- หน้าแรก
- จ่ายปุ๊บ เทพปั๊บ! กับพนักงานนับพันล้านคน!
- บทที่ 19: เงินก้อนแรกหนึ่งแสนแปดหมื่น!
บทที่ 19: เงินก้อนแรกหนึ่งแสนแปดหมื่น!
บทที่ 19: เงินก้อนแรกหนึ่งแสนแปดหมื่น!
บทที่ 19: เงินก้อนแรกหนึ่งแสนแปดหมื่น!
"เฉินเหยียนเซิน พ่อฉันพูดอะไรกับนายบ้าง?"
ระหว่างทางกลับ ทันทีที่เหมิงเจี๋ยขึ้นรถ เธอก็รีบดึงเฉินเหยียนเซินมาคาดคั้นทันที
"เขา...เขาถามฉันว่า เราสองคนกำลังคบกันอยู่รึเปล่า"
เฉินเหยียนเซินมองท่าทีร้อนรนของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาในใจ แล้วก็โกหกไปส่งๆ
"หา!? เขาถามแบบนั้นได้ยังไงกัน!"
เหมิงเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง อารมณ์พลันพังทลายลงมาทันที โดยเฉพาะเมื่อเห็นหวังจื่อหาวที่นั่งอยู่เบาะหน้ากำลังกลั้นหัวเราะอยู่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าคราวนี้เสียหน้าครั้งใหญ่แล้ว
"แล้วนายตอบไปว่ายังไง?"
หลังจากระบายอารมณ์ไปครู่หนึ่ง เหมิงเจี๋ยก็กลับมาดึงแขนเฉินเหยียนเซินอีกครั้ง ถามอย่างระมัดระวัง กลัวว่าอีกฝ่ายจะให้คำตอบที่เธอรับไม่ได้
"เธออยากให้ฉันตอบว่ายังไงล่ะ?"
เฉินเหยียนเซินผู้เจนประสบการณ์ ก็เตะคำถามกลับไปอีกครั้ง
"ก็ต้องพูดความจริงสิ"
เหมิงเจี๋ยทำท่าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
"อืม เราคิดตรงกันเลย ตอนนั้นฉันก็พูดความจริงไปนั่นแหละ"
เฉินเหยียนเซินพยักหน้า แล้วชมเชยเหมิงเจี๋ย
"แล้ว... สรุปนายพูดกับพ่อฉันว่ายังไง?"
เหมิงเจี๋ยถามต่อ
"ก็พูดความจริงไปนั่นแหละ"
เฉินเหยียนเซินกางแขนออก บิดขี้เกียจหนึ่งที มุมปากยกยิ้มอย่างชั่วร้าย พูดจาเหมือนกับเครื่องเล่นเทปที่กรอซ้ำไปซ้ำมา
เหมิงเจี๋ยที่เพิ่งจะรู้สึกตัว ก็โกรธจนแยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน ด่าอย่างฉุนเฉียว รอยแดงบนแก้มของเธอยังคงไม่จางหายไปเป็นเวลานาน
ในความเป็นจริง เหมิงเจิ้นกั๋วไม่มีทางถามคำถามประเภทนี้เด็ดขาด ด้วยประสบการณ์และเล่ห์เหลี่ยมของเขา เพียงแค่พูดคุยกันไม่กี่ประโยค ก็สามารถมองทะลุถึงลักษณะนิสัย, แผนการเรียนและอาชีพในอนาคตของคนคนหนึ่งได้แล้ว จากนั้นก็จะตัดสินว่าอีกฝ่ายจะสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกกับชีวิตของเหมิงเจี๋ยได้หรือไม่
เพียงแต่เขาไม่คาดคิดว่า ระดับชั้นของเฉินเหยียนเซินจะสูงกว่าเขามากเกินไป
การสนทนาที่ไปๆ มาๆ และซ่อนเงื่อนงำของคนทั้งสอง ข้อมูลที่เขาได้รับมาทั้งหมด ล้วนเป็นสิ่งที่เฉินเหยียนเซินจงใจเปิดเผย ส่วนข้อมูลที่เขาอยากรู้ กลับล้วงออกมาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น เหมิงเจิ้นกั๋วจึงทั้งรักทั้งชังเฉินเหยียนเซิน
ที่รักก็คือ สติปัญญาของเฉินเหยียนเซินนั้นเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันมาก อาศัยข้อดีที่โดดเด่นนี้ ในอนาคตย่อมต้องประสบความสำเร็จในสังคมได้อย่างแน่นอน เป็นลูกเขยของเขาก็มีคุณสมบัติเกินพอ ที่ชังก็คือ วุฒิภาวะทางอารมณ์และความสามารถของลูกสาวตัวเองก็เห็นๆ กันอยู่ ไม่มีทางรับมือเฉินเหยียนเซินได้แน่ หากเจ้าหนูนี่เกิดเจ้าชู้ขึ้นมา เหมิงเจี๋ยก็มีแต่จะต้องเสียเปรียบและทนทุกข์ทรมาน
สุดท้ายหลังจากคิดหน้าคิดหลัง ก็เลยเลิกสนใจไปก่อน ตั้งใจจะกลับบ้านไปคุยกับภรรยาก่อน
การเดินทางหนึ่งชั่วโมงผ่านไปในพริบตา
เหมิงเจี๋ยเดินตามเฉินเหยียนเซินและหวังจื่อหาวเข้าไปในบ้านเก่าของเมืองตะวันตกด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"โครม" เสียงหนึ่งดังขึ้น!
หวังจื่อหาวโยนกล่องเงินลงบนพื้น แล้วทิ้งตัวลงนั่ง เริ่มนับเงินอย่างตื่นเต้น
"พวกนายสองคนทำแบบนี้กันทั้งปิดเทอมเลยเหรอ?"
เหมิงเจี๋ยชี้ไปที่ลังสินค้าที่กองเป็นภูเขาอยู่ในบ้าน ถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"ก็ไม่เชิงนะ วันนี้เพิ่งจะวันที่สองเอง วันที่แปดเราจะไปเจิ้นหยางกวาน เธอจะไปด้วยไหม?"
เฉินเหยียนเซินถกขากางเกงขึ้นไปถึงน่อง แล้วนั่งลงบนแผ่นหินอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์
"เฮอะ! คิดจะหลอกใช้แรงงานฉันฟรีอีกแล้วล่ะสิ!"
เหมิงเจี๋ยนั่งลงข้างๆ เขา พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เธอไม่ได้โง่ ย่อมเข้าใจความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่ายดี
"วางใจได้ ฉันไม่ได้ให้เงินซะหน่อย จะเรียกว่าหลอกใช้ฟรีได้ยังไง"
เฉินเหยียนเซินกล่าวอย่างจริงจัง ใบหน้าหล่อเหลาของเขานั้น ช่างไม่เข้ากับสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ทายสิว่าเราทำเงินไปได้เท่าไหร่?"
หวังจื่อหาวเงยหน้าขึ้นมาทันที ถามเฉินเหยียนเซินด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
"MP3 400 เครื่องกับ MP4 200 เครื่อง ใช้นิ้วเท้าคิดก็ยังได้เลย ถ้ารวมกำไรของวันมะรืนเข้าไปด้วย ก็น่าจะยังไม่ถึงสี่หมื่นแปด"
เฉินเหยียนเซินเลิกคิ้วเล็กน้อย พูดอย่างไม่ใส่ใจ สี่หมื่นแปดในปากของเขา ราวกับเป็นแค่สี่สิบแปดเท่านั้น
"นายว่าเท่าไหร่นะ!?"
เหมิงเจี๋ยตกใจจนสะดุ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
พ่อของเธอที่เป็นถึงผู้อำนวยการธนาคาร ถ้ารวมโบนัสแล้ว เงินเดือนก็ตกเดือนละ 8000 หยวน ในเมืองชุนเซินปี 2010 รายได้ขนาดนี้ สามารถเอาชนะคนธรรมดาได้ถึง 99.9% อย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้เฉินเหยียนเซินกลับบอกเธอว่า เขาใช้เวลาเพียงสองวัน ก็ทำเงินได้เท่ากับเงินเดือนครึ่งปีของพ่อเธอ!
"สถานการณ์การขายดีเกินกว่าที่ฉันคาดไว้มาก สต็อกของ MP4 เหลือไม่เยอะแล้ว ฉันตั้งใจจะสั่งของเพิ่มอีกสักล็อต"
เฉินเหยียนเซินไม่สนใจเหมิงเจี๋ยที่กำลังตกตะลึง หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็อธิบายสถานการณ์ให้หวังจื่อหาวฟัง
"จะสั่งเท่าไหร่ดีล่ะ?"
หวังจื่อหาวรีบถามต่อทันที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีข้อโต้แย้งต่อการตัดสินใจของเฉินเหยียนเซิน
"พรุ่งนี้ค่อยซิงค์ข้อมูลกับแกอีกที ฉันต้องประเมินขนาดประชากร, กำลังซื้อ และความอิ่มตัวของตลาดในตำบลที่เหลือใหม่ก่อน ถึงจะสามารถกำหนดปริมาณการสั่งซื้อล็อตที่สองได้"
เฉินเหยียนเซินตอบโดยไม่ลังเล
ความโลภจนประมาทและความขี้ขลาดจนไม่กล้าตัดสินใจล้วนเป็นข้อห้ามใหญ่ในแวดวงธุรกิจ การสำรวจตลาดอย่างละเอียดและการวิเคราะห์ตัดสินอย่างมีเหตุผล ถึงจะทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
เหมิงเจี๋ยมองเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา เธอรู้สึกว่าคำพูดและการกระทำของเฉินเหยียนเซิน ไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มอายุสิบแปดเลยแม้แต่น้อย กลับเหมือนกับเถ้าแก่ใหญ่ที่คร่ำหวอดอยู่ในทะเลธุรกิจมานานหลายปีเสียมากกว่า
"ได้เลย"
หวังจื่อหาว 'อืม' ไปหนึ่งคำ พูดตามตรง คำพูดของเฉินเหยียนเซิน ส่วนใหญ่เขาฟังไม่เข้าใจ แต่เขาก็รู้ดีแก่ใจว่า ช่างมันเถอะ ตามเขาไปทำก็พอแล้ว
"ไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่งเธอกลับบ้าน"
เฉินเหยียนเซินถอนหายใจยาว แล้วตบหัวเหมิงเจี๋ยเบาๆ พูดจบก็นำเดินออกไปข้างนอก
"จริงๆ แล้ว การขายของกับพวกนาย ก็สนุกดีเหมือนกันนะ"
เหมิงเจี๋ยก้มหน้าลง พูดเสียงเบา
"เช้าวันที่แปด เจอกันที่บ้านเก่า"
พอเฉินเหยียนเซินได้ยินเธอพูดแบบนั้น ก็หยุดฝีเท้ากะทันหัน หันกลับมามองก่อน แล้วยื่นนิ้วชี้ออกมา ดันแว่นตากรอบดำบนสันจมูกของเธอให้สูงขึ้น
"คราวหน้าถอดแว่นออกนะ ฉันอยากเห็นเธอในแบบที่แตกต่างออกไป"
คำพูดของเฉินเหยียนเซินนุ่มนวล เหมือนกับกระแสธารอุ่นๆ ที่ชะล้างหัวใจของเหมิงเจี๋ย
"ช่างเถอะ ฉันเดินกลับบ้านเองได้ ไม่ต้องให้นายไปส่งหรอก"
หัวใจของเหมิงเจี๋ยถูกเขาหยอดจนเต้นรัวเป็นกลอง เธอรีบทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค แล้วก็วิ่งกลับบ้านไปโดยไม่หันหลังกลับ
ท่าทางดูแมนมาก ทำให้เฉินเหยียนเซินมองแล้วหลุดขำออกมา!
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากข้างหลัง เหมิงเจี๋ยก็ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น ปากก็ด่าไม่หยุดว่า 'ไอ้โรคจิต'
...
...
ช่วงเวลาต่อมา ทีมขายของก็ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ
ทุกวันคู่ตามปฏิทินจันทรคติ ทั้งสามคนก็จะเดินทางไปตามตำบลต่างๆ รอบเมืองชุนเซิน เริ่มจากใกล้ไปไกลเพื่อขายของ
ฝีปากของหวังจื่อหาวก็ยิ่งคล่องแคล่วขึ้นเรื่อยๆ ความเร็วในการนับเงินของเหมิงเจี๋ยก็เช่นกัน ยิ่งชำนาญขึ้นทุกวัน
จนกระทั่งปลายเดือนสิงหาคมมาถึงอย่างเงียบๆ พวกเขาถึงได้ขายของล็อตที่สองจนหมดเกลี้ยง
"วันที่ 8 เดือน 8 ที่ตำบลเป่าอี้ MP3 ขายได้ 147 เครื่อง MP4 ขายได้ 85 เครื่อง ยอดขาย 24118 กำไร 11024..." "วันที่ 10 เดือน 8 ที่เจิ้นหยางกวาน MP3 ขายได้ 235 เครื่อง MP4 ขายได้ 98 เครื่อง ยอดขาย 31017 กำไร 14479..." "วันที่ 12 เดือน 8 ที่ตำบลเฟิงจวง..." "วันที่ 14 เดือน 8 ที่ตำบลซานเจวี๋ย..." "..."
"เราขาย MP3 ไปทั้งหมด 2987 เครื่อง และ MP4 อีก 1390 เครื่อง หักค่าเช่ารถ, ค่าน้ำมัน และค่าอาหารแล้ว ยังเหลือกำไรอยู่แสนเก้ากว่าๆ"
ในลานบ้านเก่าของเมืองตะวันตก หวังจื่อหาวถือสมุดโน้ตที่ขอบเยินเล่มหนึ่ง รายงานสถานการณ์การขายล่าสุดทีละรายการ
สินค้ามีตำหนิ 23 ชิ้นไม่ได้ถูกนับรวม แต่ถูกแพ็คส่งคืนโรงงานไปแล้ว
หลังจากซึมซับจากการอยู่ใกล้ชิดเฉินเหยียนเซินมานาน ตอนนี้หวังจื่อหาวเอะอะก็พูดแต่ 'ยอดขาย', 'กำไรขั้นต้น' เปลี่ยนไปเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน เติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ
"เคยบอกไว้แล้วว่าเงินสามพันของแก ถือเป็นหุ้นห้าจุด ฉันปัดเศษให้เป็นตัวเลขกลมๆ พอดีหนึ่งหมื่น"
เฉินเหยียนเซินโยนธนบัตรหนาปึกหนึ่งออกมาจากถุง ตกลงไปในอ้อมแขนของหวังจื่อหาวพอดี
"เหะๆ ขอบคุณครับพี่เซิน"
หวังจื่อหาวถือเงินไว้ แล้วยกขึ้นมาดมใกล้ๆ จมูก จากนั้นก็ใช้หน้าถูไปมา ปากก็พึมพำ: "หอมชิบหายเลยว่ะ"
"เปลวไฟแห่งวิถีมนุษย์+1!"
ตัวอักษรกึ่งโปร่งแสงแถวหนึ่ง ลอยอยู่ตรงหน้าของเฉินเหยียนเซิน ระบบที่เงียบหายไปหลายวัน ในที่สุดก็ได้ใช้ประโยชน์แล้ว
"ระบบ! เพิ่มแต้มให้ฉัน!"
เฉินเหยียนเซินตะโกนลั่นในใจ
ก๊าซสีขาวละเอียดราวกัยเส้นผมสายหนึ่งก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า จากนั้นก็ 'ฟิ้ว' พุ่งเข้าไประหว่างคิ้วของเขา ทันใดนั้นเฉินเหยียนเซินก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เสียดกระดูกสายหนึ่ง ไหลไปตามเส้นเลือด แล้วพุ่งเข้าสู่หัวใจ
ความรู้สึกนี้มาเร็วไปเร็วยิ่งกว่า!
เฉินเหยียนเซินยังไม่ทันได้ตั้งตัว ความเย็นยะเยือกนั้นก็สลายไปแล้ว ค่าสถานะร่างกายบนหน้าจอก็เปลี่ยนจาก '1.16' เป็น '1.17'
ทว่าเขากลับรู้สึกว่า ร่างกายของตัวเองดูเหมือนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นเลย
ยกเว้นขาขวาที่เพิ่งจะนั่งจนเหน็บกินไปเมื่อครู่ ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ชาแล้ว
"ไอ้ระบบเวร! ออกมาพูดเดี๋ยวนี้!"
เฉินเหยยีนเซินโกรธจนเดือดดาล
ด่าไปได้ครึ่งค่อนวัน เขาถึงได้นึกขึ้นได้ว่า ไอ้ระบบเฮงซวยนี่มันก็แค่ของไม่มีชีวิต สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ: "ยังต้องพยายามหาเงินต่อไปสินะ!"
"♫เธอก็แค่น้องสาวของฉัน น้องสาวบอกว่าสีม่วงน่ะมีเสน่ห์จะตาย"
เสียงเพลงพลันดังขึ้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นอย่างบ้าคลั่ง เฉินเหยียนเซินถึงได้เพิ่งรู้สึกตัว แล้วกดรับสายไปส่งๆ
"ให้เวลาแกสิบนาที คลานกลับบ้านมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
เฉินกั๋วปินที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์ ในมือกำท่อนไม้หนาเท่าปากชาม ตะโกนใส่ลำโพงอย่างเกรี้ยวกราด