เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 การกลืนนิกาย คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่!

บทที่ 30 การกลืนนิกาย คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่!

บทที่ 30 การกลืนนิกาย คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่!


บทที่ 30 การกลืนนิกาย คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่!

ผู้อาวุโสระดับปลายขั้นทำลายมายาทั้งห้าของนิกายกระบี่ต้าลั่ว ภายใต้การนำของผู้อาวุโสเจียง ฝ่าม่านหมอกดำเข้าสู่เขตนิกายกระบี่ต้ารื่อ

เวลานี้ภายในนิกายกระบี่ต้ารื่อ

เหลือเพียงผู้อาวุโสระดับทำลายมายาหนึ่งถึงสองคนที่พึ่งถูกเรียกตัวกลับมาเท่านั้น ซึ่งไม่มีทางต้านทานพลังของฝ่ายต้าลั่วได้เลย ผู้อาวุโสทั้งห้าประกาศศักดาเพียงครู่เดียวนิกายกระบี่ต้ารื่อก็ถูกยึดทันที

กฎของม่านหมอกดำ

ช่างโหดร้ายนัก

ในตอนนี้ ผู้อาวุโสของนิกายกระบี่ต้ารื่อแทบทั้งหมดรวมถึงศิษย์ตำแหน่งสำคัญต่างถูกกำจัดแล้ว เหลือไว้เพียงศิษย์ธรรมดาที่ยังไม่เข้าสู่โครงสร้างอำนาจของนิกาย

คนเหล่านี้จะถูกใช้เป็นเลือดใหม่ผ่านการประเมินลับและคัดเลือกเพื่อผนวกรวมเข้าสู่นิกายต้าลั่ว

เวลานี้ ผู้อาวุโสหลายคนยืนอยู่หน้ารูปปั้นตะวันรูปปั้นอันเป็นสัญลักษณ์ของต้ารื่อ ดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ถูกกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่งปักทะลุแลดูขึงขังและสง่างาม

“หืม?”

ทันใดนั้น ผู้อาวุโสเจียงก็อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“มีอะไรหรือ เจ้าแก่?” ผู้อาวุโสคนอื่นพากันหันไปมอง

“ข้าจำได้ว่าเมื่อสามวันก่อน ตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ รูปปั้นนี้ยังมีรอยแตกอยู่เหมือนโดนกระบี่ผ่ากลางแท้ ๆ แต่ทำไมตอนนี้รอยนั้นกลับหายไป? หรือว่ารูปปั้นนี้ฟื้นฟูตัวเองได้?”

สีหน้าของผู้อาวุโสเจียงเต็มไปด้วยความสงสัย เขามั่นใจว่าไม่ได้จำผิด!

ว่ากันว่ารอยนั้นถูกชายหนุ่มชุดขาวลึกลับผู้สังหารยอดฝีมือของต้ารื่อฟาดใส่ด้วยกระบี่เดียว

แต่ตอนนี้รอยนั้นกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย?

“อะไรนะ? หายไปแล้ว?”

เหล่าผู้อาวุโสต่างยืนยันในใจว่าเจียงคงไม่โกหกเรื่องนี้ ทุกคนพากันขมวดคิ้ว

พวกเขายืนประจันหน้ากับรูปปั้น

“ข้าเคยเห็นมาก่อน หากรูปปั้นของบางนิกายถูกทำลาย ม่านหมอกดำรอบข้างจะไหลทะลักเข้าไปทันที...รูปปั้นเหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของนิกาย หากมันล้มลง นิกายก็จะถูกกลืนกินโดยม่านหมอก รูปปั้นปัดเป่าหมอกโลหิตอสูรขับไล่หมอก เลือดสิ่งมีชีวิตขยายอาณาเขต…”

“ภายในรูปปั้น...น่าจะซ่อนความลับใหญ่หลวงเอาไว้”

ผู้อาวุโสทั้งหลายเริ่มวิเคราะห์อย่างเคร่งเครียด

“จะครอบครองรูปปั้นได้อย่างไร?”

“เดี๋ยวก่อน! ข้ารู้แล้ว เลือดสายตรง!”

“ให้สายตรงของจ้าวนิกายหยดเลือดลงไป! รีบลองดู!”

ผู้อาวุโสหลายคนตื่นเต้นอย่างยิ่ง พวกเขารู้สึกราวกับตนได้ไขความลับบางอย่างของม่านหมอกได้แล้ว ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดในม่านหมอก คือ “ความไม่รู้” ทุกสิ่งราวกับถูกปิดตา เดินท่ามกลางฝูงอสูรโดยไม่มีเข็มทิศ

สายตรง...

ดวงตาของผู้อาวุโสเจียงฉายแววลึกซึ้งขึ้นมา

หากเป็นเช่นนั้นก็พอดี เขากำลังอยากทดลองอะไรบางอย่าง เขายกมือขึ้นช้า ๆ แสงลึกล้ำปรากฏขึ้นตรงปลายนิ้ว ขณะที่ร่างกายในแขนเสื้อของเขาสั่นไหวไม่หยุดการใช้วิชานี้ช่างฝืนร่างนัก

“เจ้าทำอะไร!”

“ปล่อยข้าออกไป! วิชานี่มันอะไรกันแน่! ข้า...ข้าไม่ตายแล้วหรือ?”

เสียงหวาดกลัวดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าได้ยินเฉพาะผู้อาวุโสเจียงคนเดียว

เป็นเพียงเศษวิญญาณ เศษเสี้ยวของจิตวิญญาณศิษย์ระดับสูงของต้ารื่อผู้หนึ่ง มีพลังอยู่ที่ต้นขั้นทำลายมายาคงรู้ความลับไม่น้อย

“หุบปาก” สีหน้าของผู้อาวุโสเจียงเย็นเยียบ

นี่เป็นเพียงวิชาสอบสวนวิญญาณเท่านั้น เขาจงใจเก็บเศษวิญญาณของอีกฝ่ายไว้ เพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับชายชุดขาวผู้นั้น ถึงจะไม่อยากเชื่อ แต่ในใจก็มีความรู้สึกบางอย่างผลักดันอยู่ลึก ๆ

...

ขณะนั้นเอง

เสิ่นชางเกอในฐานะหัวหน้าสายตรงและผู้ที่ว่างงานจนแทบไม่รู้จะทำอะไรก็ถูกเรียกตัวมาทันที

“ท่านผู้อาวุโส เรียกข้ามา มีธุระอันใดหรือ?” เสิ่นชางเกอก้มศีรษะเล็กน้อย น้ำเสียงไม่ต่ำไม่สูงแฝงความสุขุมชัดถ้อยชัดคำ ยิ่งเมื่อประกอบกับใบหน้าอันหล่อเหลา ก็ยิ่งทำให้เหล่าผู้อาวุโสเหลือบมองกันเป็นแถว

เด็กคนนี้...

ทำไมรู้สึกว่าเปลี่ยนไป?

กลับมีบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกสบาย?

บางทีที่ผ่านมาพวกเขาอาจมีอคติต่อเสิ่นชางเกอเกินไป คนย่อมเติบโตได้ เสิ่นชางเกอก็อาจจะเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้อาวุโสทั้งหลายลูบเคราพลางพยักหน้าด้วยความพึงใจ

“เจ้าพอจะยินดี ทำอะไรบางอย่างเพื่อนิกายหรือไม่?”

“แน่นอน ข้าคือหัวหน้าสายตรง แต่กลับไม่เคยทำคุณงามความดีให้แก่นิกายเลย รู้สึกละอายยิ่ง หากมีโอกาส ข้าย่อมสละชีพไม่เสียดาย!” เสิ่นชางเกอตบอกพูดอย่างกล้าหาญ

ผู้อาวุโสทั้งหลายตื้นตันใจ ลูบไหล่เขาด้วยความชื่นชม

“เราหวังว่า...เจ้าจะบริจาคโลหิตสักเล็กน้อย”

“เลือด?”

เสิ่นชางเกอชะงักไปนิด ก่อนจะคว้ามือที่กำลังลูบไหล่เขานั้น แล้วสะบัดออกเบา ๆ พลางสีหน้าเย็นชา

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่านัดน้องหญิงไปชมจันทร์ ขอขอตัวก่อน”

ว่าเสร็จเขาก็หันหลังวิ่งหนี

ไอ้พวกแก่พวกนี้ คิดอะไรกันอยู่?

จะเอาเลือดข้า?

รู้ไหมว่าแค่ข้าคนเดียวกับกระบี่อีกเล่ม ก็เข่นพวกเจ้าได้หมด?

เวลานี้ สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสดำมืดเหมือนถ่าน

เจ้าเวรตัวน้อย!

...

ผู้อาวุโสเจียงสูดลมหายใจลึก มองไปยังเสิ่นชางเกอที่กำลังปั่นหัวผู้อาวุโสทั้งห้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยกนิ้วขึ้น ภายในแสงที่ลอยอยู่บนปลายนิ้วนั้นมีเศษวิญญาณหนึ่งหมุนวนอยู่

“เจ้าจำเขาได้หรือไม่?”

เศษวิญญาณนิ่งงันไปชั่วขณะ พอมองผ่านหมอกมัว ๆ เห็นเงาร่างในชุดขาวเรืองรองอยู่กลางแสง ลึกลับ เย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาที่เวลานี้ฉายแววเย้ยหยันอยู่จาง ๆ

ร่างนั้นในสายตาของเศษวิญญาณราวกับคือฝันร้าย!

ทันใดนั้น...

เศษวิญญาณกรีดร้อง ก่อนระเบิดในทะเลจิตของผู้อาวุโสเจียง!

ม่านตาเขาหดเกร็ง สีหน้าเผือดซีดทันที

เกิดอะไรขึ้น!

ทำไมเศษวิญญาณถึงระเบิด?

ราวกับมีพลังลึกล้ำบางอย่างจากภายนอกที่สั่นสะเทือนมาถึง!

เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

สายตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น มองไปยังชายหนุ่มที่เคยถูกดูแคลนจากนิกายตนเองรู้สึกหนาวไปทั้งหลัง

เสิ่นชางเกอมองเขาด้วยความประหลาดใจ

“ผู้อาวุโสเจียง เหตุใดท่านจึงจ้องข้าอยู่นาน หรือมีคราบอะไรเปื้อนบนหน้า?”

“แค่ก แค่ก...เปล่า ไม่มีอะไร ๆ”

ผู้อาวุโสเจียงรีบโบกมือ สีหน้าดูตะกุกตะกัก

เสิ่นชางเกอยิ้มบาง

“ชางเกอ ลองดูสิ หากสำเร็จ เจ้าจะมีคุณูปการมหาศาลเลยนะ!”

“ใช่แล้ว! ลองหยดเลือดใส่รูปปั้นสิ บางทีอาจเกิดเรื่องอัศจรรย์ก็ได้!”

เสิ่นชางเกอถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนจะดีดนิ้ว

หยดเลือดหยดหนึ่ง พุ่งเข้าสู่รูปปั้นตะวันในทันที

รูปปั้นดูดกลืนเลือดสีแดงเข้มไปในพริบตา

โครม!

พื้นดินของนิกายกระบี่ต้ารื่อสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

ม่านตาของผู้อาวุโสหดแคบทันที ก่อนจะเผยรอยยิ้มด้วยความตื่นเต้น

“ได้ผลจริง ๆ!”

ซ่า!

ม่านหมอกโดยรอบราวกับมีชีวิต พัดหมุนอย่างบ้าคลั่ง แปรเป็นโดมครึ่งวงกลมสีดำขนาดใหญ่หมุนวนรุนแรง

แม้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดเจน แต่ทุกคนในนิกายกลับรู้สึกเวียนหัววูบไหวอย่างไม่ทราบสาเหตุ!

“เกิดอะไรขึ้น?”

รูปปั้นตะวันเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง เสียงแตกหักดังแว่ว เศษหินหล่นลง ราวกับมีมีดล่องหนกำลังแกะสลักรูปปั้นอย่างดุเดือด!

ซ่า!

“เป็นไปได้ยังไง!”

ทุกคนในที่นั้นรวมเสิ่นชางเกอต่างตื่นตะลึง

เพราะรูปปั้นของนิกายกระบี่ต้ารื่อ...

ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปปั้นเทพกระบี่ของนิกายกระบี่ต้าลั่ว!

หัวใจเสิ่นชางเกอสั่นวูบ

“ลงชื่อ”

“ลงชื่อสำเร็จ +1”

“รางวัลจากการลงชื่อ: คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่”

เสิ่นชางเกอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง แค่หยดเลือดสายตรงลงไปก็สามารถเปลี่ยนรูปปั้นให้เป็นสัญลักษณ์ของต้าลั่ว!

การกลืนนิกายเริ่มต้นจากรูปปั้น

เขาเริ่มจับทางได้ลาง ๆ

เพียงแต่ว่าเมื่อครู่ม่านหมอกภายนอกก็ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน!

ขณะนั้นเอง ม่านหมอกด้านนอกเริ่มบางเบาลง

ซ่า

เงาร่างหนึ่งฉีกม่านหมอก เดินเข้าสู่ภายใน

“เจ้าศิษย์นอกคอก ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่?”

จางซานเจี้ยนมองเสิ่นชางเกออย่างงุนงง

“พวกเจ้าไม่ใช่ว่ากำลังไปนิกายกระบี่ต้ารื่อกันอยู่งั้นหรือ?”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 30 การกลืนนิกาย คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคกระบวนท่ากระบี่!

คัดลอกลิงก์แล้ว