธอสวมเสื้อคอเต่าสีดำกับกางเกงยีนส์เรียบง่าย แต่กลับดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
เป็นชุดเดียวกับต้นฉบับที่เคยเห็น และเหมาะกับเธอที่สุด รอนลอบพยักหน้า
ชิซึคุไม่ได้สนใจชุดแฟชั่นอื่นๆ เลยตัดสินใจเลือกแค่ชุดนี้
รอนก็ไม่พูดมาก ซื้อแบบเดียวกันนี้สำรองไว้อีกหลายชุด ทำเอาพนักงานสาวยิ้มแก้มแทบแตก
นอกจากเสื้อผ้า รอนกับชิซึคุก็เดินตระเวนซื้อของทั่วทั้งห้าง
แม้ชิซึคุจะเป็นสาวน้อยเรียบง่าย แต่การชอบเดินห้างก็เป็นธรรมชาติของผู้หญิง
ความน่ารักของเธอ ทำให้รอนยอมเดินวนกับเธอซ้ำสองสามรอบ
เธออยากได้อะไรก็ซื้อให้หมด
รอนเปลี่ยนมาใส่แว่นกรอบดำ ซื้อสร้อยกางเขนกลับหัว และจัดแต่งทรงผมใหม่
หลังจากเดินซื้อของและของใช้จำเป็นครบถ้วนแล้ว รอนกับชิซึคุก็ไปที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมือง
พอมีบัตรประชาชน ก็สามารถเช็กอินห้องพักได้
แค่เรื่องนี้ ก็พิสูจน์แล้วว่าบัตรประชาชนจำเป็นแค่ไหน
หลังจากได้ลิ้มรสอาหารชั้นยอด และอาบน้ำร้อนอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองก็กลับมาอยู่ในห้องด้วยกัน
ด้วยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอยู่แล้ว บางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ…
เช้าวันรุ่งขึ้น ชิซึคุก็ออกมาหลังอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย
“รอน… เราจะไปไหนต่อเหรอ ? เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ใช่ไหม ?”
บนใบหน้าของชิซึคุยังคงมีร่องรอยจากเมื่อคืน ทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีก
“อืม… แน่นอน เราจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไปหรอก ฉันคิดไว้แล้วว่าจะไปไหน”
รอนยิ้ม ลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจะมองไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นนอกหน้าต่าง
“ฉันจะไปที่หอประลองกางหาว”
“หอประลองกางหาว ? ที่นั่นคือที่ไหนเหรอ ?”
“หอประลองกางหาวคือ…”
หอประลองกางหาว เป็นแดนสวรรค์ของเหล่าผู้หลงใหลในการต่อสู้ในโลกฮันเตอร์ x ฮันเตอร์
หอนี้นี่สูงถึง 991 เมตร มีทั้งหมด 251 ชั้น ถือเป็นตึกที่สูงเป็นอันดับสี่ของโลก
ทั้งตึกถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามประลอง
จนถึงชั้นที่ 200 จะจัดเป็นสิบชั้นต่อหนึ่งกลุ่ม ผู้ชนะเท่านั้นจึงจะได้ขึ้นไปต่อ