เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง

ตอนที่ 4 ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง

ตอนที่ 4 ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง


ตอนที่ 4 ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง

“ภายในครึ่งเดือน?”

“เหล่าหวัง เจ้าแน่ใจเกี่ยวกับกรอบเวลานี้หรือไม่?”

ในที่นั่งหลัก เมื่อจ้าวอู่ได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นจริงจัง และเคร่งขรึม

เรื่องนี้เกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก

เขาต้องทำให้มันชัดเจนมากที่สุด

ไม่งั้น… เรื่องเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของตระกูลจ้าวได้

“ท่านกล้าสงสัยความสามารถทางการแพทย์ของอาจารย์ของข้าได้อย่างไร?”

หลังจากมีการซักถามคำตัดสินของหวังคุน

ก่อนที่ตัวเขาเองจะได้ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ศิษย์ของเขาที่ยืนอยู่ข้างหลังก็เอ่ยปากพูดออกมาก่อน

“เงียบปากซะ!”

ปากของหวังคุนยกขึ้นเล็กน้อย ดูมีความพอใจขณะมองไปที่ศิษย์ของตนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

จากนั้น เขาจึงแสร้งทำเป็นโกรธ ทำเป็นเขินอายเล็กน้อย และดุด่าศิษย์ที่อยู่ข้างหลังเสียงดังว่า “เจ้าตาบอดเหรอ คิดว่าเราอยู่ที่ไหนกัน และไม่รู้หรือยังไงว่าข้ากำลังคุยกับใครอยู่”

“เงียบซะ ที่แห่งนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากพูด”

หลังจากที่ดุด่าศิษย์ของตนแล้ว ใบหน้าของหวังคุนก็แสดงร่องรอยขอโทษ ในขณะที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบากับจ้าวอู่ ผู้นำตระกูลจ้าวที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลักตรงหน้าเขา

“ผู้นำตระกูลจ้าว ศิษย์ของข้าไม่มียังอ่อนต่อโลกจึงพลั้งปากพูดโดยไม่ยั้งคิด”

“ข้าขอโทษด้วยจริงๆ…”

“ไม่เป็นไรนะ เหล่าหวัง เจ้าไม่ต้องคิดมากไป” จ้าวอู่กัดฟันแน่น ระงับความโกรธในใจ

“ข้ายังยืนยันคำเดิม ครึ่งเดือนก็คือครึ่งเดือน”

“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน”

ในห้องที่เต็มไปด้วยผู้อาวุโสของตระกูลจ้าว หวังคุนก้มหัวเล็กน้อยพร้อมกับพูดอย่างใจเย็นด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“เอาล่ะ เจ้าออกไปได้แล้ว…”

บนที่นั่งหลัก จ้าวอู่ก็โบกมือด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

ดังนั้นภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน

หวังคุน และศิษย์ของตนจึงเดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ ซึ่งบรรยากาศรอบๆ ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก

“ท่านผู้นำตระกูล ทำไมท่านถึงปล่อยให้หวังคุนผู้เย่อหยิ่งคนนั้นไป…”

ในห้องโถง ท่ามกลางผู้อาวุโสของตระกูลจ้าว ผู้อาวุโสวัยกลางคนคนหนึ่งไม่สามารถสะกดอารมณ์ของตนไว้ได้ ยืนขึ้นแล้วพูดออกมา

“ช่างเถอะ!” จ้าวอู่ส่ายหัวเล็กน้อย

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “สัปดาห์ก่อน หวังคุนผ่านการทดสอบเข้าร่วมนิกายหมื่นโอสถ และกลายเป็นหนึ่งในศิษย์ของนิกายนั้นแล้ว”

“ยิ่งกว่านั้น เขายังเชี่ยวชาญในการกลั่นโอสถหลอมกายาอีกด้วย”

“ตอนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจ้าวของเรากับเขาถือว่าดี จึงถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน”

“พวกตระกูลเรามอบอาหาร ที่พัก และสมุนไพรล้ำค่ามากมายให้กับเขา”

“เขาก็จะมอบโอสถหลอมกายาให้เราเป็นการตอบแทน”

“ดังนั้น ตราบใดที่เขาไม่ขัดขวางการพัฒนา และการเติบโตของตระกูลจ้าวของเรา สำหรับเรื่องอื่นๆ นั้น…”

“ปล่อยมันไป เราจะมองข้ามเท่าที่จะทำได้”

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวอู่ ผู้อาวุโสของตระกูลจ้าวทุกคนก็ก้มหัวลงอย่างไม่เต็มใจนัก

ห้องโถงจึงกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

นิกายหมื่นโอสถนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ

ต่อให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตงหวง หรือกระทั่งทั่วทั้งทวีปซวนหยวน

นิกายหมื่นโอสถก็ยังได้รับการเคารพนับถืออย่างสูง ไม่ต้องพูดถึงแคว้นต้าเฟิงที่ครอบครองอาณาเขตเล็กนิดเดียว

ดังนั้นแม้ว่า หวังคุนจะเพิ่งผ่านการทดสอบของนิกายหมื่นโอสถ และเป็นเพียงหนึ่งในบรรดาศิษย์สายนอกที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

แต่เขาไม่ใช่คนที่ตระกูลจ้าวในตอนนี้สามารถยั่วยุโดยไม่ตั้งใจได้

เมื่อเวลาผ่านไป

ในไม่ช้า เช้าวันใหม่ก็มาถึงอย่างเงียบสงบ

เมืองศิลาคราม ณ ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

หลัวฉางเฟิง เป็นบรรพบุรุษเพียงคนเดียวของตระกูล

ขณะนี้เขากำลังใช้เวลาอยู่ในลานบ้านของตัวเองอย่างเงียบๆ ร่างกายของเขาอ่อนแรงเล็กน้อยขณะเอนกายลงบนเก้าอี้ไทชิโบราณที่อยู่มานานไม่รู้กี่ปีแล้ว

ดวงตาอันขุ่นมัวของเขาพยายามจะลืมขึ้น

ขณะที่หน้าต่างระบบกึ่งโปร่งใสส่องสว่าง และลอยอยู่กลางอากาศ

[ ชื่อ : หลัวฉางเฟิง ]

[ อายุขัย : 9 วัน ]

[ ระดับการบ่มเพาะ : กลั่นกระดูกขั้นต้น ]

[ ค่าปราณโลหิต : 1350 ( ปราณโลหิตที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยคือ 135 ) ]

[ ทักษะบ่มเพาะ : ทักษะพยัคฆ์คลั่ง ( ความเข้าใจ 30% ) ]

เมื่อเขาจ้องมองนิ้วทองที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว

ดวงตาของหลัวฉางเฟิงที่ก่อนหน้านี้มัวหมองดูสว่างสดใสขึ้นทันตา

“ผ่านไปหนึ่งวันแล้ว และปราณโลหิตที่ข้าใช้ไปก็ฟื้นฟูกลับมาแล้ว”

“ถ้าเป็นแบบนี้หมายความว่าปราณโลหิตสามารถฟื้นฟูได้ประมาณ 30 แต้มหรือมากกว่านั้นในหนึ่งวัน?”

เมื่อคิดเช่นนี้ หลัวฉางเฟิงดูเหมือนจะตระหนักถึงบางอย่าง และส่ายหัวอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

ไม่ การคำนวณแบบนั้นดูไม่ค่อยแม่นยำเท่าไร

เวลาที่เขาใช้ปราณโลหิตเพื่อเพิ่มอายุขัยเมื่อวานนี้เป็นช่วงเวลาหลังเที่ยงวัน

และตอนนี้ก็เป็นเพียงเช้าของวันที่สองเท่านั้น

แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่สว่าง ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นอย่างเต็มที่

นั่นหมายความว่า…

ใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งวัน ในการฟื้นฟูปราณโลหิตที่เสียไปกลับมาจนเต็ม

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าก็จะสามารถมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตัวเองก่อนได้”

“การอยู่ในร่างของชายชราที่พลังชีวิตเหือดแห้งจนแทบสิ้นลมหายใจนั้นช่างยากลำบากจริงๆ”

ขณะที่หลัวฉางเฟิงคิด เขาก็อดไม่ได้ที่จะพร่ำบ่นอยู่ในใจ

[ หากโฮสต์ต้องยกระดับการบ่มเพาะ 1 ขั้น จะต้องจ่ายปราณโลหิต 100 แต้ม เลือกที่จะดำเนินการต่อหรือไม่ ]

ขณะที่หลัวฉางเฟิงตัดสินใจได้ เขาก็ยื่นมือขวาอันแห้งเหี่ยวของตนออกไป รายละเอียดยังคงเหมือนเดิม

เป็นหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นมาเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด

ในที่สุด มันก็ปรากฏต่อหน้าต่อตาเขาอีกครั้งในวันนี้

“ใช่”

หลัวฉางเฟิงยื่นมือขวาออกไป และแตะปุ่ม ‘ใช่’ ด้วยความหนักแน่น

[ ตรวจพบทางเลือกของโฮสต์ หักค่าปราณโลหิต 100 แต้ม… ]

[ ระดับการบ่มเพาะของโฮสต์กำลังรุดหน้า… ]

เสียงอันเย็นชาดังก้อง และสะท้อนอยู่ในจิตใจของหลัวฉางเฟิง

ทันใดนั้น ก็เหมือนมีเลือดที่ร้อนผ่าวปะทุขึ้นมา และเริ่มไหลเวียนผ่านร่างกายของเขา

ขณะที่เลือดไหลเวียนจนผ่านเส้นเลือดทุกเส้นในร่างกายของเขา

พลังชีวิตของเขาก็เริ่มฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง รวมถึงพลังปราณด้วย

ร่างกายของเขาที่อ่อนแอก็ค่อยๆ กลับมามีกำลังวังชาอีกครั้ง

ร่างกายของเขาซึ่งเดิมทีส่งกลิ่นอายเน่าเปื่อยเบาบางลงเล็กน้อย

ขณะนี้ก็ค่อย ๆ ออร่าแห่งชีวิตค่อยๆ เผยออกมา

กระบวนการกินเวลาประมาณ 3 นาที

จากนั้นสิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นก็ค่อยๆ หายไป

“นี่คือพลังของระดับกลั่นกระดูกขั้นกลางงั้นเหรอ?” หลัวฉางเฟิงยืนขึ้นด้วยความตื่นเต้น

จากนั้นเขาก็บีบมือตัวเองที่ยังซูบผอม และหยาบกร้านเหมือนเปลือกไม้

แม้ว่าความแข็งแกร่งในตอนนี้จะยังไม่กลับสู่จุดสูงสุดเดิม

หลัวฉางเฟิงก็ได้พบบางสิ่งที่สามารถปลอบใจตัวเองได้แล้ว

ความเหนื่อยล้า ความอ่อนแอ และความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงที่คอยรบกวนเขาอยู่เสมอได้หายไปอย่างเห็นได้ชัดเจนในขณะนี้

แม้ว่าบางครั้ง เขาจะยังคงรู้สึกเหนื่อยล้า และอ่อนแรงอยู่บ้างเล็กน้อย

แต่อย่างน้อย…

เขาสามารถเดินไปมา และทำสิ่งต่างๆ ด้วยกำลังของตัวเองได้แล้ว

รวมถึงการต่อสู้กับใครสักคนในเวลาสั้นๆ ก็ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อีกต่อไป

จบบทที่ ตอนที่ 4 ยกระดับการบ่มเพาะ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว