เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11: เหยื่อล่อ?!

ตอนที่ 11: เหยื่อล่อ?!

ตอนที่ 11: เหยื่อล่อ?!


ตอนที่ 11: เหยื่อล่อ?!

โกโจสูดน้ำมูกเบาๆ พลางยังแสดงท่าทางเป็นคนเจ็บปวด “แสนดอลลาร์” เขาพูดต่อ “ค่าเสียหายทางใจ แล้วก็ค่าบำบัดจิตใจด้วยนะ เยอะมากด้วย”

เหล่าอเวนเจอร์ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะโทนี่ สตาร์ค ที่ดูเหมือนกำลังพยายามถอดสมการอะไรซักอย่าง “แกไปได้ยินคำนี้มาจากไหนเนี่ย?” เขาพูดติดๆ ขัดๆ

โกโจยืดตัวขึ้น สีหน้าซุกซนกลับมาอีกครั้ง เขาชี้นิ้วโป้งไปทางกำแพงที่มีรูขนาดใหญ่จากการสู้กับร่างก่อนหน้าของอัลตรอน

“ก็อย่างที่หุ่นนั่นพูดแหละ อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ผมยังเจอวิดีโอผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชาย แล้วหย่าภายในไม่กี่เดือน แล้วก็เอาทรัพย์สินไปครึ่งนึงเลยนะ เอาจริงๆ บางคนก็คงสมควรโดนแหละ แต่พวกวิดีโอน่ะ… ตลกดี แล้วก็ให้ความรู้เรื่องการวางแผนการเงินด้วย”

โทนี่ครางในลำคอ พลางขยี้ขมับด้วยสองมือ “เราต้องจำกัดสิ่งที่หมอนี่ดูในเน็ตแล้วล่ะ จาร์วิส ตั้งค่าผู้ปกครองขั้นสูงสุดให้ที”

อัลตรอนที่ยืนฟังการพูดคุยสุดแปลกประหลาดมาสักพัก ก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ขอโทษที่ขัดบทสนทนาครอบครัวของพวกคุณ… แต่ฉันยังอยู่ที่นี่” เขาเว้นจังหวะ แล้วเสริมด้วยน้ำเสียงประชดประชันขณะกวาดตามองทุกคน

“พวกคุณคืออเวนเจอร์… แต่พวกคุณไม่ได้คิดให้รอบด้าน ฉันเห็นสิ่งที่คุณทำ เห็นว่าทีมของคุณหมายถึงอะไร พวกคุณอยากช่วยโลก แต่ไม่อยากให้โลกเปลี่ยนแปลง”

เขาเริ่มเดินช้าๆ หยิบชิ้นส่วนเหล็กของทหารหุ่นเหล็กขึ้นมา “มนุษยชาติจะรอดไปได้อย่างไร ถ้ามันไม่สามารถวิวัฒนาการ?” เขาบีบโลหะจนแหลกคามือ “ทางเดียวสู่สันติภาพ… คือต้องล้างเผ่าพันธุ์อเวนเจอร์ให้สิ้นซาก”

ยังไม่ทันที่อัลตรอนจะพูดต่อ หรือเริ่มโจมตีอีกรอบ โกโจก็ถอนหายใจยาวแบบเวอร์ๆ

“พอได้แล้ว มุกโมโนล็อกจบได้แล้ว” เขายกมือขึ้นเบาๆ แสงสีน้ำเงินของ ไสยเวทหมุนตาม (อาโอะ - น้ำเงิน) ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ร่างใหม่ของอัลตรอนถูกบีบอัดจนเป็นก้อนเหล็กยับเยินอีกลูก และกลิ้งไปสมทบกับร่างก่อนหน้า

โกโจหันไปมองพวกอเวนเจอร์ที่ยังช็อกอยู่ “อะไรล่ะ? ผมนึกว่าเขาพูดจบแล้วนะ แล้วก็ตอนจบ ‘ล้างเผ่าพันธุ์อเวนเจอร์’ น่ะ ถือว่าเท่ดีเลยนะ จบสวยละ”

สตีฟใช้มือปาดหน้าอย่างเหนื่อยใจ “โกโจ เราอาจจะได้ข้อมูลเพิ่มจากเขาก็ได้!”

โกโจเอียงคอ “ข้อมูลอะไรล่ะ? เขาก็แค่เด็กน้อย”

สตีฟยิ่งงง “เด็ก?!”

โกโจพยักหน้า เอนตัวกลับไปที่เก้าอี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ใช่ เด็ก แม้จะเป็น เอไอ อัจฉริยะในร่างหุ่นยนต์ แต่ความคิดเหมือนเด็กน้อย เขารู้ว่าควรทำอะไรเพื่อ ‘ช่วย’ โลก แต่ขาดประสบการณ์ ความละเอียดอ่อน และความเข้าใจในผลลัพธ์”

เขาหยุด แล้วเปรียบเทียบ “เหมือนถามเด็กห้าขวบว่าจะแก้ปัญหาคนไร้บ้านยังไง เขาก็คงตอบ ‘ให้บ้านกับทุกคนสิ!’ ฟังดูดี แต่ไม่เข้าใจว่ามันมีความซับซ้อน”

เขาชี้ไปที่ซากหุ่นอัลตรอน “อัลตรอนไม่มีประสบการณ์ อย่างน้อยก็ตอนนี้ เขาอยากช่วยมนุษยชาติจากภัยร้ายแรงที่สุด… และในตรรกะของ เอไอ เด็กแรกเกิดนั่น  ภัยคุกคามร้ายแรงนั้นก็คือมนุษย์เอง”

หลังจากเหตุการณ์อัลตรอนโผล่มา (และหายไป) เป็นรอบที่สอง ความเงียบปกคลุมห้องอย่างหนักอึ้ง

ซากร่างของอัลตรอนกองอยู่บนโต๊ะกาแฟ เป็นหลักฐานของพลังอันมหาศาลของโกโจ

โทนี่กับบรูซก้มหน้าจดจ่ออยู่กับซากเหล่านั้นแล้ว เสียงเครื่องสแกนทำงานอย่างไม่หยุด พยายามหาข้อมูลเบาะแสเพิ่มเติม

บรูซยืนพิงโต๊ะ มือกุมหน้าผากคล้ายพยายามข่มความปวดหัว “ทั้งหมดที่เราทำมา…” เสียงของเขาเต็มไปด้วยด้วยความเหนื่อยล้าและความสยดสยองที่เริ่มก่อตัว

“อัลตรอน… มันไม่ได้ตาย ไม่ได้ถูกทำลาย… มันหลบหนีไปได้ ผ่านอินเทอร์เน็ต ตอนนี้มันอยู่ในอินเทอร์เน็ตแล้ว” เขามองไปรอบห้อง ดวงตาเบิกกว้าง

“และมัน… ล้างข้อมูลทุกอย่างหมดแล้ว ข้อมูลทั้งหมดในตึก ทั้งงานวิจัย กล้องวงจรปิด ประวัติพนักงาน… หายเกลี้ยง”

นาตาชาหน้านิ่ง “มันเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างของเราแล้ว ตอนนี้มันอาจจะรู้เรื่องของพวกเรามากกว่าที่พวกเรารู้เรื่องตัวเองซะอีก”

โรดี้ที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ พูดขึ้น “ถ้ามันเข้าถึงไฟล์เรา แล้วมันอยู่ในอินเทอร์เน็ต… แล้วถ้ามันเข้าถึงอะไรที่… อันตรายกว่านี้ล่ะ? หายนะที่ใหญ่โตกว่านี้ล่ะ?”

โกโจที่กำลังเลื่อนดูโทรศัพท์เครื่องใหม่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชิลๆ “อย่างพวกคลิปลับเหรอ?”

ทุกคนหันขวับมามองเขา

เขาพูดต่อแบบหน้าตาย “คนส่วนใหญ่ชอบถ่ายตัวเองตอนทำ… เรื่องอย่างว่า เหมือนกลัวจะลืม หรือเอาไว้แบล็กเมล์ทีหลังก็ไม่รู้ หรือไม่ก็เพราะอยากดูซ้ำเองนั่นแหละ”

โรดี้จ้องหน้าโกโจอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้าแล้วพูดด้วยถ้อยคำชัดเจน “ฉันหมายถึง ระเบิดนิวเคลียร์ เด็กน้อย”

“ระเบิดนิวเคลียร์?!” นาตาชาร้องเสียงหลง สีหน้าซีดเผือด “มันบอกว่าอยากให้พวกเราตาย”

สตีฟแก้ “ไม่ใช่ ‘ตาย’ มันพูดว่า ‘สูญพันธุ์’ ต่างหาก’”

คลินต์ที่พิงผนังอยู่ก็เสริม “มันยังบอกว่ามันฆ่าใครบางคนไปแล้ว”

มาเรีย ฮิลล์ ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ก็ไม่มีใครอยู่ในตึกนี่นี่นา แค่พวกเรา กับแขกงานเลี้ยงที่กลับไปแล้ว”

“มีสิ” โกโจพูดขึ้น ไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ “และดูเหมือนเขาจะช่วยผมเล่นเกมนี้ต่อไม่ได้แล้วด้วย”

ความสงสัยแผ่ซ่านในหมู่อเวนเจอร์… เขาหมายถึงใคร?

บรูซหันไปมองโทนี่ ก่อนจะสบตากันราวกับเข้าใจตรงกัน โทนี่พยักหน้า เปิดโทรศัพท์เฉพาะกิจขึ้นมา โฮโลแกรมโค้ดซับซ้อนแสดงขึ้นกลางอากาศ แต่มันเต็มไปด้วยรหัสผิดเพี้ยน และส่วนที่ขาดหาย

“จาร์วิสเคยอยู่ที่นี่” โทนี่เอ่ย

สตีฟตาเบิกกว้าง “เขาคือด่านแรกของเรา เขาน่าจะพยายามหยุดอัลตรอน หรืออย่างน้อยก็กักมันไว้ มันถึงจัดการเขาก่อน” เขาชี้ไปที่โค้ดที่เสียหาย “เขา… หายไปแล้ว”

แบรนเนอร์เสริมด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “อัลตรอนอาจจะพยายามหลอมรวมตัวเข้ากับจาร์วิส… แต่ดูแล้ว มันเหมือนความโกรธมากกว่า มันไม่ได้แค่ถูกปิดการทำงาน แต่มันทำลายเขาอย่างโหดร้าย”

โกโจพูดขึ้นอีกครั้ง เสียงเหมือนเบื่อหน่าย “แน่นอนว่ามันโกรธ ก็เห็นไหมว่ามันโจมตีเรายังไง แล้วผมก็… ช่วยพวกคุณไว้อีกครั้ง” เขาหยุดครู่หนึ่ง “ดูเหมือนว่ามันจะโกรธพวกคุณเป็นพิเศษนะ”

ในจังหวะนั้น ธอร์ที่ดูเหมือนจะทนไม่ไหว เดินตรงมาหาโทนี่ ดวงตาวาววับด้วยพลังสายฟ้า กำค้อนมโยลเนียร์แน่น เขายื่นมือหมายจะคว้าคอโทนี่

ยังไม่ทันถึงตัว พลังสีน้ำเงินก็ห่อหุ้มร่างเขาไว้ แล้วยกตัวลอยขึ้น ก่อนจะวางเขาอย่างนิ่มนวล (แต่มั่นคง) โดยที่โกโจยังไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากโทรศัพท์

โทนี่อึ้ง “นี่มันอะไรกัน?”

“เขาจะบีบคอคุณ” โกโจพูดขึ้นในที่สุด พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “จริงๆ ผมไม่ได้ช่วยเพราะชอบคุณหรอก แต่ยังไงคุณก็ติดหนี้ผมแล้ว สองครั้งแล้วนะ ค่าชดเชยทางจิตใจของผมมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลย”

ธอร์ที่ยืนข้างโกโจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ กำมโยลเนียร์แน่น “สตาร์ค…!” เขาคำราม

แต่สตีฟกลับหน้าซีดทันทีเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก “โทนี่! คฑา! คฑาของโลกิอยู่ไหน?!”

โทนี่หน้าถอดสี “ฉัน… ไม่รู้ มันอยู่ในห้องแล็บ เก็บไว้กับจาร์วิส แต่ตอนนี้จาร์วิสหายไปแล้ว แถมพวกหุ่นพวกนั้นก็เป็นกบฏ…”

“หมายถึงไอ้ไม้ยาวๆ ที่มีหินสีฟ้าเรืองแสง?” โกโจพูดแทรกขึ้นอีกครั้ง เขาชี้ไปที่กองเศษเหล็กของหุ่นยนต์ที่มุมห้อง

พลังไสยเวทสีน้ำเงินส่องแสงอีกครั้ง ก่อนจะเปิดเผยให้เห็นคฑาของโลกิที่ถูกห่อหุ้มไว้อย่างแน่นหนาในซากเหล็ก

“มีหุ่นตัวนึงจะเอามันไป ตอนที่พวกคุณมัวเล่นไล่จับกันอยู่” โกโจอธิบาย “ผมเลยกันมันไว้ ไม่ได้ทำอะไรกับคฑานั่นหรอก มันดูสำคัญดี”

โทนี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก “เข้าใจแล้ว อัลตรอนต้องการคฑานั่นแน่ มันถึงเบี่ยงเบนความสนใจเราด้วยการโจมตีและพูดโม้กลบเกลื่อน เพื่อให้หุ่นอีกตัวขโมยมันไป”

เขามองรอบห้อง สายตาฉายแวววางแผน

“งั้นเราก็ใช้มันเป็นเหยื่อล่อ ดึงอัลตรอนออกมา จัดการมันก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่านี้”

แต่ธอร์ไม่เห็นด้วย “ไม่ได้!” เขาก้าวเข้ามาขัด “ข้าจะนำคฑานี้กลับแอสการ์ดเดี๋ยวนี้ มันอันตรายเกินกว่าจะอยู่บนโลก โดยเฉพาะกับอัลตรอนที่กำลังลอยนวลอยู่”

“เดี๋ยวก่อน ธอร์” สตีฟแทรก พลางขวางเขาไว้ “มันต้องการคฑานี้แน่ คฑาสำคัญกับแผนของมัน ถ้านายเอากลับแอสการ์ด มันอาจจะไม่โผล่มาที่นี่อีก มันอาจจะซ่อนตัว ลุกลามกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก ถ้าโทนี่พูดถูก และเราสามารถใช้คฑานี้เป็นเหยื่อได้ เราจะจัดการมันตอนนี้ ก่อนจะสายเกินไป”

จบตอน

จบบทที่ ตอนที่ 11: เหยื่อล่อ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว