เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน!

บทที่ 55 พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน!

บทที่ 55 พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน!


บทที่ 55 พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน!

เป็นไปได้ยังไง!

เจ้าลูกตานั่นตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าในพริบตาเดียว เสิ่นชางเกอกลับสามารถควบคุมคัมภีร์นั้นได้คล่องแคล่วขึ้นราวกับว่าประสบการณ์ฝึกฝนเพิ่มขึ้นอีกห้าร้อยปี พลังของคัมภีร์ที่ปะทุออกมาเปลี่ยนจากลำธารเป็นมหานทีในทันที!

ช่างวิปริตเกินไป!

สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตซึ่งไม่รู้มีอายุเท่าใดรู้สึกวิปริตได้ ก็ถือว่าเหลือเชื่อจนแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว

สิ่งนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า...

เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ มหัศจรรย์และผิดธรรมชาติเพียงใด!

แท้จริงแล้ว คัมภีร์นั้นล้ำลึกถึงขั้นที่อาจแตะต้องพลังต้นกำเนิดของหมอกดำได้ ซึ่งลูกตาเองก็รู้ดีและคัมภีร์นั้นยังบังเอิญเป็นสิ่งที่สามารถกดข่มมันได้โดยตรง เพียงแต่มันอาศัยจุดอ่อนที่เสิ่นชางเกอยังควบคุมคัมภีร์นั้นได้ไม่ถึงระดับลึกซึ้ง จึงยังสามารถต้านทานแรงกดดันและรักษาสมดุลไว้ได้

แต่เมื่อครู่ เสิ่นชางเกอกลับทะยานข้ามขีดจำกัดอย่างฉับพลัน!

เป็นไปได้ยังไงกัน?

เหมือนในพริบตาเดียว เสิ่นชางเกอฝึกฝนมาแล้วหลายร้อยปี!

เจ้าหนุ่มนี่ มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?

เรื่องนี้เกิดขึ้นกระทันหันและไร้ตรรกะเกินไป!

โครม!

เบื้องหลังของเสิ่นชางเกอ วังวนหมอกดำพลันเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน เสียงดังก้องเหมือนฟ้าคำรามกลางเมฆพายุ พลังงานไร้สิ้นสุดหลั่งไหลเข้าร่างเขาโดยตรง กลิ่นอายแห่งความรกร้างห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้และห่อหุ้มกระบี่ของเขาไปพร้อมกัน

เสิ่นชางเกอสัมผัสได้ว่า

หากใช้กระบี่ตอนนี้ พลังที่ปะทุออกมาจะน่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิม แต่เดิมตอนใช้กระบี่ เขาสามารถปลุกพลังรกร้างห่อหุ้มตัวกระบี่ไว้ได้เพียงเล็กน้อย ทว่าในตอนนี้ กลับเป็นพลังรกร้างขั้นต้นแท้จริง ห่อหุ้มกระบี่อย่างเต็มเปี่ยม

พลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!

ตอนนี้เขาน่าจะสามารถสังหารผู้ฝึกระดับสะพานเทพขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพึ่งกระบวนท่ากระบี่ด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่หากเป็นผู้เดินในหมอกหรือผู้ที่ฝึกฝนจากทะเลหมอกโดยตรง เสิ่นชางเกอก็ยังจำเป็นต้องใช้วิชากระบี่ในการต่อสู้เท่านั้นจึงจะเอาชนะได้

ยังไม่แข็งแกร่งพอจริง ๆ

เสิ่นชางเกอครุ่นคิดในใจ

ขณะนี้ ลูกตานั่นก็ถูกเขากดข่มเอาไว้ได้สำเร็จแล้ว เพียงแต่เสิ่นชางเกอไม่ได้ผ่อนคลายแม้แต่น้อยเพราะเขารู้ดีว่า ตอนนี้เขาเพียงแค่กดข่มมันไว้เท่านั้น หากเผลอหรืออ่อนกำลังในการหมุนเวียนคัมภีร์แม้แต่น้อย เจ้าลูกตานั่นก็สามารถหลุดจากการควบคุมได้ในทันที

เจ้าสิ่งนี้ทั้งโบราณและลึกลับ

ใครจะรู้ว่ามันแอบซ่อนไม้ตายอะไรไว้บ้าง

เสิ่นชางเกอเป็นคนกลัวตาย จึงตัดสินใจแล้วว่าต้องหาทางจัดการกับเจ้าลูกตาให้เด็ดขาด

แววตาเขาเป็นประกาย

ในใจเริ่มมีแนวทางบางอย่าง

หรือจะเรียกว่า เป็นข้อสันนิษฐานก็ได้

ของทุกอย่างต้องใช้งานให้คุ้มค่า

เสิ่นชางเกอมีระบบดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะลองใช้ระบบลงชื่อเป็นทางออก

ยามนี้ ดวงตาขวาของเสิ่นชางเกอเริ่มซีดจาง กลายเป็นสีเทาขาวอย่างช้า ๆ ดูน่าขนลุกและชวนสยอง ข้างในปรากฏลวดลายสีทองแวววาวราวกับบรรจุศาสตร์ขั้นสูงสุดของสรรพสิ่ง

เสิ่นชางเกอในตอนนี้ คล้ายอสุรกายที่เร่ร่อนอยู่ในหมอกดำ ทั้งลึกลับและทรงพลัง

“ข้า...พ่ายแล้ว”

“แต่สักวัน...เจ้าจะบูชาข้าเป็นเทพ”

เสียงลูกตาดังขึ้นในหัว แฝงด้วยความไม่ยอมรับชะตา น้ำเสียงหนักแน่น ทำให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น

แต่เสิ่นชางเกอกลับยิ้มบาง ๆ

“ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้ากลับมาได้หรอก”

ลูกตาต้องการยืมร่างของเสิ่นชางเกอเพื่อกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง เข้าควบคุมร่างและจิตใจเพื่อเป็นอิสระอย่างแท้จริง เสิ่นชางเกอจะยอมให้ระเบิดเวลามาเดินเล่นอยู่ในตัวเขาได้อย่างไร

เขามีเกียรติ (กลัวตาย) ขนาดนี้

จะปล่อยให้มีของแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย มาแย่งความสมบูรณ์แบบและความหล่อเหลาได้อย่างไรกัน?

ยามนั้นเอง

เสิ่นชางเกอเริ่มใช้คืนสู่ปฐม

ครืน!

เขาหลับตาลงและเริ่มร้อยเรียงย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในตอนที่ลูกตานั้นถือกำเนิด!

ต้องบอกว่า สิ่งที่เชื่อมโยงกับเจ้าลูกตานี้ น่ากลัวเกินไป เสิ่นชางเกอแทบถอนตัวจากการสำรวจไม่ได้

หมอกดำด้านหลังระเบิดพลังออกมาหนุนเสริม พลังรกร้างรวมเข้ากับพลังวิญญาณ ถูกส่งมาสนับสนุนคืนสู่ปฐมอย่างเต็มกำลัง!

คัมภีร์มหาทุ่งรกร้างและคัมภีร์จิตหมุนเวียนประสานกัน

สำเร็จ!

เสิ่นชางเกอมองเห็นว่า ลูกตาลูกนี้ ถือกำเนิดขึ้นจากโพรงพายุหมอกดำแห่งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้

หากจะพูดให้ถูก ต้องเรียกว่าฟื้นคืนสภาพมากกว่า

มันดูดซับพลังงานจากหมอกดำ แล้วค่อย ๆ กลายเป็นลูกตาที่เคยแตกร้าวมาก่อน

“แค่ลูกตาที่ฟื้นคืนสภาพ ยังทำให้ข้าลำบากถึงเพียงนี้ หากมันอยู่ในสภาพสมบูรณ์...ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะน่ากลัวแค่ไหน”

เสิ่นชางเกออึ้งไปชั่วขณะ

เขาเดินลึกเข้าไปในหมอก มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะตามหาโพรงพายุนั้นให้พบ

ลูกตานั้นแม้จะถูกกดข่มไว้ แต่ก็ยังสามารถมองเห็นทุกการกระทำของเสิ่นชางเกอได้ มันรู้สึกสับสนยิ่งนัก จิตสำนึกของมันยังไม่เข้าใจ ว่าเจ้ามดปลวกนี่กำลังจะทำอะไร? ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ เสิ่นชางเกอก็ทำเรื่องที่มันคาดไม่ถึงทุกครั้งและทุกครั้งก็สร้างแรงกระแทกใส่มันเต็ม ๆ!

ครั้งนี้...

เขาจะทำอะไรอีก?

มันเริ่มสังเกตเห็นว่า เสิ่นชางเกอกำลังเข้าใกล้สถานที่ที่มันถือกำเนิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือโพรงพายุหมอกดำที่หมอกหนาแน่นที่สุดในบริเวณรอบนอก สถานที่ที่มันฟื้นคืนสภาพอีกครั้ง พูดได้ว่าเป็นแหล่งเกิดของมันโดยแท้

หมอนี่หาเรื่องตายหรือไง?

เมื่อมาถึงที่นั่น

ลูกตาจะสามารถควบคุมพลังหมอกดำที่คุ้นเคยได้เต็มที่และต่อกรกับคัมภีร์ของเสิ่นชางเกอได้อีกครั้ง!

เดี๋ยวก่อน!

จิตสำนึกของลูกตาก็เริ่มพัฒนาเช่นกันและในตอนนี้เอง มันเริ่มตระหนักได้ว่า

“เจ้านี่...มันไปรู้จักที่นั่นได้ยังไง!?”

การเคลื่อนไหวของเสิ่นชางเกอชัดเจนเกินไป มันรู้สึกถึงลางร้ายสุดขีด!

ในขณะนั้นเอง

เสิ่นชางเกอมาถึงบริเวณโพรงพายุ หมอกดำที่นี่หนาแน่นสุดขีด จนกลายเป็นการเปลี่ยนจากปริมาณสู่คุณภาพ ทะลุผ่านระดับทั่วไปไปอีกขั้น

น่าสนใจ...

นี่น่าจะเป็นจุดที่หมอกดำหนาแน่นที่สุดในเขตรอบนอกและเสิ่นชางเกอก็รับรู้ได้ชัดเจนว่า ลูกตานั้นพลันปั่นป่วนขึ้นมาทันที พลังงานโดยรอบเริ่มหมุนวนเข้าสู่ร่างเขา หมอกดำจากทั่วทิศเริ่มหลั่งไหลเข้ามา

แต่เสิ่นชางเกอยังคงนิ่งสงบ

ที่จริงเขาเตรียมตัวไว้หมดแล้ว

ถึงสมมติฐานของเขาจะผิด ก็ยังสามารถถอนตัวออกได้ในพริบตา ลูกตาจะไม่มีโอกาสแทรกแซงเลยแม้แต่น้อย เพราะเขามีวิชาตัวเบาเงาล่องหายอยู่ แค่หายตัวก็หลุดพ้นได้ทันทีหรือถ้าจะให้ปลอดภัยสุด ก็สามารถฟันขาดการเชื่อมโยงระหว่างหมอกดำกับลูกตาได้ด้วยคืนสู่ปฐม

การมาที่นี่ ไม่ถือว่าเสี่ยง

และในสถานการณ์ที่ปลอดภัย เสิ่นชางเกอจึงตัดสินใจจะลองเสี่ยงเพื่อคว้าประโยชน์

เพราะตอนนี้ ลูกตานี้ยังไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาเลย มีแต่ความเสี่ยงที่อาจจะกระโจนออกมาเล่นงานเขาเมื่อไรก็ได้

“เจ้ามดปลวก ตายซะ!”

เสียงคำรามดังสนั่นในหัว เสียงอำนาจจากลูกตาดังขึ้นอีกครั้ง มันเห็นได้ชัดว่า ตอนนี้มันควบคุมพลังหมอกดำได้มากกว่าเดิมมหาศาล!

แต่ในจังหวะเดียวกันนั้น

แววตาของเสิ่นชางเกอก็เป็นประกาย

ลงชื่อ!

“ลงชื่อสำเร็จ!”

สำเร็จแล้ว!

ลงชื่อ ณ จุดกำเนิดของลูกตานี้จะได้ของขวัญอะไรที่คาดไม่ถึงหรือไม่?

เสิ่นชางเกอยืนนิ่งท่ามกลางหมอกดำที่โหมกระหน่ำ แววตาเป็นประกาย เต็มไปด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่ประมาท กระบี่ที่หลังส่งเสียงหวีดดัง พร้อมจะชักออกมาได้ทุกเมื่อ

“ลงชื่อสำเร็จ +1”

“รางวัลจากการลงชื่อ: พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน *100”

“ระดับความเข้าใจในการควบคุมอสุรกายระดับเทพเซียน *1%”

โครม!

ทันใดนั้นเองลูกตาในหัวของเสิ่นชางเกอร้องออกมาด้วยความหวาดผวา เสียงขึงขังจากก่อนหน้านี้ไม่มีเหลือเลยแม้แต่น้อย ขณะนั้นเอง มันราวกับสัมผัสได้ถึงโซ่อาคมนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาจากฟ้า บริเวณที่มันสถิตอยู่พลันกลายเป็นคุกดำที่ไร้แสง โซ่เหล็กเย็นเยียบล่ามตรวนมันไว้แน่น!

แม้การล่ามตรวนนี้จะยังไม่ถึงขั้นจำกัดการเคลื่อนไหวของมันได้โดยสมบูรณ์ แต่มันกลับรับรู้ได้ชัดเจนถึงพลังควบคุมอันเย็นเยียบซึ่งหมายความว่า...

มันถูกควบคุมแล้ว!

“ควบคุมงั้นหรือ?”

“เป็นไปไม่ได้!”

“ผ่านกาลเวลานับล้านปี ข้ามพ้นสุญญตาทุกสรรพสิ่ง ใครจะควบคุมข้าได้!”

“นี่มัน...พลังแบบไหนกันแน่!”

มันหวาดกลัวเสียแล้ว

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 55 พลังควบคุมของอสุรกายระดับเทพเซียน!

คัดลอกลิงก์แล้ว