- หน้าแรก
- โจโจ้ : มหาวิปโยคแห่งพหุจักรวาล
- บทที่ 13 : ปะทะแล้วล่าถอย
บทที่ 13 : ปะทะแล้วล่าถอย
บทที่ 13 : ปะทะแล้วล่าถอย
บทที่ 13 : ปะทะแล้วล่าถอย
มุซันก้าวเข้ามาในบ้าน แสงไฟสีเหลืองสลัวสะท้อนบนใบหน้าซีดเผือดของเขา ทว่าก็ยังไม่อาจกลบความหม่นหมองที่ปกคลุมอยู่ทั่วดวงหน้า
ทันจิโรที่พาน้องชายและน้องสาวเดินตามหลังโจทาโร่อย่างระมัดระวัง ไม่มีเสียงพูดคุยหรือเสียงหัวเราะอย่างเคย เพราะพวกเขาทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันจากชายแปลกหน้า
กลิ่นอายที่ราวกับทำให้ทุกสรรพสิ่งเหี่ยวเฉา...
คิเอะเป็นหญิงที่อ่อนโยนและซื่อสัตย์ แม้ในยามนี้ก็ยังไม่ตระหนักถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เห็นชายตรงหน้าในสภาพเช่นนั้น เธอกลับเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
"คุณ...ไม่สบายหรือเปล่าคะ?"
คำพูดนั้นทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของมุซันปูดโปน กลิ่นอายสังหารพวยพุ่งออกจากร่างในทันที
หญิงชาวบ้านที่ในสายตาเขาไม่ต่างจากหมูในคอก กล้าดียังไงมาดูถูกเขาเช่นนี้? เขาคือสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบจะทนฟังคำพูดแบบนี้ได้อย่างไร?
เขาก้าวเข้าหาคิเอะอย่างเชื่องช้า ใบหน้าแสดงออกถึงโทสะที่ยากเกินจะพรรณนา
คิเอะเริ่มหวาดหวั่น ถามเสียงสั่นว่า
"ฉะ...ฉันพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะ?"
"ฉันดูอ่อนแอขนาดนั้นเลยหรือ?"
มุซันพูดทีละคำ พลางยกมือขึ้น ปลายนิ้วที่ยาวเรียวแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลม พร้อมจะเจาะทะลุกลางหน้าผากของหญิงตรงหน้า
คิเอะยืนตะลึง มองกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะหลบ
แต่ในวินาทีนั้นเอง โจทาโร่เอื้อมมือคว้าข้อมือของมุซันไว้แน่น แขนของมุซันดูผอมบาง แต่พละกำลังที่แฝงอยู่กลับทำให้โจทาโร่ถึงกับขมวดคิ้ว
ต้องไม่ลืมว่าเขาคือคนที่ตอนอายุเจ็ดขวบก็สามารถต่อยผู้ใหญ่ปลิวได้ พละกำลังของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปอยู่หลายเท่า
แต่แรงของเขาตอนนี้ กลับเหมือนมดที่พยายามโยกต้นไม้ใหญ่
"โอร่า!!"
แขนของสตาร์แพลตินัมปรากฏขึ้นจากร่างของโจทาโร่ พละกำลังมหาศาลหยุดการโจมตีของมุซันในทันที
มุซันหันมามองชายร่างสูงข้างกายด้วยความเหลือเชื่อ แม้ตนเองจะสูงถึงราว 180 เซนติเมตร แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าโจทาโร่ เขากลับต้องแหงนหน้าขึ้นจ้องมอง ความรู้สึกเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก
ดวงตาสีเขียวอ่อนของอีกฝ่ายที่มองมาอย่างไร้ความกลัวยิ่งทำให้มุซันคลั่งแค้น เขาเปลี่ยนเป้าหมายในทันที กรงเล็บวาบวับสะบัดเฉือนตรงลำคอของโจทาโร่
ใครกล้ามาแตะต้องกายอันสูงส่งของเขา โดยไม่รับอนุญาตต้องถูกลงโทษสถานหนัก!
ทว่าในชั่วพริบตาก่อนที่กรงเล็บจะถึงตัว เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น หมัดของสตาร์แพลตินัมฟาดเข้าใส่หัวไหล่ของมุซันอย่างจัง
"โอร่า!!"
มุซันกระเด็นทะลุประตูบ้านของตระกูลคามาโดออกไป แต่กลับไม่ล้มลง เขาดีดตัวกลางอากาศ บิดร่างลงพื้นอย่างมั่นคง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง มือหนึ่งกุมหัวไหล่ไว้แน่น
นับแต่กลายเป็นอสูร มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ...แต่ตอนนี้...มีคนที่สองแล้วงั้นหรือ?
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านหลังโจทาโร่ คิเอะรีบถามเสียงหลง
"โจทาโร่ซัง เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ผู้ชายคนนี้เป็นใคร..."
"ทุกคน เงียบ !!" โจทาโร่ตวาดเสียงแข็ง
ทันจิโร่อยู่ข้าง ๆ สัมผัสได้ทันทีชายหนุ่มที่ปกตินิ่งราวน้ำแข็ง ตอนนี้กลับหอบหายใจถี่ แถมยังมีเหงื่อผุดที่หน้าผาก และ...เลือด...
"ยาเระ ยาเระ..." อกของโจทาโร่กระเพื่อมขึ้นลง
หมอนี่...ไม่สิ ต้องเรียกว่าอสูร ความเร็วของมันเกินกว่ามนุษย์จะตอบสนองได้เสียอีก หากเขาช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาที...คงตายไปแล้ว
การตอบโต้เมื่อครู่ ไม่อาจเรียกได้ว่าเขาเป็นคนทำ แต่เป็นสตาร์แพลตินัมที่ออกตัวเองโดยสัญชาตญาณ แม้จะสกัดการโจมตีได้ แต่แรงลมจากกรงเล็บยังเฉือนผิวตรงลำคอจนเลือดซึมออกมา
เขายกมือใหญ่เช็ดเลือด พลางหันไปบอกกับครอบครัวคามาโดะ
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรต่อจากนี้ ห้ามทุกคนออกห่างจากตัวฉันเด็ดขาด!"
'อสูรตัวนี้...เกินกว่าที่คิดไว้จริง ๆ'
หากเขาไม่ได้ดึงทุกคนมาอยู่ข้างกายตั้งแต่แรก ต่อให้มีสตาร์แพลตินัมก็ไม่อาจช่วยทัน หากมุซันลงมือสังหารคนที่กระจัดกระจายอยู่รอบบ้าน
"เข้าใจไหม?!"
เป็นครั้งแรกที่โจทาโร่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดถึงเพียงนี้ ทุกคนตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพยักหน้าพร้อมกัน
ทันจิโร่กำหมัดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงความกดดันที่ถาโถมใส่โจทาโร่ แต่เขากลับไม่อาจช่วยแบ่งเบาได้แม้แต่น้อย
หมัดของสตาร์แพลตินัมเมื่อครู่ ไม่ได้สร้างบาดแผลร้ายแรงให้มุซันเลย แต่กลับทำลายบางสิ่งในใจของอีกฝ่าย…
ศักดิ์ศรีอันเปราะบางของอสูรผู้สูงศักดิ์
ความโกรธเกรี้ยวแล่นพล่านในร่างมุซัน เขาอยากฉีกกระชากมนุษย์ตรงหน้าให้แหลกคามือ แต่...บางอย่างในก้นบึ้งของจิตใจกลับเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้
เพราะถึงตอนนี้ เขายังไม่เข้าใจเลยว่าอะไรที่โจมตีเขาเมื่อครู่…
ดวงตาเรียวยาวราวแมวของเขาเต็มไปด้วยความระแวง ลอบสำรวจภายในบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครซ่อนอยู่ สายตาของเขาจึงกลับมาจับจ้องที่กลุ่มคนเบื้องหน้า
เขาลังเล ระหว่างจะถอยหรืออยู่ต่อ
มุซันอสูรผู้ยกตนว่าเหนือกว่ามวลมนุษย์ทั้งมวลกลับกลัวตายยิ่งกว่าสัตว์ชั้นต่ำ ในกระบวนการวิวัฒนาการ เขาดูเหมือนจะไม่เคยพัฒนา ‘ความกล้า’ เลยแม้แต่น้อย...
โจทาโร่ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า อสูรที่ดูแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ภายในกลับขี้ขลาดยิ่งกว่าพวกอันธพาลข้างถนนที่ยังพอมีใจสู้ต่อเมื่อถูกต่อย
ท่าทีลังเลของมุซัน ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไม่ใช่ปัญหา แต่ศัตรูที่ทั้งแข็งแกร่งและสุขุมเยือกเย็นต่างหากคืออันตรายร้ายแรงที่สุด
สแตนด์ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าสำหรับคนทั่วไป แต่มุซันไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เขามีวิธีอื่นในการจับสัมผัสบางอย่าง
โจทาโร่รู้เรื่องนี้ดี และยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ความเสียเปรียบก็ยิ่งตกอยู่ที่เขา…
สมองของโจทาโร่ทำงานอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อเย็นเยียบไหลซึมจากหน้าผากไม่หยุด…
เขาคิดว่าที่มุซันไม่โจมตีซ้ำหลังถูก สตาร์ แพลตตินั่ม อัดกระเด็น อาจเป็นเพราะอสูรตนนี้กำลังวิเคราะห์ลักษณะของแสตนด์ พยายามค้นหาจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่
‘จะหนี...หรือจะอยู่แล้วฆ่าพวกมันให้หมดดีล่ะ’
มุซันยังลังเล การหลบหนีนั้นน่าอับอายก็จริง แต่ถ้าเพื่อเอาชีวิตรอดความอับอายคืออะไร?
มันไม่ใช่สิ่งที่เขาไม่เคยทำ ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ ด้วยอายุขัยอันยืนยาวแบบอสูร วันหนึ่งเขาย่อมเอาตัวรอดจากทุกอันตรายได้แน่นอน
แต่ถ้าหากเขาฆ่าพวกมันให้หมด...ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าตนได้กวาดล้างนักล่าอสูรที่รู้วิชาหายใจแห่งตะวันไปหมดแล้ว แต่ในภายหลังกลับมีข่าวกรองรายงานว่า ยังมีผู้คนที่สวมต่างหูแบบนั้นหลงเหลืออยู่ ความรู้สึกว่าเรื่องราวกำลัง "ควบคุมไม่ได้" นั้นทำให้เขารู้สึกขยะแขยงอย่างยิ่ง
จากลมหายใจของพวกเขา มุซันสามารถบอกได้ว่า ไม่มีใครในกลุ่มนี้ฝึกฝนวิชาหายใจเลย แต่ใครจะไปรู้ พวกมันอาจจะแกล้งทำตัวอ่อนแอเพื่อล่อให้เขาติดกับก็ได้
เขาเคยมองข้าม โยริอิจิ สึกิคุนิ มาก่อน
แล้วผลลัพธ์ล่ะ? เขาเกือบถูกฟันเป็นชิ้น ๆ ภายในพริบตาเดียว
‘งั้นก็...หนีไปดีกว่า’
ในฐานะสิ่งมีชีวิตอันสมบูรณ์แบบ บางครั้งก็คงต้องยอมกล้ำกลืนความเจ็บปวดบ้าง หากแม้แต่ความเจ็บปวดที่มนุษย์ธรรมดายังอดทนได้ เขายังทนไม่ได้ แล้วจะมีสิทธิ์อะไรไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก?
แม้กระทั่งโยริอิจิผู้แสนแข็งแกร่ง...สุดท้ายก็ยังตาย ตายจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
แต่เขา มุซัน...ยังมีชีวิตอยู่
มุซันลูบไหล่ข้างที่เพิ่งถูกหมัดของ สตาร์ แพลตตินั่ม อัดเข้าใส่
‘ช่างมัน...ถือว่าโดนลูกชายของมันชกก็แล้วกัน’