- หน้าแรก
- จ่ายปุ๊บ เทพปั๊บ! กับพนักงานนับพันล้านคน!
- บทที่ 14: ออกจากบ้านไปท่องโลกกว้าง ตัวตนล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง
บทที่ 14: ออกจากบ้านไปท่องโลกกว้าง ตัวตนล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง
บทที่ 14: ออกจากบ้านไปท่องโลกกว้าง ตัวตนล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง
บทที่ 14: ออกจากบ้านไปท่องโลกกว้าง ตัวตนล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง
จางต้าชิ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีตรวจการณ์ฉงเฉียว งานประจำวันของเขาก็คือการเปิดปิดประตู จัดการที่จอดรถ พอไม่มีอะไรทำก็จะเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ในป้อมยาม ก็ไม่เคยเจอกับเรื่องยุ่งยากที่ต้องเปลืองแรงเปลืองใจอะไร
เงินเดือนสองพันหกร้อยหยวนต่อเดือน ชีวิตสุขสบายดี
วันนี้เขาขี่จักรยานรุ่น 28 นิ้วคานใหญ่มา เพิ่งจะเลี้ยวเข้าหัวมุมถนน ก็เห็นแต่ไกลว่าบนพื้นที่ว่างหน้าสถานีตรวจการณ์ มีคนมุงกันอยู่ดำมืดไปหมด
"แย่แล้ว! คงไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นใช่ไหม?"
เขารีบทิ้งจักรยานลง แล้วใช้แรงแหวกฝูงชน เบียดเสียดเข้าไปจนถึงหน้าแผงลอย พอกวาดตามอง ก็เข้าใจในทันที
ที่แท้ก็มาตั้งแผงขายของ!
"ใครอนุญาตให้พวกแกมาตั้งแผงตรงนี้?"
ในฐานะพนักงานรักษาความปลอดภัย ความมีไหวพริบต้องมี เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่า เฉินเหยียนเซินที่ตัวสูงใหญ่นั้น คือหัวหน้าของคนทั้งสี่
"คุณคือ?"
เฉินเหยียนเซินกวาดสายตามองเขาอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ในใจจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายออกในทันที แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ เอ่ยถามอย่างจงใจ
"ฉันเป็นเจ้าหน้าที่ของสถานีตรวจการณ์ ชื่อจางต้าชิ่ง พวกแกมาตั้งแผงขวางประตูแบบนี้ มันกีดขวางถนนไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ กระทบต่อความเป็นระเบียบของการจราจร เข้าใจไหม?"
จางต้าชิ่งทำหน้าขรึม ตำหนิเสียงดัง
หากเป็นพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป เกรงว่าคงจะตกใจจนพยักหน้าโค้งคำนับ รีบเก็บแผงเผ่นหนีไปแล้ว
หวังจื่อหาวก็เป็นเช่นนั้น ในตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดเผือด กลัวจนขีดสุด
หวังจื่อเยียนที่อยู่ข้างๆ ดูดีกว่าเล็กน้อย ถึงจะดูเหมือนสงบนิ่ง แต่ริมฝีปากที่ซีดขาวก็ยังคงทรยศเธอ
"โอ้ ลุงจางนี่เอง เราไปคุยกันตรงโน้นหน่อยดีไหมครับ"
เฉินเหยียนเซินยิ้มเล็กน้อย ทำตัวเป็นกันเองอย่างยิ่ง ปากก็เรียกอย่างสนิทสนม แล้วโอบจางต้าชิ่งเดินไปอีกทางหนึ่ง
"อั้ยโย่! ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าหนูนี่กล้าขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นหลานชายของจางต้าชิ่งนี่เอง!"
"แต่ฉันดูแล้วไม่เหมือนเลยนะ?"
"อาจจะเป็นญาติห่างๆ!"
"หนูๆ ยังขายอยู่ไหม? เอามาให้ฉันเครื่องหนึ่งสิ"
ทุกคนต่างก็เป็นคนในตำบลเดียวกัน รู้จักตัวตนของจางต้าชิ่งเป็นอย่างดี จึงไม่ได้ใส่ใจเขาเท่าไหร่นัก กลับเอาแต่เร่งให้หวังจื่อเยียนรีบเก็บเงิน จัดของ
"พ่อหนุ่ม ให้คนของเธอเก็บแผงย้ายไปตั้งที่อื่นเถอะ เธอมาตั้งขวางประตูฉันแบบนี้ มันส่งผลกระทบแย่เกินไป"
จางต้าชิ่งได้ยินเขาเรียกลุงคำแล้วคำเล่าอย่างสนิทสนม แถมยังเห็นว่าอีกฝ่ายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายตัวเอง ในใจก็อ่อนลง น้ำเสียงก็พลอยอ่อนลงไปด้วย เขาอดทนเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
"ลุงจางครับ ผมเป็นรองผู้อำนวยการโรงงานของเหม่ยหมัวอิเล็กทรอนิกส์ที่หยางเฉิง ที่ตั้งแผงแสดงสินค้าไว้หน้าสถานีตรวจการณ์ฉงเฉียวของเรา ก็เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักครับ"
เฉินเหยียนเซินยิ้มพลางแนะนำตัวเอง
"แค่แกเนี่ยนะ? รองผู้อำนวยการโรงงาน?"
จางต้าชิ่งเบ้ปาก ไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย เผลอหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
"ก็ท่านผู้อำนวยการเป็นป๋าของผมเองน่ะครับ"
เฉินเหยียนเซินพูดภาษากวางตุ้งสำเนียงเพี้ยนๆ กดเสียงให้ต่ำลง แล้วขยับเข้าไปใกล้จางต้าชิ่ง
"ถึงจะเป็นลูกชายผู้อำนวยการก็มาตั้งแผงส่งเดชไม่ได้นะ!"
จางต้าชิ่งพยักหน้า สายตาจับจ้องไปที่ชุดสูทที่ดูราคาไม่ถูกบนตัวของเฉินเหยียนเซิน ก็เชื่อไปแล้วสามส่วนในทันที
ก็แหม ในเมืองชุนเซิน อากาศร้อนๆ แบบนี้ไม่มีใครแต่งตัวเว่อร์วังขนาดนี้หรอก
"ลุงจางครับ ผมไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ครับ ลุงอย่าเพิ่งใจร้อน ผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง! เมื่อสองปีก่อน ทางอำเภอของเราเคยออกเอกสารชี้แนะ 'ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในตำบลโดยรอบ' ใช่ไหมครับ?"
เฉินเหยียนเซินอธิบายอย่างช้าๆ
"มีด้วยเหรอ? อ้อ ใช่ๆๆ เหมือนจะมีนะ"
จางต้าชิ่งจะไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร แค่ได้ยินเขาพูดอย่างคล่องแคล่วและเป็นมืออาชีพ ก็คิดในใจว่าถ้าบอกว่าไม่เคยได้ยิน มันจะเสียหน้าขนาดไหน
"ในเอกสารฉบับนี้ระบุไว้ว่า หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีศักยภาพ ต้องให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานที่ตกงานและถูกเลิกจ้างแต่ยังยินดีที่จะหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง ผมเห็นว่าพื้นที่หน้าสถานีตรวจการณ์นี่เหมาะมากเลย ตั้งใจว่าจะมาแจ้งให้ลุงทราบก่อน นี่ไงครับ เพิ่งจะตั้งแผงเสร็จ ยังไม่ทันได้บอกลุงเลย"
ใบหน้าของเฉินเหยียนเซินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม พูดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ในความเป็นจริง เอกสารฉบับนี้มีอยู่จริง แต่เนื้อหามีความแตกต่างจากที่เขาพูดอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
พอจางต้าชิ่งได้ฟังคำอธิบายของเขา ในใจก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด
อีกฝ่ายอ้างตัวว่าเป็นรองผู้อำนวยการโรงงานที่มาจากหยางเฉิง พูดจาก็นุ่มนวลแต่ก็แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เอะอะก็อ้างเรื่องการแจ้งให้ทราบ อ้างเอกสารชี้แนะ
เขากลัวว่าหากยังดึงดันที่จะขัดขวางต่อไปจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้
พูดง่ายๆ ก็คือ หน้าสถานีตรวจการณ์ตกลงว่าให้ตั้งแผงได้หรือไม่นั้น ไม่มีกฎระเบียบที่ชัดเจน ต่อให้มีคนมาตั้งจริงๆ ก็เป็นงานของฝ่ายเทศกิจ
ขอบเขตความรับผิดชอบของสถานีตรวจการณ์ไม่มีเรื่องนี้อยู่เลย ไม่ตรงสายงานกันโดยสิ้นเชิง!
"ส่วนปัญหาเรื่องกีดขวางถนน ผมจะจัดการเคลียร์ทางให้เดี๋ยวนี้เลย ให้ทุกคนเข้าแถวเรียงหนึ่งตามแนวถนน รับรองว่าจะไม่กระทบการจราจรแน่นอนครับ"
เฉินเหยียนเซินเห็นสีหน้าของเขาลังเล ก็รีบพูดเสริมทันที
"พวกแกไม่กี่คน ใครเป็นพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง?"
จางต้าชิ่งขมวดคิ้ว จ้องเขม็งไปที่เฉินเหยียนเซิน บนใบหน้าเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า 'ไอ้หนู อย่าคิดว่าฉันโง่นะ'
"ลุงจางครับ ถ้าสินค้าสต็อกของโรงงานเราพวกนี้ยังขายไม่ออกอีก พวกเราทั้งหมดก็ต้องถูกเลิกจ้างครับ"
เฉินเหยียนเซินทำหน้าขมขื่น
"เออๆๆ ก็ได้ ก็ได้ เอาตามที่แกพูดนั่นแหละ"
จางต้าชิ่งโบกมืออย่างจนใจ สุดท้ายก็ยอมทำตามคำขอของเฉินเหยียนเซิน
"ลุงจางครับ สองรุ่นนี้เป็นสินค้าชูโรงของโรงงานเรา ลุงรับไว้ช่วยตรวจสอบคุณภาพให้หน่อยนะครับ"
เฉินเหยียนเซินถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบล้วง MP3 และ MP4 อย่างละหนึ่งเครื่องออกมาจากกระเป๋า แล้วยัดใส่มืออีกฝ่ายโดยไม่ให้ปฏิเสธ
"นี่...นี่ ฉันรับไว้ไม่ได้"
ใบหน้าแก่ๆ ของจางต้าชิ่งแดงก่ำ ปฏิกิริยารุนแรงมาก เขามีชีวิตอยู่มาครึ่งค่อนชีวิต ยึดมั่นในความซื่อสัตย์มาโดยตลอด ไม่เคยรับของจากใครโดยไม่มีเหตุผล มิฉะนั้นก็คงไม่ได้มาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีตรวจการณ์หรอก
อย่าเห็นว่าเงินเดือนนี้ไม่สูงนัก แต่ในตำบลแถบนี้ ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่แย่งกันแทบเป็นแทบตายเพื่อให้ได้งานนี้
"เป็นความผิดของผมเองที่พูดไม่ชัดเจน งั้น... ลดให้ลุงเหลือหนึ่งส่วนดีไหมครับ?"
เฉินเหยียนเซินเห็นเขาปฏิเสธอย่างแข็งขัน จึงลองหยั่งเชิงถาม
"ไม่ได้ ไม่ได้!"
"งั้นสองส่วน!"
"พ่อหนุ่ม ฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆ ไม่ได้เกรงใจนะ!"
"สามส่วนครับ นี่เป็นราคาต้นทุนของโรงงานเราแล้วจริงๆ ไม่ได้กำไรจากลุงเลยสักแดงเดียวครับ!"
เฉินเหยียนเซินชูสามนิ้ว พูดอย่างเป็นจริงเป็นจัง
"ไอ้หนู แกจะมาหลอกผีรึไง? ของดีขนาดนี้ ต้นทุนแค่สิบห้าหยวนเองเหรอ?"
จางต้าชิ่งทนการตื๊อไม่เลิกของเขาไม่ไหว ถ่มน้ำลายออกมาแล้วพูด
"ต้องเป็นลุงจางจริงๆ สายตาเฉียบแหลม! บอกตามตรงเลยนะครับ หกส่วนต่างหากคือราคาต้นทุนที่แท้จริงของมัน!"
เฉินเหยียนเซินแสร้งทำเป็นประหลาดใจ กล่าวชื่นชมไม่หยุด
"งั้นฉันซื้อ MP4 เครื่องหนึ่งก็แล้วกัน เอาราคาหกส่วนตามที่แกพูดนั่นแหละ"
จางต้าชิ่งถูกยอจนตัวลอย ควักเงินจ่ายอย่างง่ายดาย ตอนที่พูดก็เน้นคำว่า 'ซื้อ' หนักเป็นพิเศษ กลัวว่าคนข้างๆ จะไม่ได้ยิน
เขาไม่อยากให้เป็นที่ครหาของใคร!
"ฮ่าวจื่อ จัดชุดของแถมให้ลุงจางชุดหนึ่ง แล้วก็เอาถุงผ้าที่ดีที่สุดมาด้วย"
เฉินเหยียนเซินยิ้มๆ แล้วหันไปสั่ง
ถุงผ้าที่ดีที่สุด?
หวังจื่อหาวได้ยินก็งงไปเลย ถุงผ้ามันก็เหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ นอกจากสี?
"โง่จริง! ก็หยิบมาอันไหนก็ได้สักอันสิ!"
หวังจื่อเยียนกระซิบเตือนเสียงเบา
"อ้อๆ"
หวังจื่อหาวถึงบางอ้อ มือไม้คล่องแคล่วว่องไว ยัดสายดาต้ากับหูฟังบลูทูธใส่เข้าไปในถุงผ้าด้วยกัน แล้วยื่นให้จางต้าชิ่ง
"ให้พวกเขาเคลียร์ทางเร็วๆ เข้า"
จางต้าชิ่งรับของมาแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเตือนด้วยความหวังดี
ถ้าหากมีคนมาเห็นเข้า ต่อให้เดิมทีจะได้รับอนุญาตให้ตั้งแผงได้ ตอนนี้ก็คงไม่ให้ตั้งแล้ว
"ได้เลยครับ ลุงวางใจได้"
เฉินเหยียนเซินย่อมเข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี โดยส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ไปสร้างปัญหาให้คนอื่นก่อน คนอื่นก็จะไม่มาสร้างปัญหาให้คุณ
"งั้นก็ดี"
จางต้าชิ่งเห็นเขารู้ความ ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก เขาขึ้นคร่อมจักรยานรุ่น 28 นิ้วคานใหญ่คันนั้น แล้วเลี้ยวเข้าไปในลานของสถานีตรวจการณ์
"มาเลยๆ! คุณลุงคุณป้า พี่ชายพี่สาวคนสวยทุกท่าน ทุกคนเข้าแถวให้เรียบร้อย เคลียร์ทางก่อนครับ"
"ไม่อย่างนั้นจะกระทบต่อความเป็นระเบียบของการจราจร พวกเราก็ขายของลำบากใช่ไหมล่ะครับ?"
เฉินเหยียนเซินยืนอยู่บนม้านั่ง ถือโทรโข่งตะโกนเสียงดัง
ความหมายแฝงในคำพูดของเขาค่อนข้างชัดเจน ถ้าไม่เข้าแถว เขาก็ไม่ขาย
ทุกคนจนปัญญา ได้แต่บ่นอุบอิบแล้วเข้าแถวยาวเหยียด
"เหยียนเซิน แกไปเป็นรองผู้อำนวยการโรงงานตั้งแต่เมื่อไหร่?"
หวังจื่อหาวเอียงศีรษะ พูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ฮ่าวจื่อ แกต้องจำเรื่องหนึ่งไว้นะ ออกจากบ้านไปท่องโลกกว้าง ตัวตนล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง"
เฉินเหยยีนเซินไม่สนใจคำหยอกล้อของเขา กลับพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"เถ้าแก่เฉินคนนี้ อยู่กับคนก็พูดภาษาคน อยู่กับผีก็พูดภาษาผีจริงๆ"
หวงโป๋เสียงที่ยืนอยู่ข้างหลัง อดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมา
ถึงแม้เขาจะเป็นคนซื่อๆ แต่เขาก็แค่ซื่อ ไม่ได้โง่ เขารู้ดีแก่ใจว่าคำพูดที่ออกมาจากปากของเฉินเหยียนเซินนั้น เก้าในสิบส่วนน่าจะเป็นเรื่องโกหก อย่างมากก็มีจริงแค่หนึ่งส่วนเท่านั้น